ทำอย่างไรไม่ให้แก่ ครั้งที่ 1

ค่าลงทะเบียน ฟรี

ในวันพุธที่ 3 กรกฎาคม 2562

เวลา 8.30 น. - 12.15 น.

ณ ห้อง 301 อาคารพลตำรวจเอกเภา สารสิน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป อัตราการเติบโตของจำนวนประชากรมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ในปี พ.ศ.2564 ซึ่งข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้คาดการณ์และประมาณประชากร ในปี พ.ศ.2583 ว่าจำนวนผู้สูงอายุ ช่วงวัย 60-69 ปี จะเพิ่มสูงขึ้น ร้อยละ 14 ช่วงวัย 70-79 ปี เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 และช่วงวัย 80-89 ปี จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.1 เมื่อสังคมไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ สิ่งสำคัญคือ การพัฒนาผู้สูงอายุให้มีศักยภาพมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพของตนเอง รวมถึงการเตรียมกลุ่มประชากรที่จะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุให้สามารถดำรงอยู่ได้เท่าทันยุคสมัย และสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีทั้งทางกาย จิต ปัญญา สังคมเพื่อมีคุณภาพชีวิตที่ดี ฉะนั้นรูปแบบชีวิตในยุคสมัยนี้ ทำให้ต้องหาตัวช่วยมาเสริมสมดุลเพื่อให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดี ด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆ เพราะสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงมีค่ายิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ในปัจจุบันผู้คนจำนวนมากตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพมากขึ้นจึงหันมาดูแลตัวเองมากขึ้น หนึ่งในประเด็นหลักซึ่งเป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งในระยะหลังคือ วิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “จากบทความทางการแพทย์ที่ได้ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA ปี 2002” พบว่าชาวอเมริกันจำนวนมากมีระดับวิตามินในเลือดต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งมีปัจจัยมาจาก มีคนจำนวน 20-30% เท่านั้นที่สามารถทานผักผลไม้ ซึ่งเป็นแหล่งวิตามินต่างๆ ได้ครบ 5 หน่วยบริโภคต่อวันตามที่แพทย์แนะนำ ต่อมาลักษณะของอาหารในทุกวันนี้ ที่ผลิตขึ้นตามกระบวนการอุตสาหกรรม อย่างอาหารกระป๋องหรืออาหารแช่แข็ง ประกอบกับการขนส่งยังใช้เวลานานกว่าจะถึงผู้บริโภค ทำให้ปริมาณวิตามินที่อยู่ในผักผลไม้เหลือไม่มาก และปัจจุบันคนส่วนใหญ่นิยมทานอาหารที่ปรุงสำเร็จนอกบ้าน ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดความเสื่อมต่อสุขภาพากขึ้น ดังนั้นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงเป็นทางเลือกที่จำเป็นในผู้ที่มีโอกาสได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ มีปัญหาเรื่องการดูดซึง การเจ็บป่วยเรื้อรัง และในผู้สูงอายุ ดังนั้นก่อนที่เราจะรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ก็ควรที่จะต้องรู้จักว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งที่ไม่ใช่การทดแทนการรับประทานอาหารให้ครบมื้อที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพได้ แต่เสริมให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น และไม่ใช่ยารักษาโรค โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนจะรับประทานเพื่อความปลอดภัย ด้วยตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ด้านวิตามินและผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพื่อเป็นการเสริมสร้างสุขภาพและการป้องกันการเจ็บป่วย ศูนย์บริการสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จึงได้จัดทำโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ กิจกรรม “ทำอย่างไรไม่ให้แก่” เพื่อให้ประชาชนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการดูแลสุขภาพทั้งของตนเองและบุคคลในครอบครัวต่อไป

วัตถุประสงค์

1 เพื่อให้ผู้เข้าร่วมตระหนึกถึงความสำคัญในการเลือกวิธีการดูแลสุขภาพที่ดี ห่างไกลโรค

2 เพื่อเพิ่มพูนความรู้ด้านการเลือกรับบริการสุขภาพหรือผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพในการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง

3 เพื่อให้สามารถนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในการดำรงชีวิตและดูแลบุคคลรอบข้าง

กำหนดการ ทำอย่างไรไม่ให้แก่ - แก้ไข 21.6.62.pdf

สถานที่จัดงาน