มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ ร่วมมือ Labster

ให้นักศึกษาใช้แล็บ VR ระดับโลก

มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ ร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Labster พัฒนาการศึกษายุคใหม่ สู่การจำลองห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย พัฒนาการเรียนรู้ด้วยระบบสามมิติเสมือนจริง (VR) นายฉัททวุฒิ พีชผล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ กล่าวว่า เราเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกของไทย ที่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการเรียนการสอน มุ่งสู่ความเป็นเลิศทางการเรียนรู้ โดยทำความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Labster ซึ่งเป็นผู้นำของโลกที่พัฒนาการเรียนรู้ด้วยระบบสามมิติเสมือนจริง (VR) ผ่านห้องปฏิบัติการจำลองทางวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย โดยการนำแนวคิดและกลไกของเกมส์มาประยุกต์ในการเรียน ที่เรียกว่า Gamification โดยการจำลองสถานการณ์ของผู้เรียน พร้อมระบบติดตาม วัดผล ที่ทำให้ผู้เรียนเกิดความท้าทายในการเรียนรู้ นักศึกษาสามารถใช้ห้องเสมือนจริง Labster ในการค้นคว้าดุจห้องเรียนจริง อีกทั้งยังสามารถเรียนรู้กับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก ผ่านทางระบบออนไลน์ได้อีกด้วย โดย ม เอเชียอาคเนย์จัดเป็นสถาบันแห่งแรกๆในเอเชีย ที่นำ Labster VR มาใช้จริง เหมือนสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลกที่ได้นำ Labster มาใช้ เช่น MIT Harvard California State University Stanford หรือ University of Hong Kong โดยการเรียนในแบบ Labster จะทำให้นักศึกษาเรียนรู้นั้นผ่านระบบสามมิติเสมือนจริง สามารถช่วยให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ผ่านการเรียนรู้ด้วยตนเองด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งการเรียนรู้รูปแบบสามมิติเสมือนจริง เป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นให้เกิด “สังคมแห่งการเรียนรู้” ช่วยลดข้อจำกัดทางการเรียนรู้ของนักศึกษาในเรื่องเวลาและงบประมาณในการเดินทางมหาวิทยาลัย อีกทั้งนักศึกษาได้ฝึกทักษะการสื่อสารทางด้านภาษาอังกฤษ รวมถึงลดงบประมาณของมหาวิทยาลัยในการสร้างห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์จริงที่ต้องลงทุนมูลค่าหลายร้อยล้านบาทได้อีกด้วย”


ด้านนายฮันท์ แพคทริค เอิร์ดเวิร์ดสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ สถาบัน Labster กล่าวว่า ในโลกศตวรรษที่ 21 ทุกสิ่งรอบตัวเราล้วนเป็นดิจิทัล จากเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งภาคธุรกิจตลอดจนภาครัฐบาลต่างตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการนำสื่อดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อนองค์การ ส่วนของการศึกษานั้นได้ตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาผู้สอนและผู้เรียน เพื่อให้ก้าวทันโลกยุคดิจิทัลเช่นเดียวกัน ซึ่งการศึกษาในศตวรรษที่ 21 จะมุ่งเน้นพัฒนาทักษะของผู้เรียนให้ได้ศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง ผ่านการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ทันสมัย สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็วและเรียนรู้ได้ตลอดเวลา โดยผู้สอนจะต้องปรับตัว และสามารถเป็นผู้ชี้นำ แนะแนวทางในการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนให้ได้


ด้าน ผศ.ดร.เอกชัย ภู่สละ ที่ปรึกษาด้านการศึกษาออนไลน์ กล่าวเสริมว่า นวัตกรรมทางการศึกษาที่สถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจและมีแนวโน้มที่จะขยายตัวมากขึ้นในศตวรรษที่ 21 ก็คือ การเรียนรู้ด้วยห้องเรียนเสมือนจริง (Virtual Classroom) และการเรียนรู้ด้วยสามมิติเสมือนจริง (Virtual Reality) ซึ่งเป็นระบบการเรียนรู้ที่มีคอมพิวเตอร์เป็นศูนย์กลางในการสร้างสิ่งแวดล้อมให้มีความเสมือนกับกระบวนการจริงในห้องเรียนหรือห้องปฏิบัติการ อีกทั้งมีสิ่งสนับสนุนอื่น ๆ ที่จะทำให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์การเรียนรู้โดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญ

ทั้งนี้มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ จะให้นักศึกษาได้เรียนรู้ผ่าน Labster ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2560 เป็นต้นไป โดยการเรียนด้วยระบบภาพสามมิติเสมือนจริง VR เสริมจากห้องปฎิบัติการจริง จะเป็นการนำนวัตกรรมมาเปิดโอกาสทางการศึกษาให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงชีวิตจริงมากที่สุด ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ในการศึกษาแห่งศตรรษที่ 21 อย่างยิ่ง ที่จะนำพานักศึกษาของ ม เอเชียอาคเนย์ให้มีโอกาส พัฒนาทักษะ และ ได้สัมผัสกับแหล่งความรู้และอุปกรณ์ชั้นนำระดับสากล เทียบเท่ากับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกเช่นกัน

SAU