นิทาน เศรษฐกิจพอเพียง

กาลครั้งหนึ่ง มีพี่น้องอยู่ 4 คน ได้ประกอบกิจการปลูกข้าวตลอดทั้งปี

ครอบครัวนี้ไม่เคยประกอบกิจการอื่นเลยนอกจากทำนา จึงทำให้รายได้ไม่ค่อยมากเท่าไหร่ พวกเขาต้องยืมเงินจนเป็นหนี้สินมากมาย

และพวกเขาก็ต้องจ่ายเงินค่าที่นาเป็นจำนวนมากทำให้พวกเขาแทบจะไม่มีเงินเก็บเลย

 

พวกเขาจึงต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก

พี่น้องในครอบครัวนี้จึงมักจะทะเลาะกันบ่อยๆ

ดังนั้นพี่คนโตจึงได้พยายามคิดหาวิธีทำรายได้ให้มากขึ้น

 พวกเขาจึงได้อัญเชิญแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เรื่องการจัดสรรที่ดิน

พวกเขาจึงนำมาปรับใช้ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พวกเขาก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

จบ...

ที่มา http://miranmasisda.exteen.com/20071227/entry


นิทานเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับพ่อค้าสองคนคือพ่อค้าข้าวและพ่อค้าหนังสัตว์
เดินทางผ่านมาถึงวัดแห่งหนึ่งในตอนค่ำ เจ้าอาวาสจึงสั่งลูกวัดให้จัดที่นอนให้ แต่เพราะที่นอนมีให้สำหรับคนเดียวเท่านั้น จึงสั่งลูกวัดว่าให้พ่อค้าข้าวได้นอนที่นอน ส่วนพ่อค้าหนังสัตว์ให้นอนนอกห้อง ในตอนขากลับพ่อค้าทั้งสองก็มาค่ำที่วัดนี้อีก เจ้าอาวาสได้จัดที่นอนให้เช่นเดิม แต่สลับกัน ก่อนกลับพ่อค้าได้กราบขอบคุณหลวงพ่อที่ให้ความเป็นธรรมในเรื่องที่นอน แต่หลวงพ่อกลับตอบไปว่าท่านไม่มีทางทราบว่าพ่อค้าทั้งสองจะกลับมาอีก แต่สามารถอธิบายได้ว่าตอนขาไปนั้น หลวงพ่อต้องการจะให้พ่อค้าข้าวรู้สึกว่าบ้านเมืองนี้อุดมสมบูรณ์ เพื่อกระตุ้นให้พ่อค้าอยากจะซื้อข้าวมาก ๆ ขณะที่พ่อค้าหนังสัตว์คงอยากจะเห็นความยากลำบากเพื่อให้สัตว์ล้มตายเพื่อจะ ได้โอกาสซื้อหนัง แต่ขากลับนั้น ความรู้สึกของพ่อค้าทั้งสอง จะต้องสลับกันเพราะพ่อค้าข้าวคงอยากจะให้บ้านเมืองข้าวยากหมากแพง เพื่อจะได้ขายข้าวได้ในราคาดี ขณะที่พ่อค้าหนังสัตว์คงอยากจะรู้สึกว่าบ้านเมืองอยู่อย่างสงบ สัตว์เลี้ยงแข็งแรงเพื่อจะขายหนังสัตว์ได้ในราคาดีเช่นกันพ่อค้าทั้งสองยอมรับว่าเป็นเรื่องจริงที่พวกเขารู้สึกเช่นนั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเห็นแก่ได้ ไม่รู้จักเพียงพอ
ซึ่งนิทานเรื่องนี้ได้ให้ข้อคิดเรื่องความรู้จักพอเพียงและมีจริยธรรมในการ ดำเนินธุรกิจ การทำธุรกิจจะต้องไม่คำนึงถึงตัวเองฝ่ายเดียว จะต้องคำนึงถึงผู้อื่นด้วย
ที่มา http://www.baanmaha.com/community/thread6586.html
Comments