เจ้าของไซต์

  • Natthaporn Promchan

275 วันนับตั้งแต่
สอบกลางภาค 1/2556

ปัญหาสิ่งแวดล้อม

เรื่องที่ 6 ปัญหาและแนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ



การพัฒนาประเทศควรตั้งอยู่บนพื้นฐานการพัฒนาทั้ง 3 ด้านอย่างสมดุล ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม การเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมขึ้นในปัจจุบันมีผลสั่งสมมาจากการพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็ว โดยเน้นความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ แต่ละเลยการคุ้มครอง ดูแล รักษา คุณภาพสิ่งแวดล้อม ดังนั้น จึงเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนไทย

                แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ จึงเป็นงานเร่งด่วนที่ต้องการการมีส่วนร่วมจากประชาชน โดยเฉพาะคนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีปัญหา เพื่อร่วมตัดสินใจ ประสานงานและทำงานร่วมกันในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ

1.               ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

1)            ปัญหาขยะของชุมชน ของเสีย อันตราย วัตถุและสารอันตราย

1.1)   ขยะมูลฝอย หรือขยะชุมชนมีแหล่งกำเนิดมาจากชุมชนเมือง สถานการณ์ขยะชุมชนในปี 2546 พบว่ามีปริมาณขยะ 39,240 ตัน/วัน

1. ขยะในเขตกทม.เกิดขึ้น 9,340 ตัน/วัน เก็บขนได้ 99%

2. ขยะในเขตเทศบาลเมืองพัทยา เกิดขึ้น 12,100 ตัน/วัน

3. ขยะที่ถูกจำกัดอย่างถูกสุขาภิบาล 35%

4. ขยะนอกเขตเทศบาลเกิดขึ้น 17800 ตัน/วัน ส่วนใหญ่ไม่ได้จัดการอย่างถูกหลักสุขาภิบาล

                                1.2) ของเสียอันตราย วัตถุและสารอันตราย ส่วนใหญ่เกิดจากภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม เช่น สารเคมีที่เป็นวัตถุดิบในโรงงาน สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ ปี พ.ศ.2546 มีการผลิต นำเข้า และอุบัติภัยจากสารต่างๆ ดังนี้

                                                1. การผลิตสารอันตรายปี พ.ศ.2545 ลดลง 20%

                                                2. การนำเข้าสารอันตรายปี พ.ศ.2545 ลดลง 15%

                                                3. อุบัติภัยจากสารอันตราย 28 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 35 ราย มูลค่าความเสียหาย 150 ล้านบาท

                                1.3) ขยะติดเชื้อ เป็นสิ่งของที่ไม่ต้องการหรือถูกทิ้งจากสถานพยาบาล อาทิ เนื้อเยื่อชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆ และสิ่งขับถ่ายหรือของเหลวออกจากร่างกายผู้ป่วย (เช่น น้ำเหลือง น้ำหนอง เสมหะ น้ำลาย ปัสสาวะ อุจจาระ ไขข้อ น้ำในกระดูก น้ำอสุจิ) เลือดและผลิตภัณฑ์ (เช่น เซรุ่ม น้ำเลือด) รวมทั้งเครื่องใช้ที่สัมผัสกับผู้ป่วย และ/หรือสิ่งของดังกล่าวข้างต้น (เช่น สำลี ผ้ากอซ กระดาษชำระ เข็มฉีดยา มีดผ่าตัด เสื้อผ้า)

 

                                1.4) ขยะอิเล็กทรอนิกส์ เป็นสิ่งของที่มีส่วนประกอบเป็นพวกใช้ไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่ซึ่งเก่าและใช้งานไม่ได้แล้ว เช่น ตู้เย็น พัดลม โทรทัศน์คอมพิวเตอร์ วิทยุ โทรศัพท์มือถือ และแบตเตอรี่ของโทรศัพท์มือถือ

                จากปัญหาดังกล่าวข้างต้น ขยะจากแหล่งต่างๆ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของบุคคล ดังนี้

1.             ทำให้บุคคลได้รับเชื้อโรคหรือเป็นโรค จากการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่สะอาด ซึ่งเกิดจากขยะชุมชนที่อาศัยอยู่

2.             ได้รับอุบัติเหตุจากสารเคมีอุตสาหกรรม ภัยจากวัตถุและสสารอันตราย เช่น การรั่วไหล การระเบิด การเกิดอัคคีภัย ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อปิโตรเลียม ก๊าซและไอระเหย  และสารโลหะหนัก เป็นต้น

3.             ได้รับพิษจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และสารอันตราย โดยเฉพาะกลุ่มสารเคมีอินทรีย์จากการเกษตรกรรม

4.             ทำให้เป็นโรคติดต่อ เจ็บป่วย ไม่สบาย จากขยะที่มีเชื้อโรค หรืออยู่ในบริเวณที่มีเชื้อโรคปะปนอยู่


         



2)            ปัญหาน้ำทิ้งอุตสาหกรรม เกิดจากโรงงานบางแห่งที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำได้ปล่อยน้ำเสียที่ใช้ในการอุตสาหกรรมลงในน้ำ ทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศแหล่งน้ำ เนื่องจากในน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมมีมวลสารหลายประเภทปะปนอยู่ ซึ่งเมื่อระบายน้ำเสียลงสู่แม่น้ำ จะก่อให้เกิดการปนเปื้อนของแหล่งน้ำ น้ำเสียจะต้องประกอบไปด้วยมวลสารหลายประเภท เช่น สารอินทรีย์ (ทำให้น้ำเน่าเสียและปลาตาย) ซึ่งสามารถวัดได้ในรูปแบบของบีโอดีหรือซีโอดี (BOD or COD) โลหะและสารพิษ เช่น ปรอท ยาฆ่าแมลง (ทำให้เกิดการปนเปื้อนในวงจรอาหาร) กรดและด่างจะมีอิทธิพลทำให้สภาพแวดล้อมเป็นกรดด่างในระบบนิเวศของแหล่งน้ำเปลี่ยนแปลง รวมทั้งเพิ่มปริมาณจุลชีพในน้ำ เช่น แบคทีเรียและเชื้อโรคต่างๆ ซึ่งปัญหาน้ำทิ้งอุตสาหกรรมนี้ จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต คือ ทำให้ประชาชนอาจเป็นโรคติดต่อ เจ็บป่วย ไม่สบาย เมื่อนำน้ำในแม่น้ำมาใช้



ที่มา : https://www.google.co.th/search?gs_rn=18


3)            อาหารดัดแลงพันธุกรรม (GMOs : Genetically Modified Organisms) คือการนำสารพันธุกรรมหรือยีนที่เป็นตัวถ่ายทอดลักษณะเด่นที่มีอยู่ในสิ่งมีชีวิตหนึ่งมาตัดต่อแล้วนำไปใส่ไว้ในสิ่งมีชีวิตอีกชีวิตหนึ่งเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรมที่ต้องการ เมื่อสิ่งมีชีวิตนั้นเจริญพันธุ์หรือขยายพันธุ์ต่อไปก็จะถ่ายทอดลักษณะเด่นที่ต้องการนั้นสู่สิ่งมีชีวิตรุ่นต่อไป หรือเพื่อความเข้าใจง่ายๆ ก็คือ สิ่งมีชีวิตที่ได้รับการตัดต่อหรือดัดแปลงพันธุกรรม อาจเรียกว่า พืชสัตว์ตัดต่อพันธุ์โดยในประเทศไทยได้มีการเริ่มทดลองปลูกบ้างแล้ว เช่น มะละกอแขกดำ เป็นต้น

พันธุ์พืชที่ได้รับการพัฒนาโดยการดัดแปลงพันธุกรรม จะเป็นพืชจำลองพันธุ์ ซึ่งมีด้วยกัน 2 ประเภท คือ

1.             ประเภทที่หนึ่ง มีความต้านทานต่อแมลงศัตรูพืชสูง โรคพืช หรือทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ

2.             ประเภทที่สอง มีคุณค่าอาหารสูง มีสารอาหารบางตัวสูง ได้ผลผลิตมากหรือเน่าเสียช้าลง

ปัญหาอาหารดัดแปลงพันธุกรรมนี้ จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตระยะยาว เนื่องจากอาหารดัดแลงพันธุกรรมมีอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม เช่น การเพิ่มระดับสารพิษในอาหาร การสร้างสารพิษชนิดใหม่ในอาหาร เป็นต้น ดังนั้นจึงมีการเรียกร้องให้ปิดป้ายบอกผู้บริโภคให้รู้ว่าอาหารชนิดใดเป็นอาหารดัดแปลงพันธุกรรม เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกแลตัดสินใจเอง

หน้าเว็บย่อย (1): page2