ผู้จัดทำข้อตกลง
ผู้จัดทำข้อตกลง
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
สถานศึกษา โรงเรียนกระสังพิทยาคม
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์
ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง
ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
- รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค21102 จำนวน 12 ชั่วโมง/สัปดาห์
- รายวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม รหัสวิชา ค21202 จำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
- ลูกเสือ ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญฯ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- ชุมนุม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมโฮมรูมซูมใจ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มงานบริหารงานงบประมาณ
- งานระบบบัญชี จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
- งานเงินเดือนและสวัสดิการข้าราชการครู จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
- โรงเรียนวิถีพุทธชั้นนำ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมสวดมนต์ทุกวันพระ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมสวดมนต์ กิจกรรมหน้าเสาธง จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมเพื่อสังคมฯ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การป้องกันการทุจริต จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่ง ครู
ด้านการจัดการเรียนรู้
ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทาย
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
จากการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ในภาคเรียนที่ผ่านมา พบว่า เรื่องการแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสอง เป็นเนื้อหาที่ผู้เรียนประสบปัญหาในการทําความเข้าใจและนําไปประยุกต์ใช้มากที่สุด สภาพปัญหาเชิงประจักษ์สามารถสรุปได้ดังนี้
ปัญหาด้านความรู้พื้นฐาน : ผู้เรียนส่วนใหญ่ยังขาดความแม่นยําในพื้นฐานที่จําเป็น เช่น การคูณพหุนาม และการแยกตัวประกอบของจํานวนเต็ม ทําให้ไม่สามารถเชื่อมโยงแนวคิดไปสู่การแยกตัวประกอบพหุนามได้ (ข้อมูลจากแบบทดสอบวินิจฉัยก่อนเรียน พบว่านักเรียนร้อยละ 65 มีคะแนนด้านทักษะพื้นฐานต่ํากว่าร้อยละ 50)
ปัญหาด้านกระบวนการคิด : ผู้เรียนมักใช้วิธีการลองผิดลองถูก (Trial and Error) โดยไม่มีขั้นตอนการคิดที่เป็นระบบ หรือไม่สามารถระบุได้ว่าพหุนามรูปแบบใดควรใช้วิธีการแยกตัวประกอบแบบใด (เช่น ผลต่างกําลังสอง, กําลังสองสมบูรณ์ หรือรูปแบบ
ax2 + bx + c ทั่วไป) ส่งผลให้ใช้เวลาในการแก้ปัญหามาก และเกิดความท้อแท้ในการเรียนรู้
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน: ผลการประเมินท้ายหน่วยการเรียนรู้ เรื่อง การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสอง ในปีการศึกษาที่ผ่านมา พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ที่ระดับ "พอใช้" และ "ต้องปรับปรุง" รวมกันคิดเป็นร้อยละ 58 ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภาพรวมวิชาคณิตศาสตร์
ความเชื่อมโยงในการแก้ปัญหา: ด้วยระดับวิทยฐานะ ชํานาญการพิเศษ (คศ.3) ซึ่งมีเป้าหมายในการแก้ปัญหาพัฒนา และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ การนํารูปแบบการจัดการเรียนรู้ "MIND Model" (ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นโดยเน้นการจัดลําดับความคิดอย่างเป็นระบบและให้ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง) มาใช้ จึงเป็นความท้าทายที่จําเป็นเร่งด่วน เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์และทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงระบบของผู้เรียนให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ
ดังนั้นจึงจัดทําข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าท้าย เรื่องการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ "MIND Model" เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสอง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ "MIND Model" จะดําเนินการอย่างเป็นระบบตามวงจร PDCA (Plan-Do-Check-Act) ซึ่งเน้นการพัฒนาสื่อ นวัตกรรม และวิธีการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับธรรมชาติของวิชาคณิตศาสตร์และระดับความสามารถของผู้เรียน ดังนี้
ขั้นตอน กิจกรรมหลักและรายละเอียดวิธีการดําเนินการ
P (Plan) การวางแผนและวิเคราะห์วิเคราะห์หลักสูตรและผู้เรียน: ศึกษามาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด และวิเคราะห์ข้อบกพร่องของผู้เรียนเป็นรายบุคคล เพื่อกําหนดองค์ประกอบของ "MIND Model" ให้ครอบคลุมทุกรูปแบบของการแยกตัวประกอบ ออกแบบนวัตกรรม (MIND Model): ออกแบบรูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยกําหนดขั้นตอนที่เน้นการจัดลําดับความคิด (Sequential Thinking) ประกอบด้วยขั้นตอนสําคัญ เช่น M: Motivation, I: Instruction,N: Numerical Analysis, D: Discovery/Deepening สร้างและตรวจสอบเครื่องมือ: สร้างแผนการจัดการเรียนรู้, สื่อ/แบบฝึกหัดที่เน้นความแตกต่างระหว่างบุคคล, และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ (Pre-test/Post-test) จากนั้นนําเครื่องมือไป ตรวจสอบความเที่ยงตรง (Validity) และความเชื่อมั่น (Reliability) โดยผู้เชี่ยวชาญ (Expert Validity)
D (Do) การดําเนินการและลงมือปฏิบัติทดลองใช้จัดการเรียนรู้ตามแผนที่ออกแบบไว้ โดยใช้ "MIND Model"กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 (กลุ่มเป้าหมาย) เก็บรวบรวมข้อมูล: บันทึกผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้, สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้และการมีส่วนร่วม, และเก็บรวบรวมข้อมูลผลการทําแบบฝึกหัดและการประเมินย่อยตลอดหน่วยการเรียนรู้
C (Check) การตรวจสอบและประเมินผล วิเคราะห์ผลการเรียนรู้: เปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน(Pre-test) และหลังเรียน (Post-test) เพื่อวัดความก้าวหน้าของผู้เรียน (Gain Score) และวิเคราะห์ร้อยละของนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ที่กําหนด ประเมินประสิทธิภาพของรูปแบบ: ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อ "MIND Model" และประสิทธิภาพของนวัตกรรมที่ใช้ในการแก้ปัญหา
A (Act) การปรับปรุงและพัฒนา สรุปผลและสะท้อนกลับ: นําผลการวิเคราะห์มาสรุปและปรับปรุงแก้ไข "MINDModel" และเครื่องมือให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อขยายผลไปใช้ในการเรียนการสอนในวงกว้างและในปีการศึกษาถัดไป
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบ "MIND Model" จะต้องมีผลการพัฒนา ดังนี้ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน: นักเรียน ร้อยละ 80 ต้องมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสอง ผ่านเกณฑ์ที่กําหนด (ระดับดีขึ้นไป) โดยมีคะแนนหลังเรียน (Post-test) เพิ่มขึ้นจากคะแนนก่อนเรียน(Pre-test) อย่างน้อย ร้อยละ 20 (คิดจากค่าเฉลี่ยของคะแนนนักเรียนทั้งห้อง) ดัชนีประสิทธิผล (E.I.): รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ "MIND Model" ต้องมีค่าดัชนีประสิทธิผล (E.I.) ในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สูงกว่า 0.50
ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จะมีคุณภาพการเรียนรู้และพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นดังนี้ ทักษะการคิดเชิงระบบ ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้พื้นฐานและระบุขั้นตอนการแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบและมีเหตุผลตามขั้นตอนที่กําหนดใน "MIND Model" ซึ่งสะท้อนถึงการมีทักษะการคิดวิเคราะห์ (Analytical Thinking) และทักษะการแก้ปัญหา (Problem Solving Skill) ที่ดีขึ้นเจตคติที่ดีต่อวิชา ผู้เรียนมีความมั่นใจในการเรียนรู้คณิตศาสตร์เพิ่มขึ้น มีความกระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ และมีเจตคติเชิงบวกต่อการแก้ปัญหาเรื่องพหุนาม โดยแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการแสวงหาวิธีการแก้ปัญหาด้วยตนเอง แทนการลอกเลียนแบบคําตอบนวัตกรรมการเรียนรู้: ได้นวัตกรรมที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ คือ รูปแบบการจัดการเรียนการสอน "MIND Model"ที่ผ่านการปรับปรุงและรับรองประสิทธิภาพแล้ว ซึ่งสามารถนําไปใช้เป็นต้นแบบในการแก้ปัญหานักเรียนในชั้นเรียนอื่น ๆได้อย่างยั่งยืน
ตัวชี้วัด (Indicators)
ผลการประเมินการสอนของครูโดยผู้เรียน
แผนภูมิแสดงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์
ประจำปีการศึกษา 2568