ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหาด้วยการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ผ่านสื่อการเรียนรู้ใน code.org รายวิชาวิทยาการคำนวณ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหาด้วยการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ผ่านสื่อการเรียนรู้ใน code.org รายวิชาวิทยาการคำนวณ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
การเขียนโปรแกรมเป็นการเรียนรู้ที่ทำให้ผู้เรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา (critical thinking and problem solving) ซึ่งเป็นหนึ่งในทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ทำให้ผู้เรียนมีการคิดแบบมีเหตุผล เป็นระบบ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหา การสร้างงานได้ดี และดำรงชีวิตอยู่ได้ในปัจจุบัน ทั้งเกิดการเรียนรู้แบบยั่งยืนในอนาคต ปัจจุบันนักเรียนได้ใช้เทคโนโลยีและสื่อดิจิทัลต่าง ๆ อยู่เสมอ สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือต้องรู้และทำความเข้าใจว่าจะใช้เทคโนโลยีเหล่านั้นอย่างไร เมื่อนักเรียนได้ฝึกเขียนโปรแกรมจะทำให้เกิดทักษะการใช้ตรรกะหรือการคิดแบบมีเหตุผลทำให้เข้าใจถึงเบื้องหลังการทำงานของโปรแกรมและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานอื่นหรือสิ่งต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
เนื่องด้วยในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา-2019 ทำให้ต้องมีการจัดการเรียนการสอนทางไกล ปกติแล้วการเรียนการสอนวิชาวิทยาการคำนวณในส่วนของการเขียนโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งโปรแกรมและมีตัวแปลภาษาเพื่อให้ แต่เนื่องจากนักเรียนมีข้อจำกัดทางด้านอุปกรณ์ นักเรียนส่วนใหญ่ไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ นักเรียนมีเพียงสมาร์ทโฟนในการเรียน จึงเป็นประเด็นท้าทายของครูผู้สอนที่จะทำการเรียนการสอนการเขียนโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ผ่านสมาร์ทโฟนเพื่อให้นักเรียนพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหาได้
วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล ได้ดำเนินการ ดังนี้
1. วิเคราะห์หลักสูตร สาระการเรียนรู้และผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) และหลักสูตรสถานศึกษาในเรื่องของสาระเรียนรู้ และผลการเรียนรู้ จัดทำคำอธิบายรายวิชา วิทยาการคำนวณ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และเนื้อหาเรื่องการแก้ปัญหาด้วยการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์
2. ศึกษา วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล แนวคิด ทฤษฎีเกี่ยวกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ รวมทั้งศึกษาวิธีการสร้างแผนการจัดการเรียนรู้โดยกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning รูปแบบ GPAS 5 Steps และการใช้ชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาการคิดวิเคราะห์โดยศึกษาจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
3. นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ กำหนดขั้นตอนการจัดการเรียนรู้และนำมาจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้
4. นำแผนการจัดการเรียนรู้ให้คุณครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพิจารณาตรวจสอบส่วนประกอบต่าง ๆ รายละเอียดของแผนการจัดการเรียนรู้ความเหมาะสมของรูปแบบกิจกรรม ความสอดคล้องในการดำเนินกิจกรรม วิธีการประเมินผล เพื่อนำข้อบกพร่องมาแก้ไขปรับปรุง
5. สร้างแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน เรื่อง การแก้ปัญหาด้วยการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จากนั้นเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ และปรับปรุงแก้ไข
6. นำแผนการจัดการเรียนรู้และแบบทดสอบก่อนเรียนไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564
7. เมื่อสิ้นสุดการสอนตามกำหนดแล้วจึงทำการทดสอบหลังเรียน (Post-test) กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้แบบทดสอบฉบับเดิม
8. ประเมินผลสัมฤทธิ์หลังเรียน เรื่อง การแก้ปัญหาด้วยการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และวิเคราะห์สรุปผล