ปลูกพืชผักสวนครัว ๒๔ ชนิด พริกขี้หนู, พริกชี้ฟ้า, มะเขือเทศ

 
พริกขี้หนู ..........
          ในการปรุงอาหารประจำวันของคนไทย ...พริก เป็นเครื่องปรุงรสที่นิยมมากเป็นประเภทอันดับต้น เพราะสามารถช่วยชูรสอาหารให้มีความอร่อย มีสีสันสวยงาม และรสชาติถูกปากคสไทยมาแต่โบราณ ..........นอกจากนี้รสที่เผ็ดร้อนของพริกขี้หนูนั้นยังมีประโยชน์อย่างอื่นๆ ที่นึกไม่ถึงอีก คือ มีสารประเภท แคปไซซิน ซึ่งเป็นสารตัวหนึ่งที่มีหน้าที่จับสารที่ก่อให่เกิดมะเร็ง และยังช่วยให้เลือดลมในร่างกายไหลเวียนได้เป็นอย่างดี เนื่องจากความสามารถช่วยไม่ให้เลือดจับตัวเป็นลิ่มไปขวางทางเดินเลือด
          พริกขี้หนูในบ้านเราแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ...พริกขี้หนูเม็ดใหญ่ ขนาดของมันยาวประมาณ ๒-๕ เซนติเมตร มีอยู่หลายพันธุ์ที่นิยมปลูกกันได้แก่ ห้วยสีทน หัวเรือจินดา ยอดสน บ้านใน ไส้ปลาไหล สร้อย นิ้วมือนาง น้อยผลยาว ช่อม ข เดือยไก่ และพริกขี้หนูเม็ดเล็ก ขนาดของผลยาวต่ำกว่า ๒ เซนติเมตร พันธุ์ที่นิยมปลูกได้แก่ ขี้หนูสวน ขี้หนูหอม กระเหรี่ยง และขี้นก
 
          การปลูกพริกเป็นไปในลักษณะพืชผักสวนครัวนั้นนิยมการหว่านเมล็ดลงในแปลงปลูก และจะไม่เหมือนกับการปลูกในลักษณะเป็นการค้าที่ต้องมีการเพาะกล้าก่อนแล้วจึงย้ายลงแปลงปลูก
           การดูแลรักษาพริกนั้นมีเทคนิคที่ควรจำเล็กน้อย คือ พริกเป็นพืชที่ไม่ต้องการน้ำมาก ...ถ้ามีความชื้นสูงไปควรพรวนดินก่อน เพื่อให้น้ำระเหยออกจากดิน ส่วนในกรณีที่ดินแห้งไป และไม่อาจให้น้ำได้อย่างสม่ำเสมอ ควรใช้วัสดุคลุมดินเพื่อช่วยรักษาความชื้นในดิน ต้องทำอย่างระมัดระวัง เนื่องจากพริกมีระบบรากที่แผ่กว้างอยู่ในระดับผิวดิน...การกำจัดวัชพืชอาจกระทบกระเทือนระบบรากซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโตเป็นอย่างมาก ดังนั้น...ควรกำจัดวัชพืชตั้งแต่ยังเป็นต้นอ่อน
 
          การใส่ปุ๋ย จะใส่ปุ๋ยคอกในระยะการเตรียมดิน ใส่ปุ๋ยสูตร ๑๕-๑๕-๑๕ หรือ หลังการปลูกแล้ว ๑๐-๑๕ วัน โดยใส่ครั้งละ ๑ ช้อนแกง โดยโรยห่างจากโคนต้นประมาณ ๑ ฟุต แล้วใช้ดินกลบทับอีกครั้ง เพื่อป้องการสูญเสียของปุ๋ย
          สำหรับการใส่มีข้อกำหนดตายตัว แต่เพื่อให้การใส่ปุ๋ยมีประโยชน์ที่สุดควรแบ่งใส่หลายๆ ครั้ง
 
          พริกจะเริ่มออกดอกหลังจากขึ้นเป็นกล้าอ่อนประมาณ ๖๐-๗๐ วัน และจะเริ่มเป็นผลสุกได้เมื่ออายุ ๙๐-๑๐๐ วัน การเก็บเกี่ยวจะทำได้ทุกๆ ๕-๗ วัน ถ้ามีการบำรุงรักษาดี และได้น้ำพิ พริกจะมีอายุให้เก็บได้เต็มที่ถึง ๑ ปีทีเดียว
 
พริกชี้ฟ้า..........
          พริกชี้ฟ้าจัดเป็นพริกใหญ่ที่มีรสเผ็ดเฉพาะตัว เมื่อยังอ่อนจะเป็นสีเขียว แก่แล้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง ขนาดของผลพริกชี้ฟ้ายาวประมาณ ๕-๑๐ เซนติเมตร .....พันธุ์ที่นิยมปลูกเป็นพันธุ์พื้นเมืองลักษณะเนื้อหนา สีแดงเข็ม หรือเขียวก็จะเขียวเข้ม
          การเตรียมดินสำหรับการปลูกพริกชี้ฟ้าในกรณีปลูกเป็นพริกสวนครัวใช้วิธีการขุดหลุมแล้วเอาปุ๋ยคอกใส่หลุมประมาณ ๒ กำมือ เอาดินคลุกเคล้าให้เข้ากันให้เต็มหลุมก็ลงมือปลูกได้ ...หลุมโดยทั่วๆ ไปมีขนาดกว้าง ๑ คืบ ยาว ๑ คืบ ...แต่ ก่อนเอาลงปลูกควรเพาะเมล็ดในกะบะเพาะเสียก่อน เมื่อต้นพริกสูงประมาณ ๕-๑๐ เซนติเมตร จึงค่อยย้ายไปปลูกในหลุม ไม่ควรย้ายกล้าปลูกพริกในช่วงเช้า หรือช่วงสาย เพราะต้นพริกจะถูกความร้องเผาตายเสียก่อน ควรย้ายกล้าพริกลงปลูกควรปลูกในตอนเย็น เนื่องจากต้นกล้าพริกมีเวลาได้พักตัวในตอนกลางคืนอยู่หลายชั่วโมง ฤดูที่ที่เหมาะแก่การปลูกคือ ฤดูฝน เนื่องจากมีความชื้นในดินสูง ควรรอให้ฝนตกเสียก่อนจึงเริ่มปลูก ภายหลังการปลูกใหม่ๆ แล้วยังไม่มีฝนตก ต้องรดน้ำทั้งเช้า-เย็น จนกระทั่งต้นพริกตั้งตัวได้แล้ว จึงค่อยๆ พรวนดินรอบๆ หลุมให้กว้างออกไปอีก เพื่อให้รากพริกชอนไชได้สะดวก
 
          พริกชี้ฟ้าจะเริ่มออกดอกหลังจากลงกล้าประมาณ ๖๐-๗๐ วัน หลังย้ายปลูก และเริ่มเก็บรับประทานได้เมืออายุ ๙๐-๑๐๐ วัน เช่นเดียวกันกับพริกขี้หนู .....ระยะแรกๆ ผลผลิตจะได้น้อย จะเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออายุมากขึ้น และผลผลิตจะลดลงอีกครั้งเมื่อต้นเริ่มแก่
          การเก็บมารับประทานทำได้ทุกๆ ๕-๗ วัน โดยการเด็ดที่ละเม็ดพริก ควรใช้เล็บจิกตรงรอยก้านของพริกที่ต่อกับกิ่ง ถ้ามีการบำรุงรักษาดี และมีน้ำเพียงพอ ต้นพริกจะมีอายุให้เก็บผลผลิตได้นานถึง ๖-๗ เดือน หรืออาจจะถึง ๑ ปี จนกระทั้งต้นเหี่ยวไปในที่สุด
 
มะเขือเทศ..........
          สรรพคุณของมะเขือเทศที่น่ารู้ คือ มีสารประเภทแอนตี้ออกซิแดนท์ ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ต่อต้านมะเร็ง อุดมไปด้วยกรดอะมิโน โดยเฉพาะตัวที่เป็นตัวเดียวกับที่มีอยู่ในผงชูรสซึ่งช่วยเพิ่มรสชาติอาหาร
          มะเขือเทศที่ปลูกเป็นพืชผักสวนครัวนั้น ต้องเลือกพันธุ์ที่ปลูกเพื่อรับประทานผลสด ซึ่งมะเขือเทศชนิดนี้มีทั้งเล็กและผลโต โดยมะเขือเทศแบบผลเล็กนิยมสีชมพูมากกว่าสีแดง ส่วนแบบผลโตนั้นมักมีทรงผลคล้ายกับแอปเปิ้ล เมื่อสุกจะมีสีแดงจัด เนื้อหนาและแข็งกรอบ พันธุ์ที่นิยมปลูก คือ พันธุ์สีดา พันธุ์สีดาหางฉัตร พันธุ์เอา วี อาร์ ดี ซี ๔ และพันธุ์ แอล ๒๒
 
          การเตรียมดินเพื่อปลูกมะเขือเทศนั้นต้องพิถีพิถันมาก เนื่องจากมะเขือเทศต้องการดินที่มีการระบายน้ำดี และจะต้องกำจัดวัชพืชออกให้หมด เนื่องจากวัชพืชจะเป็นตัวแย่งน้ำและอาหาร รวมทั้งยังเป็นที่อยู่อาศัยของโรคและแมลงอีกด้วย
          สำหรับการปลูกในลักษณะสวนครัวนั้นควรเพาะกล้ามะเขือเทศในกะบะ โดยกะบะที่ใช้เพาะควรมีความลึก ๑๐ เซนติเมตร มีรูระบายน้ำ นำดินที่ร่อนแล้ว ๑ ส่วนกับปุ๋ยคอก ๑ ส่วน ทราย หรือ แกลบ ๑ ส่วน ผสมให้เข้ากัน ปรับหน้าดินให้เรียบ ทำเป็นร่องเล็กๆ ห่างกันประมาณร่องละ ๕-๗ เซนติเมตร โดยเมล็ดลงในร่อง กลบด้วยแกลบ หรือทรายบางๆ รดน้ำให้ชุ่ม .....เมื่อเมล็ดเริ่มงอกใช้ยากันรา อัตราส่วน ๔ ช้อนแกง ต่อน้ำ ๑ ปี๊บ รดอีกครั้งหนึ่งเมื่อกล้าอายุได้ ๑๕ วัน หรือเริ่มมีใบจริง ๒ ใบ ก็ย้ายลงใส่ถุงพลาสติกขนาด ๔ คูณ ๖ นิ้ว ที่บรรจุดินผสม เมื่อกล้าอายุได้ ๓๐ วัน จึงย้ายลงแปลงปลูก โดยใช้การกรีดถุงให้ขาดเพื่อให้รากจะได้ไม่กระทบกระเทือน
 
          ในแปลงปลูกขุดดินให้ลึก ๒๕-๓๐ เซนติเมตร ตากดินไว้ ๕-๗ วัน แล้วใส่ปุ๋ยหมักเคล้ากับดินที่ตากไว้ เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน หลังจากนั้นแบ่งใส่ปุ๋ยอีก ๓ ครั้ง คือ หลังจากย้ายลงปลูกได้ ๗ วัน ครั้งที่ ๒ หลังจากปลูกได้ ๒๒ วัน และครั้งที่ ๓ เมื่อปลูกได้ ๔๐ วัน .....ปุ๋ยที่เหมาะกับมะเขือเทศนั้นต้องพิจารณาสภาพดิน กล่าวคือ ถ้าเป็นดินเหนียว ควรใช้ปุ๋ยที่มีธาตุฟอสฟอรัสสูง ถ้าเป็นดินร่วนควรให้ปุ๋ยที่มีธาตุโปตัสเซี่ยมสูง
          ระยปลูกมะเขือเทศที่เหมาะสมแบบไม่ใช้ค้างใช้ระยะห่างระหว่างต้น และระยะห่างระหว่างแถวประมาณ ๕๐ คูณ ๗๐ เซนติเมตร ส่วนประเภทที่ต้องใช้ค้างใช้ระยะประมาณ ๓๐-๔๐ คูณ ๗๐ เซนติเมตร ...ควรทำค้างเมื่อต้นเริ่มเลื้อย หรืออายุ ๘-๑๐ วันหลังย้ายปลูก โดยปักค้างรอบหลุม เอนปลายเข้าหากันแล้วผูกเป็นกระโจม วางไม้พาดประมาณ ๒-๓ ช่วง หรือ อาจปักไม้ค้างที่หัวแถวกับท้ายแถวแล้วใช้ลวดขึง ใช้เชือกผูกต้นมะเขือเทศไว้ที่ราวลวด การทำค้างนี้นับว่าช่วยอำนวยสะดวกในการที่จะดูแลได้ทั่วถึง และยังสะดวกแก่การเก็บผลผลิตอีกด้วย
 
เคล็บลับ..........
          เคล็ดลับในการปลูกมะเขือเทศ คือ มะเขือเทศต้องการน้ำอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น ต้องมีการให้น้ำตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงผลเริ่มแก่ คือ ผลเริ่มเปลี่ยนสี  หลังจากนั้นจึงลดการให้น้ำเพื่อป้องกันผลแตก ...และการปลูกมะเขือเทศเพื่อรับประทานเอง ผลสดนั้นนิยมปลูกแบบขึ้นค้าง และควรตัดแต่งกิ่งให้เหลือเพียง ๑-๒ กิ่น/ ต้น เพื่อที่จะได้มะเขือเทศผลใหญ่
          การเก็บผลผลิตเมื่อมะเขือเทศมีอายุประมาณ ๗๐-๙๐ วัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับพันธุ์ อายุเริ่มปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว ผลผลิตที่จะได้ประมาณ ๔-๕ เดิอน