ประชากรอาเซียน

สมาคมอาเซียนมีสมาชิกทั้งสิ้น 10 ประเทศ มีประชากรทั้งสิ้น 560 ล้านคน

สมาคมอาเซียนมีสมาชิกทั้งสิ้น 10 ประเทศ มีประชากรทั้งสิ้น 560 ล้านคน และมีรายได้ประชาชาติรวมทั้งสิ้น 1,100 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทำการค้าขายระหว่างกันปีละประมาณ 1,400 พันล้านเหรียญสหรัฐ นับว่าเป็นกลุ่มเศรษฐกิจที่มีพลังการซื้อและการทำการค้าระหว่างกันที่สำคัญ ที่สุดกลุ่มหนึ่ง

สมาชิกอาเซียน มีความแตกต่างกันในหลายๆ ด้าน ประเทศที่ใหญ่ที่สุด ใหญ่กว่าประเทศที่เล็กที่สุดถึง 2,700 เท่า ในแง่ของประชากรประเทศที่ใหญ่ที่สุด (อินโดนีเซีย) มีประชากรมากกว่าประเทศที่มีประชากรน้อยที่สุด (บรูไน ดารุสซาลาม) 580 เท่า และในแง่ของความร่ำรวย ประเทศที่ร่ำรวยที่สุด (ในแง่ของรายได้ประชาชาติ/พลเมือง 1 คน บรูไน ดารุสซาลาม) ร่ำรวยกว่าประเทศที่ยากจนที่สุดถึง 145 เท่า ระดับการพัฒนาของ CSR และความต้องการของชุมชนในแต่ละประเทศก็ต่างกันโดยมีสิงคโปร์นำตามด้วยประเทศ มาเลเซียและประเทศไทย

ประเทศทั้ง 10 ต้องการสร้างตลาดให้กับสมาชิกอาเซียนเพื่อป้องกันภัยจากเศรษฐกิจที่เกิดจาก ตลาดหดตัวของตลาดส่งออก นอกจากนี้ในยามปกติอาเซียนต้องการค้าขายกับประชาคมยุโรปและสหรัฐอเมริกาซึ่ง มีกฎเกณฑ์มากมาย สมาชิกจึงจำเป็นที่จะต้องมีการเตรียมตัวเพื่อให้มีมาตรฐานการปฏิบัติที่เป็น ที่ยอมรับในประชาคมยุโรปและในสหรัฐอเมริกา มาตรการที่จะต้องปรับปรุงมี 7 ประการด้วยกัน คือ 1) มีการบริหารจัดการองค์กรที่ดี 2) ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน 3) ปฏิบัติต่อผู้ใช้แรงงานอย่างเป็นธรรม 4) การใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์พลังงาน 5) ดำเนินธุรกิจด้วยความเป็นธรรม ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค 6) ไม่โกงหรือละเมิด ลิขสิทธิผู้อื่น 7) ร่วมพัฒนาชุมชนและสังคม

CSR ในสมาคมอาเซียน

ระดับการพัฒนาของ CSR ในแต่ละประเทศต่างกันมาก เช่น ภาคธุรกิจเอกชนในประเทศกัมพูชา ลาว เวียดนาม และพม่า ถูกควบคุมโดยกลไกของรัฐ ภาคธุรกิจดังกล่าวยังเล็กและยังไม่สามารถให้การสนับสนุนกิจกรรม CSR ได้ ประกอบกับความเข้าใจในกิจกรรม CSR ยังไม่ดีนัก ในปัจจุบันบริษัทข้ามชาติได้เข้าไปทำกิจกรรม CSR แต่ก็ยังไม่ได้รับความไว้วางใจอย่างเต็มที่* ตัวอย่างหนึ่งที่น่าจะนำมาเล่าให้ฟัง คือ เมื่อปี 2547 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้มีพระกระแสรับสั่งให้ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เข้าไปช่วยทำ CSR ในประเทศกัมพูชา ADB ได้ขอให้สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชนรับเป็นที่ปรึกษาโครงการและเกิดโครงการ CBIRD ขึ้นในกัมพูชา**

ประเทศฟิลิปปินส์มีปัญหาอีกลักษณะหนึ่ง แม้ว่าจะเริ่มมี CSR เมื่อปี 2493 แต่การที่รัฐบาลไม่สามารถสร้างโครงการวางแผนครอบครัวได้ ทำให้ประเทศฟิลิปปินส์ยังอยู่ในสภาพยากจน เมื่อปี 2513 รายได้ประชาชาติ/คน และพลเมืองของประเทศฟิลิปปินส์กับประเทศไทยเท่ากันพอดี ปัจจุบันรายได้ประชาชาติ/คนของประเทศไทยเป็น 3 เท่าของประเทศฟิลิปปินส์มีพลเมือง 87.1 ล้านคนในขณะที่พลเมืองประเทศไทยมีแค่ 62.8 ล้านคน แม้ว่า NGO ในประเทศฟิลิปปินส์จะมีมากและเข้มแข็งแต่ CSR ยังต้องได้รับการพัฒนาอีกมาก ประเทศอินโดนีเซียก็อยู่ในสภาพคล้ายกันแต่ความก้าวหน้าด้าน CSR ของอินโดนีเซียก็ไปได้ดี

 

แหล่งที่มา

http://www.tnewsnetwork.com/BrowseArticle.php?cat_id=1&article_id=2070

 

Comments