สถิติการเข้าชม

งาน‎ > ‎โครงงาน‎ > ‎

บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง

เครื่องจับยุงที่ขายตามท้องตลาด

เครื่องดักจับยุงและแมลง EUROX MT ใช้คุณลักษณะทางธรรมชาติของยุงที่ใช้การจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และอุณหภูมิ จากร่างกายของสิ่งมีชีวิตมาเป็นกลไกลในการล่อยุง ด้วยปฏิกิริยาPhotocatalysis ดังนั้นยุงที่จับได้จึงเป็นยุงตัวเมียซึ่งดูดเลือดคนและสัตว์เป็นอาหารมากกว่าแมลงชนิดอื่นๆ โดยเริ่มจากการใช้แสงไฟจากหลอด UVA ฟลูออเรสเซนส์ที่ติดตั้งไว้ภายในเครื่องจะสร้างความร้อนและรังสีอุลตราไวโอเลต แผ่ไปกระทบกับไททาเนียมไดออกไซด์ (TiO2) ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ขึ้น ซึ่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการนี้จะใกล้เคียงกับที่เกิด จากลมหายใจของมนุษย์จึงไม่มีอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใด

          ยุงจะเข้าใจผิดว่าเครื่องดักจับยุงและแมลง EUROX MT เป็นสิ่งมีชีวิตจากความร้อนของหลอดไฟและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้น และเมื่อยุงบินเข้ามาจะถูกพัดลมกำลังสูงที่ติดตั้งไว้ภายในดูดลงไปในกล่องตาข่ายดักยุงด้านล่างและยุงจะไม่สามารถบินออกมาได้ จนแห้งตายไปเองในที่สุด นอกจากนี้แสงจากหลอด UVA ยังสามารถใช้ในการล่อแมลงชนิดอื่นๆที่สร้างความรำคาญได้อีกด้วย

          เครื่องดักจับยุงและแมลง EUROX MT ไม่ใช้สารเคมีใดๆ จึงไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ไม่ใช้ไฟฟ้าในการกำจัดยุงที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นไหม้และควันไฟแสบตา นอกจากนี้ปฏิกิริยา Photocatalysis ยังมีคุณสมบัติในการดูดจับและย่อยสลายเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา รวมทั้งกำจัดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆได้อีกด้วย โดยอนุภาคที่ถูกย่อยสลายจะถูกเปลี่ยนรูปไปเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และน้ำ (H2O) เครื่องดักจับยุงและแมลง EUROX MT จึงดีต่อคุณและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง


                                                                                                                                                                                                                                                                                                         

เครื่องดักยุงและแมลงปลอดสารพิษ

เครื่องดักจับยุงและแมลง ใช้คุณลักษณะทางธรรมชาติของยุงที่ใช้การจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และอุณหภูมิ จากร่างกายของสิ่งมีชีวิตมาเป็นกลไกลในการล่อยุง ด้วยปฏิกิริยา Photocatalysis ดังนั้นยุงที่จับได้จึงเป็นยุงตัวเมียซึ่งดูดเลือดคนและสัตว์เป็นอาหารมากกว่าแมลงชนิดอื่นๆ โดยเริ่มจากการใช้แสงไฟจากหลอด UVA ฟลูออเรสเซนส์ที่ติดตั้งไว้ภายในเครื่องจะสร้างความร้อนและรังสี
อัลตราไวโอเลต แผ่ไปกระทบกับไททาเนียมไดออกไซด์ (TiO2) ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ขึ้น ซึ่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการนี้จะใกล้เคียงกับที่เกิด จากลมหายใจของมนุษย์จึงไม่มีอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใด
ยุงจะเข้าใจผิดว่าเครื่องดักจับยุงและแมลง เป็นสิ่งมีชีวิตจากความร้อนของหลอดไฟและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้น และเมื่อยุงบินเข้ามาจะถูกพัดลมกำลังสูงที่ติดตั้งไว้ภายในดูดลงไปในกล่องตาข่ายดักยุงด้านล่างและยุงจะไม่สามารถบินออกมาได้ จนแห้งตายไปเองในที่สุด นอกจากนี้แสงจากหลอด UVA ยังสามารถใช้ในการล่อแมลงชนิดอื่นๆที่สร้างความรำคาญได้อีกด้วย
 

                                                                                                                                                                                                                                          

ยุง

ยุง เป็นแมลงที่พบได้ทั่วโลกแต่พบมากในเขตร้อนและเขตอบอุ่น จากหลักฐานทางฟอสซิลสามารถสันนิษฐานได้ว่า ยุงมีในโลกตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์เมื่อประมาณ 38-54 ล้านปีมาแล้ว โดยปกติตัวเมียมักจะกินเลือดเป็นอาหาร ส่วนตัวผู้มักจะกินน้ำหวาน นอกจากนี้ยังเป็นแมลงที่เป็นพาหะแพร่เชื้อโรคอีกด้วย เช่น ไข้เลือดออก ยุงตัวเมียจะมีอายุประมาณ 1-3 สัปดาห์ ขึ้นกับชนิดและสภาพแวดล้อม ส่วนตัวผู้จะมีอายุประมาณ 4-5 วัน จะตายหลังจากผสมพันธุ์เสร็จ ยุงทั่วโลกมีอยู่ประมาณ 3,450 ชนิด พบในประเทศไทย ประมาณ 412 ชนิด แต่ที่คุ้นเคยกันดีคือ ยุงก้นปล่อง (Anopheles) ยุงลาย (Aedes)


ลักษณะโดยทั่วไป

ยุงเป็นแมลงที่มีขนาดเล็กโดยทั่วไปมีขนาดลำตัวยาว 4-6 มิลลิเมตร บางชนิดมีขนาดเล็กมาก 2-3 มิลลิเมตร และบางชนิดอาจยาวมากกว่า 10 มิลลิเมตร

        ยุงมีส่วนหัว อก และท้อง มองเห็นได้อย่างชัดเจนและสามารถแยกออกจากแมลงชนิดอื่น ได้อย่างง่ายๆ โดยสังเกตจากรูปพรรณสัณฐาน ดังต่อไปนี้คือ มีปากคล้ายงวง ยื่นยาวออกไปข้างหน้า และมีปีกสำหรับบิน 1 คู่ ยุงมีส่วนหัว อก และท้อง มองเห็นได้อย่างชัดเจนและสามารถแยกออกจากแมลงชนิดอื่น ได้โดยสังเกตจากรูปพรรณสัณฐาน ดังต่อไปนี้คือ มีปากคล้ายงวง ยื่นยาวออกไปข้างหน้า และมีปีกสำหรับบิน 1 คู่



       

ยุงที่เป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ

ยุงก้นปล่อง

        ยุงก้นปล่องเป็นพาหะนำโรคมาลาเรีย ในประเทศไทยเท่าที่พบในปัจจุบันมียุงก้นปล่องอย่างน้อย 73 ชนิด แต่มีเพียง 3 ชนิดที่เป็นพาหะสำคัญ สังเกตยุงชนิดนี้ได้ง่ายเวลามันเกาะพัก จะยกก้นชี้เป็นปล่อง


ยุงลาย

        ยุงลายที่พบตามบ้านเรือนหรือชนบท ( Aedes. aegypti, และ Aedes albopictus ) เป็นพาหะสำคัญของโรคไข้เลือดออก ส่วนยุงลายป่าเป็นพาหะโรคเท้าช้าง

        ยุงลายชนิด Ae. aegypti หรือ ยุงลายบ้าน พบบ่อยเป็นประจำในเขตเมือง มีขนาดค่อนข้างเล็ก บินได้ว่องไว บน scutum มีลายสีขาวรูปเคียว 2 อันอยู่ด้านข้าง มีขาลายชัดเจน ยุงชนิดนี้เพาะพันธุ์ในภาชนะที่มีน้ำขังทุกขนาดทั้งในและนอกบ้าน ชอบกัดกินเลือดคนมากกว่ากินเลือดสัตว์ มักหากินเวลากลางวันช่วงสายและบ่าย ยุงลายชอบเข้ากัดคนทางด้านมืดหรือที่มีเงาโดยเฉพาะบริเวณขาและแขน ขณะที่กัดมักไม่ค่อยรู้สึกเจ็บ คนถูกกัดจึงไม่รู้สึกตัว ยุง Ae. aegypti กัดทั้งในบ้านและนอกบ้าน และเกาะพักตามมุมมืดในห้อง โอ่ง ไห หรือตามพุ่มไม้ที่เย็นชื้น

        ยุงลายอีกชนิดหนึ่ง คือ Ae. albopictus หรือยุงลายสวน พบได้ทั่วไปในเขตชานเมือง ชนบทและในป่า มีลวดลายที่ scutum แตกต่างจาก Ae. aegypti คือมีแถบยาวสีขาวพาดผ่านตรงกลางไปตามความยาวของลำตัว เพาะพันธุ์ในภาชนะที่มีน้ำขัง กระบอกไม้ โพรงไม้ กะลามะพร้าว ใบไม้ ฯลฯ ยุงชนิดนี้มีอุปนิสัยคล้าย ๆ กับ Ae. aegypti แต่มีความว่องไวน้อยกว่า


ยุงรำคาญ

        ยุงรำคาญมีหลายชนิดที่ไม่ใช่ก่อความรำคาญเพียงอย่างเดียว แต่เป็นพาหะที่สำคัญของทั้งไวรัสไข้สมองอักเสบและโรคเท้าช้าง ลูกน้ำยุงรำคาญมักอาศัยอยู่ในน้ำไม่ว่าจะเป็นน้ำนิ่งหรือน้ำไหล ที่ค่อนข้างสกปรกที่มีไนโตรเจนสูงหรือมีการหมักเน่าของพืช

        ยุงรำคาญ ที่พบบ่อยในเขตเมือง ได้แก่ Culex quinquefasciatus เป็นยุงสีน้ำตาลอ่อน เพาะพันธุ์ในน้ำเสีย ตามร่องระบายน้ำ คูและหลุมบ่อต่าง ๆ ยุงรำคาญพบบ่อยในชนบท ได้แก่ Cx. tritaeniorhynchus และ Cx. vishnu, เนื่องจากมีท้องนาเป็นแหล่งเพาะพันธุ์หลัก โดยเฉพาะช่วงที่ไถนา และบริเวณหญ้าแฉะรกร้าง จึงมีมากในฤดุฝน ยุงชนิดนี้ชอบกัดสัตว์ พวกวัว ควายและหมูมากกว่าคน ยุงที่ก่อความรำคาญอีกสกุลหนึ่งที่มักกัดในเวลาพลบค่ำ มีขนาดใหญ่บินช้าๆ และกัดเจ็บ คือ ยุง Armigeres ไม่มีชื่อภาษาไทย


ยุงลายเสือ

        ยุงลายเสือหรือยุงเสือ ลำตัวและขามีลวดลายค่อนข้างสวยงาม บางชนิดมีสีเหลืองขาวสลับดำคล้ายลายของเสือโคร่ง เช่น Ma. uniformis บางชนิดมีลายออกเขียว คล้ายตุ๊กแก เช่น Ma. annulifera ยุงเหล่านี้ชอบเพาะพันธุ์ในบริเวณที่เป็นหนอง คลอง บึง สระ ที่มีพืชน้ำพวก จอกและ ผักตบชวา อยู่

        ยุงลายเสือจะมีปีกแตกต่างจากยุงกลุ่มอื่น คือ เส้นปีกจะมีเกล็ดใหญ่สีอ่อนสลับเข้ม ลำตัวปกคลุมด้วยเกล็ดเช่นกัน ทำให้ดูคล้ายมีฝุ่นผงเกาะติดทั่วตัว ขาลายเป็นปล้อง ๆ ตัวแก่มักจะกินเลือดสัตว์มากกว่าคน กัดกินเลือดนอกบ้าน โดยเฉพาะตามทุ่ง หนองน้ำ คลอง บึง ที่มีพืชน้ำขึ้น มักกัดเวลาพลบค่ำหลังพระอาทิตย์ตกดิน หรือบางครั้งกัดตอนกลางวันถ้ามีเหยื่อเข้าไปใกล้บริเวณเกาะพัก ยุงลายเสือหลายชนิดเป็นพาหะของโรคเท้าช้างในภาคใต้ของประเทศไทย บางชนิดเป็นพาหะบริเวณชายแดนไทย - พม่า


  • ยุงชอบกัดคนที่มีเหงื่อออกมาก
  • ยุงชอบกัดคนที่ตัวร้อน (อุณหภูมิบริเวณผิวหนังสูง)
  • ยุงชอบกัดคนที่หายใจแรง เพราะคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมากับลมหายใจเป็นตัวดึงดูดยุง
  • ยุงชอบกัดเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ เพราะกลิ่นและลักษณะผิวหนัง
  • ยุงชอบกัดผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เพราะฮอร์โมนแตกต่างกัน
  • ยุงชอบกัดคนที่ใส่เสื้อผ้าสีเข้ม เช่น สีดำ กรมท่า แดง เขียว มากกว่าสีขาว
                                                                                                                                                                                                                                                                           

ยีสต์ หรือ ส่าเหล้า (อังกฤษ: yeast)
     คือ รากลุ่มหนึ่งที่ส่วนใหญ่เป็นเซลล์เดี่ยว มีรูปร่างหลายแบบ เช่น รูปร่างกลม รี สามเหลี่ยม รูปร่างแบบมะนาว ฝรั่ง เป็นต้น ส่วนใหญ่มีการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ โดยวิธีการแตกหน่อ พบทั่วไปในธรรมชาติในดิน ในน้ำ ในส่วนต่างๆ ของพืช ยีสต์บางชนิดพบอยู่กับแมลง และในกระเพาะของสัตว์บางชนิด แต่แหล่งที่พบยีสต์อยู่บ่อยๆ คือแหล่งที่มีน้ำตาลความเข้มข้นสูง เช่น น้ำผลไม้ที่มีรสหวาน ยีสต์ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ มักจะปนลงไปในอาหาร เป็นเหตุให้อาหารเน่าเสียได้

     ยีสต์เป็นจุลินทรีย์ที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยโบราณถึงกับมีผู้กล่าวว่า ยีสต์เป็นจุลินทรีย์ชนิดแรกที่มนุษย์นำมาใช้ รายงานแรกเกี่ยวกับการใช้ยีสต์ คือการผลิตเบียร์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Boozah เมื่อประมาณ 6,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช คนไทยรู้จักใช้ประโยชน์จากยีสต์มาเป็นเวลานาน เช่นในการทำอาหารหมักบางชนิด ได้แก่ ข้าวหมาก ปลาแจ่ว เครื่องดองของเมาหลายชนิดเช่น อุ สาโท และกระแช่ เป็นต้น ปัจจุบันมีการนำยีสต์มาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมหลายประเภท เป็นต้นว่าการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชนิดต่างๆเช่น เบียร์ ไวน์ และวิสกี้ การผลิตเอธิลแอลกอฮอล์เพื่อใช้เป็นสารเคมี และเชื้อเพลิง การผลิตเซลล์ยีสต์ เพื่อใช้เป็นยีสต์ขนมปังและเป็นโปรตีนเซลล์เดียว

     ราบางประเภทสามารถนำมาใช้ในการผลิตสุราได้แต่ราบางชนิดที่เพาะมาเป็นพิเศษ ก็เป็นราที่ผลิตมาเพื่อการค้าและมีลิขสิทธิ์เฉพาะ เช่นรา คาลสเบิร์กโนเจนซิส เป็นราลิขสิทธิ์ที่ใช้ในการผลิตเบียร์ คาลสเบริ์ก

     การผลิตยีสต์ที่ได้คุณภาพจะต้องผ่านการรับรองจากสถาบัน Leco ถึงจะสามารถบันจุวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตของยุโรปเช่น ร้าน Hermes และ Struers ได้

     ยีสต์ มีคุณสมบัติในการเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นคาร์บอนไดออกไซด์และแอลกอฮอล์ได้ โดยหลักการทำงานของยีสต์ หรือ "เบเกอร์ ยีสต์" (Baker yeast) ที่ใส่ให้ขนมปังฟู เนื่องมาจากยีสต์ที่ใส่ลงไปมีการใช้น้ำตาลในแป้งขนมปัง หรือที่เรียกกันว่า "โด" (dough) เป็นอาหาร และระหว่างที่มันกินอาหารมันก็จะหายใจเอาออกซิเจนเข้าไป และหายใจเอาคาร์บอนไดออกไซต์ออกมา และเมื่อเราเอาแป้งไปอบ ก๊าซที่มันคายออกมาก็ผุดขึ้นมาระหว่างเนื้อขนมปังทำให้เกิดรูพรุนจนฟูขึ้นมา

     ส่วนพวก "บริวเวอร์ ยีสต์" (Brewer yeast) ซึ่งเป็นยีสต์ที่นำมาหมักทำเบียร์และไวน์ มีรสชาติค่อนข้างรุนแรง บริวเวอร์ยีสต์ ประกอบไปด้วย ธาตุอาหารมากมีกรดอะมิโน16ชนิด เกลือแร่14ชนิด วิตามิน17ชนิด นอกจากนี้ยังมีเกลือแร่สูง คือ โครเมี่ยม สังกะสี เหล็ก ฟอสฟอรัส และเซเลเนียม อีกทั้งบริวเวอร์ยีนยังเป็นแหล่งสำคัญของโปรตีนถึง16กรัมต่อปริมาตรยีสต์30 กรัม มีมากถึง 50%-55%
                                                                                                                                                                                                                                                                          

น้ำตาล คือ สารให้ความหวานตามธรรมชาติชนิดหนึ่ง มีเรียกกันหลายแบบ ขึ้นอยู่กับรูปร่างลักษณะของน้ำตาล เช่น น้ำตาลทราย น้ำตาลกรวด น้ำตาลก้อน น้ำตาลปีบ เป็นต้น แต่ในทางเคมี โดยทั่วไปหมายถึง ซูโครส หรือ แซคคาโรส ไดแซคคาไรด์ ที่มีลักษณะเป็นผลึกของแข็งสีขาว น้ำตาลเป็นสารเพิ่มความหวานที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ในอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขนมหวาน และเครื่องดื่ม ในทางการค้าน้ำตาลผลิตจาก อ้อย(sugar cane) , ต้นตาล(sugar palm),ต้นมะพร้าว(coconut palm),ต้นเมเปิ้ลน้ำตาล(sugar maple) และ หัวบีท (sugar beet) ฯลฯ น้ำตาลที่มีองค์ประกอบทางเคมีแบบง่ายที่สุด หรือ โมโนแซคคาไรด์ เช่น กลูโคส เป็นที่เก็บพลังงาน ที่จะต้องใช้ในกิจกรรม ทางชีววิทยา ของเซลล์ ศัพท์ทางเทคนิคที่ใช้เรียกน้ำตาลจะลงท้ายด้วยคำว่า "-โอส" (-ose) เช่น กลูโคส

                                                                                                                                                                                                            
งานวิจัยยุงชอบกลิ่นถุงเท้าสกปรก http://www.mcot.net/cfcustom/cache_page/237618.html

เอ เอฟพี - นักวิจัยของสถาบันสุขภาพแห่งหนึ่งในแอฟริกา ซึ่งได้รับทุนจากสหรัฐฯ และแคนาดาเผย กลิ่นถุงเท้าสกปรกสามารถใช้ล่อยุงให้ติดกับจนตาย ก่อนที่พวกมันจะแพร่เชื้อมาลาเรียได้
       
       ดร.เฟรดอส โอคุมุ แห่งสถาบันสุขภาพอิฟาการาในแทนซาเนีย ทำการทดลองจนค้นพบว่า ยุงรู้สึกดึงดูดกลิ่นถุงเท้าสกปรกโสโครกมากกว่าคนที่กำลังนอนหลับอยู่ใน บริเวณเดียวกัน
       
       เขาเผยว่า ทำการทดลองกับบ้าน 2 หลัง โดยหลังหนึ่งมีคนนอนหลับอยู่ อีกหลังมีสารสังเคราะห์เลียนแบบคน เมื่อฉีดยาฆ่ายุงเข้าไปในบ้านทั้ง 2 หลังพบว่า บ้านที่มีอุปกรณ์สังเคราะห์นั้นมียุงมากกว่าถึง 4 เท่า
       
       "เมื่อยุงบินไปทั่วบ้าน พวกมันรู้สึกถึงบางสิ่งที่พวกมันคิดว่าเป็นมนุษย์ พวกมันพยายามที่จะกัดคน หรืออุปกรณ์นั้นๆ และแทนที่มันจะได้กินเลือด พวกมันก็จะตายแทน" เขากล่าว
       
       การศึกษาวิจัยของเขาได้รับเงินช่วยเหลือ 775,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ จากมูลนิธิบิล และเมลินดา เกตส์ และแกรนด์ ชาเลนจ์ เอ็นจีโอของแคนาดา เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวในหลายหมู่บ้านของแทนซาเนีย เพื่อตรวจวัดผลกระทบต่อสุขภาพของคน
       
       อุปกรณ์เหล่านั้นจะถูกติดตั้งไว้นอกบ้าน เพื่อเป็นส่วนเสริมมุ้งลวด ตาข่าย และยากันยุง
       
       ปีเตอร์ ซิงเกอร์ ซีอีโอของแกรนด์ ชาเลนจ์ แคนาดากล่าวว่า "เราสนใจไอเดียนั้น เพราะเป็นความคิดที่กล้า สร้างสรรค์ และเป็นนวัตกรรมใหม่ ใครจะคิดว่าเทคโนโลยีที่ช่วยชีวิตจะแอบอยู่ในตะกร้าผ้าของคุณ"
       
       ทั้งนี้ โรคไข้มาลาเรียคร่าชีวิตคนไปถึง 781,000 รายในปี 2009 ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก โดยในแต่ละปี 90% ของเหยื่ออยู่ในแอฟริกา และ 92% ยังเป็นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปีด้วย
  



ล่อยุงด้วยถุงเท้า http://www.oknation.net/blog/superkampai/2010/01/17/entry-3

ใช้ ปี๊บขนมปังแบบที่มีฝาปิดใหญ่ ราคาประมาณ 20 บาทต่อปี๊บ(ซื้อจากร้านขายขนม) นำมาล้างให้สะอาด นำถุงเท้าของลูกหลานหรือของตนเองสัก 2 - 3 คู่ เป็นถุงเท้าที่ใช้หลายวันแล้ว สกปรกแล้ว อับชื้น และยิ่งเหม็นมากเท่าไหร่ ยิ่งดี เพราะยุงชอบกลิ่นถุงเท้าใช้แล้วของคนเรา



นำถุงเท้า มาใส่ไว้ในปี๊บ แล้วนำปี๊บเปิดฝา วางไว้ในที่ร่มครึ้มนอกบ้าน ใต้ต้นไม้ก็ได้ ถ้าในบ้านมียุงมาก ก็อาจจะวางไว้อีกใบตามมุมอับมืดในบ้าน ทิ้งไว้ข้ามคืน ใกล้รุ่งยุงจะบินหาที่หลบ และจะเข้าไปอยู่ในปี๊บจำนวนมาก ตอนสายๆประมาณ 8 - 9 โมงเช้า จึงมาปิดฝาปิ๊บ และนำปี๊บไปตากแดด ฆ่ายุงได้ตายเรียบนับร้อยๆตัว
                                                                                                                                                                                                                                                                          
Comments