ชื่อ : นายพงศกร จันดา
ตำแหน่ง : ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ
วันเกิด : 26 กรกฎาคม 2538
การศึกษา : สาขาวิชาพลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตอุดรธานี
สถานที่ทำงาน : กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษา และพลศึกษา
โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุดรธานี
รับมอบเกียรติบัตรจาก ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุดรธานี
ผู้ฝึกสอนนักเรียนที่มีผลงานดีเด่น และสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568
- รายวิชาสุขศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
- รายวิชาพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
- รายวิชาต้านทุจริต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
- รายวิชาลูกเสือ-เนตรนารี จำนวน 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 9 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
- กิจกรรมหน้าเสาธง โฮมรูม จำนวน 5 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์
- เวรห้องประจำห้องพยาบาล จำนวน 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
- การมีส่วนร่วมชุมชนการเรียนรู้ จำนวน 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
• ────── ✾ ────── •
ส่วนที่ ๑ ความสำเร็จในการพัฒนาตามมาตรฐานตำแหน่ง
ด้านการจัดการเรียนรู้
ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียน
จากประสบการณ์การสอนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ห้อง 1 - 9 พบว่ามีนักเรียนประมาณร้อยละ 50 มีความรู้เกี่ยวกับทักษะพื้นฐานการรับ-ส่งลูกเกี่ยวกับกีฬาฟุตซอลที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของนักเรียนค่อนข้างต่ำและไม่เป็นไปตามค่าเป้าหมายที่โรงเรียนได้ตั้งไว้ ดังนั้น เพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และมีความเข้าใจได้มากขึ้น ครูผู้สอนจึงนำวิธีสอนแบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการสอนเชิงรุก Active Learning มาใช้ในการแก้ไขปัญหาทักษะการรับ-ส่งลูกบอลในกีฬาฟุตซอล เรื่องดังกล่าว เพื่อให้นักเรียนมีการสังเกต การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเกิดทักษะการเรียนรู้ เพื่อเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นให้นักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้วิชาพลศึกษาให้สูงขึ้น
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
1) Plan (วางแผน)
วิเคราะห์ปัญหา
- ตรวจสอบและระบุปัญหา พบว่ามีนักเรียนร้อยละ 50 ขาดความรู้และทักษะที่ถูกต้องในการทักษะการรับ-ส่งลูกบอล กีฬาฟุตซอล ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์การเรียนต่ำ
กำหนดเป้าหมาย
- เชิงปริมาณ : นักเรียน 337 คน (ร้อยละ 90) สามารถพัฒนาทักษะและผลสัมฤทธิ์ การรับ-ส่งลูกบอล ได้ดียิ่งขึ้น
- เชิงคุณภาพ : นักเรียนมีความเข้าใจและผ่านเกณฑ์การประเมิน
ออกแบบแผนการดำเนินการ
- ดำเนินการเรียนการสอนแบบ Active Learning ในการพัฒนาทักษะการรับ-ส่งลูกบอล
- คัดเลือกกลุ่มเป้าหมาย นักเรียนระดับชั้น ม.3
- เตรียมแบบฝึกและกิจกรรมที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้
2) Do (ดำเนินการ)
- จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยแบบ Active Learning ในการสอน
- ทดสอบนักเรียนทั้งก่อนและหลังการจัดกิจกรรม
- ให้นักเรียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสังเกตการปรับปรุงตนเอง
3) Check (ตรวจสอบ)
- เปรียบเทียบผลคะแนนก่อนและหลังการใช้แบบทดสอบทักษะ
- ตรวจสอบว่ามีนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือไม่
- เก็บรวบรวมข้อเสนอแนะจากนักเรียน
- ประเมินตามแบบทดสอบทักษะ และกระบวนการจัดการเรียนการสอน
4) Act (ปรับปรุง)
- นำข้อค้นพบจากการตรวจสอบมาปรับปรุงแบบทดสอบทักษะ
- ปรับแผนการสอนแบบ Active Learning ให้เหมาะสมกับนักเรียนขยายผล
- ใช้แนวทางที่ประสบความสำเร็จขยายไปยังชั้นเรียนหรือวิชาอื่น ๆ
- เผยแพร่ผลการดำเนินการในรูปแบบคู่มือหรือการฝึกอบรมสำหรับครู
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 337 คน ร้อยละ 90 ที่เรียนใน รายวิชา พลศึกษามีการพัฒนาทักษะกีฬาฟุตซอล และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ในเรื่อง ทักษะการรับ-ส่งลูกบอล กีฬาฟุตซอล ได้ดียิ่งขึ้น
3.2 เชิงคุณภาพ
ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 337 คน ร้อยละ 90 ที่เรียนในรายวิชาพลศึกษา มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะกีฬาฟุตซอล และสามารถพัฒนาจนสามารถทำแบบฝึกทักษะการรับ-ส่งลูกบอลผ่านเกณฑ์การประเมิน เป็นไปตามระเบียบการวัดผล ตามที่กำหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้