ผู้จัดทำข้อตกลง
ผู้จัดทำข้อตกลง
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ
สถานศึกษา โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุดรธานี
ประเภทห้องเรียนที่จัดการเรียนรู้ ห้องเรียนวิชาสามัญหรือวิชาพื้นฐาน
ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง
1. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
⬛ ปีการศึกษา 2/2567 ⬛
- รายวิชาภาษาจีนฟัง-พูด 2
- รายวิชาภาษาจีนฟัง-พูด 6
- รายวิชาภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร
- กิจกรรมชุมนุม A-Level ภาษาจีน
1.2 งานส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 5 ชั่วโมง /สัปดาห์
- การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
- การสร้างและพัฒนาสื่อการเรียนการสอน
- การมีส่วนร่วมในชุมชนแห่งการเรียนรู้
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 10 ชั่วโมง / สัปดาห์
- เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการลงเวลาปฏิบัติราชการและการลา
- เวรหน้าประตู 1 ประจำวันศุกร์
- งานครูที่ปรึกษา งานดูแลนักเรียน งานโฮมรูม
- คณะทำงานตามงานต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมาย
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 3.15 ชั่วโมง / สัปดาห์
- งานเยี่ยมบ้าน งานติดตามนักเรียน
- คณะทำงานตามที่รับผิดชอบตามงานนั้น ๆ
- งานอื่น ๆ ที่รัฐบาล สพฐ. กระทรวงศึกษาสั่ง
รวมภาระงาน จำนวน 35 ชั่วโมง 45 นาที/สัปดาห์✍️
⬛ ปีการศึกษา 1/2568 ⬛
- รายวิชาภาษาจีนฟัง-พูด 5
- รายวิชาภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร
- กิจกรรมชุมนุม A-Level ภาษาจีน
- ลูกเสือ เนตรนารี
1.2 งานส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 5 ชั่วโมง /สัปดาห์
- การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
- การสร้างและพัฒนาสื่อการเรียนการสอน
- การมีส่วนร่วมในชุมชนแห่งการเรียนรู้
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 12 ชั่วโมง / สัปดาห์
- เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการลงเวลาปฏิบัติราชการและการลา
- เวรหน้าประตู 1 ประจำวันศุกร์
- งานครูที่ปรึกษา งานดูแลนักเรียน งานโฮมรูม
- คณะทำงานตามงานต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมาย
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 3.15 ชั่วโมง / สัปดาห์
- งานเยี่ยมบ้าน งานติดตามนักเรียน
- คณะทำงานตามที่รับผิดชอบตามงานนั้น ๆ
- งานอื่น ๆ ที่รัฐบาล สพฐ. กระทรวงศึกษาสั่ง
รวมภาระงาน จำนวน 36 ชั่วโมง 25 นาที/สัปดาห์✍️
2. งานที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่งครู
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
การจัดการเรียนรู้ในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระบวนการศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนให้สามารถปรับตัวและเติบโตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการจัดการเรียนรู้จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถยกระดับประสิทธิภาพการเรียนรู้ให้สูงขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ
การเรียนรู้สัทอักษรจีน (Pinyin) เป็นระบบการถ่ายทอดเสียงของภาษาจีนด้วยอักษรโรมัน ถือเป็นขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งในกระบวนการเรียนรู้ภาษาจีน มีระบบเสียงที่แตกต่างจากภาษาไทยและภาษาอื่นๆ การออกเสียงพยัญชนะและสระ ไม่สามารถใช้กฎเกณฑ์เดียวกับภาษาไทยในการออกเสียงได้ นักเรียนที่เริ่มเรียนภาษาจีนมักจะพบกับความยากลำบากในการจำแนกและออกเสียงพยัญชนะที่คล้ายคลึงกัน
เช่น พยัญชนะเสียง ‘zh’, ‘ch’, ‘sh’, และ ‘z’, ‘c’, ‘s’นอกจากนี้เสียงเสียงวรรณยุกต์ในภาษาจีน ก็ยังเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่นักเรียนไทยมักจะไม่คุ้นเคย และการจัดการเรียนรู้ส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นการเรียนการสอนในรูปแบบของการจำและการฝึกท่องจำ โดยไม่เน้นการฝึกฝนการออกเสียงอย่างจริงจัง การเน้นเนื้อหาที่มีความซับซ้อนและคำศัพท์มากเกินไปอาจทำให้ผู้เรียนรู้สึกเบื่อหน่ายและท้อแท้ในการเรียน ดังนั้น การเรียนการสอนสัทอักษรจีนจึงต้องการสื่อการสอน และรูปแบบการเรียนรู้ที่แสดงถึงวิธีการออกเสียง และเสียงอ่านที่ชัดเจน พร้อมกับการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ
ในปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้รับการพัฒนาให้มีศักยภาพในการปรับปรุงกระบวนการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย AI สามารถนำมาใช้ออกแบบสื่อการสอนที่น่าสนใจ ตลอดจนออกแบบเครื่องมือวัดและประเมินผลได้หลากหลาย ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้และฝึกฝนการออกเสียงได้อย่างต่อเนื่องและตรงตามหลักเกณฑ์
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
วิธีการดำเนินการให้บรรลุผลสามารถดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. วางแผน (Plan)
- วิเคราะห์ปัญหาที่ส่งผลให้ผู้เรียนอ่านสัทอักษรจีนไม่ได้เท่าที่ควร
- ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน โดยผู้เรียนร้อยละ 70 ได้รับการแก้ไขปัญหาการอ่านสะกดคำสัทอักษรจีน และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาภาษาจีนฟัง-พูดสูงขึ้น
- ออกแบบรูปแบบการจัดการเรียนรู้ (Learning Design) พัฒนารูปแบบการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการจัดการเรียนรู้ เช่น AI Chatbot เพื่อช่วยออกแบบสื่อการสอนที่แสดงวิธีการออกเสียงที่ถูกต้อง ชัดเจน เหมาะสมกับระดับความสามารถของผู้เรียนแต่ละคน ใช้ Gamification เช่น การใช้ Kahoot หรือ Quizizz เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจ และ AI-based Assessment เพื่อวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ของผู้เรียนรายบุคคล
2. ดำเนินการ (Do)
- ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จัดทำสื่อเรียนรู้ โดยปรับให้มีความน่าสนใจ เหมาะสมกับธรรมชาติของผู้เรียน จัดทำเครื่องมือการวัดและประเมินผลที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งด้านทักษะการฟังและการพูด นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มความสนุกสนานในด้วยเกมหรือกิจกรรมที่เกี่ยวกับการฝึกอ่านหรือฟังสัทอักษรจีน
3. ตรวจสอบ (Check)
- ใช้แบบฝึกหัดการจากออกแบบด้วย AI เพื่อตรวจสอบความถูกต้องในการอ่านสัทอักษรพินอิน และประเมินผลระหว่างการเรียนจากการพูดภาษาจีน
4. ปรับปรุง (Act)
- ใช้ข้อมูลจากการตรวจสอบมาปรับปรุงรูปแบบการจัดการเรียนรู้ให้ดีขึ้น แก้ไขจุดบกพร่องที่พบ โดยอาจปรับเปลี่ยนเทคนิคการสอน ลดหรือเพิ่มกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้การจัดการเรียนการสอนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับครูท่านอื่นอยู่เสมอ
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
เชิงคุณภาพ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/5 โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม ร้อยละ 70 ที่เรียนในรายวิชา ภาษาจีนฟัง-พูด มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น
เชิงปริมาณ
รูปแบบการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) แก้ไขปัญหาการอ่านสัทอักษรจีนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/5 โรงเรียนเพ็ญพิทยาคมได้
วิจัย เรื่อง การพัฒนารูปแบบการสอนโดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อแก้ไขปัญหาการอ่านสะกดคำสัทอักษรจีน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/5 นี้ มีจุดประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ด้านทักษะการอ่านสะกดคำสัทอักษรจีนของนักเรียนในวิชาภาษาจีนฟัง-พูด ก่อนเรียนและหลังเรียน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/5 ของโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 10 คนที่มีผลประเมินการอ่านสะกดคำสัทอักษรจีนอยู่ในเกณฑ์ปรับปรุง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1. แบบทดสอบการอ่านสะกดคำสัทอักษรจีน 2.แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง 今天星期一 จำนวน 3 แผน รวม 9 ชั่วโมง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านการอ่านและการเขียนพินอินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยคะแนนเฉลี่ยก่อนการทดสอบในการอ่านพินอินอยู่ที่ 4.4 คะแนน และหลังเรียนเพิ่มขึ้นเป็น 7.8 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 77.27 หลังจากใช้รูปแบบการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อแก้ไขปัญหาการอ่านสะกดคำสัทอักษรจีน แสดงให้เห็นว่า รูปแบบการเรียนรู้นี้สามารถแก้ไขปัญหาการอ่านสะกดคำสัทอักษรจีนของผู้เรียนได้จริง ทำให้ผู้เรียนมีความเข้าใจและสามารถพัฒนาทักษะภาษาจีนต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ