ชื่อพื้นเมือง โมก , มูกเตี้ย(ทั่วไป) , ปิดจงวา (เขมร-สุรินทร์) , โมกซ้อน(กลาง) , โมกบ้าน(กลาง) , หลักป่า(ระยอง)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Munronia humilis. (Blanoo)Harms.
ชื่อวงศ์ MELIACEAE
ชื่อสามัญ -
ประโยชน์
ดอก – เป็นยาระบาย
เปลือก - ช่วยรักษาโรคไต ใบช่วยขับน้ำเหลือง
ยาง - เป็นยาแก้พิษงู แลแมลงกัดต่อย คนโบราณเชื่อว่า ปลูกโมกไว้หน้าบ้าน จะป้องกันอันตรายเรื่องร้ายได้ เปลือกโมกใช้ป้องกันอิทธิฤทธิ์ของพิษสัตว์ต่างๆได้
ลักษณะวิสัย
ลำต้น
ใบ
ชื่อพันธุ์ไม้ โมก
รหัสพรรณไม้ 7 - 31120 - 012 - 021
ไม้พุ่ม ทรงพุ่มรูปร่ม สูง 1.5 เมตร กว้าง 1 เมตร พืชบก ลำต้นเหนือดิน ตั้งตรงเองได้ เปลือกลำต้นสีน้ำตาลดำ และมีสีขาวทั่วไป มียางสีขาวขุ่น ใบเดี่ยวสีเขียว แผ่นใบมีขนาดกว้าง 2.2 เซนติเมตร ยาว 3เซนติเมตร ใบเรียงตรงข้าม แผ่นใบรูปรี ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ดอกเดี่ยวสีขาว ออกตามซอกใบ กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉกแหลมสีเขียว กลีบดอกโคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 5 แฉก สีขาวมีเกสรเพศผู้ 5 อัน สีเหลืองเกสรตัวเมีย 1 อันสีเขียวอ่อน มีกลิ่นหอม
ในท้องถิ่นจะเรียก โมกบ้าน มูก หลักป่า ปิดวาจา และโมกซ้อน ดอกเป็นยาระบาย เปลือกช่วยรักษาโรคไต ใบช่วยขับน้ำเหลือง ยางเป็นยาแก้พิษงู แลแมลงกัดต่อย ความเชื่อโบราณ บ้านใดปลูกโมกไว้ จะทำให้เกิดความสุข ความบริสุทธิ์ ช่วยคุ้มครองภัยอันตราย เปลือกต้นโมกใช้ป้องกันอิทธิฤทธิ์ของพิษสัตว์ต่างๆได้