การจัดตั้งบริษัททัวร์


         การจดทะเบียนธุรกิจนำเที่ยว
คำแนะนำการขออนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
    อ่านต่อกฎหมายการประกอบธุรกิจนำเที่ยว ฉบับล่าสุด  ปี 2551
 
                                                          และขอขอบคุณข้อมูลอย่างละเอียดจากเว็บ  http://www.guidescenter.com


1. อนุญาตธุรกิจนำเที่ยว
"ธุรกิจนำเที่ยว" ได้แก่ การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการจัด หรือการให้บริการ หรือการอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการเดินทาง สถานที่พัก อาหาร ทัศนาจร และหรือมัคคุเทศก์ให้แก่นักท่องเที่ยว โดยมุ่งหมายถึง "การนำเที่ยว" เป็นสำคัญ และต้องมีการติดต่อโดยตรงกับนักท่องเที่ยวเพื่อจัดบริการไปท่องเที่ยว ณ สถานที่ต่าง ๆ ส่วนจะมีการบริการด้านการเดินทาง สถานที่พัก อาหาร หรือมัคคุเทศก์ด้วยหรือไม่ หรือมีมากน้อยเพียงใด ก็เป็นส่วนหนึ่งของ "การนำเที่ยว" เท่านั้น และดำเนินการในเชิงธุรกิจ แต่ไม่รวมถึงธุรกิจให้เช่ายานพาหนะ เพื่อการเดินทางธุรกิจรับจ้างขนส่งผู้เดินทาง ธุรกิจโรงแรม หรือธุรกิจร้านอาหาร การไปทอดกฐิน การไปทอดผ้าป่า และการทัศนศึกษาเป็นครั้งคราว

2. ประเภทของใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว     
    ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว แบ่งเป็น 3 ประเภท 
        1. เฉพาะพื้นที่ ได้แก่ การประกอบธุรกิจนำเที่ยวไปยังสถานที่ใดในจังหวัดหนึ่งจังหวัดใดที่สำนักงานตั้งอยู่และจังหวัดที่
มีพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดนั้น 
         2. ในประเทศ ได้แก่ การประกอบธุรกิจนำเที่ยวไปยังสถานที่หนึ่งสถานที่ใดภายในราชอาณาจักร (Domestic) 
         3. ต่างประเทศ ได้แก่ การประกอบธุรกิจนำเที่ยวไปยังสถานที่หนึ่งสถานที่ใดในต่างประเทศ(Outbound) หรือนำเที่ยวให้
กับนักทอ่งเที่ยวจากต่างประเทศไปยังสถานที่หนึ่งสถานที่ใดภายในประเทศ (Inbound) และรวมถึงการนำเที่ยวไปยัง
สถานที่หนึ่งสถานีใดในราชอาณาจักร (Domestic) ด้วย

 
3. คุณสมบัติของผู้ขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว 
        3.1 บุคคลธรรมดา 
        (ก) สัญชาติไทย 
        (ข) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ 
        (ค) มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย 
        (ง) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 
        (จ) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
        (ฉ) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความ
ผิดลหุโทษ        
       (ช) ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
       (ซ) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต แต่ถ้าเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตต้องถูกเพิกถอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี

 
3.2 ห้างหุ้นส่วนจำกัดสามัญจดทะเบียน
(ก) ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย
(ข) มีสำนักงานอยู่ในราชอาณาจักรไทย
(ค) ทุนของห้างหุ้นส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของหุ้นส่วนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย
(ง) หุ้นส่วนผู้จัดการหรือผู้จัดการต้องมีสัญชาติไทย
(จ) หุ้นส่วนผู้จัดการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเช่นเดียว กับคุณสมบัติของบุคคลธรรมดาในข้อ3.1 (ข) (ค) (ง)
(จ) (ฉ) (ช) และ (ซ)
(ฉ) ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
(ช) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต แต่ถ้าเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตต้องถูกเพิกถอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี
 


3.3 ห้างหุ้นส่วนจำกัด
(ก) ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย
(ข) มีสำนักงานอยู่ในราชอาณาจักรไทย
(ค) ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดทั้งหมดต้องมีสัญชาติไทย
(ง) ทุนของห้างหุ้นส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของหุ้นส่วนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย
(จ) หุ้นส่วนผู้จัดการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกับคุณสมบัติของบุคคลธรรมดาในข้อ 3.1 (ข)(ค)(ง)(จ)
(ฉ)(ช) และ (ซ)
(ฉ) ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
(ช) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต แต่ถ้าเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตต้องถูกเพิกถอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี
 


3.4 บริษัทจำกัด/บริษัทมหาชนจำกัด
(ก) ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย
(ข) มีสำนักงานอยู่ในราชอาณาจักรไทย
(ค) กรรมการบริษัทจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องสัญชาติไทย
(ง) ทุนของบริษัทไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของบุคคลธรรมดา ซึ่งมีสัญชาติไทย
(จ) ต้องไม่มีข้อบังคับอนุญาตให้ออกใบหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ
(ฉ) กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกับคุณสมบัติของบุคคลธรรมดาในข้อ 3.1
(ข) (ค) (ง) (ฉ) (ช) และ (ซ)
(ช) ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
(ซ) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต แต่ถ้าเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตต้องถูกเพิกถอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี

 
4. กรณีประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมีกิจกรรมดำน้ำแบบสคูบ้าด้วย
นอกจากจะต้องมีคุณสมบัติตามข้อ3 แล้วจะต้องปฏิบัติตามกำหนดหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
1) ต้องใช้เรือที่ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า
2) ต้องได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ ในกรณีที่ดำเนินการในเขตอุทยานแห่งชาติ
3) ใช้อุปกรณ์ในการดำน้ำที่มีนิติบุคคลให้การรับรองมาตรฐาน
4) จุดที่ลงดำน้ำต้องเป็นบริเวณที่กรมเจ้าท่าหรือกรมป่าไม้ (กรณีที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ)เป็นผู้กำหนดจุดวางทุ่นจอดเรือ
5) ห้ามทอดสมอเรือในเขตปะการังโดยผู้รับใบอนุญาตต้องทำทุ่นจอดเรือตามแบบที่กรมเจ้าท่ากำหนด
6) ต้องมีผู้ควบคุมการดำน้ำ (Dive Master) หรือผู้สอนการดำน้ำ (Dive Instructor) ซึ่งมีใบอนุญาตควบคุมหรือสอนการดำน้ำ
ตามมาตรฐานสากลในระหว่างการดำน้ำ
7) ผู้ดำน้ำต้องมีใบอนุญาตการดำน้ำตามมาตรฐานสากล
8) ต้องมีถังออกซิเจนสำรอง และอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่ผู้ดำน้ำ (First Aid Equipment) ประจำเรือ
9) ต้องทำประกันให้แก่ผู้ดำน้ำคนละไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต้องมีวิทยุสื่อสาร และหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินประจำเรือ
10) ห้ามมิให้มีการเก็บ หักทำลาย หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อแนวปะการังและระบบนิเวศทางทะเล ซึ่งรวมทั้งการห้าม
ทิ้งสิ่งของ ของเสีย หรือปล่อยน้ำมันลงสู่ทะเล
11) ต้องปฏิบัติต่อนักท่องเที่ยวด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อยู่ในศีลธรรมอันดี

 
5. การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
5.1 เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
5.1.1 บุคคลธรรมดา
ก) แบบคำขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
(ข) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการหรือบัตรประจำตัวพนักงานองค์การของรัฐ ของผู้
ประกอบการ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และต้นฉบับ
(ค) ภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ประกอบการ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และต้นฉบับ
(ง) รูปถ่ายภายนอกด้านหน้าของอาคารสำนักงาน ขนาด7.60 ซ.ม. x 12.70 ซ.ม. จำนวน 2 รูป พร้อมรับรองความถูกต้อง
(จ) แผนที่สังเขปแสดงที่ตั้งสำนักงานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยว พร้อมรับรองความถูกต้อง
(ฉ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองสถานที่ที่ใช้เป็นสำนักงาน เช่น สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่า หรือ
หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ พร้อมหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองของผู้ให้คำยินยอม
(ช) หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ) และภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตรประชาชน
ได้ของผู้รับมอบอำนาจพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องและต้นฉบับ

 
5.1.2 ห้างหุ้นส่วนสามัญ
(ก) แบบคำขอใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว
(ข) เอกสารรายชื่อ สัญชาติ จำนวนหุ้น ของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน รับรองความถูกต้อง โดยหุ้นส่วนผู้มีอำนาจ
(ค) ภาพถ่ายถ่ายประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการ หรือบัตรประจำตัวพนักงานองค์การของรัฐหรือใบ
สำคัญประจำตัวคนต่างด้าวหรือภาพถ่ายหนังสือเดินทาง (Passport) ของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน พร้อมรับรองสำเนาถูก
ต้อง และต้นฉบับ
(ง) ภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้านของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน กรณีเป็นคนต่างด้าวต้องแสดงใบอนุญาตการทำงานในประเทศ
ไทย (Work Permit) หรือหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยซึ่งรับรองโดยหุ้นส่วนผู้มีอำนาจ พร้อมรับรองสำเนา
ถูกต้อง และต้นฉบับ
(จ) ตัวอย่างรอยตราประทับ (ถ้ามี) พร้อมรับรองความถูกต้อง
(ฉ) รูปถ่ายภายนอกด้านหน้าของอาคารสำนักงาน ขนาด7.60 ซม. x 12.70 ซม. จำนวน 2 รูป พร้อมรับรองความถูกต้อง
(ช) แผนที่สังเขปแสดงที่ตั้งสำนักงานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยว พร้อมรับ รองความถูกต้อง
(ซ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองสถานที่ที่ใช้เป็นสำนักงาน เช่น สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่า หรือ
หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ พร้อมหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองของผู้ให้คำยินยอม
(ฌ) หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ) และภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตรประชาชนได้
ของผู้รับมอบอำนาจพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องและต้นฉบับ


5.1.3 ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน/ห้างหุ้นส่วนจำกัด
(ก) แบบคำขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
(ข) หนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท ซึ่งรับรองไว้ไม่เกิน 6 เดือน แสดงการจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วน
สามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ฉบับระบุรายชื่ออำนาจของหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างฯ สถานที่ตั้งสำนักงาน
แห่งใหญ่ และสาขา (ถ้ามี) พร้อมวัตถุที่ประสงค์ที่ระบุว่าประกอบธุรกิจนำเที่ยว
(ค) รายการจดทะเบียนจัดตั้ง (หส.2) ฉบับรับรองโดยนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท กรณีมีการเปลี่ยนแปลงรายการจด
ทะเบียนเปลี่ยนแปลงแก้ไข (หส.3) ฉบับรับรองโดยนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท
(ง) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการ หรือบัตรประจำตัวพนักงานองค์การของรัฐหรือใบ
สำคัญประจำตัวคนต่างด้าวหรือภาพถ่ายหนังสือเดินทาง (Passport) ของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพัน
ห้างทุกคน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องและต้นฉบับ
(จ) ภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้านของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน กรณีเป็นคน ต่างด้าว ต้องแสดงใบอนุญาตการทำงานใน
ประเทศไทย (Work Permit) หรือหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยซึ่งรับรอบโดยหุ้นส่วนผู้มีอำนาจ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และต้นฉบับ
(ฉ) ตัวอย่างรอยตราประทับ ซึ่งต้องเป็นตราที่ได้จดทะเบียนไว้กับกระทรวงพาณิชย์พร้อมรับรองความถูกต้อง
(ช) รูปถ่ายภายนอกด้านหน้าของอาคารสำนักงาน ขนาด 7.60 ซ.ม. x 12.70 ซ.ม. จำนวน 2 รูป พร้อมรับรองความถูกต้อง
(ซ) แผนที่สังเขปแสดงที่ตั้งสำนักงานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยว พร้อม รับรองความถูกต้อง
(ฌ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองสถานที่ที่ใช้เป็นสำนัก งาน เช่น สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่า หรือ
หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ พร้อมหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองของผู้ให้คำยินยอม
(ญ) หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ) และภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตรประชาชน
ได้ของผู้รับมอบอำนาจพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องและต้นฉบับ

 
5.1.4 บริษัทจำกัด/บริษัทมหาชนจำกัด
(ก) แบบคำขอใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว
(ข) หนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท ซึ่งรับรองไว้ไม่เกิน 6 เดือน แสดงการจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด
หรือบริษัทมหาชน จำกัดฉบับระบุรายชื่ออำนาจของ กรรมการของบริษัท สถานที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ และสาขา
(ถ้ามี) พร้อมวัตถุที่ประสงค์ที่ระบุว่าประกอบธุรกิจนำเที่ยว
(ค) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการ หรือบัตร ประจำตัวพนักงานองค์การของรัฐหรือใบ
สำคัญประจำตัวคนต่างด้าวหรือภาพถ่ายหนังสือเดินทาง (Passport) ของกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันกับ
บริษัททุกคน พร้อมรับรองสำเนาถูก ต้องและต้นฉบับ
(ง) ภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจทุกคน กรณีเป็นคนต่างด้าวต้องแสดงใบอนุญาตการทำงานใน
ประเทศไทย (Work Permit) หรือหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยซึ่งรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจ พร้อมรับ
รองสำเนาถูกต้อง และต้นฉบับ
(จ) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ปีปัจจุบัน (บัญชีรายชื่ผู้ถือหุ้นที่บริษัทจะต้องส่งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทเป็น
ประจำทุกปี ภายหลังการประชุมผู้ถือหุ้น) ฉบับรับรองโดยนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท
(ฉ) หนังสือบริคณห์สนธิ (บอจ.2) ฉบับรับรองโดยนายทะเบียนหุ้นส่วน บริษัท
(ช) ข้อบังคับของบริษัท หรือรายการจดทะเบียนจัดตั้ง (บอจ. 3) หรือรายงานการประชุมจัดตั้งบริษัท ฉบับรับรองโดย
นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท
(ซ) ตัวอย่างรอยตราประทับ ซึ่งต้องเป็นตราที่ได้จดทะเบียนไว้กับ กระทรวงพาณิชย์ พร้อมรับรองความถูกต้อง
(ฌ) รูปถ่ายภายนอกด้านหน้าของอาคารสำนักงาน ขนาด7.60 ซ.ม. x 12.70 ซ.ม.จำนวน2 รูป พร้อมรับรองความถูกต้อง
(ญ) แผนที่สังเขปแสดงที่ตั้งสำนักงานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยว พร้อมรับรองความถูกต้อง
(ฎ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองสถานที่ที่ใช้เป็นสำนัก งาน เช่น สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่า หรือ
หนังสือยินยอมให้ใช้ สถานที่ พร้อมหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองของผู้ให้คำยินยอม
(ฏ) หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ) และภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตรประชาชน
ได้ของผู้รับมอบอำนาจพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องและต้นฉบับ

 
6. เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว และมีกิจกรรมดำน้ำแบบสคูบ้าด้วย
นอกจากจะต้องมีเอกสารตามข้อ 5 แล้วจะต้องมีเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
(ก) ภาพถ่ายใบทะเบียนเรือไทย จากกรมเจ้าท่า
(ข) ภาพถ่ายหนังสืออนุญาตจากกรมป่าไม้ กรณีดำเนินการในเขตอุทยานแห่งชาติ
(ค) เอกสารรับรองอุปกรณ์ในการดำน้ำจากนิติบุคคล
(ง) ภาพถ่ายใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุมการดำน้ำ (Dive Master) หรือผู้สอนการดำน้ำ (Dive Instructor) ตามมาตรฐานสากล
(จ) ภาพถ่ายกรมธรรม์
(ฉ) ภาพถ่ายใบอนุญาตจากกรมไปรษณีย์โทรเลขให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคม/ใช้เครื่องวิทยุคมนาคม

 
7. การพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
การพิจารณาออกใบอนุญาตนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ นอกจากจะเป็นไปตามกฎหมายกำหนดแล้ว คณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ยังได้กำหนดอำนาจของนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวเพิ่มเติมไว้ว่า "ผู้ขออนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวรายใด ถ้าผู้เกี่ยวข้อง เช่น กรรมการผู้จัดการ หุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้น เป็นต้น ปรากฏว่า มีชื่อเป็นผู้เคยเกี่ยวข้องกับธุรกิจนำเที่ยวที่เคยถูกหักหลักประกันชดใช้ค่าเสียหาย และปิดกิจการไปรวมอยู่ด้วย ไม่สมควรออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวให้ ทั้งนี้ จะพิจารณาให้ต่อเมื่อระยะเวลาได้ล่วงเลยไปแล้ว 3 ปี"

 
8. ค่าธรรมเนียมและหลักประกันใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวจะต้องชำระค่าธรรมเนียมและวางหลักประกันตามอัตราดังนี้
ก. ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต
(ก) เฉพาะพื้นที่ ฉบับละ 100 บาท
(ข) ในประเทศ ฉบับละ 300 บาท
(ค) ต่างประเทศ ฉบับละ 500 บาท
ข. หลักประกัน
(ก) เฉพาะพื้นที่ ต้องวางหลักประกันเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท
(ข) ในประเทศ ต้องวางหลักประกันเป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท
(ค) ต่างประเทศ ต้องวางหลักประกันเป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท
เว้นแต่มิได้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ไปยังสถานที่หนึ่งที่ใดในต่างประเทศต้องวางหลักประกัน 100,000 บาท
ค. ประเภทของหลักประกัน
(ก) เงินสด
(ข) หนังสือค้ำประกันของธนาคาร
(ค) พันธบัตรรัฐบาลไทย ชนิดที่ขายคืนได้ก่อนครบกำหนดชำระเงิน
(ง) พันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลไทยค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย ชนิดที่ขายคืนได้ก่อนครบกำหนดชำระต้นเงิน

 
9. อายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวมีอายุ 2 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต
 
10. การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
10.1 การต่ออายุ
ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องขอต่ออายุใบอนุญาต ภายใน 120 วัน ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุหากไม่ขอต่ออายุต้องเลิกประกอบธุรกิจนำเที่ยวนับแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ และต้องคืนใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุเช่นเดียวกัน หากไม่คืนจะต้องถูกปรับไม่เกิน 1,000 บาท
 
10.2 เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
(ก) แบบคำขอต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
(ข) ภาพถ่ายใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องโดยกรรมการผู้มีอำนาจ
(ค) เอกสารรายชื่อ สัญชาติ จำนวนหุ้นของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน รับรองความถูกต้องโดยหุ้นส่วนผู้มีอำนาจ (กรณีเป็น
ห้างหุ้นส่วนสามัญ)
(ง) หนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท ซึ่งรับรองไว้ไม่เกิน 6 เดือนแสดงการจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วน
สามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ฉบับระบุรายชื่ออำนาจของผู้จัด
การของห้างฯหรือกรรมการของบริษัทสถานที่ตั้ง สำนักงานแห่งใหญ่ และสาขา (ถ้ามี) พร้อมวัตถุที่ประสงค์ที่ระบุ
ว่าประกอบธุรกิจนำเที่ยว (กรณีเป็นนิติบุคคล)
(จ) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการ หรือบัตรประจำตัวพนักงานองค์การของรัฐหรือใบ
สำคัญประจำตัวคนต่างด้าวหรือภาพถ่ายหนังสือเดินทาง (Passport) ของผู้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการหรือผู้จัดการของห้างฯหรือกรรมการที่มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันห้างฯหรือบริษัททุกคนและใบอนุญาตการทำงานใน ประเทศไทย (Work Permit) หรือหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งรับรองโดยหุ้นส่วนผู้จัดการหรือผู้จัดการของห้างหรือกรรมการผู้มีอำนาจพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และต้นฉบับ
(ฉ) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ปีปัจจุบัน (บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่บริษัทจะต้องส่งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทเป็น
ประจำทุกปี ภายหลังการประชุมผู้ถือหุ้น) ฉบับรับรองโดยนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท (กรณีเป็นบริษัทจำกัดหรือ
บริษัทมหาชนจำกัด)
(ช) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองสถานที่ที่ใช้เป็นสำนักงาน เช่น สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่า หรือ
หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ พร้อมหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองของผู้ให้คำยินยอม ถ้าเอกสารเดิม
หมดอายุ
(ซ) หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ) และภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตรประชาชน
ได้ของผู้รับมอบอำนาจพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องและต้นฉบับ
10.3 ค่าธรรมเนียมและหลักประกัน
ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวจะต้องชำระค่าธรรมเนียมและวางหลักประกันตามอัตราดังนี้
10.3.1 ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต
(ก) เฉพาะพื้นที่ ฉบับละ 100 บาท
(ข) ในประเทศ ฉบับละ 300 บาท
(ค) ต่างประเทศ ฉบับละ 500 บาท
10.3.2 หลักประกัน
กรณีหลักประกันเดิมเป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคาร ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวจะให้ธนาคารมีหนังสือต่ออายุหนังสือค้ำประกันเดิมออกไปอีกก็ได้ แต่ต้องกำหนดวันหมดอายุของหนังสือค้ำประกันออกไปไม่น้อยกว่า 1 ปี นับแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ

 
11. การเปลี่ยนแปลงรายการของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว
เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอเปลี่ยนแปลงรายการ
11.1 กรณีเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสถานประกอบการ
1) แบบคำขอเปลี่ยนแปลงรายการสำหรับธุรกิจนำเที่ยว
2) ต้นฉบับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
3) หนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท ซึ่งรับรองไว้ไม่เกิน 6 เดือนแสดงถึงการจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วน
สามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ฉบับระบุรายชื่ออำนาจของผู้จัดการ
ของห้างฯหรือของกรรมการผู้จัดการสถานที่ตั้ง สำนักงานแห่งใหญ่ และสาขา (ถ้ามี)พร้อมวัตถุที่ประสงค์ที่ระบุว่า
ประกอบธุรกิจนำเที่ยว (กรณีเป็นนิติบุคคล)
4) รูปถ่ายภายนอกด้านหน้าของอาคารสำนักงาน ขนาด7.60 ซ.ม. x 12.70 ซ.ม จำนวน 2 รูป พร้อมรับรองความถูกต้อง
5) แผนที่สังเขปแสดงที่ตั้งสำนักงานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยว พร้อมรับรองความถูกต้อง
6) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองสถานที่ที่ใช้เป็นสำนักงาน เช่น สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่า หรือ
หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ พร้อมหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองของผู้ให้คำยินยอม
7) หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ) และภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตรประชาชนได้
ของผู้รับมอบอำนาจพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องและต้นฉบับ

11.2 กรณีเปลี่ยนแปลงชื่อสถานประกอบการ
1) แบบคำขอเปลี่ยนแปลงรายการสำหรับธุรกิจนำเที่ยว
2) ต้นฉบับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
3) หนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท ซึ่งรับรองไว้ไม่เกิน 6 เดือนแสดงถึงการจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วน
สามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ฉบับระบุรายชื่ออำนาจของผู้จัดการ
ของห้างฯหรือกรรมการผู้จัดการสถานที่ตั้ง สำนักงานใหญ่ และสาขา (ถ้ามี)พร้อมวัตถุที่ประสงค์ที่ระบุว่าประกอบ
ธุรกิจนำเที่ยว (กรณีเป็นนิติบุคคล)
4) หนังสือบริคณห์สนธิแก้ไขเพิ่มเติม รับรองโดยกระทรวงพาณิชย์ (กรณีเป็นนิติบุคคล)
5) รูปถ่ายภายนอกด้านหน้าของอาคารสำนักงาน ขนาด7.60 ซ.ม. x 12.70 ซ.มจำนวน2 รูป พร้อมรับรองความถูกต้อง
6) ตัวอย่างรอยตราประทับ (ถ้ามี) พร้อมรับรองความถูกต้อง
7) กรณีวางหลักประกันเป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคาร ต้องมีหนังสือของธนาคารยืนยันความรับผิดชอบในชื่อใหม่
(กรณีเป็นนิติบุคคลหรือ ห้างหุ้นส่วนสามัญ)
8) หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ) และภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตรประชาชนได้
ของผู้รับมอบอำนาจพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องและต้นฉบับ

 
11.3 กรณีเปลี่ยนแปลงผู้มีอำนาจ
1) แบบคำขอเปลี่ยนแปลงรายการสำหรับธุรกิจนำเที่ยว
2) ภาพถ่ายใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องโดยกรรมการผู้มีอำนาจ
3) หนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท ซึ่งรับรองไว้ไม่เกิน 6 เดือนแสดงถึงการจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วน
สามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ฉบับระบุรายชื่ออำนาจของผู้จัดการ
ของห้างฯหรือกรรมการผู้จัดการสถานที่ตั้ง สำนักงานใหญ่ และสาขา (ถ้ามี)พร้อมวัตถุที่ประสงค์ที่ระบุว่าประกอบ
ธุรกิจนำเที่ยว
4) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการ หรือบัตรประจำตัวพนักงานองค์การของรัฐหรือใบ
สำคัญประจำตัวคนต่างด้าวหรือภาพถ่ายหนังสือเดินทาง (Passport) ของหุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้จัดการของห้างฯหรือ
กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันห้างหรือบริษัททุกคนพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และต้นฉบับ
5) ภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้านของหุ้นส่วนผู้จัดการหรือผู้จัดการของห้างฯหรือกรรมการผู้มีอำนาจทุกคน กรณีเป็นคน
ต่างด้าวต้องแสดงใบอนุญาตการทำงานในประเทศไทย (Work Permit) หรือหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยซึ่ง
รับรองโดยหุ้นส่วนผู้จัดการหรือผู้จัดการของห้างฯหรือกรรมการผู้มีอำนาจ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และต้นฉบับ
6) หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ) และภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตรประชาชนได้
ของผู้รับมอบอำนาจพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องและต้นฉบับ

 
11.4 กรณีเปลี่ยนเปลงทุนจดทะเบียน
1) แบบคำขอเปลี่ยนแปลงรายการสำหรับธุรกิจนำเที่ยว
2) หนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท ซึ่งรับรองไว้ไม่เกิน 6 เดือน แสดงถึงการจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วน
สามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ฉบับระบุรายชื่ออำนาจของผู้จัดการของห้างฯ หรือกรรมการผู้จัดการสถานที่ตั้ง สำนักงานใหญ่ และสาขา (ถ้ามี) พร้อมวัตถุที่ประสงค์ที่ระบุว่าประกอบธุรกิจนำเที่ยว
3) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ปีปัจจุบัน (บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่บริษัทจะต้องส่งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทเป็น
ประทุกจำปี ภายหลังการประชุมผู้ถือหุ้น)ฉบับรับรองโดยนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท (กรณีเป็นบริษัทจำกัดหรือ
บริษัทมหาชนจำกัด)
4) หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ) และภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตรประชาชนได้
ของผู้รับมอบอำนาจพร้อมรับรอง สำเนาถูกต้องและต้นฉบับ

 
11.5 กรณีเปลี่ยนแปลงประเภทใบอนุญาต (จากต่ำไปสูง)
1) แจ้งเลิกกิจการ
2) ยื่นแบบคำขอใหม่
11.6 กรณีเปลี่ยนแปลงหลักประกัน (เฉพาะกรณีขอต่ออายุ)
1) แบบคำขอเปลี่ยนแปลงรายการสำหรับธุรกิจนำเที่ยว
2) หนังสือแจ้งเปลี่ยนแปลงหลักประกัน
3) หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ) และภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตรประชาชนได้
ของผู้รับมอบอำนาจพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องและต้นฉบับ

 
12. การขอใบแทนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
ถ้าใบอนุญาตชำรุด สูญหาย หรือถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่อนายทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบถึงการชำรุด สูญหาย หรือถูกทำลายดังกล่าว
12.1 เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอใบแทนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
12.1.1 กรณีชำรุดหรือถูกทำลายในสาระสำคัญ
(ก) แบบค่าขอใบแทนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
(ข) ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่ชำรุดหรือถูกทำลายในสาระ สำคัญ
(ค) หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ) และภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตร
ประชาชนได้ของผู้รับมอบอำนาจพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องและต้นฉบับ
12.1.2 กรณีสูญหาย
(ก) แบบคำขอใบแทนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
(ข) ภาพถ่ายใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจ
(ค) หลักฐานการแจ้งความของพนักงานสอบสวน
(ง) หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ) และภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตร
ประชาชนได้ของผู้รับมอบอำนาจพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องและต้นฉบับ

 
13. การขอคืนหลักประกัน
13.1 สาเหตุการขอคืนหลักประกัน
13.1.1 กรณีเลิกประกอบธุรกิจนำเที่ยว
ให้แจ้งเลิกและขอคืนหลักประกันล่วง หน้า ก่อนเลิกประกอบธุรกิจนำเที่ยวไม่น้อยกว่า 30 วัน
13.1.2 กรณีต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวไม่ทันตามกำหนด
ให้แจ้งในวันที่ใบอนุญาตหมดอายุ หรือภายหลังจากใบอนุญาตหมดอายุ
13.1.3 กรณียื่นต่ออายุ แต่นายทะเบียนแจ้งยกเลิกการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเนื่องจากไม่รับใบอนุญาต
ประกอบธุรกิจนำเที่ยวภายในกำหนด หรือเอกสารประกอบยื่นไม่ครบถ้วนให้แจ้งในวันที่นายทะเบียนออก
หนังสือแจ้ง
13.2 เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอคืนหลักประกัน
13.2.1 มีหนังสือแจ้งเลิกประกอบธุรกิจนำเที่ยวและ/หรือขอคืนหลักประกัน โดยระบุข้อความ "ข้าพเจ้าขอรับรองว่าไม่มี
เรื่องร้องเรียนหรือไม่อยู่ในระหว่างการดำเนินคดีหรือไม่มีหนี้เกี่ยวกับธุรกิจนำเที่ยวที่จะต้องชำระให้แก่นักท่อง
เที่ยว และ/หรือ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยว"
13.2.2 ต้นฉบับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือต้นฉบับใบแทนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
13.2.3 หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ) และภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตรประชา
ชนได้ของผู้รับมอบอำนาจพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องและต้นฉบับ

 
14. การขอใบอนุญาตสาขา
14.1 การยื่นขอใบอนุญาตสาขา กระทำได้ 2 วิธีคือ
14.2.1 ยื่นในวันเวลาเดียวกับการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวของสำนักงานใหญ่
14.2.2 ยื่นเพิ่มเติมภายหลัง
14.2 เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอใบอนุญาตสาขา
(ก) แบบคำขอเปลี่ยนแปลงรายการสำหรับธุรกิจนำเที่ยว (กรณียื่นเพิ่มเติมภายหลัง)
(ข) หนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท ซึ่งรับรองไว้ไม่เกิน 6 เดือน แสดงถึงการจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วน
สามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ฉบับระบุรายชื่ออำนาจของผู้จัด
การของห้างฯ หรือกรรมการผู้จัดการสถานที่ตั้ง สำนักงานใหญ่ และสาขา (ถ้ามี) พร้อมวัตถุที่ประสงค์ที่ระบุว่า
ประกอบธุรกิจนำเที่ยว (กรณีเป็นนิติบุคคล)
(ค) รูปถ่ายภายนอกด้านหน้าของอาคารสำนักงาน ขนาด7.60 ซ.ม. x 12.70 ซ.ม แห่งละจำนวน2 รูป พร้อมรับรองความ
ถูกต้อง
(ง) แผนที่สังเขปแสดงที่ตั้งสำนักงานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยว พร้อมรับรองความถูกต้อง
(จ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองสถานที่ที่ใช้เป็นสำนักงาน เช่น สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่า หรือ
หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ พร้อมหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองของผู้ให้คำยินยอม
(ฉ) หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ) และภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตรประชาชน
ได้ของผู้รับมอบอำนาจพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องและต้นฉบับ
หมายเหตุ : - หนังสือมอบอำนาจ ติดอากรแสตมป์ 30 บาท
- ผู้รับมอบอำนาจต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
- เอกสารเฉพาะตัวของบุคคลใด ให้บุคคลนั้นลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
- เอกสารของนิติบุคคลที่รับรองโดยหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องต้องใช้ต้นฉบับที่ทางราชการประทับตรารับรอง
ยื่นประกอบคำขอ
- ภาพถ่ายเอกสารของนิติบุคคล อาทิ สัญญาเช่า ฯลฯ ให้ผู้มีอำนาจของนิติบุคคลลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูก
ต้องพร้อมประทับตราสำคัญของนิติบุคคล
การตรวจสอบประวัติ
ตามที่กฎหมายได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ว่าผู้มีอำนาจต้องไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษนั้น
คณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์จึงได้มีมติให้ผู้มีอำนาจของธุรกิจนำเที่ยวทุกท่าน ที่ยื่นแบบคำขอใบอนุญาตหรือ แบบคำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจะต้องตรวจสอบประวัติ โดยสามารถเลือกปฏิบัติได้ 2 วิธี คือ
1. ใช้เอกสารบันทึกแนบท้ายแบบคำ ขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
1.1 ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว 2 แห่งที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวให้การรับรอง
1.2 ให้สมาคมธุรกิจนำเที่ยวที่เกี่ยวข้อง (กรณีเป็นสมาชิก) ให้การรับรอง
2. ถือหนังสือที่ ททท. ออกให้ไปติดต่อด้วยตนเองที่สถานีตำรวจที่ตนมีภูมิลำเนาอยู่และรับ เอกสารใบรับของ เจ้าหน้าที่ตำรวจคืน
จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เอกสารตรวจสอบประวัติในข้อ 1 หรือ 2 ให้นำไปยื่นไม่เกินวันรับใบอนุญาต หากไม่ส่งมอบภายในเวลาที่กำหนดจะมีผลต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวฉบับต่อไป หากเลือกใช้วิธีที่ 1 จะต้องกระทำใหม่ทุกครั้งที่ยื่นต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว