ปีงบประมาณ 2568
ปีงบประมาณ 2568
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
เชิงปริมาณ
นักเรียนที่ได้รับการจัดกิจกรรมพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ด้วยเทคนิค DR-TA มีการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 มีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ด้วยเทคนิค DR-TA อยู่ในระดับมาก
เชิงคุณภาพ
นักเรียนที่ได้รับการพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ด้วยเทคนิค DR-TA มีความรู้ ความสามารถในการอ่านและทักษะที่จำเป็น สามารถใช้ความรู้และทักษะในการเรียนรู้เรื่องอื่นๆ รวมถึงใช้ในชีวิตประจำวันได้
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และและคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
ในการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษ มีเนื้อหาสาระที่ยากต่อความเข้าใจของนักเรียน มีนักเรียนที่ประสบปัญหาการอ่านภาษาอังกฤษซึ่งจากประสบการณ์การจัดการเรียนรู้ที่ผ่านมาของผู้สอนพบว่านักเรียนที่ประสบปัญหาอ่านภาษาอังกฤษ ผู้สอนจึงมีแนวความคิดที่จะพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ด้วยเทคนิค DR-TA (Direct Reading-Thinking Activity) แผนการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
รูปแบบ DR-TA หรือ “Direct Reading-Thinking Activity” เป็นรูปแบบการเรียนการสอนแบบ DR-TA (Direct Reading-Thinking Activity) ซึ่งเป็นกระบวนการคิดที่ต้องใช้ประสบการณ์เดิมของผู้อ่านเข้ามาเชื่อมโยงกับความคิด ของผู้เขียน การเชื่อมโยงนี้เริ่มด้วยการตั้งสมมติฐานโดยใช้ความคิดของผู้อ่านเองคาดเดาเนื้อหา จากนั้นจึงอ่านเพื่อหาข้อมูลและตรวจสอบการคาดเดา กระบวนการเชื่อมโยงระหว่างความคิดของ ผู้อ่านกับความคิดของผู้เขียนนี้จะสิ้นสุดลงด้วยการสรุปว่าผู้อ่านคาดเดาถูกต้องหรือไม่ ซึ่งมีขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ ดังนี้
1. ขั้นตอนการสอนการอ่านด้วยกลวิธี DR-TA ตามแนวคิดของ Stauffer Stuffer (1969) ได้แบ่งขั้นตอนของการจัดการเรียนการสอนทักษะอ่านด้วยกลวิธี (DR-TA) เป็น 5 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้
ขั้นที่ 1 ตั้งเป้าหมายในการอ่าน
สำหรับกลวิธีการอ่าน DR-TA แบบรายบุคคล ผู้เรียนสามารถกำหนดเป้าหมายในการอ่านได้โดยจากประสบการณ์ ระดับสติปัญญา ความสามารถทางภาษาของตน ความสนใจความต้องการ และจุดมุ่งหมายของผู้เรียน ความสนใจ ความต้องการและจุดมุ่งหมายของกลุ่ม หรือกำหนดโดยครู หรือกำหนดตามเนื้อหาของระดับความยากของสื่อที่ใช้ หัวข้อหลัก หัวข้อรอง รูปภาพแผนที่ กราฟ หรือแผนผังต่างๆ ส่วนกลวิธี DR-TA แบบกลุ่ม ผู้เรียนสามารถกำหนดจุดมั่งหมายในการอ่านได้โดยประสบการณ์ความสามารถทางภาษาและระดับสติปัญญาของสมาชิกในกลุ่มแต่ละคนความสนใจความต้องการและจุดมุ่งหมายของสมาชิกในกลุ่ม ข้อสรุปของสมาชิกในกลุ่ม หรือกำหนดโดยครูหรือกำหนดจากเนื้อหาของสื่อที่ใช้
ขั้นที่ 2 ปรับระดับการอ่านให้เข้ากับเป้าหมายและระดับความยากง่ายของเนื้อหาได้
โดยอ่านเรื่องนั้นๆ อ่านเนื้อหาคร่าวๆ (skim) โดยกวาดสายตาเพื่อหาจุดสำคัญของเรื่อง หรืออ่านโดยละเอียด (scan) วิจารณ์เนื้อหาที่อ่าน อ่านเนื้อเรื่องซ้ำๆไปมาและสะท้อนความคิดที่ได้จากการอ่านเพื่อหาข้อสรุป
ขั้นที่ 3 สังเกตการณ์การอ่าน
ในขั้นนี้ไม่ต้องปรับระดับความยากของเนื้อหาที่อ่านโดยครูเสริมสร้างความเข้าใจและให้ความช่วยเหลือผู้เรียนด้วยการชี้แจงเป้าหมาย ความคิดรวบยอด ความจำเป็นในการอ่านเรื่องราวซ้ำๆ และให้ความช่วยเหลือผู้เรียนในเรื่องคำศัพท์ เช่น การเดาความหมายจากบริบท (Context Clue) การเดาความหมายจากเสียง (Phonetic Clue) การเดาความหมายจากโครงสร้าง (Structural Clue) และการเดาความหมายจากอภิธานศัพท์ (Glossary Clue)
ขั้นที่ 4 พัฒนาความเข้าใจ
ในขั้นนี้เป็นการตรวจสอบเป้าหมายของเดี่ยวหรือกลุ่มโดยผู้เรียนเลือกเป้าหมายและคงเป้าหมายที่ดีที่สุดไว้และหาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งอื่นๆและสรุปเป็นความคิดรวบยอด
ขั้นที่ 5 กิจกรรมพัฒนาทักษะที่จำเป็น
ในขั้นนี้ ครูส่งเสริมผู้เรียนให้มีทักษะต่างๆที่จำเป็นด้วยการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การอภิปราย การอ่านเพิ่มเติม การศึกษาเพิ่มเติม และการเขียน เป็นการเพิ่มสมรรถนะของทักษะการสังเกต การสะท้อนเรื่องที่อ่านด้วยการให้เหตุผลในเชิงนามธรรม การตัดสินคุณค่าเรื่องที่อ่าน การสรุปความคิดรวบยอดจากเรื่องที่อ่านและจัดเก็บอย่างเป็นระบบ การเข้าใจ ความหมายของคำศัพท์จากรูปภาพ บริบท โครงสร้างทางภาษา การพัฒนาความรู้ด้านคำศัพท์ ตลอดจนกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนเป็นผู้มีทักษะในการอ่านออกเสียงอย่างถูกต้องและการนำเสนอข้อมูลอย่างมีเหตุผล