ประวัติจังหวัดกาฬสินธุ์

ประวัติจังหวัดกาฬสินธุ์
 
ตรา

รูปติณชาติ  บึงน้ำสีดำ  ภูเขา และเมฆ
เริ่มใช้งานเมื่อปี พ.ศ.2490
      หมายถึง สัญลักษณ์ของความชุ่มชื่นและอุดมสมบูรณ์ของภูมิภาค ทิวเขาตรงแนวสุดขอบฟ้าคือแนว กั้นเขตแดนกับจังหวัดใกล้เคียง
น้ำในบึงที่มีสีดำ เพื่อให้ตรงกับชื่อของจังหวัดกาฬสินธุ์ ตั้งเป็นเมืองเมื่อปี พ.ศ.2336 เพราะมีชาวเมืองเวียงจันทร์อพยบมาตั้งบ้านเมือง
อยู่มากที่บ้านสงเปลือยทางฝั่งตะวันออกของริมน้ำปาว
 
 
คำขวัญจังหวัดกาฬสินธุ์
ฟ้าแดดสงยาง โปงลางเลิศล้ำ วัฒนธรรมภูไท ผ้าไหมแพรวา  
ผาเสวยภูพาน มหาธารลำปาว
ไดโนเสาร์สัตว์โลกล้านปี
 
    สมัยกรุงธนบุรีประมาณ พ.ศ. 2310 พระเจ้าองค์เวียนดาแห่งนครเวียงจันทน์ ได้สิ้นพระชนม์ โอรสท้าวเพี้ยเมืองแสน ได้ยกกองทัพเข้ายึดเมืองเวียงจันทน์ และได้สถาปนาขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดิน สืบแทน ทรงพระนามว่า "พระเจ้าศิริบุญสาร"
    พ.ศ. 2330 ท้าวโสมพะมิตร และอุปราชเมืองแสนฆ้องโปง เมืองแสนหน้าง้ำเกิดขัดใจกับ พระเจ้าศิริบุญสาร จึงรวบรวมผู้คนอพยพจากดินแดนทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ข้ามมาตั้งบ้านเรือนบริเวณลุ่มน้ำก่ำ แถบบ้านพรรณา(ปัจจุบันอยู่ในเขตจังหวัดสกลนคร) ต่อมาท้าวศิริบุญสารได้ยกกองทัพติดตามมา ท้าวโสมพะมิตรจึงอพยพต่อไปโดยแยกเป็น 2 สาย คือ
    สายที่ 1 มีเมืองแสนหน้าง้ำเป็นหัวหน้า อพยพไปทางทิศตะวันออกสมทบกับพระวอ หลบหนีไปจนถึงนครจำปาศักดิ์ ขอพึ่งบารมีของพระเจ้าหลวงแห่งนครจำปาศักดิ์ และตั้งบ้านเรือน ณ ดอนค้อนกอง ต่อมาเรียว่า"ค่ายบ้านดู่ บ้านแก" ในปี พ.ศ. 2321 พระเจ้าศิริบุญสารให้เพี้ยสรรคสุโภย ยกกองทัพมาปราบ พระวอตายในสนามรบ ผู้คนที่เหลือจึงอพยพไปอยู่ในเกาะกลางลำแม่น้ำมูลชื่อว่า "ดอนมดแดง" (ปัจจุบันอยู่ในเขตจังหวัดอุบลฯ)
    สายที่ 2 มีท้าวโสมพะมิตร เป็นหัวหน้า ได้อพยพข้ามสันเขาภูพานลงมาทางใต้และตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านกลางหมื่น ต่อมาท้าวโสมพะมิตรได้ส่งท้าวตรัยและคณะออกเสาะหาชัยภูมิที่จะสร้างเมืองใหม่ ใช้เวลาประมาณปีเศษ จึงพบทำเลที่เหมาะสมคือ บริเวณลำน้ำปาว และเห็นว่าแก่งสำโรงชายสงเปลือย มีดินน้ำอุดมสมบูรณ์ จึงอพยพผู้คนมาตั้งบ้านเรือน และได้จัดตั้งศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
    พ.ศ. 2336 ท้าวโสมพะมิตร ได้นำเครื่องบรรณาการ คือกาน้ำสัมฤทธิ์ เข้าสวามิภักดิ์ ต่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี และขอตั้งบ้านแก่งสำโรงขึ้นเป็นเมือง ได้รับพระราชทานนามว่า "กาฬสินธุ์" และได้แต่งตั้งท้าวโสมพะมิตรเป็น "พระยาชัยสุนทร"
    พ.ศ. 2437 สมัยพระยาชัยสุนทร(ท้าวเก) ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองเป็นแบบเทศาภิบาล มี มณฑล จังหวัด อำเภอ ตำบล และให้เมืองกาฬสินธุ์ "เป็นอำเภออุทัยกาฬสินธุ์" ขึ้นกับจังหวัดร้อยเอ็ด
    วันที่ 1 สิงหาคม 2456 ได้ยกฐานะอำเภออุทัยกาฬสินธุ์ เป็น "จังหวัดกาฬสินธุ์" ให้มีอำนาจปกครอง อำเภออุทัยกาฬสินธุ์ อำเภอสหัสขันธ์ อำเภอกุฉินารายณ์ อำเภอกมลาไสย และอำเภอยางตลาด โดยให้ขึ้นต่อมณฑลร้อยเอ็ด
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2474 จังหวัดกาฬสินธุ์ ถูกยุบเป็นอำเภอ ขึ้นกับจังหวัดมหาสารคาม
    วันที่ 1 ตุลาคม 2490 ได้ยกฐานะเป็น "จังหวัดกาฬสินธุ์" จนถึงปัจจุบัน
 
                                                 
แผนที่ตัวเมืองกาฬสินธุ์
 
 
 
แผนที่จังหวัดกาฬสินธุ์
 
 
 
การเดินทาง
ทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯ-กาฬสินธุ์ ระยะทาง 519 กิโลเมตร ใช้เส้นทาง กรุงเทพฯ-สระบุรี-นครราชสีมา (ทางหลวงหมายเลข 2) ถึงอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ต่อด้วยเส้นทางหลวงหมายเลข 23 และทางหลวงหมายเลข 209 มหาสารคาม-กาฬสินธุ์
ทางรถโดยสาร บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดบริการเดินรถกรุงเทพฯ-กาฬสินธุ์ทุกวัน โดยมีบริการทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อสอบถามที่ สถานีขนส่งสายตะวันออกเฉียงเหนือ (ตลาดหมอชิต) โทร. 936-2841 (รถธรรมดา) และต่อ 170 (รถปรับอากาศ)
ทางรถไฟ ต้องเดินทางจากกรุงเทพฯ-สถานีรถไฟขอนแก่น จากขอนแก่นต่อรถประจำทางเข้ากาฬสินธุ์อีก 75 กิโลเมตร สำหรับกรุงเทพฯ-ขอนแก่นนั้น การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดบริการทั้งขบวนรถเร็ว รถด่วน และรถดีเซลรางปรับอากาศ รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อสอบถามได้ที่ หน่วยบริการเดินทางของการรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690, 223-7010, 223-7020 สถานีรถไฟขอนแก่น โทร. (043) 221-112
ทางเครื่องบิน ต้องไปลงที่จังหวัดขอนแก่น แล้วต่อรถยนต์โดยสารเข้ากาฬสินธุ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 280-0070-90
 
 
ที่พัก
จังหวัดกาฬสินธุ์
-โรงแรมริมปาว
http://www.rimpaohotel.com
อำเภอเมือง
-บังกะโลไทรทอง ถ.โสมพะมิตร โทร. 813348 จำนวน 16 ห้อง ราคา 200-360 บาท
-ไพบูลย์ 125/5-6 ถ.โสมพะมิตร โทร. 811661 จำนวน 48 ห้อง ราคา 200-420 บาท
-สุภัค 81/7 ถ.เสน่หา โทร. 811315, 811051 จำนวน 52 ห้อง ราคา 180-600 บาท
-แสงทอง 100-102 ถ.ภิรมย์ โทร. 811555 จำนวน 30 ห้อง ราคา 120-450 บาท
-ริมปาว ถ.กุดยางสามัคคี โทร. 813631-9 จำนวน 140 ห้อง ราคา 550-3,745 บาท
-บังกะโล สบาย สบาย 118 ถ.กาฬสินธุ์-สหัสขันธุ์ โทร. 812617 จำนวน 25 ห้อง ราคา 280–480 บาท
อำเภอสมเด็จ
-สมเด็จโฮเต็ล 158/2 ต.สมเด็จ โทร. 861150 จำนวน 31 ห้อง ราคา 160-350 บาท
อำเภอกุฉินารายณ์
-พีพี บังกะโล 103 หมู่ 10 ต.บัวขาว โทร.832443 จำนวน 15 ห้อง ราคา 350 บาท
-แสงชัย 121 ถ.บัวขาว โทร. 851222 จำนวน 6 ห้อง ราคา 100-300 บาท

 
 
ร้านอาหาร
อำเภอเมือง
-ห้องอาหารกุฉินารายณ์ ภายในโรงแรมริมปาว ถ.กุดยางสามัคคี โทร. 813631
-ห้องอาหารสุภัค ภายในโรงแรมสุภัค ถ.เสน่หา โทร. 811031
-ณัชชาสุกี้ ถ.ภิรมย์ โทร. 812320
-บี เอ็ม ถ.ถีนานนท์ โทร. 821403
-แซบอีหลี ถ.ภิรมย์ โทร. 811514
-อุดมโภชนา ถ.โสมพะมิตร โทร. 811912
-อู๊ดไอสครีม ถ.สุรินทร์ โทร. 811679
-ปาร์ควิว 21 หมู่ 6 กม.4 ถ.กาฬสินธุ์-สหัสขันธ์ โทร. 812254
-บ้านพักเรือนแพ 5 หมู่ 7 ถ.กาฬสินธุ์-สหัสขันธ์ ต.ภูดิน โทร.(01) 9657597
อำเภอยางตลาด
-เชลล์โภชนา สี่แยกอำเภอยางตลาด โทร. 691169
-พลอยทะเล สี่แยกอำเภอยางตลาด โทร. 891138, 891484
-กำนันบุญส่ง ปากทางเข้าเขื่อนลำปาว โทร.(01) 9745814
อำเภอสหัสขันธ์
-เคียงปาว แหลมโนนวิเศษ ต.โนนบุรี โทร.(01) 9759171
อำเภอสมเด็จ
-พรนภาโภชนา ถ.ถีนานนท์ โทร. 861274, (01) 8530437
-คักอีหลี ถ.ถีนานนท์ โทร. 861311
อำเภอกุฉินารายณ์
-เดียร์ ริมบึงบัวขาว โทร. 851391
 
 
สถานที่ท่องเที่ยว
อำเภอสหัสขันธ์
วัดสักกะวัน ตั้งอยู่ที่เชิงภูกุ้มข้าว อำเภอสหัสขันธ์ สามารถเดินทางโดยใช้เส้นทางกาฬสินธุ์-สหัสขันธ์ (ทางหลวง 227) ประมาณ 28 กิโลเมตร (ก่อนถึงสหัสขันธ์ 2 กิโลเมตร) มีทางแยกขวาไปวัดสักวันอีก 1 กิโลเมตร วัดนี้เป็นสถานที่ค้นพบกระดูกไดโนเสาร์จำนวนมาก โดยซากกระดูกบางส่วนได้นำมาจัดแสดงที่ศาลาวัด มีการจัดนิทรรศการแสดงความเป็นมาของบการเกิดไดโนเสาร์ยุคต่าง ๆ รวมทั้งรูปภาพการขุดค้นพบซากกระดูกเหล่านี้ นอกจากนั้น ห่างจากศาลาวัดไปประมาณ 100 เมตร มีโครงกระดูกไดโนเสาร์ฝังอยู่ในพื้นดินบริเวณเชิงเขา ได้รับการขุดแต่งโดยเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณีเป็นซากกระดูกไดโนเสาร์ชนิดซอโรพอต ประมาณ 7 ตัว ซึ่งอยู่ในยุคครีเทเชียส อายุประมาณ 130 ล้านปี นอกจากนี้วัดสักกะวัน ยังเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อบันดาลฤทธิผล (หลวงพ่อบ้านด่าน) เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยทวารวดี ซึ่งชาวบ้านในท้องถิ่นถือเป็นสิ่งศักสิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง
พุทธสถานภูสิงห์ อยู่บนยอดเขาภูสิงห์ ห่างจากตัวเมืองไปทางเหนือประมาณ 34 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 2319 มีทางขึ้น 2 ทาง คือ ทางลาดยางคดเคี้ยวขึ้นตามไหล่เขาทางทิศตะวันตก และทางเดินเท้าทำเป็นบันได 401 ขั้น ทางทิศตะวันออก เป็นสถานที่พักผ่อนที่ร่มรื่นล้อมรอบด้วยธรรมชาติ ทั้งยังมองเห็นทิวทัศน์ของทุ่งนา หมู่บ้านและน้ำในเขื่อนลำปาวอันสวยงามอีกด้วย พุทธสถานภูสิงห์เป็นที่ประดิษฐานพระพรหมภูมิปา-โล ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 10.5 เมตร มีพระวรกายสง่างาม เป็นสถานที่พักผ่อนที่ร่มรื่น
วัดพุทธนิมิตภูค่าวตั้งอยู่บ้านนาสีนวล ตำบลสหัสขันธ์ ห่างจากตัวอำเภอสหัสขันธ์ประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ตะแคงซ้าย ไม่มีเกตุมาลา ยาวประมาณ 2 เมตร กว้าง 50 ซม. เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป ภายในวัดยังมีอุโบสถไม้แบบเปิด แกะสลักลวดลายงดงาม ตามประตู หน้าต่าง เพดาน เป็นภาพพุทธประวัติ ทศชาติชาดก และยังมีวิหารสังฆนิมิตร ซึ่งเป็นที่เก็บพระพุทธรูป และพระเครื่องรุ่นต่าง ๆ ที่หายากเปิดให้เข้าชมทุกวัน
วัดตาดแม่นายเทพนิมิตรตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลโนนทรี เป็นวัดที่มีศิลปะของสิ่งก่อสร้างที่หลากหลายสวยงาม ตั้งอยู่ลาดเขา มีธรรมชาติที่สวยงามร่มรื่น
แหลมโนนวิเศษ เป็นผืนดินที่ยื่นเข้าไปในอ่างเก็บน้ำ เขื่อนลำปาว ตั้งอยู่ที่ ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธ์ ห่างจากตัวอำเภอไปทางทิศตะวันตกประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นจุดชมพระอาทิตย์อัสดงที่สวยงามมาก ปัจจุบันแหลมโนนวิเศษมีแพขนานยนต์ที่ใช้สัญจรข้ามฟากระหว่าง อ.สหัสขันธ์ กับ อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งสามารถบรรทุกได้ทั้งรถ 6 ล้อ และ 4 ล้อ ครั้งละ 4-10 คัน ใช้เวลาข้ามฟากประมาณ 15–20 นาที
อำเภอคำม่วง
กลุ่มทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพน อำเภอคำม่วง ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ 70 กิโลเมตร ผ้าแพรวาทอจากผ้าไหมด้วยลายมัดหมี่ละเอียดลายเฉพาะตัว เป็นงานฝีมือทอผ้าของชาวผู้ไทย ต่อมาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงสนับสนุนจนเป็นที่แพร่หลาย ลักษณะลายผ้าอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของกลุ่มทอผ้าชาวผู้ไทยบ้านโพนนั้น แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ลายหลัก และลายแถบ ส่วนสีของผ้าแพรวามิได้มีเพียงสีแดงเท่านั้น ปัจจุบันนี้มีการให้สีต่างๆ มากขึ้นตามความต้องการของตลาด เช่น สีครีม สีชมพูอ่อน สีม่วง สีน้ำเงิน สีเขียว เป็นต้น ซึ่งนับได้ว่าการทอผ้าแพรวาเป็นงานศิลปหัตถกรรมประเภทสิ่งทอที่หาได้น้อยแห่งในประเทศไทย

อำเภอเมือง
อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร (ท้าวโสมพะมิตร) ตั้งอยู่หน้าที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นอนุสาวรีย์หล่อด้วยสัมฤทธิ์เท่าตัวจริงยืนบนแท่นมือขวาถือกาน้ำ มือซ้ายถือดาบอาญาสิทธิ์ ชาวกาฬสินธุ์ทุกหมู่เหล่าได้สละทรัพย์ก่อสร้างอนุสาวรีย์ เพื่อเป็นการแสดงกตเวทิตาต่อผู้ให้กำเนิดเมืองกาฬสินธุ์
วัดกลาง อยู่ที่อำเภอเมือง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ดำ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 20 นิ้ว เป็นพระพุทธรูปลักษณะงดงาม สร้างในสมัยพระเจ้าคูนาข้าม พระชัยสุนทร (กิ่ง) ได้นำมาเป็นพระพุทธรูปศรีเมือง เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ หากปีใดฝนแล้งประชาชนชาวเมืองจะอัญเชิญพระพุทธรูปออกแห่ขอฝนเสมอ ที่พระแท่นมีรอยจารึกเป็นอักษรไทยโบราณ
   นอกจากพระพุทธรูปองค์ดำแล้ว วัดกลางยังมีพระพุทธบาทจำลองขนาดกว้าง 1 ศอก ยาว 4 ศอก ทำด้วยศิลาแลง สันนิษฐานว่าในสมัยละว้าปกครอง เดิมอยู่ริมลำปาวใกล้แก่งสำโรงได้มีการสมโภชน์ทุกปี แต่ต่อมาตลิ่งลำปาวพังเข้ามาทุกปี ชาวเมืองเกรงจะถูกน้ำเซาะทำลาย จึงได้อัญเชิญมาไว้ในพระอุโบสถร่วมกับพระพุทธรูปองค์ดำ
วัดศรีบุญเรือง (วัดเหนือ) เป็นวัดเก่าแก่ในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์แห่งหนึ่ง ซึ่งมีเสมาจำหลักเมืองฟ้าแดดสูงยางจำนวนหนึ่งเก็บรักษาไว้ โดยปักไว้รอบพระอุโบสถ หลักเสมาจำหลัก ที่สวยงามคือ หลักที่จำหลักเป็นรูปเทวดาอยู่เหนือปราสาททำเป็นซุ้มเรือนแก้ว (ศิลปแบบทวารวดี) ซ้อนกันเป็น 2 ชั้น ล่างสุดมีรูปกษัตริย์ พระมเหสีและพระโอรส

พระพุทธรูปสถานภูปอ ตั้งอยู่ตำบลภูปอ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ไปทางทิศเหนือประมาณ 28 กิโลเมตร ตามเส้นทางหมายเลข 2319 เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณปางไสยาสน์ ฝีมือช่างจากสมัยทวาราวดี จำหลักบนหน้าผา 2 องค์ เป็นที่เคารพบูชาของชาวจังหวัดกาฬสินธุ์และใกล้เคียง องค์แรกประดิษฐานอยู่บนเชิงเขาทางขึ้น องค์ที่ 2 ประดิษฐานอยู่บนภูปอ นอกจากภูปอจะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางไสยาสน์อันศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังมีทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่สวยงามเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจอย่างยิ่ง ประชาชนในท้องถิ่นจัดงานสมโภชน์พระพุทธไสยาสน์ขึ้นประมาณเดือนเมษายน ของทุกปี
อำเภอกมลาไสย
เมืองฟ้าแดดสูงยาง ตั้งอยู่ในเขตอำเภอกมลาไสย ฟ้าแดดสงยาง หรือเรียกเพี้ยนไป
เป็นฟ้าแดดสูงยาง บางแห่งเรียกว่า เมืองเสมา เนื่องจากมีผังเมืองรูปร่างคล้ายใบเสมา เป็นเมืองโบราณ มีซากอิฐปนดิน คูเมืองสองชั้นมีลักษณะเป็นท้องน้ำที่พอมองเห็น คือพระธาตุยาคู ผังเมืองรูปไข่แบบทวาราวดีแต่มีตัวเมืองสองชั้น เชื่อว่าเกิดจากการขยายตัวเมือง ชาวนามักขุดพบใบเสมาหินทรายมีลวดลายบ้าง ไม่มีบ้าง ที่ขึ้นทะเบียนไว้ทางกรมศิลปากร 130 แผ่น พระพิมพ์ดินเผามีลักษณะเป็นอิทธิพลของสกุลช่างคุปตะรุ่นหลัง อายุประมาณ 1,000-2,000 ปี มีอยู่ทั่วไป นอกจากนี้ยังพบกล้องยาสูบดินเผาลวดลายอมราวดี ก้านขดเป็นรูปตัวมังกร อายุ 7,000 ปี ที่น่าสนใจคือกล้องยาสูบชนิดเดียวกันแต่ทำด้วยทองสัมฤทธิ์ อายุประมาณ 5,000-6,000 ปี ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่ายุคโลหะของสุวรรณภูมิได้เริ่มมาก่อนทุกๆ แห่งในโลกนี้
   เมืองฟ้าแดดสูงยาง จึงเป็นเมืองโบราณที่มีอายุระหว่าง พ.ศ. 1300-1600 ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเสมา ตำบลหนองแปน ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 19 กิโลเมตร เดินทางตามเส้นทาง 214 (กาฬสินธุ์-ร้อยเอ็ด) แยกขวามือเข้าทางโรงเรียนกมลาไสย ประมาณ 13 กิโลเมตร แยกขวามือเข้าไปตามทางลูกรังอีก 600 เมตร นับเป็นสถานที่สำคัญในการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับโบราณสถานโบราณวัตถุที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัด
พระธาตุยาคู เดิมเรียกว่า “ธาตุใหญ่” เป็นพระสถูปสมัยทวาราวดี (ราวพุทธศตวรรษที่ 13-15) ตั้งอยู่กลางทุ่งนาทิศเหนือบ้านเสมา อำเภอกมลาไสย ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ประมาณ 19 กิโลเมตร เป็นศิลปะการก่อสร้างแบบทวาราวดี ทำด้วยอิฐดิน ฐานเป็นรูป 8 เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ขนาดฐานกว้าง 10 เมตร ยาว 10 เมตร สร้างซ้อนกันเป็นลักษณะแบบจตุรมุขสูงจากฐานถึงยอด 8 เมตร เชื่อกันว่าเป็นเจดีย์บรรจุอัฐิของพระเถระผู้ใหญ่ที่ชาวเมืองเคารพนับถือ สังเกตได้จากเมื่อเมืองเชียงโสมชนะสงคราม ได้ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองฟ้าแดดแต่ไม่ได้ทำลายพระธาตุยาคู จึงเป็นโบราณสถานที่ยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ซึ่งต่อมาได้มีการบูรณะ ชาวบ้านจะจัดให้มีงานเทศกาลเป็นประจำทุกปีในระหว่างเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม เพื่อเป็นการขอฝนและความร่มเย็นของหมู่บ้าน
วัดโพธิ์ชัยเสมาราม หรือวัดบ้านก้อม อยู่ในอาณาเขตเมืองฟ้าแดดสูงยางไม่ไกลจากพระธาตุยาคู เป็นวัดโบราณ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่ ใบเสมาหินสมัยทวาราวดี ที่ปักอยู่เป็นแนวกำแพงและที่เก็บรวบรวมไว้ในวัดเป็นบางส่วน ที่ใบเสมาจำหลักเป็นภาพต่างๆ ส่วนมากสลักเป็นภาพเกี่ยวกับพุทธศาสนา
อำเภอยางตลาด
เขื่อนลำปาว เป็นเขื่อนดินซึ่งสร้างปิดกั้นลำน้ำปาว และห้วยยาง มีบริเวณเขตติดต่อระหว่างตำบลลำปาว อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ตำบลหนองบัว อำเภอหนองกุงศรี และตำบลเว่อ อำเภอยางตลาด ตามเส้นทางหมายเลข 209 ทางหลวงสายกาฬสินธุ์-มหาสารคาม ตรงหลักกิโลเมตรที่ 10 แยกขวามือเข้าเขื่อนลำปาวตามถนนลาดยาง 26 กิโลเมตร เป็นเขื่อนดินสูงจากท้องน้ำ 33 เมตร สันเขื่อนยาว 7.8 เมตร กว้าง 8 เมตร เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2506 สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2511 เพื่อปิดกั้นลำน้ำปาวและห้วยยางที่บ้านหนองสองห้อง ตำบลลำปาว อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ทำให้เกิดอ่างเก็บน้ำแฝดทางด้านเหนือเขื่อน จึงได้ขุดร่องเชื่อมระหว่างอ่างทั้งสอง เก็บน้ำได้ 1,430 ล้านลูกบาศก์เมตร สร้างขึ้นเพื่อบรรเทาอุทกภัยและเพื่อการเกษตรโดยเฉพาะ นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา มีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจได้แก่ หาดดอกเกด ซึ่งเปรียบเสมือนสวรรค์ชายหาดของคนอีสาน
สถานีศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าลำปาว (สวนสะออน) อยู่บริเวณทิศตะวันออกของอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว มีเนื้อที่ 1,420 ไร่ เป็นสวนป่าธรรมชาติ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมป่าไม้ กรมชลประทาน กรมทางหลวง ได้ร่วมกันดำเนินการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติสวนสัตว์เปิด ได้นำสัตว์ป่าชนิดต่างๆ มาปล่อยไว้ให้อยู่แบบธรรมชาติดั้งเดิม มี “วัวแดง” เป็นสัตว์ป่าที่เป็นเอกลักษณ์ของสถานีฯ สภาพของป่าเป็นป่าเต็งรังหรือป่าแดงมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ซึ่งเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.00-18.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม การใช้บ้านพักของสถานีฯ และตั้งแค้มป์พักแรมต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่สถานีฯ หรือทำจดหมายขออนุญาตล่วงหน้าส่งไปที่ สถานีศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าลำปาว ตู้ ป.ณ. 120 อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ 46000 หรือผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กรมป่าไม้ เขตบางเขน กรุงเทพฯ โทร. 561-4292-3 ต่อ 708 ซึ่งสามารถเดินทางได้สองเส้นทาง คือ ตามเส้นทางไปเขื่อนลำปาว เมื่อถึงตัวเขื่อนจะมีทางเลียบสันเขื่อนไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร หรือใช้เส้นทางกาฬสินธุ์-สหัสขันธ์ (ทางหลวง 227) ประมาณ 19 กิโลเมตร และมีทางแยกซ้ายไปสวนสะออนอีกประมาณ 5 กิโลเมตร
อำเภอท่าคันโท
วนอุทยานภูพระ อยู่ที่ตำบลท่าคันโท อำเภอท่าคันโท จากตัวเมืองใช้เส้นทาง อำเภอเมือง-อำเภอยางตลาด-อำเภอท่าคันโท อยู่ห่างจากตัวเมืองท่าคันโทไป 4 กิโลเมตร ภายในวนอุทยานประกอบด้วยสวนหินรูปร่างแปลกตา อยู่ท่ามกลางป่าเต็งรัง ครอบคลุมพื้นที่ 65,900 ไร่
อำเภอเขาวง
น้ำตกผานางคอย เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ไหลมาจากเทือกเขาภูพาน แบ่งเป็นชั้นๆ มีความสวยงามมาก สภาพป่าโดยรอบเขียวขจีอุดมสมบูรณ์ และลักษณะเด่นคือ มีน้ำไหลตลอดปีแม้ในฤดูแล้ง

น้ำตกตาดทองอยู่ในเขตอำเภอเขาวง บนเส้นทาง เขาวงดงหลวง-มุกดาหาร เป็นน้ำตกที่มีความสวยงาม ด้วยโขดหินสลับซับซ้อน ในฤดูฝนจะเป็นช่วงที่สวยงามที่สุด น้ำตก
ตาดทองจะจัดให้มีงานขึ้นทุกๆ ปี ในช่วงเดือนตุลาคม รถยนต์สามารถเดินทางเข้าถึงน้ำตกได้โดยสะดวก
อำเภอกุฉินารายณ์
กลุ่มหัตถกรรมจักสานไม้ไผ่หนองห้าง ตั้งอยู่ที่บ้านหนองห้าง ต.หนองห้าง ห่างจากอำเภอกุฉิ-นารายณ์ ประมาณ 10 กม. จากที่ว่าการอำเภอกุฉินารายณ์ไปตามถนนหมายเลข 2042 ประมาณ 2 กม. เลี้ยวซ้ายเข้าถนนลาดยางประมาณ 8 กม. ชาวบ้านที่นี่มีฝีมือในการจักสานไม้ไผ่เป็นลวดลายผ้าขิด ฝีมือประณีตสวยงามมาก ผลิตภัณฑ์ได้แก่ กระเตาะ กระติ๊บ กระเป๋า และภาชนะต่าง ๆ
หมู่บ้านวัฒนธรรมผู้ไทยโคกโก่ง เดินทางจากอำเภอกุฉินารายณ์ ไปตามถนนหมายเลข 2042 ประมาณ 12 กม. ถึงบ้านนาไคร้ เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 3 กม. หมู่บ้านวัฒนธรรมไทยโคกโก่ง เป็นหมู่บ้านที่มีการอนุรักษ์วัฒนธรรมชาวผู้ไทย เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวที่สนใจท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้พักแรม (home stay) สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน กิจกรรมที่จัดให้ได้แก่ พิธีบายศรีสู่ขวัญ พิธีเหยา (การรักษาผู้ป่วย) ประเพณีลงข่วง รับประทานอาหารพื้นบ้านแบบพาแลง ชมการแสดงศิลปพื้นบ้าน และเพลิดเพลินกับการเดินชมป่าเขาลำเนาไพร น้ำตกตาดสูง-ตาดยาว ศึกษาธรรมชาติพรรณไม้และพืชสมุนไพรท้องถิ่น ตามเส้นทางเดินป่าในวนอุทยานภูผาวัว เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูสีฐาน ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. (043) 819500
กิ่งอำเภอนาคู
แหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2539 เด็กหญิงสองคนพร้อมด้วยผู้ปกครองไปทานข้าวในวันหยุด ได้พบรอยเท้าประหลาดกลางลานหินลำห้วยเหง้าดู่ เชิงเขาภูแฝก บริเวณเทือกเขาภูพาน บ้านน้ำคำ ตำบลภูแล่นช้าง กิ่งอำเภอนาคู หลังจากนั้นได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่นักธรณีวิทยาพร้อมด้วยส่วนราชการ และเอกชน จ.กาฬสินธุ์ ได้เดินทางไปสำรวจจึงพบว่าเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์ ประเภทเทอร์โรพอด 7 รอย จัดอยู่ในกลุ่มคาร์โนซอร์ชนิดกินเนื้อ อายุประมาณ 140 ล้านปี
อำเภอสมเด็จ
น้ำตกแก้งกะอาม บ้านแก้งกะอาม ตำบลผาเสวย อำเภอสมเด็จ ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ตามเส้นทางกาฬสินธุ์-สกลนคร ทางหลวงหมายเลข 213 ประมาณ 55 กิโลเมตรมีแก่งหินเรียงรายเป็นแนวยาว มีลานหินกว้างเหมาะแก่การพักผ่อน เป็นน้ำตกที่กำลังได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ทางหลวงแผ่นดิน
ผาเสวยอยู่บนเทือกเขาภูพาน เขตบ้านแก้งกะอาม ตำบลผาเสวย อำเภอสมเด็จ ห่างจากที่ว่าการอำเภอสมเด็จ 17 กิโลเมตร หรืออยู่ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ประมาณ 58 กิโลเมตร เส้นทางสายสมเด็จ-สกลนคร เดิมชาวบ้านเรียกว่า “ผารังแร้ง” เมื่อ พ.ศ. 2497 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จผ่านและเสวยพระกระยาหารกลางวัน จึงเรียกที่ประทับนั้นว่า “ผาเสวย” ลักษณะตั้งอยู่บนเหวลึก หน้าผาสูงชัน ชาวบ้านเรียกว่า “เหวหำหด” บนหน้าผาเสวยสามารถชมทัศนียภาพและเป็นที่พักผ่อนได้เป็นอย่างดี
วนอุทยานภูพระ อยู่ในท้องที่ตำบลท่าคันโท ตำบลยางอุ้ม อำเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธ์ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงมูล อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอท่าคันโทประมาณ 4 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 6,200 ไร่ โดยกรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2526
ลักษณะภูมิประเทศ
เป็นภูเขาเตี้ยๆมีพื้นที่ราบภูเขาเป็นบางแห่ง บางแห่งเป็นหน้าผาที่มีความลาดชันสูง มีแหล่งน้ำธรรมชาติไหลรินอยู่ตลอดเวลา มีหินโผล่และลานหินสูงต่ำ
พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า
ป่าเต็งรัง มีพื้นที่ป่ามากที่สุดประมาณ 50 % ของพื้นที่ทั้งหมด มีไม้แคระแกร็นขนาดเล็กขึ้นอยู่ พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ เต็ง รัง พลวง แดง
ป่าดิบแล้ง ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณริมห้วยมีประมาณ 25 % ป่ามีสภาพแคระแกร็น พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ตะเคียนทอง แดง ประดู่ ตะแบกใหญ่
ป่าเบญจพรรณ แทรกอยู่ระหว่างป่าเต็งรังกับป่าดิบแล้ง มีประมาณ 25 % มีไม้พื้นล่างได้แก่ เถาวัลย์ชนิดต่างๆซึ่งขึ้นอยู่ทั่วไป
สัตว์ป่าที่พบได้แก่ หมูป่า ลิง ค่าง บ่าง กระรอก กระแต ไก่ป่า อีเห็น กิ้งก่า พังพอน งู ตะกวด
บ้านพักและสิ่งอำนวยความสะดวก
บ้านพัก-บริการ วนอุทยานภูพระ ไม่มีบ้านพักบริการแก่นักท่องเที่ยว หากมีความประสงค์จะไปพักแรมเพื่อพัก ผ่อนหย่อนใจ โปรดนำเต็นท์ไปกางเอง แล้วไปติดต่อขออนุญาตใช้สถานที่กับเจ้าหน้าที่วนอุทยานวนอุทยานภูพระโดยตรง
แหล่งท่องเที่ยว
บริเวณภูพระมีสำนักสงฆ์ที่ประชาชนให้ความเคารพนับถืออย่างมาก และมีทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่สวยงามป็นภูเขาหินเตี้ยๆปกคลุมด้วยป่าโปร่งตั้งอยู่บนทราบจึงเป็นต้นน้ำลำธารได้อย่างดี
การเดินทาง
รถยนต์ ทางหลวงจากอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ไปอำเภอท่าคันโทถึง วนอุทยานภูพระระยะทางประมาณ 44 กิโลเมตร
ทางหลวงจากอำเภอยางตราด จังหวัดกาฬสินธ์ ผ่านอำเภอห้วยมวกเหล็กและอำเภอกรุงศรี ผ่านหมู่บ้านหนองแซง อำเภอท่าคันโทถึงวนอุทยานภูพระระยะทางประมาณ 65 กิโลเมตร
ทางหลวงสายอำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่นผ่านอำเภอท่าคันโทถึงวนอุทยานภูพระระยะทางประมาณ 75 กิโลเมตร

สถานที่ติดต่อ
วนอุทยานภูพระ สำนักบริหารจัดการในพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (ขอนแก่น) ต.ท่าคันโท อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์
วนอุทยานภูแฝก อยู่ในท้องที่บ้านน้ำคำ ตำบลภูแล่นช้าง กิ่งอำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงห้วยฝา มีเนื้อที่ประมาณ 4,062.50 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2540
ลักษณะภูมิประเทศ
โดยทั่วไปเป็นภูเขาสูง สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 200-475 เมตร มีแหล่งน้ำซับขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นน้ำแร่ มีน้ำตลอดปี ใช้อุปโภคบริโภคได้และใช้ในการเกษตรท้องถิ่นใกล้เคียง
พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า
บริเวณป่าภูแฝกเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ มะค่าโมง กระบก เต็ง รัง ประดู่
สัตว์ป่าที่พบได้แก่ หมูป่า เก้ง ไก่ป่า กระรอก กระแต ลิ่น บ่าง อีเห็น หมาจิ้งจอก
บ้านพักและสิ่งอำนวยความสะดวก
วนอุทยานเขาภูแฝกไม่มีบ้านพักหรือค่ายพักแรมบริการแก่นักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะไปพักแรมค้างคืนและพักผ่อนหย่อนใจ หรือศึกษาหาความรู้ทางธรรมชาติ โปรดนำเต็นท์และเตรียมอาหารไปเอง โดยทางวนอุทยานได้จัดสถานที่ไว้ให้พร้อมกับห้องสุขา ให้ไปติดต่อขออนุญาตใช้สถานที่กับเจ้าหน้าที่ที่วนอุทยานเขาภูแฝกโดยตรง
แหล่งท่องเที่ยว
บ่อน้ำแร่ อยู่บริเวณด้านล่างภูแฝก มีน้ำแร่ น้ำซับไหลตลอดปี สามารถใช้อุปโภคบริโภคได้และเป็น แหล่งอาหารของคนและสัตว์ในพื้นที่
รอยพระพุทธบาท ประทับอยู่บนยอดภูแฝก กว้างประมาณ 210 เซนติเมตร ยาวประมาณ 400 เซนติเมตร ลึกประมาณ 60 เซนติเมตร จำนวน 1 รอย
รอยเท้าไดโนเสาร์ มีการค้นพบทั้งหมด 16 รอย เห็นชัดเจน 7 รอยซึ่งประทับอยู่บนลานหินยุคคลีเตเซียสตอนต้น เป็นรอยเท้าไดโนเสาร์พันธุ์กินเนื้อขนาดใหญ่ อายุประมาณ 140 ล้านปี

รอยสัตว์โบราณ พบจำนวนมากประทับอยู่บนลานหิน กระจัดกระจาย อยู่ทั่วไปในบริเวณใกล้เคียง ลักษณะเป็นรอยคาดยาวเป็นเส้นขนาด 3 เส้น ทุกรอยจะไปสิ้นสุดที่แอ่งหิน ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นรอยสัตว์ประเภทใด
สุดแผ่นดิน อยู่บนยอดภูแฝกที่บริเวณความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 475 เมตร เป็นหน้าผาคล้ายกับว่าบริเวณที่ยืนอยู่สุดเขตแผ่นดิน สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้รอบทิศทาง
ศาลเจ้าแม่ย่าเบ้า หรือ เจ้าแม่นางเบ้า หรือ นางนอนเปลือย เป็นก้อนหินที่มีรูปร่างเหมือนคนนอน แกะสลักเป็นศิลปกรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ อายุกว่า 10,000ปี เป็นสิ่งที่ประชาชนในท้องถิ่นนับถือและสักการะบูชา
การเดินทาง
รถยนต์ เดินทางจากอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ไปตามเส้นทางกาฬสินธุ์-สกลนคร ประมาณ 42 กิโลเมตร ถึงสี่แยกอำเภอสมเด็จเลี้ยวขวาไปประมาณ 20 กิโลเมตร ถึงสามแยกอำเภอห้วยผึ้ง เลี้ยวซ้ายไปทางกิ่งอำเภอนาคู ประมาณ 10 กิโลเมตร ถึงทางแยกเข้าวนอุทยานภูแฝก (ถนนคอนกรีต) เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 4 กิโลเมตร ก็จะถึงวนอุทยานภูแฝก รวมระยะทางจากอำเภอเมืองกาฬสินธ์ถึงวนอุทยานภูแฝก ประมาณ 76 กิโลเมตร
สถานที่ติดต่อ
วนอุทยานภูแฝก สำนักบริหารจัดการในพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (ขอนแก่น) ต.ภูแล่นช้าง อ.กิ่งอำเภอนาคู จ.กาฬสินธุ์ 46000

วนอุทยานภูผาวัว อยู่ในท้องที่บ้านนาไคร้ บ้านโคกโก่ง ตำบลกุดหว้า อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงด่านแย้ มีเนื้อที่ประมาณ 4,000 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2539
ลักษณะภูมิประเทศ
ภูผาวัวเป็นเทือกเขาซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 200-300 เมตร มีบริเวณหน้าผาหรือที่เรียกว่าสุดแผ่นดิน สามารถเห็นภูมิประเทศและทิวทัศน์ได้โดยรอบ มีภูถ้ำเม่น ภูมะตูม ซึ่งเป็นเขาสูงประมาณ 300-400 เมตร ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของน้ำตกตาดยาวและน้ำตกตาดสูง และพื้นที่บริเวณใกล้น้ำตกเป็นหน่อหินและลานหิน
พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า
สภาพป่าภูผาวัว ภูถ้ำเม่น ภูมะตูม เป็นป่าเต็งรัง พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ เต็ง รัง กระบก ประดู่ บริเวณน้ำตกตาดสูง น้ำตกเจ็ดสี เป็นป่าเบญจพรรณ
สัตว์ป่าที่พบจะเป็นสัตว์ขนาดเล็ก ได้แก่ อีเห็น กระต่าย งู และนกชนิดต่างๆ
บ้านพักและสิ่งอำนวยความสะดวก
วนอุทยานภูผาวัว ไม่มีบ้านพักบริการแก่นักท่องเที่ยว หากมีความประสงค์จะไปพักแรมเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ โปรดนำเต็นท์ไปกางเอง แล้วไปติดต่อขออนุญาต ใช้สถานที่กับเจ้าหน้าที่วนอุทยานภูผาวัวโดยตรง
แหล่งท่องเที่ยว
น้ำตกตาดยาว อยู่บริเวณห้วยแดง เป็นน้ำตกชั้นเดียวลาดยาวไปตามแนวห้วย มีลานหินลาดยาวเป็นพื้นเรียบ มีน้ำไหลลาดตามแนวของแผ่นดินลักษณะเหมือน สไลเดอร์ น้ำจะไหหลแรงมากในฤดูฝน
น้ำตกตาดสูงอยู่ในบริเวณห้วยแดง เป็นน้ำตกชั้นเดียวลาดยาวไปตามแนวห้วย มีโขดหินขนาดต่างๆสลับทับซ้อนตามแนวทางไหลของน้ำตก รอบๆน้ำตกมีพันธุ์ไม้หลายชนิดขึ้นอยู่ มีน้ำไหลเกือบตลอดปีและจะไหลแรงในฤดูฝน
น้ำตกเจ็ดสี อยู่บริเวณลำห้วยช้าง ท้องที่บ้านขุมขี้ยาง มีโขดหินน้อยใหญ่วางเรียงตัวสลับทับซ้อนกันตามแนวทางไหลของน้ำตามลำห้วย มีน้ำไหลเกือบตลอดปี รอบๆน้ำตกเป็นป่าเบญจพรรณ
ลานหินหน่อ มีลักษณะเป็นปุ่มหินขนาดต่างๆโผล่จากพื้นดินสูงประมาณ 50-80 เซนติเมตร มีรูปร่างแตกต่างกัน

สุดแผ่นดินอยู่บนสันภูผาวัวที่ความสูงประมาณ 300 เมตร ทิศตะวันออกและทิศใต้ จะเป็นหน้าผาชัน สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้สวยงาม
การเดินทาง
รถยนต์ เดินทางจากอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ไปตามเส้นทางกาฬสินธุ์-สกลนคร ระยะทางประมาณ 42 กิโลเมตร ถึงสี่แยกอำเภอสมเด็จ เลี้ยวขวาระยะทางประมาณ 38 กิโลเมตร ถึงสี่แยกอำเภอกุฉินารายณ์แล้วไปตามเส้นทางจังหวัดมุกดาหาร ประมาณ 15 กิโลเมตร ถึงบ้านนาไคร้ เลี้ยวซ้ายเข้าวนอุทยานภูผาวัวประมาณ 2.5 กิโลเมตร
สถานที่ติดต่อ
วนอุทยานภูผาวัว สำนักบริหารจัดการในพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (ขอนแก่น) ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ 46000

 • พระธาตุยาคู เป็นหนึ่งในโบราณสถานที่พบในเขตเมืองฟ้าแดดสงยาง ซึ่งเป็นเมืองโบราณที่มีการขุดค้นพบหลักฐานต่างๆ มากมาย พระธาตุยาคูเป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองฟ้าแดดสงยาง ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่า เป็นพระธาตุที่บรรจุอัฐิของพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่ชาวเมืองเคารพนับถือ จึงเรียกกันว่า พระธาตุยาคู (ญาคู ภาษาอีสาน หมายถึง พระสงฆ์ผู้ใหญ่ในวัด) และเนื่องด้วยเป็นสถานที่แห่งเดียวในเมืองฟ้าแดดสงยางที่ไม่ถูกทำลายโดยเมืองเชียงโสม ซึ่งเป็นฝ่ายชนะสงคราม จึงนับเป็นโบราณสถานที่ยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ มีหลักฐานว่าแต่ละส่วนของพระธาตุยาคู สร้างขึ้นใน 3 สมัย โดยส่วนฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม มีบันไดทางขึ้น 4 ทิศ สร้างในสมัยทวารวดี ถัดขึ้นมาเป็นส่วนฐานทรงแปดเหลี่ยม สร้างในสมัยอยุธยา ซึ่งสร้างซ้อนทับบนฐานเดิม ส่วนองค์ระฆังและส่วนยอดสร้างต่อเติมในสมัยรัตนโกสินทร์
• มีข้อสังเกตตามประวัติศาสตร์ว่า เมื่อเมืองเชียงโสมชนะสงคราม ได้ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองฟ้าแดดสงยาง แต่พระธาตุยาคูเป็นสถานที่แห่งเดียวในเมืองฟ้าแดดสงยางที่ไม่ถูกทำลายโดยเมืองเชียงโสม จึงนับเป็นโบราณสถานที่ยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ทุกๆ ปีในเดือนพฤษภาคม ชาวบ้านจะจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ เพื่อเป็นการขอฝนและนำความร่มเย็นมาสู่หมู่บ้าน
• อานิสงส์ที่ได้รับ : ร่มเย็นเป็นสุข สักการะพระธาตุโบราณ เบิกบานร่มเย็น อัศจรรย์บูชาพระธาตุโบราณ ชีวิตเบิกบาน สมบูรณ์พูนสุข

• แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง
• เมืองฟ้าแดดสงยาง ตั้งอยู่ในเขตอำเภอกมลาไสย ฟ้าแดดสงยาง หรือเรียกเพี้ยนไปเป็นฟ้าแดดสูงยาง บางแห่งเรียกว่า เมืองเสมา เนื่องจากมีผังเมืองรูปร่างคล้ายใบเสมา เป็นเมืองโบราณ มีซากอิฐปนดิน คูเมืองสองชั้นมีลักษณะเป็นท้องน้ำที่พอมองเห็น คือพระธาตุยาคู ผังเมืองรูปไข่แบบทวาราวดีแต่มีตัวเมืองสองชั้น เชื่อว่าเกิดจากการขยายตัวเมือง ชาวนามักขุดพบใบเสมาหินทราย
• วัดโพธิ์ชัยเสมาราม เมืองฟ้าแดดสงยาง เป็นวัดโบราณที่ชาวบ้านนำใบเสมาหินขนาดใหญ่ที่ขุดค้นพบมารวบรวมไว้เป็นจำนวนมาก ใบเสมาเหล่านี้เป็นภาพแกะสลักบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ ใบเสมาที่มีความงดงามและสมบูรณ์ที่สุดปัจจุบันได้จำลองไว้ที่วัดแห่งนี้ ส่วนของจริงย้ายไปไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น
• เขื่อนลำปาว สร้างขึ้นมาเพื่อบรรเทาปัญหาเกี่ยวกับน้ำ อีกทั้งยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา ใกล้กันมีสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าลำปาว(สวนสะออน) ร่มรื่นด้วยพรรณไม้น้อยใหญ่ มีสวนสัตว์เปิดให้ได้ชมสัตว์นานาชนิด ยังมีสัตว์ป่าหายากอย่าง วัวแดง ซึ่งอยู่ประจำถิ่นกว่าร้อยตัว สวนแห่งนี้เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.00-18.00 น.
• แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว จัดแสดงหลุมขุดค้นและเรื่องราวความรู้เกี่ยวกับไดโนเสาร์ ภายในบริเวณแหล่งขุดค้นยังมีพิพิธภัณฑ์สิรินธร ซึ่งมีความทันสมัยและให้ความรู้เกี่ยวกับไดโนเสาร์อย่างครบครัน ทั้งสองแห่งเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น. ไม่เก็บค่าเข้าชม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ 043-871014

เทศกาลและงานประเพณี

งานมหกรรมโปงลาง แพรวาและกาชาด จังหวัดกาฬสินธุ์ จัดขึ้นปลายเดือนกุมภาพันธ์ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด ภายในงานจะประกอบด้วยขบวนแห่ของแต่ละอำเภอ ตกแต่งขบวนเป็นรูปเครื่องดนตรีโปงลางขนาดยักษ์ แต่งกายชุดพื้นเมือง แข่งขันสาวดีดไห และจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองต่างๆ
งานมหกรรมวิจิตรแพรวาราชินีแห่งไหม จัดขึ้นประมาณวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี ณ โรงแรมริมปาว เพื่อเป็นการเทอดพระเกียรติแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ได้ทรงโปรดเกล้าฯ สนับสนุนส่งเสริมและรับงานการทอผ้าไหมแพรวาของชาวผู้ไทยเข้าไว้ในโครงการศิลปาชีพในพระบรมราชินูปถัมภ์ จนทำให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั่วไป ตลอดจนเป็นการเสริมสร้างอาชีพและรายได้ให้กับชาวผู้ไทยอีกด้วย

ของฝากจังหวัดกาฬสินธุ์
จังหวัดกาฬสินธุ์ มีสินค้าพื้นเมืองหลายประเภท ได้แก่ แพรวา ผ้ามัดหมี่ ผ้าขิต และเครื่องจักสาน
ร้านนิวเฟรน สาขา 1 291 ถ.เทศบาล 23 (ข้างธนาคารกรุงศรีอยุธยา) อ.เมือง โทร. 811849, (01) 8725062
ร้านนิวเฟรน สาขา 2 332/8-9 ถ.สายสมเด็จ-กาฬสินธุ์ (สี่แยกไฟแดง รพ.ธีรวัฒน์)อ.เมือง โทร. 812843, (01) 4718800
ร้านแพรวากาฬสินธุ์ (แม่เนื่อง) 192/1 ถ.ภิรมย์ อ.เมือง (ติดธนาคารออมสิน วงเวียนน้ำพุ) โทร. 811717
กลุ่มสตรีทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพน ต.โพน อ.คำม่วง โทร. 856081,879089
กลุ่มจักสานไม้ไผ่บ้านหนองห้าง ต.หนองห้าง อ.กุฉินารายณ์ โทร. 851749, 851225
 
Comments