ปลูกผักสวนครัว ๒๔ ชนิด มะระ, สะระแหน่, โหระพาและแมงลัก

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
มะระ......
 
..........สรรพคุณเด่นของมะระ คือ เป็นยาระบายอ่อนๆ คนที่ทานมะระเป็นประจำหมดปัญหาในเรื่องท้องผูก นอกจากนี้มะระยังมีสารที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างได้ผล...ทำให้ปัจจุบันมีการคิดค้นนำมะระนำมาทำเป็นผงชูรสบรรจุแคปซูลจำหน่ายเป็นยาสมุนไพรช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และยังมีการแนะนำให้คั้นมะระเอาน้ำมารับประทาน อาทิตย์ละประมาณ ๑ แก้ว เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาน้ำตาลในเลือดด้วย แต่.....ก็ควรระวังเนื่องจากในทางการแพทย์แผนโบราณถือว่า มะระมีฤทธิ์เย็นไม่ควรรับประทานติดกันเกินไป
           มะระเป็นพืชล้มลุกลำต้นเป็นเถา ชอบขึ้นในดินร่วนซุย น้ำไม่ขัง นับว่าเป็นพืชผักที่มีอายุสั้น ซึ่งถ้าหากนับจากวันเริ่มปลูกถึงวันเก็บผลผลิตได้ประมาณ ๔๕-๕๕ วัน ...ขึ้นอยู่พันธุ์ที่ปลูก แต่ก่อที่จะลงมือปลูกต้องทำความเข้าใจว่าการปลูกมะระนั้นต้องเอาใจใส่ดูแลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในเรื่อกำจัดแมลง เนื่องจากแมลงได้เข้าจู่โจมทำลายร้าง จะทำให้ผลร่วง หรือแคะแกร็นได้
          มะระที่ปลูกกันแพร่หลายในบ้านเรามีอยู่ ๒ ชนิดด้วยกัน คือ ...มะระขี้นก ซึ่งมีผลเล็กป้อม มีรสขมจัดจ้าน มีผิวขรุขระดูเหมือนลูกคางคกสีเขียว มีเนื้อบาง ปลูกง่ายและผลดก นิยมนำไปลวกแล้วจิ้มน้ำพริกทานเป็นเครื่องเคียง.....มะระจีน เป็นพันธุ์ที่นำเข้ามาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ผลมีขนาดใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๗-๘ เซนติเมตร ผลมีสีเขียวอ่อน เนื้อหนา มีรสขมไม่มาก และเป็นที่นิยมบริโภคมาก เนื่องจากนำไปประกอบอาหารได้หลายประเภท เช่น ซุปมะระยัดไส้หมูสับ แกงคั่ว ผัดเผ็ด ผัดไข่ ลวกแล้วผักกับเต้าเจี้ยวขาว วิธีทำ หั่นมะระเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดประมาณ ๑.๕ คูณ ๒ เซนติเมตร เสร็จแล้วต้มน้ำกับนำมันนิดหน่อย น้ำเดือดแล้วนำมะระที่หั่นเตรียมไว้ลงไปแล้วพลิกไป-มา ๓-๔ ครั้งเสร็จแล้วนำพักไว้ที่กระชอนเพื่อให้เสด็จน้ำ เสร็จแล้วนำกะทะใส่น้ำมันให้เดือด แล้วใส่มะระที่พักไว้ลง ใส่เต้าเจี้ยวขาว ผงชูรส น้ำปลาไม่ต้องใส่ เพราะรสเค็มของเต้าเจี้ยวดีแล้ว ผัดกลับพลิกไป-มา ๓-๔ ครั้งก็นำขึ้นรับประทานได้ อย่าผัดนานเพราะความร้อนจะทำให้มะระเหี่ยวดำ และไม่กรอบ น้ำวิตามินในมะระจะออกไปติดก้นกะทะ หรือนำมะระลวกจิ้มน้ำพริกก็ได้
 
          การเพาะมะระนั้น ต้องเพาะเมล็ดก่อนนำไปปลูกในแปลง โดยการเพาะเมล็ดมะระนั้นทำได้ ๓ วิธี ดังนี้
          วิธีเพาะในแปลง การเพาะวิธีนี้ต้องพรวนดินให้ร่วนซุบ ผสมกับปุ๋ยมูลสัตว์ เพื่อให้ดินร่วนซุยยิ่งขึ้น
          นำเมล็ดมาเรียงห่างกันประมาณ ๓ เซนติเมตร กลบด้วยดินหนา ๒-๓ เซนติเมตร เอาฟางคลุม รดน้ำ ๓-๔ วัน
          รอต้นกล้ามีใบจริง ๒ ใบ หรืออายุได้ประมาณ ๘-๑๐ วัน ก็ย้ายแปลงปลูก โดยก่อนการถอนกล้าควรรดน้ำ
          ให้ชุ่มเสียก่อน เพื่อให้ต้นกล้าไม่บอบช้ำ
          วิธีเพาะกล้าในถุงกระดาษ นำดินผสมปุ๋ยคอกใส่ถุงกระดาษ ขนาด ๗ คูณ ๘ เซนติเมตร
          แช่เมล็ดมะระในน้ำประมาณ ๑ ชั่วโมง  แล้วนำเอาเมล็ดเพาะใส่ถุงๆ ลำ ๑ เมล็ด รดน้ำพอชุ่ม (ระวังถุงขาด)
          เมื่อต้นกล้ามีใบจริง ๒ ใบ จึงย้ายลงแปลงปลูก
          วิธีการเพาะกล้างอก คล้ายๆ กับการเพาะถั่วงอก ที่เมื่อสมัยเรียนส่งเป็นการบ้าน .....โดยนำเอาเมล็ดมะระ
          แช่น้ำไว้ประมาณ ๑ ชั่วโมง แล้วนำมาห่อด้วยผ้าชื้น ๒-๓ วัน และเมื่อเปิดดูจะเห็นรากเริ่มโผล่ออกจากเมล็ด
          เลือกเอาแต่เมล็ดที่มีรากงอกออกไปปลูก เมื่อได้กล้ามะระแล้วก็เตรียมแปลงปลูก ด้วยระยะห่างระหว่างหลุม
          ๕๐ เซนติเมตร และระยะห่างระหว่างแถวประมาณ ๑ เมตร ขุดหลุมให้ลึกประมาณ ๑ ศอก ใส่ปุ๋ยคอกก้นหลุม
          ประมาณ ๑ กระป๋องนม กลบดินให้หลุมตื้น และวจึงนำกล้ามะระใส่ลงไปในหลุมๆ ละ ๒ ต้น กลบดินเพียงบางๆ
 
..........อย่างไรก็ตามการเพาะมะระนั้น สามารถใช้วิธีหยอดหลุมที่แปลงปลูกโดยไม่ต้องเพาะกล้าก่อนก็ได้ โดยหยอดลงหลุมๆ ละ ๓-๔ เมล็ด ลึกลงไปในดินประมาณ ๒.๕  ๓.๕ เซนติเมตร กลบด้วยดินที่ผสมปุ๋ยคอก เมื่อต้นกล้างอกได้ใบจริง ๒ ใบ ก็ถอนต้นที่อ่อนแอทิ้ง และปลูกหลุมละ ๒ ต้นเช่นเดียวกันกับการเพาะกล้าด้วย
          การปลูกมะระนั้นสิ่งที่จำเป็นต้องทำค้างเพื่อให้มะระเลื้อยได้ ซึ่งเป็นการออกกำลัง ใช้ไม้รวก หรือไม้ซีกทำค้างยาวประมาณ ๒ เมตร ปักลงข้างๆ หลุม แล้วรวบปลายไม้ทั้งสองเข้าหากันทำเป็นจั่ว มัดให้เหลือปลายไว้เหมือนง่ามหนังสติ๊ก แล้วใช้ไม้วางพาดอีกที .....เมื่อมะระอายุได้ ๔๐ วัน ดูว่าออกดอกและติดผลประมาณเท่าปลายนิ้วก้อย เวลานี้ต้องเริ่มห่อผล โดยใช้กระดาษรีไซเคิ้ลทำเป็นถุงขนาด ๑๕ คูณ ๒๐ เซนติเมตร ปากถุงเปิดทั้ง ๒ ด้าน นำปากถุงด้านหนึ่งสวมเข้ากับผลมะระ ใช้ไม้กลัดปากถุงส่วนบนแขวนไว้
           การห่อผลมะระนั้นช่วยป้องกันแมลงมารบกวน และช่วยให้มะระมีผลสีเขียวอ่อนสวยงาม น่ารับประทาน ..........การใส่ปุ๋ยแบ่งออกได้ ๓ ระยะ คือ ระยะการเตรียมดินหรือปุ๋ยรองก้น เพื่อช่วยดินร่วน อุ้มน้ำ และรักษาความเป็นกรดด่างของดินให้เหมาะสมของการเจริญเติบโตของพืช ...ระยะที่ ๒ ใส่ในช่วงการย้ายกล้าไปปลูกแล้ว ๗ วัน หรืเมื่อเห็นว่ากล้าตั้งตัวได้ ถ้าหากใส่ปุ๋ยมูลสัตว์ควรใส่เพียง ๑ กำมือต่อต้น โรยรอบๆ ต้นทุกๆ ๓ วัน หรือ ๗ วัน และถ้าใส่ปุ๋ยเคมีให้ใส่ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต หรือปุ๋ยยูเรียใส่ประมาณ ๑ ช้อนแกง ต่อต้น
          การใส่ปุ๋ยต้องระมัดระวังไม่ให้โรยถูกต้น .....การใส่ปุ๋ยระยะสุดท้าย คือ เมื่อต้นมะระมีอายุได้ ๓๐ วัน ระยะนี้ควรเป็นการใส่ปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ โดยใส่อัตรา ๒ ช้อนแกง ต่อต้น .....มะระมีการเก็บเกี่ยวเป็นรุ่รๆ ไป
          รุ่นแรกเกษตรกรเรียกกันว่า มะระตีนดิน คือมีลักษณะผลอ้วน ป้อม เพราะผลจะเกิดอยู่บริเวณโคนเถาเกือบติดดิน ช่วงนี้เก็บผลได้ผลได้วันเว้นวัน เมื่อเก็บมะระรุ่นนี้ไปได้ ๓ ครั้ง ก็มาถึงมะระรุ่นเล็ก ซึ่งเรียกกันว่า มะระปลายเถา จะมีผลขนาดเล็กลง  ในการเก็บมะระควรเลือกเก็บผลยังอ่อน สีเขียวใส และโตได้ขนาดที่ต้องการ
สะระแหน่...........
          สะระแหน่ เป็นพืชผักที่ใช้ส่วนของใบ และยอดอ่อน เพื่อปรุงอาหารประเภทยๆ ลาบ พล่า เพราะสามารถดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ หรือ อาหารที่มีรสจัดอื่นๆ ได้ดี และช่วยปรุงแต่งกลิ่นให้น่ารับประทาน การรับประทานสะระแหน่ส่วนใหญ่นั้นเป็นการรับประทานใบสด สะระแหน่อุดมไปด้วยวิตามินซี มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ช่วยให้ความคิดแจ่มใส สมองปลอดโปร่ง
          สะระแหน่เป็นพืชไม้เลื้อยคลุมดิน ใบมีลักษณะป้อม สีเขียวสด ขอบใบย่น ชอบดินร่วนซุย ปลูกง่าย งอกงามเร็ว.....การปลูกสะระแหน่ใช้วิธีปักชำลงในแปลงได้เลย หรือจะชำในแปลงเพาะก่อน แล้วจึงย้านปลูกก็ได้เช่นกัน แต่ข้อสำคัญต้องใช้ดินร่วนซุย สะระแหน่ชอบดินประเภทนี้ จะปลูกไว้ในกระถาง ลังไม้ และควรใช้ดินผสมที่มีส่วนของดิน ๒ ส่วน ปุ๋ยหมัก ๑ ส่วน ทราย ๑ ส่วน และปูนขาวเล็กน้อย คลุกเคล้าให้เข้ากัน ถ้าปลูกลงดินควรเจรียมขุดดินลึก ๑๕-๒๐ เซนติเมตร เอาดินที่ขุดขึ้นมาตาก ๕-๗ วันก่อน แล้วใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักโรยทับลงไป โรยปูนขาวทับบางๆ อีกชั้นทิ้งไว้ ๓ วัน แล้วกลับดินพรวน คลุกดินให้ร่วนเข้ากันดี ( ถ้าเป็นดินเหนียวมากก็ควรเติมทรายลงไปเพิ่มให้ดินร่วนซุย )
 
          ในการปลูกด้วยกิ่ง เลือกกิ่งสะระแหน่ที่ไม่แก่ หรืออ่อนเกินไป ตัดส่วนยอดของลำต้นยาวประมาณ ๔-๕ นิ้ว ปักจิ้มลงแปลงเพาะชำ หรือแปแลงปลูก ก่อนปักชำต้องรดน้ำให้ชุ่ม เวลาปักๆ ให้นอนเอนทาบกับดิน รดน้ำให้ชุ่มแต่...อย่าให้แฉะ แล้วโรยแกลบทับอีกครั้ง ทั้งนี้เพื่อรักษาความชื้นหน้าดิน และเมื่อแกลบผุจะแปลงร่างเป็นปุ๋ยต่อไป
          ต้นสะระแหน่ต้องการดินร่วนซุย ไม่ต้องการแสงแดดมากนัก จึงสามารถปลูกในที่ร่มรำไรได้ เมื่อเจริญเติบโตจนเก็บยอดได้ ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักบ้าง ไม่ควรใส่ปุ๋ยเคมี เนื่องจากจะทำให้ต้านเหี่ยวตายได้ง่าย หลังจากการปลูกแล้ว ๑ เดือนก็เก็บผลผลิตได้ โดยใช้มีดคมๆ ตัดตรงส่วนยอด เพราะตัดที่ส่วนยอดนี้อีกในไม่ช้าก็จะแตกยอดใหม่ขึ้นมาใหม่เหมือนเดิม