อาหารจีน


ขนมจีบกุ้ง



ส่วนผสม
เนื้อหมู 200 กรัม
กุ้งสด 200 กรัม
มันแกว 100 กรัม
แครอท 100 กรัม
หอมใหญ่ ½ หัว
ไข่ไก่ (เฉพาะไข่ขาว) 1 ฟอง
วิสกี้ ½ ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
แผ่นแป้งขนมจีบ (ตามความพอใจถ้าชอบใส่ไส้น้อยก็แผ่นแป้งเยอะหน่อย)

วิธีทำ
- นำมันแกว และแครอท มาสับให้ละเอียด แล้วซับน้ำออกให้แห้งพักไว้
- นำหอมใหญ่มาสับให้ละเอียด พักไว้กับมันแกวและแครอท
- นำเนื้อหมูกับกุ้งสด มาปั่นให้ละเอียดพร้อมกันให้เป็นเนื้อเดียวกัน
- ใส่แป้งข้าวโพด วิสกี้ ซอสปรุงรส น้ำตาล พริกไทย เกลือป่น ผสมเข้ากับเนื้อกุ้งและหมูบด หมักไว้ 15 นาที
- นำส่วนผสมที่เตรียมไว้ทั้งหมดมาผสม ให้เป็นเนื้อเดียวกัน
- ใส่ไข่และ น้ำมันงา ลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน
- นำแผ่นเกี๊ยววางบนมือระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วหัวแม่มือข้างไม่ถนัด แล้วตักไส้ใส่ตรงกลาง 1 ช้อน หรือกะเอาให้เวลาห่อแผ่นแป้งจะเสมอพอดีกับใส้
- นำขนมจีบที่ห่อแล้วไปนึ่ง ใช้ไฟแรงประมาณ15 นาที
- เมื่อสุกแล้วนำออกมาจัดใส่จานเสริฟพร้อมน้ำซอส
หมายเหตุ เมื่อนึ่งเสร็จแล้วควรใส่น้ำมันกระเทียมเจียวเพื่อไม่ให้แป้งติดกัน

ปีกไก่เหล้าแดง


ส่วนผสม

ปีกไก่อ้วนๆ 1 กิโลกรัม
เหล้าแดง 3 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ
ผงชูรส 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
ซอสมะเขือเทศแบบกระป๋อง 4 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม 4-5กลีบ
ผักชี1-2ต้น
น้ำมันสำหรับทอด

วิธีทำ
- เอาปีกไก่ที่ล้างสะอาดแล้ว เช็ดให้แห้งโรยเกลือป่น และพริิกไทยป่นนิดหน่อย นำไปนึ่งพอไก่นุ่มยกลง
- เมื่อปีกไก่เย็นดีแล้วจึงนำไปทอดในน้ำมันที่ร้อนจัด ไฟกลาง พอไก่เหลือง นำใส่ในตะแกรง
- จากนั้นนำกระเทียมลงตีในน้ำมันให้เหลือง ใส่ซ้อสมะเขือเทศลงผัด ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ ผงชูรส เหล้าแดง น้ำตาลทราย คนให้พอเหนียว นำปีกไก่ที่ทอดเหลืองแล้ว ลงคลุกให้เข้ากันดี แล้วยกลงโรยผักชี ใครชอบเผ็ดเติมซอสพริกลงไปด้วยเล็กน้อย

เป็ดพะโล้

เครื่องปรุง
เป็ด 1 ตัว พร้อมเครื่องใน
อบเชยป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ
โป๊ยกั๊กป่น 1/4 ดอก
พริกไทย 1/2 ช้อนโต๊ะ
รากผักชี 3 รากใหญ่โขลกละเอียด
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมัน 1/2 ถ้วย

วิธีทำ
- ล้างเป็ดให้สะอาด ถอดขนออกให้หมด พักไว้สะเด็ดน้ำ
- เจียวกระเทียมให้เหลือง แล้วเอา อบเชย โป๊ยกั้ก พริกไทย รากผักชี ผัดกับกระเทียมเจียวให้หอม ใส่ซีอิ๊วดำและน้ำ 1 ถ้วย
- เอาเป็ดใส่กระทะ  แล้วตักน้ำมันที่ผัดเครื่องไว้ ตักราดเป็ดกลับไปมา ดูสีเป็ดให้เป็นสีน้ำตาลแก่เกือบดำ
- ใส่น้ำโดยไม่ต้องท่วมเป็ด กลับไปมา ใช้ไฟปานกลาง แล้วเปลี่ยนเป็นไฟอ่อนจึงเติมซีิอิ๊วขาว เคี่ยวไปจนน้ำแห้งและเป็ดเปื่อย จึงยกลง
 


ข้าวหน้าไก่


เครื่องปรุง
เนื้ออกไก่หั่นเป็นชิ้นพอคำ 300 กรัม
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งมัน 2 ช้อนชาพูนๆ
น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำซุปไก่ 1/2-1 ถ้วยตวง
พริกไทยป่น
กุนเชียงที่ทอดแล้ว หั่นเป็นแว่น
พริกชี้ฟ้าแดงและเขียวหั่นเป็นแว่น
ใบผักชี
ต้นหอม
ข้าวสวยร้อนๆ

วิธีทำ
- นำไก่ที่หั่นไว้แล้วมาหมักกับซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ น้ำมันหอย แป้งมัน และน้ำมันงา คลุกให้เข้ากัน พักไว้ค้างคืน เข้าตู้เย็น
- นำกระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมันลงไป เมื่อน้ำมันร้อน นำไก่ลงทอดในน้ำมันแย่างเพึ่งคน ทิ้งไว้สักพักหนึ่งแล้วค่อยผัดไก่  เมื่อไก่เริ่มสุก และน้ำซอสในไก่ที่ผัดนั้นเหนียว เติมน้ำซุปไก่ลงไปผัดต่อให้เข้ากัน ซอสจะข้นขึ้น รอให้เดือด ปรุงรสด้วย น้ำมันหอย และซีอิ๊วขาวตามต้องการ อาจจะต้องใส่น้ำตาลทรายนิดหน่อย หากน้ำมันหอยที่ใช้เป็นน้ำมันหอยด้อยคุณภาพ
- ผัดไก่กับซอสให้น้ำขลุกขลิก ชูกลิ่นด้วยน้ำมันงา เติมพริกไทยป่น คนให้ทั่วแล้วตักราดข้าวสวยร้อนๆ
- เสิร์ฟกับกุนเชียง พริกชี้ฟ้าแดงและเขียว ต้นหอม และโรยหน้าด้วยผักชี
กระเพาะปลาน้ำแดง





เครื่องปรุง
กระเพาะปลาแช่น้ำให้นิ่ม       1 ถ้วย
เนื้อปูนึ่งสุก                         1/4 ถ้วย
แป้งข้าวโพด                        1/2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยป่น                        1/4 ช้อนชา
น้ำตาลทราย                       1/2 ช้อนชา
ซีิ๊อิ๊วขาว                             1ช้อนชา
ซีอิ๊วดำ                               1/2 ช้อนชา
น้ำมันหอย                          1ช้อนชา
น้ำซุปเคี่ยวข้นๆ                  1 1/2 ถ้วย
เห็ดหอม
หรือไข่นกกระทา(ต้มสุกแกะเปลือก)ถ้าชอบ

วิธีทำ
- ล้่า่งกระเพาะปลาให้สะอาด บีบน้ำออก
- ใส่น้ำซุปลงในหม้อ ใส่กระเพาะปลา พริกไทย น้ำตาล ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย ซีอิ๊วดำ ยกขึ้นตั้งไฟ
- ต้มสักครู่ ละลายแป้งข้าวโพดกับน้ำใส่ คนพอข้น ใส่เนื้อปู สักครู่ปิดไฟ ตักใส่ชาม โรยผักชี และพริกไทย เสิร์ฟ


เป็ดปักกิ่ง


เครื่องปรุง
เป็ดโป๊ยไฉ่ น้ำหนักประมาณ 3-3 กิโลครึ่ง
แบะแซ                               1 ถ้วย

ส่วนผสมน้ำจิ้ม
เต้าเจี้ยว           1 ถ้วย
น้ำตาลทราย     1 ถ้วย

แป้งเป็ด
แป้งสาลี แป้งมัน อย่างละ   1 ถ้วย
น้ำมันหมู                           3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
- นำเป็ดมาล้าง เอาเครื่องในออกให้สะอาด แล้วเป่าลมเข้าตัวเป็ดให้พอง
- ต้มน้ำให้เดือด หม้อนึ่งใส่แปะแซลงไป เอาเป็ดลงไปลวก
- แล้วเอานำแขวนตะขอ ผึ่งลมจนแห้ง
- นำมาย่างในเตาเป็ด ใช้ระดับความร้อนต่ำสุด ใช้เวลาประมาณ 7 นาที

วิธีทำน้ำจิ้ม
- นำเอาเต้าเจี้ยวมาต้มเคี่ยวกับน้ำตาล ประมาณ 2 ชม. จนเปื่อยแล้วกรองเอากากทิ้ง ให้มีรสหวานเค็มตามใจชอบ

วิธีทำแป้งเป็ด
- ใช้แป้งสาลีกับแป้งมัน นวดให้เข้ากันจนเหนียว แล้วปั้นเป็นท่อนกลมๆ แล้วตัดเป็นก้อนเล็กๆ
- ใช้ไม้คลึงแผ่เป็นแผ่นบางๆ นำไปผึ่งไฟในกระทะที่มาน้ำมันให้สุกเกรียม เก็บใส่ตู้เย็น เวลาทานจึงเอามานึ่งอีกที

วิธีรับประทาน
ควร ใช้ตะเกียบตามสไตล์จีนคีบหนังเป็ดปักกิ่งซึ่งแล่เป็นชิ้นๆจิ้มน้ำจิ้มตามใจ ชอบ วางบนแผ่นแป้ง จะใส่แตงกวาหรือต้นหอมเป็นเครื่องเคียงด้วยก็ได้ แล้วม้วนแป้งหยิบใส่ปาก รสชาติอยู่ที่ความมันและความกรอบของหนังเป็ดปักกิ่ง

ส่วนตัวเป็ดแล่แล้วจะเหลือแต่เนื้อโพลนๆ สามารถนำไปสับแล้วประกอบอาหารอย่างอื่นต่อ เช่น ผัดถั่วงอก แกงจืด ฯลฯ


กุ้งอบวุ้นเส้น

ส่วนผสม
- กุ้ง 150 กรัม
- วุ้นเส้น 75 กรัม
- ขิงซอยแผ่น 50 กรัม
- เบคอนหรือหมู3ชั้น หั่นชิ้น 100 กรัม
- ผัดขึ้นฉ่ายหั่นท่อน 2 ต้น
- ผักชีเด็ดใบ
- น้ำมันหอย 100 กรัม
- ซีอี๊วขาว 50 กรัม
- ซอสปรุงอาหาร 30 กรัม
- น้ำตาลทราย 20 กรัม
- เกลือ 10 กรัม
- เหล้าจีน
- น้ำซุปไก่เล็กน้อย
- กระเทียม

วิธีทำ
1. เรียงเบคอนหรือมันหมูแข็งลงบนก้นหม้อที่จะใช้อบ ตามด้วยหมูสามชั้นที่หมักไว้แล้ว จากนั้นนำขิง กระเทียม รากผักชี พริกไทยดำ และซวงเจีย ใส่ลงไป โดยวางให้กระจายทั่วๆ กัน ปิดฝา เปิดไฟอ่อนๆ อบไปซักพักเพื่อให้หมูสามชั้นสุก (ระวังอย่าเปิดไฟแรง เพราะเบคอนที่รองก้นหม้อไว้อาจจะไหม้ได้)
2. ระหว่างที่อบหมูสามชั้นอยู่นั้น ให้นำวุ้นเส้นที่แช่น้ำจนนิ่มแล้วมาใส่ชาม โดยผสมน้ำเปล่าลงไปเล็กน้อย (ไม่ต้องเยอะมากเพราะวุ้นเส้นจะแฉะและเละเกินไปเมื่ออบเสร็จ) จากนั้นผสมเครื่องปรุงรสต่างๆ ลงไป ได้แก่ น้ำมันหอย น้ำปลา ซีอิ๊วดำหวาน น้ำตาล และซอสปรุงรส คนผสมให้เข้ากัน
3. เมื่อหมูสามชั้นที่อบไว้เริ่มสุกแล้ว ให้นำส่วนผสมของวุ้นเส้นที่เตรียมไว้เทลงไป อบต่อสักพักค่อยเปิดฝาเพื่อคนให้ส่วนผสมเข้ากันอีกที ปิดฝาอบต่อจนวุ้นเส้นสุกนิ่มดี
4. น้ำกุ้งที่เตรียมไว้วางลงบนวุ้นเส้น ปิดฝาอบต่อ ดูว่าพอกุ้งเริ่มสุก โรยหน้าด้วยผักชีเด็ดใบ ก็นำออกเสริฟได้เลย

เคล็ดลับกุ้งอบวุ้นเส้น
ไม่ควรอบกุ้งนานจนเกินไป เพราะเนื้อกุ้งจะแห้งและแข็งไม่น่ารับประทาน
รับประทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด โดยตำกระเทียมกับพริกขี้หนูเข้าด้วยกัน แล้วปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำมะนาว



ปูผัดผงกะีหรี่


เครื่องปรุง
1.ไข่เป็ด                                              2  ฟอง
2.นมสดกระป๋อง                                 2  ช้อนโต๊ะ
3.น้ำมันน้ำพริกเผา                               2  ช้อนโต๊ะ
4.ผงกะหรี่ตรามือ(สูตรอังกฤษ)           1  ช้อนชา
5.น้ำตาลทราย                                     ½ ช้อนโต๊ะ
6.น้ำมันหอย                                        1  ช้อนโต๊ะ
7.ซีอิ๊วขาว                                           1  ช้อนโต๊ะ
8.พริกชี้ฟ้าแดงหั่นตามยาว                  2  ดอก
9.ต้นหอมหั่นยาว 2 นิ้ว                        2  ต้น
10.ปู หรือ เนื้อปู

วิธีทำ
1.นำเครื่องปรุงทั้งหมดผสมเข้าด้วยกัน ใช้ทัพพีคนเบาๆให้เป็นเนื้อเดียวกัน
2.หั่นปูแยกออกเป็นกระดอง กรรเชียง และก้าม แล้วเอาไปนึ่งให้สุก
3.ตั้งกระทะบนเตาใช้ไฟกลางๆ นำพริกชี้ฟ้าแดงและต้นหอมลงผัดกับน้ำมันให้ส่งกลิ่นหอมกรุ่น จึงเทปูนึ่งลงไปผัด
4. พอน้ำมันเคลือบปูทั้งตัวแล้วจึงเทเครื่องปรุงที่เตรียมไว้ลงไปผัด เร่งไฟให้แรงขึ้น พอเนื้อไข่เป็ดเริ่มสุกจึงตักปูผัดผงกะหรี่ใส่จานเสริฟร้อนๆทันที


เส้นใหญ่ราดหน้าปลาเต้าซี่

ส่วนผสม
เส้นใหญ่ 200 กรัม
ปลาเก๋า/ปลากะพง 400 กรัม
พริกหวานเม็ดใหญ่สีเขียว แดง เหลือง หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมใหญ่ 400-500 กรัม
น้ำสต็อก 4 ถ้วย
เต้าซี่ 1/4 ถ้วย
น้ำมันหอย 4 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวโพดละลายน้ำ 4 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันสำหรับทอดและผัด

วิธีผัดก๋วยเตี๋ยว: ยีเส้นก๋วยเตี๋ยวให้ร่วน นำลงคั่วในกระทะให้เหลืองเล็กน้อยและมีกลิ่นหอม

วิธี หมักปลา: หั่นเนื้อปลาชิ้นใหญ่หนา โรยเกลือ น้ำตาล ใส่น้ำมันพืช น้ำมันงา อย่างละประมาณ 1/4 ช้อนชา ใส่ไข่ขาว 1 ฟอง โรยแป้งข้าวโพดให้เกาะชิ้นปลา คลุกเครื่องปรุงทั้งหมดกับเนื้อปลาให้ทั่ว พักไว้สักครู่ แล้วนำไปทอดในน้ำมันร้อนจัดให้สุก 80 % ต้องใส่น้ำมันให้ท่วมชิ้นปลา

วิธีทำราดหน้า
1.ล้างเต้าซี่ให้สะอาด แช่ในน้ำอุ่นสักพัก นำขึ้นใส่ตะแกรงพักไว้ให้แห้งแล้วสับหยาบๆ
2.ตั้งกระทะใส่น้ำมันพอร้อน ใส่เต้าซี่และกระเทียมลงไปผัดจนหอม แล้วจึงใส่พริกหวานผัดพอสลด เติมน้ำสต็อก ผัดจนพริกหวานเริ่มสุก
3.ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ใส่แป้งข้าวโพดละลายน้ำ พอเหนียวใส่ปลาที่ทอดไว้ ผัดให้เข้ากันและตักราดเส้นก๋วยเตี๋ยว

การ คั่วก๋วยเตี๋ยวควรใช้ไฟปานกลางอ่อน คั่วเร็วๆ ใช้ตะหลิวเกลี่ยเส้นเพื่อไม่ให้ติดกัน และต้องระวังไม่ให้เส้นขาด คนที่หัดผัดส่วนใหญ่เส้นก๋วยเตี๋ยวจะจับกันเป็นก้อน ต้องหัดผัดหลายครั้งๆ

   

ต้าหู้ทรงเครื่อง

ส่วนผสม
- เต้าหู้หลอดตัดเป็นชิ้นๆ ตามขวางหนาประมาณ 1 ซ.ม. จำนวน  1 หลอด
- ข้าวโพดอ่อน 2 ฟัก
- แครอทหั่นแบบลูกเต๋า 1/4 ถ.ต.
- พริกหวานหั่นแบบลูกเต๋า  1/4 ถ.ต.
- มะเขือเทศหั่นแบบลูกเต๋า 1/4 ถ.ต.
- หอมใหญ่หั่นแบบลูกเต๋า 1/4 ถ.ต.
- ซีอิ๊วขาว 1 ช.ต.
- น้ำตาลทราย 1 ช.ต.
- ซอสมะเขือเทศ 4 ช.ต.
- แป้งสาลี 2 ช.ต.
- แป้งท้าวยายม่อม 1 ช.ต.
- น้ำเปล่า 1 1/2 ถ.ต.
- อโรมาต 1 ช.ช.
- พริกไทยขาวป่น 1/4 ช.ช.
- เกลือป่น 1/4 ช.ช.
- น้ำมันพืช 2 ช.ต.

วิธีทำ
1. หั่นเต้าหู้ตามขวางหนาประมาณ 1 ซ.ม. แล้วคลุกด้วยแป้งสาลีก่อนนำลงทอดจนเหลืองแล้วพักไว้
2. ตั้งกะทะใส่น้ำมันพืช รอให้ร้อนใส่ผักที่เตรียมไว้ผัดให้สุกแล้วเติมน้ำเปล่า 1 ถ.ต. พอให้ท่วมผักในกะทะ  จากนั้นปรุงรสด้วย ซีอิ้วขาว  น้ำตาลทราย  ซอสมะเขือเทศ  เกลือ  แล้วจึงเติมแป้งท้าวยายม่อมที่ผสมกับน้ำส่วนที่เหลือ  เพื่อให้น้ำซอสข้นและเหนียว
3. ตักราดบนเต้าหู้เวลาจะรับประทานเสิร์ฟร้อนๆ โรยพริกไทยและแต่งหน้าด้วย พริกชี้ฟ้าหั่นฝอย

* หมายเหตุเต้าหู้ทรงเครื่องสามารถทำได้ 2  วิธี  คือ  นำเต้าหู้ไปทอดก่อน หรืออีกวิธี หั่นเต้าหู้เป็นแบบลูกเต๋า  แล้วใส่ลงไปคลุกเคล้ากับน้ำซอสที่ผัดเสร็จแล้ว



ลูกชิ้นกุ้งผัดผักโสภณ

ส่วนผสมลูกชิ้น
- กุ้งสับละเอียด 200 กรัม
- รากผักชี 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียม 2 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
- ซีอิ้วขาว 2 ช้อนชา
- น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
- แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1.โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทยให้ละเอียด
2.ผสมกุ้งกับเครื่องที่โขลก ซีอิ้วขาว น้ำมันงา แป้งข้าวโพดนวดให้เข้ากัน ปั้นเป็นก้อนกลมๆ นึ่งพอสุก

ส่วนผสม
- ลูกชิ้นกุ้ง 1 ถ้วย
- ผักโสภณหั่นเป็นชิ้นๆ 2 ถ้วย
- กระเทียมทุบสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมัน 1/4 ถ้วย
- ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
- น้ำซุป 1 ถ้วย
- พริกไทยป่น 2 ช้อนชา
- เห็ดหอมแช่น้ำให้อิ่ม 7 ดอก

วิธีทำ
- นำผักมาลวกในน้ำเดือดตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ
- นำน้ำมันใส่กระทะตั้งไฟพอร้อน ใส่กระเทียมเจียวพอหอม
- ใส่น้ำซุป ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว น้ำมันหอย น้ำตาลทราย พริกไทยป่นคนให้น้ำตาลละลายเข้ากัน
- ใส่ลูกชิ้นกุ้งผัดให้เข้ากัน ชิมรสดีแล้ว ใส่แป้งคนพอข้น ใส่ผักโสภณคนให้ทั่วตักใส่จาน



ปลาเก๋านึ่งซีอิ๊ว


ส่วนผสม
- ปลาเก๋า 1 ตัว ขนาด     400     กรัม
- หมู 3 ชั้นซอยบางๆ     50     กรัม
- ขิงหั่นแว่นบาง     20     แว่น
- ขิงซอยเป็นเส้น     ¼     ถ้วยตวง
- ต้นหอมหั่นท่อนยาวประมาณ 3 นิ้ว       3     ต้น
- ต้นหอมซอยเป็นเส้น     ⅓     ถ้วยตวง
- เห็ดหอมแห้งแช่น้ำจนนุ่มซอยบางๆ     3     ดอก
- กระเทียมจีนแกะเปลือกสับ     3     กลีบ
- ซีอิ้วขาว     1     ช้อนโต๊ะ
- ซอสหอยนางลม     1     ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาล     ½     ช้อนชา
- น้ำมันพืช     1½     ช้อนโต๊ะ
- น้ำซุปหรือน้ำเปล่า     ½     ถ้วยตวง

วิธีทำ      
1. ล้าง ปลาให้สะอาด ขอดเกล็ด ผ่าท้องคักไส้ออกทิ้ง ล้างให้สะอาดอีกครั่งด้วยเกลือ จากนั้นบั้งปลาทั้ง 2 ด้าน ใช้กระดาษทิชชู่ซับน้ำให้แห้ง พักไว้
2. ตั้ง หม้อลังถึงใส่น้ำด้วยไฟแรงจนร้อน ระหว่างที่รอน้ำร้อนให้วางหมู 3 ชั้นซอย ขิงซอยแว่น ต้นหอมหั่นท่อน อย่างละครึ่งหนึ่งเรียงพอทั่ว จานปลาหรือภาชนะสำหรับใส่ปลาเพื่อจะนำไปนึ่ง จากนั้นวางปลาทับลงไป แล้วนำหมู 3 ชั้นซอย ขิงซอยแว่น ต้นหอมหั่นท่อน ที่เหลือวางลงไปด้านบนตัวปลาพอทั่ว ปิดด้วยฟิมล์ถนอมอาหาร พอน้ำในลังถึงร้อนนำปลาใส่ลงไปนึ่งประมาณ 15-20 นาที หรือจนสุก
3. ผสมซีอิ้วขาวซอสหอยและน้ำตาลด้วยกัน คนพอน้ำตาลละลายพักไว้
4. ตั้ง กระทะน้ำมันบนไปกลางจนร้อน ใส่กระเทียมลงไปเจียวพอเหลืองใส่เห็ดหอมซอยลงไปผัดด้วยกันพอหอม ใส่ซอสที่ผสมกันในขั้นตอนที่ 3 ลงไปผัดเร็วๆให้เข้ากัน พอเครื่องที่ผัดทั้งหมดร้อน ให้เร่งไฟแรงแล้วค่อยๆเทน้ำซุปหรือน้ำเปล่าลงไปทีละน้อยจนหมด พอน้ำเดือดให้ลดไฟลงเหลืออ่อน ชิมรส ปรุงตามชอบให้เค็มนำหวานตาม จากนั้นใส่ขิงซอยลงไปปิดไฟ พักไว้
5. พอปลาสุก ให้นำปลาออกมาแล้วเอา หมู 3 ชั้น ต้นหอม ขิง ออกทิ้งให้หมด และเทน้ำปลาที่ออกมาทิ้งไปด้วย จากนั้นเทน้ำซอสที่เราผัดไว้ราดลงไปราดลงบนตัวปลา จากนั้นปิดด้วยฟิล์มถนอมอาหารอีกครั้งน้ำปนึ่งต่ออีกประมาณ 1-2 นาที ปิดไฟ
6. ยกปลาออกมาจากลังถึง ตักปลาใส่จานที่เตรียมไว้เพิ่อจะเสิร์ฟเทน้ำซอสราดลงไป วางต้นหอมซอยป็นเส้นด้านบน อาจเพิ่มพริกชี้ฟาซอยเป็นเส้นด้วยก็ได้เพื่อความ สวยงาม ตกแต่งให้สวยงาม เสิร์ฟร้อนๆ


ขอขอบคูณเว็บhttp://www.gingingin.com
Comments