วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล (โดยใช้วงจร PDCA)
เพื่อพัฒนาทักษะการปฏิบัติรวมวงโยธวาทิตของนักเรียนโดยใช้แบบฝึกหัดตามหลักแคนอน กระบวนการดำเนินงานจะถูกออกแบบให้เป็นไปตามวงจร PDCA (Plan-Do-Check-Act) ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาที่มีความต่อเนื่องและสามารถปรับปรุงได้ตลอดเวลา รายละเอียดของแต่ละขั้นตอนมีดังนี้
1. Plan (วางแผน)
ในขั้นแรก ครูจะทำการวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการพัฒนาของนักเรียน โดยเริ่มจากการประเมินทักษะปัจจุบันของนักเรียนในชุมนุมวงโยธวาทิต เพื่อระบุจุดอ่อน เช่น ความไม่สม่ำเสมอของจังหวะ ขาดการประสานเสียง หรือปัญหาการเล่นไม่ตรงโน้ต หลังจากนั้นจะออกแบบแบบฝึกหัดตามหลักแคนอนที่เหมาะสมกับระดับของนักเรียน เช่น
ระดับพื้นฐาน: แบบฝึกการจับจังหวะด้วยการเล่นโน้ตเดียวในรูปแบบ “call and response” (ครูเป่าโน้ต และนักเรียนตอบกลับในจังหวะเดียวกัน)
ระดับกลาง: แบบฝึกการตอบสนองด้วยท่อนดนตรีสั้น ๆ (ครูเป่าท่อนดนตรี เช่น “โด-เร-มี” และนักเรียนต้องตอบกลับด้วยการเป่าเสียงเดียวกัน)
ระดับสูง: แบบฝึกการเล่นประสานเสียงในโครงสร้างแบบแคนอนที่ซับซ้อน
ตัวอย่างแผน:
เป้าหมาย: นักเรียนสามารถเล่นดนตรีรวมวงได้อย่างกลมกลืนและมั่นคง
ระยะเวลา: 10 สัปดาห์
ทรัพยากร: เครื่องดนตรี โน้ตเพลง บันทึกเสียงแบบฝึก และวิดีโอสำหรับใช้ทบทวน
2. Do (ลงมือทำ)
ขั้นตอนนี้คือการนำแผนที่วางไว้มาปฏิบัติ โดยแบ่งการฝึกซ้อมเป็น 3 ระยะ คือ
การฝึกเดี่ยว: นักเรียนแต่ละคนฝึกแบบฝึกหัดที่เหมาะสมกับเครื่องดนตรีของตนเอง เช่น การฝึกจับจังหวะหรือการเป่าโน้ตพื้นฐาน
การฝึกกลุ่มย่อย: นักเรียนในกลุ่มเครื่องดนตรีประเภทเดียวกัน (เช่น กลุ่มเครื่องลมไม้ หรือกลุ่มเครื่องลมทองเหลือง) จะซ้อมรวมกัน เพื่อพัฒนาการประสานงานระหว่างสมาชิก
การฝึกรวมวง: นักเรียนทุกคนจะมาฝึกซ้อมร่วมกัน โดยนำแบบฝึกหัดแคนอนที่ซับซ้อนขึ้นมาใช้ เช่น การเป่าโน้ตตามลำดับที่ต่อเนื่องกันเหมือนการ “ไล่เสียง”
ตัวอย่างการลงมือทำ:
กลุ่มเครื่องลมไม้ฝึกการเป่าท่อนสั้น “โด-มี-ซอล-โดสูง” ในจังหวะที่ครูกำหนด เพื่อพัฒนาความแม่นยำ
ในการฝึกรวมวง ครูใช้วิธีเป่าทำนองนำให้นักเรียนกลุ่มเครื่องลมไม้เริ่มต้น จากนั้นกลุ่มเครื่องลมทองเหลืองเล่นตอบในลักษณะซ้อนกัน
3. Check (ตรวจสอบ)
ในระหว่างและหลังการฝึกซ้อม ครูจะทำการประเมินผลทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ เช่น
บันทึกเสียงและวิดีโอ: เพื่อตรวจสอบความก้าวหน้า เช่น การประสานเสียง จังหวะ และความกลมกลืน
การสังเกตและให้ข้อเสนอแนะ: ครูจะสังเกตนักเรียนเป็นรายบุคคลและรายกลุ่ม พร้อมให้คำแนะนำ เช่น “เพิ่มความมั่นใจตอนเป่าท่อนจบ” หรือ “ปรับจังหวะให้ชัดเจนกว่านี้”
แบบประเมินตนเอง: ให้นักเรียนสะท้อนผลการฝึกของตนเอง เช่น “ฉันยังไม่คุ้นกับจังหวะตอนเริ่มต้น” หรือ “ฉันคิดว่าฉันเป่าได้ดีในช่วงจบ”
ตัวอย่างการตรวจสอบ:
บันทึกเสียงในสัปดาห์แรกแสดงให้เห็นว่า กลุ่มเครื่องลมทองเหลืองยังมีปัญหาในการเป่าท่อนจบพร้อมกัน ครูจึงปรับแผนการฝึกให้เน้นการเล่นพร้อมในจังหวะเดียวกันมากขึ้น
4. Act (ปรับปรุง)
หลังจากการตรวจสอบ ครูจะปรับปรุงแผนและกระบวนการฝึกซ้อม โดยเน้นไปที่จุดอ่อนที่พบ เช่น หากพบว่านักเรียนยังไม่สามารถจับจังหวะได้แม่นยำ จะเพิ่มเวลาในการฝึกแบบ “call and response” ที่เน้นการตอบกลับจังหวะพื้นฐาน หากนักเรียนในกลุ่มเครื่องลมไม้ยังเล่นประสานเสียงไม่กลมกลืน อาจแยกการซ้อมเฉพาะส่วนเพื่อแก้ไขปัญหา
ตัวอย่างการปรับปรุง:
เพิ่มกิจกรรม "การฝึกไล่เสียงทีละกลุ่ม" ในการซ้อมรวมวง เพื่อให้นักเรียนเข้าใจว่าต้องเริ่มและหยุดในจุดใด
ใช้เครื่องมือช่วย เช่น เมโทรโนมหรือแอปพลิเคชันจังหวะ เพื่อช่วยให้นักเรียนจับจังหวะได้แม่นยำขึ้น
เมื่อครบวงจร PDCA แล้ว จะนำข้อมูลที่ได้มาวางแผนรอบใหม่ เพื่อสร้างความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในทักษะของนักเรียนและการทำงานร่วมกันในวงโยธวาทิต
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
นักเรียนมีความสามารถในการเล่นดนตรีร่วมวงได้อย่างกลมกลืน
ทักษะการฟัง การจับจังหวะ และการเล่นดนตรีตามกลุ่มพัฒนาอย่างเห็นได้ชัด
เพิ่มความมั่นใจและความพร้อมของนักเรียนสำหรับการแสดงจริง
เกิดความภาคภูมิใจในความสำเร็จร่วมกันในชุมนุม
4. การทดลองใช้
ทดลองนำแบบฝึกหัดมาใช้ในชุมนุมวงโยธวาทิตในระยะเวลา 3 เดือน
บันทึกวิดีโอการฝึกซ้อมในช่วงเริ่มต้น กลาง และปลายโครงการเพื่อตรวจสอบพัฒนาการ
เก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์นักเรียนและเชิงปริมาณจากการประเมินโดยครูผู้สอน
5. การสรุปผลและการรายงาน
วิเคราะห์ข้อมูลและนำเสนอผลการเปลี่ยนแปลงของนักเรียนในด้านทักษะและความร่วมมือ
จัดทำรายงานผลการดำเนินงานพร้อมแนวทางพัฒนาต่อเนื่อง
จัดกิจกรรมการแสดงเพื่อแสดงศักยภาพของนักเรียนที่พัฒนาขึ้น
จากวิธีการดำเนินการให้บรรลุผลดังกล่าวข้างต้นสามารถสรุปเป็นวงจร PDCA ได้ดังภาพ