หลักสูตรสามารถจัดการเรียนการสอน Online ได้หรือไม่
ในสถานการณ์ปกติหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาควรจัดการศึกษาตามรูปแบบที่ระบุไว้ใน มคอ.2 หมวดที่ 3 ระบบการจัดการศึกษา การดำเนินการ และโครงสร้างของหลักสูตร ข้อ 2.7 ระบบการศึกษา หากหลักสูตรมีความจำเป็นต้องจัดการเรียนการสอนผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถจัดการเรียนการสอนผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศตามเกณฑ์ต่อไปนี้
หลักสูตรที่ระบุระบบการศึกษา "แบบชั้นเรียน" สามารถจัดการเรียนการสอนออนไลน์ได้ไม่เกินร้อยละ 60 ในระดับรายวิชา / และไม่เกินร้อยละ 60 ของหน่วยกิตรายวิชาในหลักสูตร (ไม่นับรวมรายวิชาฝึกภาคสนาม วิทยานิพนธ์หรือสารนิพนธ์หรือการค้นคว้าอิสระ)
หลักสูตรที่ระบุระบบการศึกษา "แบบทางไกลทางอินเตอร์เน็ต" สามารถจัดการเรียนการสอนออนไลน์ได้มากกว่าร้อยละ 60
ทั้งนี้ หลักสูตรต้องคำนึงถึงการบริหารหลักสูตรตามองค์ประกอบการจัดการเรียนรู้ทั้ง 6 ด้าน และการจัดการศึกษารายวิชาตามแนวทางทั้ง 4 ด้านที่กำหนดไว้ในข้อ 7 ของประกาศกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจัดการศึกษาผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ พ.ศ. 2565 โดยเคร่งครัด
การเก็บข้อมูลในคลังหน่วยกิตของผู้เรียนแต่ละบุคคลมีระยะเวลาหรือไม่ และจะมีการกำหนดระยะเวลาหรือไม่ เนื่องจากเนื้อหาของวิชา อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
ขึ้นอยู่กับการกำหนดของหลักสูตร ซึ่งแต่ละแห่งอาจจะกำหนดแตกต่างกัน เช่น
กรณีที่ 1 อาจจะเก็บนานเท่าไรก็ได้ ไม่กำหนดระยะเวลา
กรณีที่ 2 หลักสูตรอาจจะพิจารณาว่าแต่ละศาสตร์มีระยะเวลาเก็บสะสมไว้ได้กี่ปี ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงองค์ความรู้ของศาสตร์นั้น ๆ ซึ่งเป็นสิทธิในการกำหนดของหลักสูตร
การกำหนดการนับระยะเวลา ให้กำหนดจากปีการศึกษาที่หลักสูตรเริ่มใช้ นับย้อนหลังไป 5 ปี โดยนับรวมปีที่เสนอด้วย เช่น
- หลักสูตรปรับปรุงปี 2565 อาจารย์ในหลักสูตรจะต้องแสดงผลงานระหว่าง 2561 - 2565
- หลักสูตรปรับปรุงปี 2566 อาจารย์ในหลักสูตรจะต้องแสดงผลงานระหว่าง 2562 - 2566
- หลักสูตรปรับปรุงปี 2567 อาจารย์ในหลักสูตรจะต้องแสดงผลงานระหว่าง 2563 - 2567
- หลักสูตรปรับปรุงปี 2568 อาจารย์ในหลักสูตรจะต้องแสดงผลงานระหว่าง 2564 - 2568
กรณีอาจารย์ใหม่ที่มีคุณวุฒิระดับปริญญาเอก แม้ยังไม่มีผลงานทางวิชาการหลังสําเร็จการศึกษาอนุโลมให้เป็นอาจารย์ผู้สอนในระดับปริญญาโทได้ค่ะ แต่ทั้งนี้หากจะทําหน้าที่เป็นอาจารย์ผู้สอนในระดับปริญญาเอก หรือเป็นอาจารย์ประจําหลักสูตร อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ และอาจารย์ผู้สอบวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ต้องมีผลงานทางวิชาการภายหลังสําเร็จการศึกษาอย่างน้อย 1 ชิ้น ภายใน 2 ปี หรือ 2 ชิ้น ภายใน 4 ปี หรือ 3 ชิ้น ภายใน 5 ปีค่ะ
ต้องเป็นผลงานทางวิชาการที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการศึกษาเพื่อรับปริญญา และเป็นผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในการพิจารณาแต่งตั้งให้บุคคลดำรงตำแหน่งทางวิชาการในรอบ 5 ปีย้อนหลัง ต้องมีผลงานอย่างน้อย 3 รายการ โดยอย่างน้อย 1 รายการต้องเป็นผลงานวิจัยค่ะ
สำหรับประเภทของผลงานให้เป็นไปตามเอกสารแนบท้ายประกาศ ก.พ.อ. (คลิกที่นี่เพื่อดูประกาศ ก.พ.อ.)
สำหรับการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผลงานที่ใช้ขอตำแหน่งทางวิชาการ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ งานความก้าวหน้าในสายวิชาการและสนับสนุน (HR Career Path Unit) กองทรัพยากรบุคคล มหาวิทยาลัยมหิดล โทรศัพท์ 0 2849 6293 และ 0 2849 6388
ระดับปริญญาโท ประกาศนียบัตรบัณฑิตและประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง ต้องเป็นผลงานทางวิชาการที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการศึกษาเพื่อรับปริญญา และเป็นผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในการพิจารณาแต่งตั้งให้บุคคลดำรงตำแหน่งทางวิชาการในรอบ 5 ปีย้อนหลัง ต้องมีผลงานอย่างน้อย 3 รายการ โดยอย่างน้อย 1 รายการต้องเป็นผลงานวิจัยค่ะ
ระดับปริญญาเอก ต้องเป็นผลงานทางวิชาการที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการศึกษาเพื่อรับปริญญา และเป็นผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในการพิจารณาแต่งตั้งให้บุคคลดำรงตำแหน่งทางวิชาการในรอบ 5 ปีย้อนหลัง ต้องเป็นผลงานวิจัย 3 รายการค่ะ
สำหรับประเภทของผลงานให้เป็นไปตามเอกสารแนบท้ายประกาศ ก.พ.อ. (คลิกที่นี่เพื่อดูประกาศ ก.พ.อ.)
สำหรับการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผลงานที่ใช้ขอตำแหน่งทางวิชาการ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ งานความก้าวหน้าในสายวิชาการและสนับสนุน (HR Career Path Unit) กองทรัพยากรบุคคล มหาวิทยาลัยมหิดล โทรศัพท์ 0 2849 6293 และ 0 2849 6388
เนื่องจากเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรฯ ได้ระบุว่า อาจารย์ประจำหลักสูตรหรืออาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร ต้องมีผลงานทางวิชาการที่ได้รับการเผยแพร่ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในการพิจารณาแต่งตั้งให้บุคคลดำรงตำแหน่งทางวิชาการในรอบ 5 ปีย้อนหลัง ดังนั้น กรณีอาจารย์ประจำหลักสูตรหรืออาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรมีผลงานทางวิชาการที่ได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์เผยแพร่ แต่ยังไม่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารทางวิชาการ จะไม่สามารถนำมานับเป็นผลงานทางวิชาการที่ได้รับการเผยแพร่แล้วได้ค่ะ
ผลงานทางวิชาการย้อนหลัง หมายถึง ผลงานทางวิชาการที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งทางวิชาการเรียบร้อยแล้ว
เนื่องจากหลักสูตรระดับมหาบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิตในสาขาวิชาเดียวกัน แต่ระบุการจัดการเรียนการสอนเป็นหลักสูตรภาษาไทย และหลักสูตรนานาชาติ ให้ถือเป็นคนละหลักสูตร เนื่องจากวัตถุประสงค์การจัดการเรียนการสอน และการกำหนดคุณสมบัติของผู้เรียนของหลักสูตรภาษาไทยและหลักสูตรนานาชาติแตกต่างกัน
ดังนั้น การเสนอรายชื่ออาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรภาษาไทยและหลักสูตรนานาชาติจึงไม่สามารถเสนอชื่ออาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรชุดเดียวกันได้ ค่ะ
หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาจะกำหนดให้มีวิชาเอกหรือไม่ก็ได้ และไม่ต้องจัดให้มีอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร วิชาเอกละ 3 คน เช่นเดียวกับหลักสูตรระดับปริญญาตรี แต่คุณสมบัติของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรต้องตรงหรือสัมพันธ์กับศาสตร์หรือสาขาวิชาของหลักสูตร และมหาวิทยาลัยต้องคำนึงถึงสัดส่วนจำนวนอาจารย์ประจำหลักสูตรต่อนักศึกษา ในการดูแลนักศึกษาและการเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หรือการค้นคว้าอิสระหรือสารนิพนธ์ ตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาฯ ด้วยค่ะ
คณะอนุกรรมการปรับปรุงเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา ครั้งที่ 7/2549 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2549 และคณะอนุกรรมการด้านมาตรฐานอุดมศึกษา ในการประชุมครั้งที่ 10/2557 เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 และครั้งที่ 12/2558 เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2558 มีมติเกี่ยวกับการพิจารณาหลักสูตรของสถาบันอุดศึกษาและมีมติในหลักการในการพิจารณาอาจารย์ประจำหลักสูตรพหุวิทยาการ หรือสหวิทยาการ ดังนี้
อาจารย์ประจำหลักสูตรของหลักสูตรพหุวิทยาการหรือสหวิทยาการไม่สามารถเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรซ้ำกับหลักสูตรพหุวิทยาการหรือสหวิทยาการอื่นได้ค่ะ
อาจารย์ประจำหลักสูตรของหลักสูตรที่เป็นศาสตร์เดียว สามารถเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรซ้ำกับหลักสูตรพหุวิทยาการหรือสหวิทยาการได้อีก 1 หลักสูตรเท่านั้น โดยต้องเป็นหลักสูตรที่ตรงหรือสัมพันธ์กับหลักสูตรที่ได้ประจำอยู่แล้ว
อาจารย์ประจำหลักสูตรในระดับปริญญาโทซ้ำกับปริญญาเอกในสาขาวิชาเดียวกัน ไม่สามารถเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรซ้ำกับหลักสูตรพหุวิทยาการหรือสหวิทยาการได้อีกค่ะ
หากรายวิชาใดมีความจำเป็นต้องใช้ความเชี่ยวชาญของบุคลากรภายนอกมากกว่าร้อยละ 50 สถาบันอุดมศึกษาสามารถดำเนินการได้เพื่อให้ผู้เรียนได้ประโยชน์สูงสุด แต่ต้องมีอาจารย์ประจำร่วมรับผิดชอบกระบวนการเรียนการสอนและพัฒนานักศึกษาตลอดการจัดการเรียนการสอนของรายวิชานั้น ๆ ด้วย โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาสถาบันการศึกษา
หากรายวิชาใดมีความจำเป็นต้องใช้ความเชี่ยวชาญของบุคลากรภายนอกมากกว่าร้อยละ 50 สถาบันอุดมศึกษาสามารถดำเนินการได้เพื่อให้ผู้เรียนได้ประโยชน์สูงสุด แต่ต้องมีอาจารย์ประจำร่วมรับผิดชอบกระบวนการเรียนการสอนและพัฒนานักศึกษาตลอดการจัดการเรียนการสอนของรายวิชานั้น ๆ ด้วย
สามารถตรวจสอบได้ในเบื้องต้นโดยดูปีที่สำเร็จการศึกษาเป็นปี พ.ศ. เดียวกันกับปีที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ หรือดูจากกลุ่มตัวอย่างในการเก็บข้อมูลว่าเป็นกลุ่มเดียวกันหรือชุดเดียวกันหรือไม่
สามารถดำเนินการได้ดังนี้
อาจารย์เจ้าของประวัติสามารถแก้ไขข้อมูลด้วยตนเองทางระบบ "อาจารย์ที่ปรึกษา"
ประธานหลักสูตรสามารถเพิ่มข้อมูลอาจารย์ใหม่ได้ทางระบบ "อาจารย์ที่ปรึกษา"
ส่งแบบฟอร์มแจ้งข้อมูลอาจารย์ประจำเพื่อขึ้นทะเบียนในฐานข้อมูลบัณฑิตวิทยาลัยมาทางระบบส่งเอกสาร e-Document
ถ้าเป็นอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรไปแล้ว 1 หลักสูตร ก็สามารถเป็นอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรในหลักสูตรพหุวิทยาการ/สหวิทยาการ ในหลักสูตรระดับปริญญาตรี หรือระดับปริญญาโทได้ อีก 1 หลักสูตรเท่านั้น
ทั้งนี้ รวมแล้วไม่เกิน 2 หลักสูตร ตามที่กำหนดไว้ในเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2565
อาจารย์ที่ทำหน้าที่เป็นอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งแล้ว ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรระดับปริญญาตรีที่เป็นพหุวิทยาการ/สหวิทยาการ ได้อีก (เนื่องจากทำหนาที่ครบ 2 หลักสูตรแล้ว)
เริ่มนับจากวันที่บัณฑิตวิทยาลัยมีคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลัก หรือการค้นคว้าอิสระหลัก หรือสารนิพนธ์หลัก
การทำหน้าที่เป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรหรืออาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลักให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2565
หากสถาบันอุดมศึกษามีสัญญาจ้างให้ทำหน้าที่เป็นอาจารย์ประจำหลักสูตร ก็สามารถเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ได้ โดยมีคุณวุฒิและคุณสมบัติ เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2565
กรณีที่สถาบันอุดมศึกษามีการเปลี่ยนแปลงอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรและอาจารย์ประจำหลักสูตร ให้สถาบันอุดมศึกษาเสนอการเปลี่ยนแปลงอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรและอาจารย์ประจำหลักสูตรต่อสภาสถาบันอุดมศึกษา โดยรายงานเฉพาะข้อมูลการเปลี่ยนแปลงอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรในระบบฐานข้อมูลหลักสูตรของ สป.อว. ให้เป็นปัจจุบัน
สำหรับการเปลี่ยนแปลงอาจารย์ประจำหลักสูตรนั้นให้สถาบันอุดมศึกษาจัดเก็บข้อมูลการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไว้ที่สถาบันอุดมศึกษาโดยไม่ต้องรายงานข้อมูลการเปลี่ยนแปลงในระบบฐานข้อมูลหลักสูตรของ สป.อว. ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงต้องเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา เพื่อรองรับการตรวจสอบหลักสูตรและการจัดการศึกษาตามกฎหมาย
คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตร / คณะกรรมการปรับปรุงหลักสูตรอย่างน้อย 4 คน ประกอบด้วย
อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรอย่างน้อย 2 คน
ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมหาวิทยาลัยมหิดล อย่างน้อย 2 คน ประกอบด้วย
ตัวแทนของนักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชานั้น ๆ มีผลงานหรือชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ
ผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภาครัฐ ภาคเอกชน ตลาดแรงงาน สถานประกอบการทั้งในประเทศ ในภูมิภาคอาเซียนและ ต่างประเทศ
ผู้แทนจากองค์กรวิชาชีพ (ถ้ามี)
การจัดโครงสร้างหลักสูตรโดยกำหนดให้มีแผนการศึกษาแบบใดนั้น ควรมีการพิจารณาความพร้อมของผู้ที่จะเข้าศึกษาว่ามีความรู้หรือมีศักยภาพเพียงพอหรือไม่ เนื่องจากการจัดการศึกษาภายใต้แผนการศึกษาแต่ละแบบจะมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน
กำหนดปรัชญาของหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการทรัพยากรบุคคลในการดำเนินการตามนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายและยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ความสอดคล้องของสาขาวิชาของหลักสูตรกับความต้องการของตลาดแรงงาน (ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภาครัฐ ภาคเอกชน ตลาดแรงงาน สถานประกอบการทั้งในประเทศ ในภูมิภาคอาเซียนและต่างประเทศ)
กำหนดหน่วยกิตรวมของหลักสูตรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกำหนด ได้แก่ เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ กรอบมาตรฐานคุณวุฒิของสาขาวิชา (ถ้ามี) ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดลว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา แนวนโยบายการพิจารณาหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา ตามรายละเอียดแนบท้ายประกาศ รวมทั้งหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติอื่น ๆ ที่มหาวิทยาลัยมหิดล หรือบัณฑิตวิทยาลัยกำหนด
จัดสรรหน่วยกิตของหมวดรายวิชาบังคับ รายวิชาเลือกและรายวิทยานิพนธ์ โดยให้จำนวนหน่วยกิตรวมเป็นไปตามข้อ 2 ทั้งนี้จำนวนหน่วยกิตในหมวดวิชาบังคับควรมากกว่าหมวดวิชาเลือก กรณีหลักสูตรกำหนดโครงสร้างหลักสูตรให้มีหมวดวิชาแกน จำนวนหน่วยกิตในหมวดวิชาแกนควรน้อยกว่าหมวดวิชาบังคับ นอกจากนี้ในการจัดโครงสร้างหลักสูตรปริญญาเอก ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ต้องแสดงความเชี่ยวชาญอย่างลุ่มลึกในศาสตร์สาขาวิชานั้น ๆ ไม่ควรจัดโครงสร้างหลักสูตรแยกเป็นหลายวิชาเอกร
หมวดรายวิชาบังคับ ซึ่งเป็นหมวดรายวิชาที่นักศึกษาทุกคนของหลักสูตรต้องลงทะเบียนเรียนจะต้องประกอบไปด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) รายวิชาที่เป็นสาระสำคัญของสาขาวิชาของหลักสูตร (เพื่อนักศึกษาจะได้รับความรู้ที่เป็นสาระสำคัญของสาขาวิชา ได้เรียนรู้ทักษะที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน) (2) รายวิชาวิทยาระเบียบวิจัย (เพื่อนักศึกษาจะได้รับความรู้ที่เป็นพื้นฐานสำหรับการทำวิจัยในหลักสูตร) และ (3) รายวิชาสัมมนา (เพื่อนักศึกษาสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ แสดงความคิดเห็น อภิปรายร่วมกันในประเด็นที่เกี่ยวข้อง)
จำนวนหน่วยกิตรวมของรายวิชาในหมวดวิชาเลือกทั้งหมดของหลักสูตรที่แสดงไว้ในโครงสร้างหลักสูตร จะต้องมากกว่าจำนวนหน่วยกิตรวมของรายวิชาเลือกที่กำหนดให้นักศึกษาเลือกเรียน
กำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้ของหลักสูตรให้เป็นในเชิงพฤติกรรมที่สามารถวัดและประเมินนักศึกษาได้เมื่อนักศึกษาสำเร็จการศึกษาจากหลักสูตร เขียนให้กระชับและชัดเจนครอบคลุมมาตรฐานผลการเรียนรู้ทั้ง ๔ ด้าน คือ
ความรู้ (Knowledge)
ทักษะ (Skills)
จริยธรรม (Ethics)
ลักษณะบุคคล (Character)
จัดสรรหน่วยกิตของหมวดรายวิชาบังคับ รายวิชาเลือกและรายวิทยานิพนธ์ โดยให้จำนวนหน่วยกิตรวมเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานฯ ทั้งนี้จำนวนหน่วยกิตในหมวดวิชาบังคับควรมากกว่าหมวดวิชาเลือก กรณีหลักสูตรกำหนดโครงสร้างหลักสูตรให้มีหมวดวิชาแกน จำนวนหน่วยกิตในหมวดวิชาแกนควรน้อยกว่าหมวดวิชาบังคับ นอกจากนี้ในการจัดโครงสร้างหลักสูตรปริญญาเอก ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ต้องแสดงความเชี่ยวชาญอย่างลุ่มลึกในศาสตร์สาขาวิชานั้น ๆ ไม่ควรจัดโครงสร้างหลักสูตรแยกเป็นหลายวิชาเอก
หมวดรายวิชาบังคับ ซึ่งเป็นหมวดรายวิชาที่นักศึกษาทุกคนของหลักสูตรต้องลงทะเบียนเรียนจะต้องประกอบไปด้วย ๓ องค์ประกอบ ได้แก่ (๑) รายวิชาที่เป็นสาระสำคัญของสาขาวิชาของหลักสูตร (เพื่อนักศึกษาจะได้รับความรู้ที่เป็นสาระสำคัญของสาขาวิชา ได้เรียนรู้ทักษะที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน) (๒) รายวิชาวิทยาระเบียบวิจัย (เพื่อนักศึกษาจะได้รับความรู้ที่เป็นพื้นฐานสำหรับการทำวิจัยในหลักสูตร) และ (๓) รายวิชาสัมมนา (เพื่อนักศึกษาสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ แสดงความคิดเห็น อภิปรายร่วมกันในประเด็นที่เกี่ยวข้อง)
จำนวนหน่วยกิตรวมของรายวิชาในหมวดวิชาเลือกทั้งหมดของหลักสูตรที่แสดงไว้ในโครงสร้างหลักสูตร จะต้องมากกว่าจำนวนหน่วยกิตรวมของรายวิชาเลือกที่กำหนดให้นักศึกษาเลือกเรียน
ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีที่ต้องการเข้าศึกษาปริญญาเอก ต้องมีผลการเรียนดีมาก คืออะไร
ผลการเรียนดีมาก หลักสูตรสามารถกำหนได้จากระดับเกรดเฉลี่ย หรือเกียรตินิยม
การจัดโครงสร้างหลักสูตรโดยกำหนดให้มีแผนการศึกษาแบบใดนั้น ควรมีการพิจารณาความพร้อมของผู้ที่จะเข้าศึกษาว่ามีความรู้หรือมีศักยภาพเพียงพอหรือไม่ เนื่องจากการจัดการศึกษาภายใต้แผนการศึกษาแต่ละแบบจะมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกันแผนการศึกษาทำเฉพาะวิทยานิพนธ์ เป็นแผนการศึกษาที่เน้นการวิจัยโดยมีการทำวิทยานิพนธ์อย่างเดียว โดยอาจกำหนดให้ศึกษารายวิชาเพิ่มเติม อาทิ รายวิชาสัมมนา หรือทำกิจกรรมทางวิชาการอื่นเพิ่มขึ้นโดยไม่นับหน่วยกิต แผนการศึกษาดังกล่าวมุ่งเน้นให้ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถทำวิจัยแบบพึ่งตนเองได้ในระดับหนึ่ง การกำหนดคุณสมบัติของผู้เข้าศึกษาจึงควรต้องเป็นผู้มีพื้นฐานความรู้ความสามารถและศักยภาพเพียงพอที่จะเข้าศึกษาในหลักสูตรตามแผนการศึกษาดังกล่าวได้ เช่น เป็นผู้มีประสบการณ์การทำวิจัยและมีผลงานตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารซึ่งเป็นที่ยอมรับในสาขาวิชานั้น ๆ
หลักสูตรที่มีความประสงค์จะเปิดแผนการศึกษาทำเฉพาะวิทยานิพนธ์ ให้เปิดหลักสูตรแผนการศึกษาที่ทำวิทยานิพนธ์หรือการค้นคว้าอิสระและศึกษารายวิชาพร้อมกันไปด้วย
แผนการศึกษาทำวิทยานิพนธ์และศึกษารายวิชา เป็นแผนการศึกษาที่กำหนดให้ศึกษารายวิชา ควบคู่ไปกับการทำวิทยานิพนธ์ มุ่งเน้นให้ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถทำวิจัยได้ และในขณะเดียวกันจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ในศาสตร์สาขาวิชานั้น ๆ ควบคู่ไปด้วย
แผนการศึกษาทำการค้นคว้าอิสระและศึกษารายวิชา เป็นแผนการศึกษาที่เน้นการศึกษารายวิชา โดยไม่ต้องทำวิทยานิพนธ์ แต่ต้องทำการค้นคว้าอิสระ มุ่งเน้นให้ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ในการปฏิบัติงาน ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์การทำวิจัยมากนัก ผู้สำเร็จการศึกษา เหมาะที่จะเป็นนักบริหารมากกว่านักวิจัย หากหลักสูตรใดกำหนดโครงสร้างหลักสูตรให้มีแผน 2 แบบวิชาชีพ ควรกำหนดคุณสมบัติของผู้เข้าศึกษาในแผนดังกล่าวให้ชัดเจน เช่น เป็นผู้มีประสบการณ์การทำงานในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยกี่ปี เพื่อจะได้สามารถผลิตบัณฑิตได้ตรงเป้าหมายของหลักสูตร
ให้ประกอบด้วยหมวดวิชาต่าง ๆ ดังนี้
หมวดวิชาแกน (ทุกหลักสูตรไม่จำเป็นต้องกำหนดให้มีหมวดวิชานี้)
หมวดวิชาบังคับ
หมวดวิชาเลือก
วิทยานิพนธ์
การค้นคว้าอิสระ (เฉพาะหลักสูตรปริญญาโท แผน 2 แบบวิชาชีพ)
ในกรณีที่ผู้เข้าศึกษามีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการปรับพื้นความรู้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนศึกษาเนื้อหารายวิชาของหลักสูตร หลักสูตรสามารถกำหนดให้มีหมวดวิชาปรับพื้นฐานหรือหมวดวิชาพื้นฐานขึ้นได้ โดยรายวิชาปรับพื้นฐานควรมีลักษณะเป็นรายวิชาที่มีเนื้อหาเบื้องต้นที่เตรียมผู้เข้าศึกษาเพื่อให้พร้อมเข้าศึกษาเนื้อหาของหลักสูตร มิใช่เป็นเนื้อหาเฉพาะของหลักสูตร ทั้งนี้หลักสูตรจะต้องระบุเงื่อนไขของผู้ที่จะต้องศึกษารายวิชาในหมวดวิชาดังกล่าว รวมถึงวิธีการประเมินผลให้ชัดเจน
หมวดวิชาแกน หมายถึง กลุ่มของรายวิชาที่คณะจัดขึ้นเพื่อให้หลักสูตรต่าง ๆ เรียนร่วมกัน หรือกลุ่มของรายวิชาที่หลักสูตรกำหนดให้วิชาเอกต่าง ๆ เรียนร่วมกัน การกำหนดหมวดวิชาแกนในโครงสร้างหลักสูตรขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละหลักสูตร ไม่จำเป็นที่ทุกหลักสูตรต้องกำหนดให้มีหมวดวิชาดังกล่าว
หมวดวิชาบังคับ หมายถึง รายวิชาที่เป็นเนื้อหาสำคัญของหลักสูตรและกำหนดให้นักศึกษาในหลักสูตรต้องศึกษาให้ครบทุกรายวิชา เพื่อขอรับปริญญาของหลักสูตรนั้น ๆ โดยรายวิชาในหมวดวิชาบังคับต้องประกอบไปด้วย ๓ องค์ประกอบได้แก่ (๑) รายวิชาที่ต้องบรรจุรายวิชาที่บ่งบอกความเป็นศาสตร์สาขาวิชานั้น ๆ อย่างชัดเจน เพื่อแสดงให้เห็น จุดเด่นของผู้ที่สําเร็จการศึกษาจากหลักสูตรดังกล่าว ซึ่งต้องมีความรู้ความสามารถอย่างลึกซึ้งของศาสตร์สาขาวิชาที่สําเร็จการศึกษา (๒) รายวิชาวิทยาระเบียบวิธีวิจัย และ (๓) รายวิชาสัมมนา
หมวดวิชาเลือก หมายถึง รายวิชาที่นักศึกษาสามารถเลือกลงทะเบียนเรียนได้เสรีตามความสนใจและตามที่คณะกรรมการบริหารหลักสูตรหรืออาจารย์ที่ปรึกษาเห็นสมควร เพื่อประโยชน์ในการทำวิจัย หรือเพื่อเสริมสร้างโลกทัศน์ทางวิชาการ ซึ่งรวมถึงเป็นรายวิชาที่เปิดสอนโดยหลักสูตรอื่น หรือภาควิชาอื่น หรือคณะอื่น
วิทยานิพนธ์ หมายถึง บทวิทยานิพนธ์ที่นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาเรียบเรียงจากการยกเอาหัวข้อเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ได้รับอนุมัติให้ทำการวิจัย จนกระทั่งได้ผลครบถ้วนตามกระบวนการแล้วนำมาพรรณนาและวิเคราะห์อย่างเป็นระบบจนเสร็จสมบูรณ์ตามข้อกำหนด เพื่อขออนุมัติปริญญา
การค้นคว้าอิสระ หมายถึง การจัดทำรายงานการศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นรายบุคคล เพื่อให้นักศึกษามีความสามารถสังเคราะห์งานวิจัยและสามารถเลือกนำผลงานวิจัยหรือความรู้ที่ได้จากผลงานวิจัยมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของตนเองได้อย่างเหมาะสม โดยการนำเอาทฤษฎีหรือความรู้ที่ได้จากงานวิจัยมาผสมผสานเพื่อพัฒนาจนเกิดผลสำเร็จแล้วเขียนเป็นรายงานในลักษณะการให้ความคิดริเริ่ม
ต้องกำหนดคุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา และแนวทางการคัดเลือกผู้เข้าศึกษาให้ชัดเจน
ต้องกำหนดกลไกในการประเมินความรู้ความสามารถทางวิชาการของผู้เรียน เช่น มีการจัดสอบประเมินความรู้นักศึกษาปริญญาโทที่ศึกษาตาม แผน ก แบบ ก 1
มีการกำหนดแนวทางในการกระตุ้นหรือกำหนดให้นักศึกษาที่เรียนตามแผนการศึกษาดังกล่าวได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางวิชาการอื่น ๆ นอกเหนือจากการทำวิจัยเพื่อเป็นการควบคุมคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา อาทิ การให้มีส่วนร่วมในการสัมมนา
ควรมีกระบวนการในการติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินการวิจัยของนักศึกษาอย่าง ต่อเนื่อง และเป็นรูปธรรม เพื่อเร่งรัดให้นักศึกษาที่ศึกษาตามแผนการศึกษาดังกล่าวสำเร็จการศึกษาโดยเร็ว
เนื่องจากกรอบมาตรฐานคุณวุฒิได้กำหนดให้หลักสูตรปริญญาโทต่างระดับกับหลักสูตรปริญญาเอก โดยหลักสูตรปริญญาเอกมีความลุ่มลึกในศาสตร์สาขาวิชานั้นที่แตกต่างจากหลักสูตรปริญญาโทในศาสตร์สาขาวิชาเดียวกันอย่างชัดเจน
ดังนั้นในการจัดทำหลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอกในสาขาวิชาเดียวกัน รายวิชาทุกรายวิชาในหลักสูตรปริญญาโทต้องไม่ปรากฏเป็นรายวิชาบังคับหรือเป็นรายวิชาเลือกในโครงสร้างหลักสูตรปริญญาเอกสำหรับผู้เข้าศึกษาที่สำเร็จปริญญาโทแล้วศึกษาต่อปริญญาเอก (แบบ ๒.๑) แต่สามารถเป็นรายวิชาบังคับหรือเป็นรายวิชาเลือกในโครงสร้างหลักสูตรปริญญาเอกสำหรับผู้เข้าศึกษาที่สำเร็จปริญญาตรีแล้วศึกษาต่อปริญญาเอก (แบบ ๒.๒) ได้
รายวิชาในหลักสูตรปริญญาโท ต้องไม่ปรากฏว่าเป็นรายวิชาบังคับและเป็นรายวิชาเลือกในโครงสร้างหลักสูตรปริญญาเอกสำหรับผู้เข้าศึกษาที่สำเร็จปริญญาโทแล้วศึกษาต่อปริญญาเอก แต่สามารถเป็นรายวิชาบังคับในโครงสร้างหลักสูตรปริญญาเอกสำหรับผู้เข้าศึกษาที่สำเร็จปริญญาตรีแล้วศึกษาต่อปริญญาเอกได้
เหตุผลที่ต้องกำหนดรายวิชาในหลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอกสาขาวิชาเดียวกันให้มีความแตกต่างกัน เนื่องจากหลักสูตรปริญญาโทกับหลักสูตรปริญญาเอก เป็นคนละหลักสูตร ดังนั้นหลักสูตรปริญญาเอก จึงจำเป็นต้องมีรายวิชาที่แสดงความลุ่มลึกในศาสตร์สาขาวิชานั้นที่แตกต่างจากหลักสูตรปริญญาโทในศาสตร์สาขาวิชาเดียวกันอย่างชัดเจน หากไม่มีรายวิชาที่แตกต่างควรพิจารณาเปิดหลักสูตรปริญญาเอก เฉพาะแบบ 1 ซึ่งเป็นแผนการศึกษาที่เน้นการวิจัยโดยมีการทำวิทยานิพนธ์อย่างเดียวค่ะ
กลุ่มสาขาวิชา ISCED : International Standard Classification of Education คือ มาตรฐานการจัด กลุ่มสาขาวิชาขององค์การ UNESCO (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization) ที่ใช้เป็นมาตรฐานในการจำแนกหลักสูตรสาขาวิชาตามกลุ่มสาขาวิชา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กำหนดรหัสกลุ่มสาขาวิชา ISCED ให้ในตารางอ้างอิงข้อมูลกลุ่มสาขาวิชา ( REF_ISCED ) หลักสูตรไม่สามารถแจ้งขอเพิ่มรหัสกลุ่มสาขาวิชาในตารางอ้างอิงข้อมูลกลุ่มสาขาวิชาได้ โดยในการแบ่งกลุ่มสาขาวิชาจะแบ่งเป็น 8 กลุ่มใหญ่ และในแต่ละกลุ่มใหญ่จะแยกเป็นกลุ่มย่อย (ดูรายละเอียดที่ http://www.mua.go.th/ )
ระบุเรื่องคุณธรรมจริยธรรมไว้ในคำอธิบายรายวิชาในหมวดวิชาบังคับ สำหรับรายวิชาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศ กมอ. เรื่อง รายละเอียดผลลัพธ์การเรียนรู้ตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2565
คำอธิบายรายวิชาภาษาไทยและภาษาอังกฤษต้องมีความสอดคล้องกัน เขียนเป็นวลี เขียนให้กระชับ ระบุเฉพาะเนื้อหาสาระของรายวิชา ไม่ต้องมีคำเกริ่นนำ เช่น วิชานี้บรรยายถึง เนื้อหาวิชาครอบคลุม วิชานี้ศึกษาเกี่ยวกับ ไม่ต้องยกตัวอย่างหรือขยายความ ไม่ต้องระบุคำว่า "เช่น" "ได้แก่" ไม่ต้องมีส่วนของกระบวนการหรือวิธีการจัดการเรียนการสอน
คำอธิบายรายวิชาภาษาไทยไม่ต้องใช้เครื่องหมายวรรคตอน ไม่มีคำภาษาอังกฤษปะปน ศัพท์บัญญัติทางวิชาการต่าง ๆ ที่แปลมาจากภาษาต่างประเทศ ให้ใช้ตามศัพท์บัญญัติฉบับล่าสุดของราชบัณฑิตยสถาน หรือตามประมวลศัพท์บัญญัติที่ยอมรับในสาขานั้น ๆ และอ้างอิงได้ หากไม่มีศัพท์บัญญัติให้เขียนคำไทยทับศัพท์ให้ถูกต้องตามหลักการทับศัพท์ที่ราชบัณฑิตยสถานกำหนด
คำอธิบายรายวิชาภาษาอังกฤษวลีที่มีเนื้อหาเดียวกันหรือสัมพันธ์กัน ในกลุ่มเนื้อหาเดียวกัน ให้คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) เมื่อหมดกลุ่มเนื้อหานั้นให้คั่นด้วยเครื่องหมายอัฒภาค (;) สลับกันไป จบคำอธิบายรายวิชาไม่ต้องมีเครื่องหมายมหัพภาค (.)
หน่วยกิต (บรรยาย-ปฏิบัติ-ศึกษาด้วยตนเอง)
XXXX XXX วิทยาระเบียบวิธีวิจัย 2(2-0-4)
XXXX XXX Research Methodology
วิทยาระเบียบวิธีวิจัยและรูปแบบการวิจัยประเภทต่างๆ การวิจัยเชิงสังเกต การวิจัยเชิงทดลอง การวิจัยเชิงคุณภาพ การประยุกต์กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการออกแบบงานวิจัย การกำหนดคำถามและสมมติฐานการวิจัย การพัฒนาข้อเสนอการวิจัย เทคนิคการรวบรวมข้อมูล การจัดการและวิเคราะห์ข้อมูล การอ่านบทความวิจัยทางวิทยาศาสตร์วรรณกรรมโดยการค้นหาผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และแหล่งที่มาของข้อมูลในวิทยาศาสตร์การแพทย์
Research methodology and types of research; observational, experimental, qualitative researches; applications of scientific process in research design; formulation of research questions and hypotheses; research proposal development; technique of data collection, data management and analysis; critical reading of scientific research articles using literature search through electronic equipment and information sources in medical sciences
กมอ. ในการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา ครั้งที่ 5/2564 เมื่อวันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 มีมติให้ความเห็นชอบกำหนดคำนิยามศัพท์ คำว่า "พหุวิทยาการ" และ "สหวิทยาการ" คลิกที่นี่
การกำหนดว่าเป็นหลักสูตรพหุวิทยาการ/สหวิทยาการเป็นอำนาจสถาบันอุดมศึกษา โดยเมื่อสภาสถาบันอุดมศึกษาให้ความเห็นชอบหรืออนุมัติว่าเป็นหลักสูตรพหุวิทยาการ/สหวิทยาการแล้ว ไม่ต้องเสนอ กมอ. พิจารณาอีก
อย่างไรก็ตาม เมื่อสถาบันอุดมศึกษาส่งหลักสูตรให้ สป.อว. พิจารณา หากเห็นว่ามีประเด็นข้อสังสัยที่ไม่อาจพิจารณาได้ ให้เสนอ กมอ. พิจารณาเป็นรายกรณี
แนวทางในการจัดทำเอกสารหลักสูตร
การจัดทำเอกสารหลักสูตรต้องแยกเล่ม หรือรวมอยู่ในเล่มเดียวกัน มีประเด็นพิจารณา 3 ประเด็นสำคัญ คือ
ก) แยกสถานที่จัดการเรียนการสอน
ข) แยกอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร
ค) แยกผลลัพธ์การเรียนรู้
หลักในการพิจารณา มีดังนี้
1.1 สำหรับหลักสูตรตามประเด็นข้อ ก) ให้เสนอหลักสูตรแยกเล่มทุกกรณี และต้องแยกอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรด้วย ไม่ว่าประเด็นข้อ ค) จะเป็นเช่นไร โดยให้ดำเนินการเป็นคนละหลักสูตร และคนละรหัสหลักสูตร
1.2 สำหรับหลักสูตรตามประเด็นข้อ ข) ให้เสนอหลักสูตรเล่มเดียวกันหากผลลัพธ์การเรียนรู้เหมือนกัน
แต่หากผลลัพธ์การเรียนรู้ต่างกัน ให้เสนอหลักสูตรเล่มเดียวกัน และให้แยกส่วนตามผลลัพธ์การเรียนรู้ โดยหลักสูตรเดียวกันที่มีผลลัพธ์การเรียนรู้แยกกันนั้น ต้องมีส่วนของผลลัพธ์การเรียนรู้หลัก (core) ที่เป็นผลลัพธ์การเรียนรู้ร่วมกันด้วย
1.3 สำหรับหลักสูตรตามประเด็นข้อ ค) ให้เสนอหลักสูตรเล่มเดียวกัน แต่แยกส่วนตามผลลัพธ์การเรียนรู้ไม่ว่าประเด็น ข้อ ข) จะเป็นเช่นไร โดยหลักสูตรเดียวกันที่มีผลลัพธ์การเรียนรู้แยกกันนั้น ต้องมีส่วนของผลลัพธ์การเรียนรู้หลัก (core) ที่เป็นผลลัพธ์การเรียนรู้ร่วมกันด้วย
ประเด็นเกี่ยวกับการทำเอกสารหลักสูตร ต้องแยกเล่ม หรือรวมอยู่ในเล่มเดียวกันได้ มีดังนี้
การจัดการเรียนการสอนหลักสูตรเดียวกันแต่คนละวิทยาเขต หรือจัดการเรียนการสอนนอกสถานที่ตั้ง
ตอบ จัดทำแยกเล่ม เนื่องจากใช้อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรคนละชุด และจัดการเรียนการสอนคนละสถานที่
การจัดการเรียนการสอนด้วยวิธีทางเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือวิธีอื่น กับในรูปแบบชั้นเรียน
ตอบ จัดทำเป็นเล่มเดียวกันได้ หากมีอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรชุดเดียวกัน และมีผลลัพธ์การเรียนรู้เดียวกันกับในแบบชั้นเรียน แต่ต้องระบุวิธีการจัดการเรียนการสอนในแต่ละรูปแบบให้ชัดเจนของแต่ละกลุ่มนักศึกษา
การจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรเดียวกันที่เป็นหลักสูตรนานาชาติ และหลักสูตรปกติ (ภาษาไทย)
ตอบ จัดทำเป็นเล่มเดียวกันได้ แต่ต้องระบุอาจารย์ผู้รับผิดชอบและผลลัพธ์การเรียนรู้ของหลักสูตรนานาชาติ และหลักสูตรปกติ (ภาษาไทย) แยกออกจากกันอย่างชัดเจน
หลักสูตรปริญญาตรีควบปริญญาโท หรือ ปริญญาโทควบปริญญาเอก
ตอบ จัดทำแยกเล่ม เนื่องจากหลักการในการจัดการศึกษาหลักสูตรควบ คือ การดำเนินการจากหลักสูตร 2 หลักสูตรที่จัดการเรียนการสอนอยู่แล้ว ดังนั้น จึงต้องจัดทำเอกสารหลักสูตรของแต่ละหลักสูตรแยกเล่มอย่างชัดเจน
การเสนอหลักสูตรแบบวิชาการ และแบบวิชาชีพ
ตอบ หลักสูตรในระดับปริญญาโท สถาบันอุดมศึกษาสามารถจัดทำเอกสารหลักสูตรที่มีแผนการศึกษา ทั้งแบบวิชาการและแบบวิชาชีพ ในเอกสารหลักสูตรเล่มเดียวกันได้ โดยต้องกำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้ของแบบวิชาการและแบบวิชาชีพแยกออกจากกันอย่างชัดเจน
ให้เป็นอำนาจของสถาบันอุดมศึกษา ในการเสนอองค์กรวิชาชีพหรือไม่เสนอองค์กรวิชาชีพ
ซึ่งหากองค์กรวิชาชีพกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขใด และสถาบันอุดมศึกษาประสงค์จะให้หลักสูตรสอดคล้องตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขขององค์กรวิชาชีพดังกล่าว สถาบันอุดมศึกษาต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขขององค์กรวิชาชีพนั้น ๆ
ทั้งนี้ การเสนอหลักสูตรต่อองค์กรวิชาชีพไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสนอหลักสูตรต่อ สป.อว. ซึ่งจะพิจารณาเฉพาะความสอดคล้องตามมาตรฐานการอุดมศึกษาในเชิงวิชาการเท่านั้น
ต้องมี MOU ตามที่กำหนดไว้ในคำนิยาม “การตกลงร่วมผลิต” โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาสถาบันอุดมศึกษา
สามารถลงทะเบียนการอบรมประธานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา ออนไลน์ในระบบ MUx โดยมีรายละเอียดดังนี้ค่ะ
1. สำหรับท่านที่ยังไม่เคยเข้าระบบ MUx กรุณาคลิกลิงค์เพื่อลงทะเบียนก่อนค่ะ ที่ https://mux.mahidol.ac.th (ใช้ email / password ของมหาวิทยาลัยมหิดล)
2. ลิงค์สำหร้บการอบรมออนไลน์ 3 หัวข้อ ดังนี้
การบริหารจัดการการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา คลิกที่นี่
งบประมาณ พัสดุ และการเงิน คลิกที่นี่
เทคโนโลยีสารสนเทศและการเข้าถึงระบบสารสนเทศ คลิกที่นี่
3. ศึกษาวิธีการเข้าอบรม
ระบบ MUx (online) คลิกที่นี่
Download คู่มือการใช้งานระบบ MUx ได้ที่นี่
**ขอความกรุณาคลิกเข้าสู่ระบบ และลงชื่อเข้าใช้ด้วย MU login บุคลากรมหาวิทยาลัยมหิดลในรูปแบบ firstname.sur@mahidol.ac.th เท่านั้นค่ะ
อาจารย์สามารถตรวจสอบข้อมูลการอบรมด้วยตนเองได้ที่นี่ค่ะ
(1) อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน สำหรับหลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอก โดยให้พิจารณาแต่งตั้งคนหนึ่งเป็นประธานหลักสูตร และอีกคนหนึ่งเป็นกรรมการและเลขานุการ และ
(2) ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกส่วนงานต้นสังกัดของหลักสูตรอย่างน้อย 1 คน เป็นที่ปรึกษา ทั้งนี้อาจมีอาจารย์ประจำหรือผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกร่วมเป็นกรรมการเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
ให้หัวหน้าส่วนงานต้นสังกัดของหลักสูตรโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำส่วนงาน เสนอรายชื่อผู้เห็นสมควรเป็นคณะกรรมการบริหารหลักสูตร ทั้งนี้กรรมการบริหารหลักสูตรแต่ละท่านอาจร่วมเป็นกรรมการบริหารหลักสูตรได้มากกว่า 1 หลักสูตรค่ะ
สามารถเป็นกรรมการบริหารหลักสูตรได้มากกว่า 1 หลักสูตรค่ะ
สามารถเป็นได้ค่ะ ทั้งนี้ ประธานหลักสูตรต้องเป็นอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรนั้น ๆ ด้วยค่ะ
คณะกรรมการบริหารหลักสูตรมีวาระการดำรงตำแหน่งตามการดำรงตำแหน่งของหัวหน้าส่วนงานต้นสังกัดของหลักสูตรที่เสนอพิจารณาแต่งตั้ง สำหรับประธานหลักสูตรจะดำรงตำแหน่งประธานหลักสูตรหนึ่งหลักสูตรใดได้ไม่เกิน 8 ปีติดต่อกันค่ะ
นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระ ประธานหลักสูตร กรรมการ กรรมการและเลขานุการ และที่ปรึกษา พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) หัวหน้าส่วนงานต้นสังกัดของหลักสูตร โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำส่วนงาน เสนอขอเปลี่ยนแปลงก่อนครบวาระตามเหตุผลและความจำเป็น และโดยความเห็นชอบของคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย
กรณีประธานหลักสูตรพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามข้างต้นหรือพ้นจากตำแหน่งตาม (1) หรือ (2) ให้หัวหน้าส่วนงานต้นสังกัดของหลักสูตร เสนอแต่งตั้งประธานหลักสูตรคนใหม่มายังคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ภายใน 90 วันนับตั้งแต่วันที่ตำแหน่งประธานหลักสูตรว่างลง
กรณีประธานหลักสูตรติดภารกิจหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งแต่ไม่เกิน 90 วันติดต่อกัน ให้ประธานหลักสูตรหรือหัวหน้าส่วนงานต้นสังกัดของหลักสูตรเสนอแต่งตั้งอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร 1 คน ให้ทำหน้าที่รักษาการแทนในตำแหน่งประธานหลักสูตร มายังคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย
เพื่อพิจารณาแต่งตั้ง แต่หากเกินกว่า 90 วันติดต่อกัน ให้หัวหน้าส่วนงานต้นสังกัดของหลักสูตรเสนอแต่งตั้งประธานหลักสูตรคนใหม่มายังคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยเพื่อพิจารณาแต่งตั้ง
วางนโยบายและแผนการบริหารจัดการและการผลิตบัณฑิตของหลักสูตรให้สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานของส่วนงาน บัณฑิตวิทยาลัย และมหาวิทยาลัย
ควบคุมมาตรฐานหลักสูตรสาขาวิชาที่รับผิดชอบให้เป็นไปตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร และเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ (ถ้ามี)
ดำเนินการประกันคุณภาพหลักสูตร
จัดทำรายงานผลการดำเนินงานของหลักสูตร ติดตามรายงานผลการดำเนินการของรายวิชา รายงานผลการดำเนินการของประสบการณ์ภาคสนาม (ถ้ามี) รวมทั้งให้คำแนะนำเพื่อการพัฒนาหลักสูตร เพื่อเสนอหัวหน้าภาควิชา หัวหน้าส่วนงาน และคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย
พิจารณาจัดทำแผนงบประมาณและควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี และแผนการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุสำหรับการจัดการเรียนการสอนและการวิจัยของหลักสูตร
ให้ประธานหลักสูตรเป็นผู้ประสานงานในเรื่องการบริหารจัดการหลักสูตรกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บัณฑิตวิทยาลัย ส่วนงาน ภาควิชา
Microcredential เป็นรูปแบบของการสะสมหน่วยกิตย่อยที่ได้จากการศึกษาเนื้อหารายวิชาบางส่วนที่เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปสามารถศึกษาแบบยืดหยุ่นตามความสนใจ เป็นการจัดการเรียนการสอนไม่จำกัดสถานที่ ภาษาและเวลา โดยผลการเรียนรู้ (Learning Outcome) ที่ได้เมื่อสิ้นสุดการเรียนการสอนสามารถเทียบเคียงกันได้กับผลการเรียนรู้ของรายวิชา (Course Learning Outcomes) โดยใช้ผลการเรียนรู้ของรายวิชาที่หลักสูตรกำหนดไว้ในรายละเอียดของรายวิชา (มม.3) เป็นเกณฑ์ในการอ้างอิงการเทียบเคียงผลการเรียนรู้
เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สนใจทั่วไปมีโอกาสเข้าถึงเนื้อหาวิชาบางส่วนที่เปิดสอนในระดับบัณฑิตศึกษาและสามารถสะสมหน่วยกิตย่อยจากหัวข้อที่เรียน หรือเข้ารับการอบรม หรือเรียนรู้จากแหล่งต่าง ๆ เพื่อนํามาเทียบเคียงกับผลการเรียนรู้ของรายวิชาในหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาได้ เพื่อดึงดูดผู้สนใจสมัครเข้าศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาในอนาคต ให้ตัดสินใจเข้าศึกษาเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดล ผ่านช่องทางการสะสมหน่วยกิตย่อย Microcredential
Microcredential เป็นการเทียบเคียงผลการเรียนรู้ของโครงการจัดอบรมกับผลการเรียนรู้ของรายวิชาในหลักสูตร (มคอ.3)
MAP-Ex เป็นโครงการจัดอบรมที่ไม่ได้นำมาเทียบกับผลการเรียนรู้ของรายวิชาในหลักสูตร (มคอ.3)
MAP-C เป็นการนำรายวิชาของหลักสูตรมาเปิดให้ผู้ที่สนใจลงทะเบียนเรียนรายวิชา (ยกมาทั้งรายวิชา) และไม่ต้องมีกระบวนการเทียบเคียงผลการเรียนรู้ของรายวิชา
อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชาหรืออาจารย์ผู้สอนนำเนื้อหารายวิชามาแบ่งออกเป็นหัวข้อย่อย หรือจัดกลุ่มเนื้อหาของรายวิชาออกเป็นกลุ่ม หรือนำหัวข้อตามแผนการสอนในรายละเอียดของรายวิชา (มคอ.3) มาจัดกลุ่ม หรือเลือกเฉพาะหัวข้อที่น่าสนใจและตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนมาจัดอบรม โดยกำหนดผลการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถสะสมหน่วยกิตย่อย Microcredential
กำหนด Course Learning Outcomes (CLOs ของรายวิชา)
เทียบเคียงผลการเรียนรู้ของรายวิชา (Course Learning outcomes) กับผลการเรียนรู้ (Learning Outcomes) ของการจัดอบรม
แจ้งผลการเทียบเคียงผลการเรียนรู้พร้อม (มคอ.3 และรายละเอียดของโครงการจัดอบรมที่ระบุรายละเอียดการจัดการเรียนการสอน ได้แก่ แผนการสอน วิธีการสอน วิธีการวัดและประเมินผลมายังบัณฑิตวิทยาลัยเพื่อพิจารณาโดยผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารหลักสูตร
การจัดอบรมเพื่อสะสมหน่วยกิตย่อย Microcredential สามารถดำเนินการได้ทั้งการจัดอบรมที่จัดโดยหลักสูตรหรือส่วนงานเจ้าของรายวิชา การจัดอบรมที่จัดโดยหน่วยงานภายนอกที่มีความร่วมมือกับหลักสูตร และการจัดอบรมที่จัดโดยหน่วยงานภายนอก โดยมีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้
อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชาหรืออาจารย์ผู้สอนในหลักสูตรดำเนินการเทียบเคียงผลการเรียนรู้ของรายวิชา (Course Learning outcomes) กับผลการเรียนรู้ (Learning Outcomes) ของการจัดอบรม
แจ้งผลการเทียบเคียงผลการเรียนรู้พร้อม มคอ.3 และรายละเอียดของโครงการจัดอบรมที่ระบุรายละเอียดการจัดการเรียนการสอน ได้แก่ แผนการสอน วิธีการสอน วิธีการวัดและประเมินผลมายังบัณฑิตวิทยาลัยเพื่อพิจารณาโดยผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารหลักสูตร
กรณีเทียบเคียงผลการเรียนรู้ได้บางส่วน หลักสูตรต้องจัดการเรียนการสอนเพิ่มเติมให้นักศึกษาเติมเต็มผลการเรียนรู้ส่วนที่ไม่สามารถเทียบเคียงได้ให้ครบถ้วนตามผลการเรียนรู้ของรายวิชา และแจ้งผลการประเมินมายังบัณฑิตวิทยาลัยเมื่อนักศึกษาบรรลุผลการเรียนรู้ของรายวิชาครบถ้วนแล้วค่ะ
กรณีมีการเปลี่ยนแปลงรายวิชา หรือมีการเปลี่ยนแปลงผลการเรียนรู้ของโครงการจัดอบรม หลักสูตรต้องขอเทียบเคียงผลการเรียนรู้ใหม่ จะไม่สามารถใช้ผลการเทียบเคียงเดิมมาใช้ได้
กรณีรายวิชาที่นำมาเทียบเคียง Microcredential แล้ว ต่อมามีการนำรายวิชานั้นออกจาก มม.2 (จากการปรับปรุงหลักสูตร) เมื่อนักศึกษาเข้ามาเป็นนักศึกษาในหลักสูตรแล้ว จะไม่สามารถนำผล Microcredential มาใช้ได้ (ให้พิจารณาจาก มม.2 ฉบับปีที่นักศึกษาเข้าศึกษา)
หลักสูตรหรือส่วนงานต้นสังกัดรายวิชาหรือการจัดอบรมเป็นผู้บริหารจัดการครอบคลุมการลงทะเบียน การชำระค่าธรรมเนียม การจัดการเรียนการสอนของการจัดอบรมค่ะ
เป็นการจัดการเรียนการสอนที่มีความยืนหยุ่น ไม่มีเงื่อนไขด้านระยะเวลาสำหรับการจัดการเรียนการสอนโครงการจัดอบรม ให้พิจารณาจากการเทียบเคียงผลการเรียนรู้เป็นหลักค่ะ
เป็นการจัดการเรียนการสอนที่มีความยืนหยุ่น ไม่มีเงื่อนไขด้านภาษาสำหรับการจัดการเรียนการสอนโครงการจัดอบรม สำหรับหลักสูตรนานาชาติ สามารถจัดการเรียนการสอนโครงการฝึกอบรมเป็นภาษาไทยได้ค่ะ ในทางกลับกันหลักสูตรไทย สามารถจัดการเรียนการสอนโครงการจัดอบรมเป็นภาษาอังกฤษได้ค่ะ
บุคคลทั่วไปหรือนักศึกษาลงทะเบียนโครงการการจัดอบรมผ่านหลักสูตรหรือส่วนงานต้นสังกัดโครงการจัดอบรม และชำระค่าธรรมเนียมตามประกาศของส่วนงานต้นสังกัดโครงการจัดอบรมค่ะ
สามารถ Download ประกาศที่เกี่ยวข้องได้ที่นี่ ค่ะ