ศิลปะ

7 ธันวาคม 2554  
ความรู้รอบตัว (ต่อ)
1. ศิลปะ หมายถึงอะไร  มีกี่ประเภทกี่รูปแบบ อะไรบ้าง
2. ศิลปินที่มีชื่อเสียงของโลกได้แก่ใครบ้าง ชาติอะไร ช่วงอายุในปีค.ศ.อะไร  ยุคใด ผลงานที่มีชื่อเสียงได้แก่อะไรบ้าง  แสดงภาพงานด้วยถ้ามี
3. สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่เป็นสิ่งก่อสร้าง ได้แก่อะไรบ้าง อยู่ในประเทศอะไร  สร้างเมื่อใด โดยใคร  มหัศจรรย์ หรือมีชื่อเสียงอย่างไร แสดงภาพด้วยถ้ามี
4. สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่เป็นธรรมชาติ ได้แก่อะไรบ้าง อยู่ในประเทศอะไร มหัศจรรย์อย่างไร แสดงภาพด้วยถ้ามี
5. งานศิลปะที่สำคัญหรือมีชื่อเสียงของประเทศไทย ได้แก่อะไรบ้าง  อยู่ที่ไหน   แสดงภาพด้วยถ้ามี
6. ศิลปินที่มีชื่อเสียงของไทยได้แก่ใครบ้าง  เกิดปีพ.ศ.อะไร
 

 1. ศิลปะ หมายถึงอะไร  มีกี่ประเภทกี่รูปแบบ อะไรบ้าง

        “ศิลปะ” เป็นคำที่มีความหมายทั้งกว้างและจำเพาะเจาะจง ทั้งนี้ย่อมแล้วแต่ ทัศนะของนัก ปราชญ์แต่ละคน รวมทั้งความเชื่อแนวคิด ในแต่ละยุค แต่ละสมัย มีความแตกต่างกัน หรือแล้วแต่ว่า จะนำศิลปะไปใช้ ในแวดวงที่กว้างขวาง หรือจำกัดอย่างไร แต่จากทัศนะของนักปราชญ์ ทั้งหลายจะ เห็นว่าศิลปะมีคุณลักษณะ ที่เป็นตัวร่วม สำคัญที่สุดประการหนึ่ง คือ “การแสดงออก” ไม่ว่าจะเป็น อารมณ์ ความรู้สึก ความคิด ประสบการณ์ ความงามการเห็นแจ้ง สัญลักษณ์ ความเป็นเรื่องราวหรือ เหตุการณ์ ก็ล้วนแต่เป็น การแสดงออกโดยมนุษย์เป็นผู้เลือกสรร หรือสร้างสรรค์ขึ้น
คำนิยามของศิลปะ

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2525 ให้นิยามของศิลปะว่า 
        ศิลปะ คือ ฝีมือ ฝีมือทางการช่าง การแสดงซึ่งอารมณ์ สะเทือนใจ ให้ประจักษ์เห็น

พจนานุกรมศัพท์ศิลปะ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2530 นิยามความหมายของศิลปะว่า
        ศิลปะ คือ ผลแห่งพลังความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ ที่แสดงออก ในรูปลักษณ์ ต่างๆให้ปรากฏซึ่งสุนทรียภาพความประทับใจ หรือ ความสะเทือนอารมณ์ ตามอัจฉริยภาพ พุทธิปัญญา ประสบการณ์ รสนิยม และทักษะของแต่ละคน เพื่อความพอใจ ความรื่นรมย์ ขนบธรรมเนียม จารีต ประเพณี หรือความเชื่อในลัทธิศาสนา และกล่าวว่า ศิลปะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ วิจิตรศิลป์ (Fine Art) กับประยุกต์ศิลป์ (Applied Art)

ประเภทของศิลปะวิจิตรศิลป์

  จิตรกรรม
  ประติมากรรม
  สถาปัตยกรรม
  วรรณกรรม
  ดนตรีและนาฏศิลป์
  การพิมพ์ภาพ
ประยุกต์ศิลป์
  มัณฑนศิลป์
  อุตสาหกรรมศิลป์
  พาณิชย์ศิลป์
  การออกแบบ

 2. ศิลปินที่มีชื่อเสียงของโลกได้แก่ใครบ้าง ชาติอะไร ช่วงอายุในปีค.ศ.อะไร  ยุคใด ผลงานที่มีชื่อเสียงได้แก่อะไรบ้าง  แสดงภาพงานด้วยถ้ามี
 
  
 
 
เลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci)
 
 เชื้อชาติ                     อิตาลี
 ช่วงเวลา                     ค.ศ. 1452-1519
 ผลงานที่สำคัญ            ภาพวาดโมนาลิซ่า  ภาพพระกระยาหารมื้อสุดท้าย
 
 

 
โมสาร์ท  (Wolfgang Amadeus Mazart)

  เชื้อชาติ                 :             ออสเตรีย

  ช่วงชีวิต                :            พ.ศ.2299 - 2334

  ผลงานที่สำคัญ       :            นักดนตรีและนักแต่งเพลงคลาสสิกผู้มีผลงานประพันธืเพลง และ เรียบเรียงดนตรีทั้งปีะเภทโอเปร่าและซิมโฟนี

 
  
 
วินเซนต์  แวน  โกะ  (Vincent Van Gogh)

  เชื้อชาติ                   :            ดัทช์

  ช่วงชีวิต                  :           พ.ศ.2396 - 2433

  ผลงานที่สำคัญ         :           จิตรกรแนวอิมเพรสชันนิสม์ (Impressionism) ที่ใช้สีสดใสรุนแรง  ภาพที่มีชื่อเสียง คือ คนกินมัน (Potato Eaters) และ  ภาพเหมือนของจิตรกร (Self Portrait)


   
 
ปิกาสโซ  (Pabio  Van  Picasso)

 เชื้อชาติ                     :                สเปน

  ช่วงชีวิต                   :                พ.ศ.2424 - 2515

  ผลงานที่สำคัญ          :               จิตรกรเอกของโลกผู้สร้างสรรค์ผลงานแบบคิวบิสม์ (Cubism)  เน้น รูปทรงเรขาคณิต  ภาพที่มีชื่อเสียงคือ  เกอนิคา (Gurenica)


 
วิลเลียม  เชคสเปียร์  (William  Shakewpeare)

  เชื้อชาติ                     :            อังกฤษ

  ช่วงชีวิต                   :            พ.ศ.2107 - 2159

  ผลงานที่สำคัญ          :           นักขียนบทละครที่มีชื่อเสียงของโลก  ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องใน แนวโศกนาฏกรรม  ละครชวนหัว  และละครประวัติศาสตร์  ผล งานชิ้นโบแดง  ได้แก่  โรมิโอกับจูเลียต  ละครอมตะของโลก   นอก จากนี้ยังมี  จูเลียต  ซีซาร์  และเวนิสวานิช


 บีโธเฟน  (Ludwig  Van  Beethoven)                  

   เชื้อชาติ                :            เยอรมัน

   ช่วงชีวิต               :           พ.ศ.2313 - 2370

  ผลงานที่สำคัญ     :            นักดนตรีและนักแต่งเพลงคลาสสิกผู้มีความสามารถ ใน การเล่นเปียโนได้อย่างดีเยี่ยม  เพลงที่มีชื่อเสียงที่สุดคMoonlight และถือว่าบีโธเฟนเป็นนักแต่งเพลง
                                           ยุค คลาสสิกคนสุดท้าย


 3. สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่เป็นสิ่งก่อสร้าง ได้แก่อะไรบ้าง อยู่ในประเทศอะไร  สร้างเมื่อใด โดยใคร  มหัศจรรย์ หรือมีชื่อเสียงอย่างไร แสดงภาพด้วยถ้ามี
 
โคลอสเซียม  
 ที่ตั้ง                  กรุงโรม  ประเทศอิตาลี
 ปีที่สร้าง           ค.ศ. 72 - ค.ศ. 80
 สร้างโดย          พระเจ้าเวชเปเซียน
 จุดเด่น              สถานที่แห่งนี้พระเจ้าเวชเปเซียนเสด็จมาประทับทอดพระเนตรการแสดงกีฬาต่างๆในสมัยโบราณ ตัวสนามสร้างเป็นวงกลมก่อด้วยอิฐและหินขนาดใหญ่ วัดโดยรอบยาว 527 เมตร สูง 57 เมตร มี 4 ชั้นจุคนดูประมาณ 80,000 คน มีห้องใต้ดินสำหรับขังนักโทษ และสิงโต หลายร้อยห้อง ใช้เป็นสถานที่แสดงกีฬา ประลองฝีมือ ในเชิงฟันดาบของบรรดาเหล่าทาสให้ต่อสู้กันเอง และบรรดาเหล่านักโทษ ให้ต่อสู้กับสิงโตที่อดอาหาร ยิ่งถ้าต่อสู้กัน จนถึงสามารถฆ่าคู่ต่อสู้ตาย ก็จะได้รับเกียรติอย่างสูงเพราะเป็นการต่อสู้ที่ชาวโรมันนิยมและยกย่องกันมาก ปีๆหนึ่งต้องสูญเสียชีวิตนักโทษและทาสไม่ต่ำกว่าร้อยคน
 

ทัชมาฮาล
 ที่ตั้ง                    ตอนโค้งของแม่น้ำยมนาฝั่งขวา เมืองอัคระ ประเทศอินเดีย
 สร้างโดย            ชาห์ชะฮานสร้างเป็นศรีสง่าแก่บริเวณพระราชวัง สำหรับเก็บศพมุมทัชมาฮาลพระมเหสี
 ปีที่สร้าง              ค.ศ. 1630-1648
 จุดเด่น                 สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ ศิลาแลง ประดับลวดลายเครื่องเพชร พลอยสีฟ้า หินสีฟ้า โมรา หินทองแดงหินลาย พลอยสีเขียว นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับที่ได้มาจากนานาประเทศที่เป็นมิตรซึ่งได้รับคำ รับรองจากสถาปนิกทั่วโลกว่าสร้างขึ้นโดยถูกสัดส่วนและวิจิตรงดงามที่สุด กว้างยาวด้านละ 39 เมตร ตรงกลางมีโดมสูง 60 เมตร มีผู้ร่วมสร้างเป็นผู้ออกแบบ ช่างเขียนลวดลาย ช่างอิฐ ช่างปูน ช่างประดับลวดลายด้วยกระเบื้อง ช่างแกะสลัก ช่างตกแต่งภายใน รวม 20,000 คน การก่อสร้างกินเวลานานถึง 22 ปี ภายหลังที่สร้างทัชมาฮาลชาห์ชะฮานใฝ่ฝันที่จะสร้างที่ฝังศพตัวเองที่ฝั่งแม่ น้ำตรงกันข้ามจะเป็นหินอ่อนสีดำล้วนๆแต่ลูกชายเกรงเงินจะหมดจะไม่มีใช้ เมื่อขึ้นครองราชสมบัติจึงจับพ่อขังอยู่ได้ 7 ปีก็สิ้นพระชนม์ ประมาณปี พ.ศ.2209(ค.ศ.1666) แล้วเอาศพไปฝังข้างศพแม่ ส่วนนายช่างผู้ออกแบบถูกสั่งให้ประหาร ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้มีโอกาสออกแบบสิ่งก่อสร้างใด ๆ ที่สวยกว่าได้
 
 
หอเอนเมืองปิซา   Leaning Tower of Pisa
 ที่ตั้ง                   เมืองปิซา ประเทศอิตาลี  ในจัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม (Piazza Del Duomo)
 สร้างโดย           Giovanni di Simone
 ปีที่สร้าง             9 สิงหาคม ค.ศ.1173 สร้างเสร็จเมื่อปี 1350 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี 
 จุดเด่น               หอเอนแห่งเมืองปิซา เป็นหอคอยหินอ่อนที่พิศดาร สูง 54 เมตร ( 181 ฟุต) มี 8 ชั้น แต่ละชั้นมีเสาหินอ่อนที่สลักลวดลายวิจิตร  ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใช้เวลาสร้างนานที่สุดในโลก ความน่ามหัศจรรย์อีกอย่าง คือ เมื่อเริ่มสร้างได้ 4-5 ชั้น หอนี้เริ่มเอียง แต่ไม่ถึงกับพังทลายลงมา เพราะแรงที่จุดศูนย์ถ่วง เมื่อลากดิ่งลงมาไม่ออกนอกฐานจึงไม่ล้มยังทรงตัวอยู่ได้ เมื่อสร้างเสร็จ ยอดของหอเอียงออกจากแนวดิ่งของฐานถึง 4 เมตร( 14 ฟุต) และหอเอนนี้ช่วยให้กาลิเลโอ นักวิทยาศาสตร์ ชาวอิตาเลียน ผู้มีชื่อเสียงของโลก ได้ทดลองเรื่องอัตราเร็วของเทห์วัตถุที่ตกลงมาจากที่สูง
 

กำแพงเมืองจีนGreat Wall of China
 ที่ตั้ง                   จีน          
 สร้างโดย           จิ๋นซีฮ่องเต้
 ปีที่สร้าง            พ.ศ. 332 - 339
 จุดเด่น               ในสมัยนั้นเป็นสิ่งก่อสร้างที่ป้องกันข้าศึกได้อย่างดีเยี่ยม ปัจจุบันไม่มีความหมายในด้านป้องกันประเทศอีกแล้ว คงมีค่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่มหัศจรรย์อย่างหนึ่งของโลก  กำแพงเมืองจีน หรือกำแพงอิฐยักษ์ เป็นกำแพงกั้นเมือง และกั้นประเทศทั้งประเทศ ตามพรมแดนด้านเหนือของจีน เป็นกำแพงที่ยาวใหญ่มหึมา หาที่ใดในโลกมาเปรียบ ไม่ได้อีกแล้ว มีขนาดกว้างตั้งแต่ 4.5 เมตร ถึง 7.5 เมตร(10 ฟุต) ซึ่งทหารม้าเข้าแถวเรียง 8 ได้อย่างสบาย ๆ มีความสูง จากพื้นด้านล่างตั้งแต่ 8 เมตร ถึง 9 เมตร(20-30 ฟุต หนา15-25 ฟุต) สูงพอที่จะไม่สามารถ ปีนข้ามไปได้ง่าย ๆ เดิมเชื่อว่ามีความยาว 2,550 ไมล์ ( 2,400 กิโลเมตร) บนกำแพงทุก ๆ ระยะ 200 เมตร(300 ฟุต) จะมีหอหรือป้อม สำหรับตรวจเหตุการณ์ มีป้อมมากกว่า 15,000 แห่ง สร้างสูงขึ้นไปอีก 3 เมตร ถึง 6 เมตร และมีระฆังแขวน เพื่อตีบอกสัญญาณเกิดเหตุ ไว้ประจำทุกหอ รวมทั้งหมดมีไม่ต่ำกว่า 20,000 หอ เริ่มสร้างระหว่างปี พ.ศ. 300-329 (243-252ปีก่อนคริสตกาล) ในสมัยพระเจ้าซี่วังตี่ ใช้เวลาสร้างประมาณ 10 ปี และมีการสร้างต่อเติมอีกหลายกครั้ง ใช้แรงงานเกณฑ์จากราษฎรทั้งประเทศ นับจำนวนล้าน มีผู้เสียชีวิตนับพันนับหมื่น

 
มหาพีระมิดแห่งกีซา (The Great Pyramid of Giza)
 ที่ตั้ง                   ประเทศอียีปต์
 สร้างโดย          กษัตริย์คีออปส์(CHEOPS) หรือฟาโรห์คูฟู (Khufu) แห่ง ราชวงศ์ที่ 4 ซึ่งปกครองอียิปต์โบราณ
 ปีที่สร้าง            เมื่อประมาณ 2,600 ปีก่อนคริสตกาล หรือกว่า 4,600 ปี
 จุดเด่น               พีระมิดสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์อียิปต์โบราณ ชาวอียิปต์ในสมัยนั้นเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตาย ดังนั้นจึงต้องแน่ใจว่ากษัตริย์ของพวกเขาจะทรงมีทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับโลกหน้า พวกเขาได้ฝังทรัพย์สินและสิ่งของส่วนพระองค์ไปพร้อมกัน ถือเป็นพีระมิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่กลางทะเลทราย พีระมิดแห่งนี้เดิมสูง 481.4 ฟุต แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 450 ฟุต ฐานกว้าง 768 ฟุต ใช้หินทรายตัดเป็นแท่งรูปสามเหลี่ยมหนักประมาณก้อนละ 2 ตันครึ่ง บางก้อนหนักถึง 16 ตัน โดยการนำเอามาซ้อนกันขึ้นไปเป็นทรงกรวย เชื่อกันว่าพีระมิดองค์นี้จะทนแดดทนฝนอยู่ได้อีกนานกว่า 5,000 ปี และเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของยุคโบราณสิ่งเดียวเท่านั้นที่มีอายุยืนยาวมาจนถึงปัจจุบัน
 
 
สวนลอยบาบิโลน (Babylonian)
 ที่ตั้ง                   กลางทะเลทราย เมืองแบกแดด ประเทศอิรัก
 สร้างโดย           พระเจ้าเนบูชัดเนซซาร์
 ปีที่สร้าง            ประมาณ 600 ปี ก่อนคริสตกาล
 จุดเด่น               พระเจ้าเนบูชัดเนซซาร์ ทรงสร้างให้พระมเหสีซึ่งเป็นเจ้าหญิงแห่งมีดส์ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ดี ร่วมกันขับไล่พวกอัสซีเรียออกไปได้ ตามตำนาน พระราชินีเซมีรามิส องค์นี้ทรงอาลัยอาวรณ์ ภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขาเปอร์เซีย อันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนและไม่โปรดความราบเรียบของนครบาบิโลน ดังนั้นจึงมีการสร้างสวนลอยขึ้นเป็นภูเขาซึ่งสร้างขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ 
                            เป็นเนินสูงซ้อนกันเป็นชั้นสูง ๆ สูงถึง 328 ฟุต หรือ 100 เมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงแข็งแกร่งหนาถึง 23 ฟุต หรือ 7 เมตร แต่ละชั้น สร้างสิ่งอำนวยความสะดวก และ ปลูกดอกไม้ พืชพันธุ์ต่าง ๆ ไว้จำนวนมาก พันธ์พฤกษ์สารพัดชนิดจากทุกมุมโลก รวมทั้งไม้ดอกและไม้เลื้อย บันไดที่พาขึ้นไปสู่สวน กว้างขวางทำด้วยหินอ่อนข้างใต้บันไดมีซุ่มคอยรับน้ำหนัก ข้างบนเฉลียงของสวนลอยมีถังน้ำที่คอยหล่อเลี้ยงน้ำพุ น้ำตก และสายน้ำต่าง ๆ บนสวนลอย น้ำจำนวนมากมายนี้ สูบมาจากแม่น้ำยูเฟรติสโดยทาส โดยชักน้ำจากเบื้องล่างขึ้นไปสู้ชั้นสูงสุดแล้วปล่อยให้ ไหลลงมาสู่ชั้นต่าง ๆ เบื้องล่าง
 

สโตนเฮนจ์ ( Stonehenge )
 ที่ตั้ง                   ที่ราบซัลลิสเบอร์รี่ ในบริเวณตอนใต้ของอังกฤษ
 สร้างโดย
 ปีที่สร้าง            การก่อสร้างเริ่มขึ้นในราว 2,8000 ปีก่อนคริสต์กาล (ผู้เชี่ยวชาญบางท่านก็ว่าเมื่อ 3,800 ปี) 
 จุดเด่น               สโตนเฮนจ์ (Stonehenge) เป็นกลุ่มแท่งหินขนาดใหญ่ ประกอบไปด้วยแท่งหินขนาดยักษ์ 112 ก้อน ตั้งเรียงกันเป็นวงกลมซ้อนกัน 3 วง แท่งหินบางอันตั้งขึ้น บางอันอยู่ในแนวนอน และบางอันก็ถูกวางซ้อนขึ้นไปข้างบน
  

4. สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่เป็นธรรมชาติ ได้แก่อะไรบ้าง อยู่ในประเทศอะไร มหัศจรรย์อย่างไร แสดงภาพด้วยถ้ามี
 
 
  1.ป่าอะเมซอน  อเมริกาใต้    ป่าอเมซอนกินเนื้อที่กว้างถึง 2 ใน 5 ของทวีปอเมริกาใต้ ครอบคลุมพื้นที่ครึ่งหนึ่งของบราซิล ที่เหลือนั้นแผ่เข้าไปในอีก 8 ประเทศใกล้เคียง คิดเป็นเนื้อที่ป่าได้ราว 2.5 ล้านตารางไมล์ (6.4 ล้านตารางกิโลเมตร) ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม ขนานกับเส้นศูนย์สูตร โดยสิ่งที่แบ่งป่าออกเป็นตอนเหนือกับตอนใต้ก็คือแม่นํ้าอเมซอน ซึ่งมีต้นนํ้าอยู่ที่เทือกเขา แอนดีส (Andes) ของเปรู แล้วไหลจากตะวันตกไปตะวันออก เป็นระยะทางถึง 6,400 กิโลเมตร ลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติก แต่ที่น่าตกตะลึงก็คือปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลของมัน ทั้งนี้เพราะมีแควที่ไหลลงมาสู่แม่นํ้านี้ถึง 1,100 สาย และความกว้างของแม่นํ้าอเมซอน ก็มีขนาดใหญ่มาก ในบางพื้นที่จากปากอ่าวเข้าไปในทวีป 1,000 กว่ากิโลเมตร แม่น้ำมีขนาดกว้างถึง 10 กิโลเมตร ขณะที่ความกว้างที่ปากอ่าวมีระยะทางถึง 320 กิโลเมตร 

 
  2.อ่าวฮาลอง ประเทศเวียดนาม    ฮาลอง เบย์ เป็นอ่าวแห่งหนึ่งในพื้นที่ของอ่าวตังเกี๋ย ทางตอนเหนือของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ใกล้ชายแดนติดต่อกับสาธารณรัฐประชาชนจีน มีพื้นที่ทั้งหมด 1,500 ตารางกิโลเมตร และมีชายฝั่งยาว 120 กิโลเมตร อยู่ห่างจากกรุงฮานอยไปทางตะวันออกประมาณ 170 กิโลเมตร มีชื่อตามการออกเสียงในภาษาเวียดนามเขียนได้ว่า "Vinh Ha Long" หมายถึง "อ่าวแห่งมังกรผู้ดำดิ่ง"   ตำนานพื้นบ้านกล่าวไว้ว่า ในอดีตนานมาแล้วระหว่างที่ชาวเวียดนามกำลังต่อสู้กับกองทัพชาวจีนผู้รุกราน เทพเจ้าได้ส่งกองทัพมังกรลงมาช่วยปกป้องแผ่นดินเวียดนาม มังกรเหล่านี้ได้ดำดิ่งลงสู่ท้องทะเลบริเวณที่เป็นอ่าวฮาลองในปัจจุบัน ทำให้มีอัญมณีและหยกพุ่งกระเด็นออกมากลายเป็นเกาะแก่งน้อยใหญ่กระจายอยู่ทั่วอ่าวเป็นเกราะป้องกันผู้รุกราน ทำให้ชาวเวียดนามปกป้องแผ่นดินได้สำเร็จ และก่อตั้งประเทศ ซึ่งต่อมาคือเวียดนามในปัจจุบัน

  
3.น้ำตกอีกัวซู บราซิล/อาร์เจนตินา    ชื่ออีกัวซู มาจากคำว่า Guarani แปลว่า น้ำ และคำว่า uasu แปลว่า ใหญ่ มีตำนานเล่าขานกันมาว่า สมัยนนั้นพระเจ้าทรงวางแผนจะแต่งงานกับ Naipi สาวพื้นเมืองแสนสวย แต่สาวเจ้าหนีไปด้วยเรือ canoe กับชายคนรักชื่อ Taroba ทำให้พระเจ้าทรงพิโรธ พระองค์จึงตัดแม่น้ำออก ทำให้เกิดเป็นน้ำตกใหญ่มหึมา และสาบแช่งคู่รักสองคนนั้นให้ตกลงไป ในน้ำตกนั้นชั่วกัลปาวสาน น้ำตกอีกัวซูมีความสูงเฉลี่ย 62 - 82 เมตร โดยมีน้ำตกขนาดเล็กและใหญ่ทั้งสิ้น 275 น้ำตก เรียงรายอยู่ในอาณาบริเวณใกล้เคียงกัน และมีความยาวทั้งสิ้น 2.7 กิโลเมตร

 
  4. เกาะเจจู ประเทศเกาหลีใต้  เชจูโด หรือเกาะเชจู ซึ่งอยู่ทางใต้ของกรุงโซล เป็นหนึ่งในจังหวัดทั้งเก้าของเกาหลีใต้ เกาะได้รับการขนานนามว่า "เกาะแห่งความฝัน" ยังมีชื่อเสียงไปทั่วโลกในเรื่องของภูมิทัศน์อันงดงาม ที่ประกอบด้วยชายฝั่งที่ยาวถึง 256 กิโลเมตร น้ำตก ภูเขาไฟดับแล้ว และป่าเขารกครึ้ม
 

 
5.อุทยานแห่งชาติโคโมโด ประเทศอินโดนีเซีย  อุทยานแห่งชาติโคโมโด (Taman Nasional Komodo) เป็นอุทยานแห่งชาติในประเทศอินโดนีเซีย ตั้งอยู่ใกล้หมู่เกาะซุนดาน้อย ระหว่างจังหวัด East Nusa Tenggara และ West Nusa Tenggara อุทยานประกอบด้วยเกาะใหญ่ 3 เกาะ คือ เกาะโคโมโด เกาะริงกา และเกาะปาดาร์ รวมทั้งยังมีเกาะเล็กๆอีกมากมาย ซึ่งเกาะเหล่านี้กำเนิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟ มีพื้นที่รวมทั้งหมด 1,817 ตารางกิโลเมตร (ส่วนที่เป็นแผ่นดิน 603 ตารางกิโลเมตร) มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 4,000 คน ก่อตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อ พ.ศ. 2523 เพื่ออนุรักษ์มังกรโคโมโด ภายหลังยังจัดเป็นพื้นที่สำหรับอนุรักษ์สัตว์ป่าและสัตว์ทะเลชนิดอื่นๆอีกด้วย ใน พ.ศ. 2534 อุทยานได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ

  
6.แม่น้ำใต้ดิน เปอร์โต ปรินเซซา ประเทศฟิลิปปินส์  เปอร์โต ปรินเซซา หรืออุทยานแห่งชาติแม่น้ำใต้ดินเปอร์โต ปรินเซซา ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาเซนต์ พอล ทางตอนเหนือของเกาะปาลาวัน ประเทศฟิลิปปินส์ ได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี 1992 อุทยานประกอบด้วยเทือกเขาหินปูนจำนวนมาก โดยมีแม่น้ำใต้ดินไหลอยู่เบื้องล่างเป็นระยะทางยาว 8.2 กม. ก่อนที่จะไหลลงสู่ทะเลจีนใต้ องค์การยูเนสโกได้ยกย่องให้อุทยานแห่งชาติแม่น้ำใต้ดินเปอร์โต ปรินเซซา เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 1999

  7.เทเบิลเมาท์เทน ประเทศแอฟริกาใต้  ภูเขาโต๊ะ ตั้งอยู่เหนือเมืองเคปทาวน์ ทางตอนใต้ของประเทศแอฟริกาใต้ โดยได้ชื่อมาจากยอดเขาที่แบนราบ มองดูเหมือนโต๊ะ มีความยาว 2 กิโลเมตร สูง 1,086 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเทเบิลเมาน์เทน (Table Mountain National Park) รวมอยู่ใน Cape Floral Region ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของแอฟริกาใต้ในปี พ.ศ. 2004

 5. งานศิลปะที่สำคัญหรือมีชื่อเสียงของประเทศไทย ได้แก่อะไรบ้าง อยู่ที่ไหน แสดงภาพด้วยถ้ามี
 
  
                           วัดพระแก้ว  กรุงเทพฯ                                                      วัดร่องขุ่น  เชียงราย
 
 
                  เครื่องปั้นดินเผา บ้านเชียง อุดรธานี                                           เทียนพรรษา อุบลราชธานี
 
 
       พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  จ.สุพรรณบุรี                                  พระพุทธชินราช  จ.พิษณุโลก
  

6. ศิลปินที่มีชื่อเสียงของไทยได้แก่ใครบ้าง เกิดปีพ.ศ.อะไร
 
            ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี (15 กันยายน พ.ศ. 2435-14 พฤษภาคม พ.ศ. 2505) เดิมชื่อ คอร์ราโด เฟโรชี - Corrado Feroci ชาวอิตาลีสัญชาติไทย เป็นปูชนียบุคคลคนหนึ่งของไทย โดยได้สร้างคุณูปการในทางศิลปะจนเป็นที่รู้จักกว้างขวาง ทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้ง และครูสอนศิลปะในมหาวิทยาลัยศิลปากร จนเป็นที่รักใคร่และนับถือทั้งในหมู่ศิษย์และอาจารย์ และได้รับการยกย่องเป็นปูชนียบุคคลของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ มีผลงานที่โดดเด่นหลายอย่างในประเทศไทย ได้แก่ พระราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่สวนลุมพินี และ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

 
            อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต เกิดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2486 ที่กรุงเทพมหานคร  ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปีพุทธศักราช 2543 ได้รับการยกย่องเป็น 1 ใน 52 นายช่างเอกในรอบ 200 ปี แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
 

 
              อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ (เกิด 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498) จิตรกรไทยมีผลงานจิตรกรรมไทยหลายอย่าง ได้มีผลงานเช่น ภาพจิตรกรรมไทยในอุโบสถวัดพุทธประทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ, เขียนภาพประกอบบทพระราชนิพนธ์ พระมหาชนก และผลงานศิลปะที่ วัดร่องขุ่น ซึ่งมีทั้งงานสถาปัตถยกรรม, ประติมากรรมปูนปั้น และงานจิตรกรรมไทย
 
http://art.culture.go.th/index.php?case=artist&page=1&detail=&side=book&menusort=all  ศิลปินแห่งชาติสาขาต่างๆ

 
 
Comments