1.มาตรฐานการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
มาตรฐานการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
มาตรฐานการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 มีจำนวน 3 มาตรฐาน ได้แก่
มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน
ผลการเรียนรู้ที่เป็นคุณภาพของผู้เรียนทั้งด้านผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ ประกอบด้วยความสามารถใน การอ่าน การเขียน การสื่อสาร การคิดคำนวณ การคิดประเภทต่าง ๆ การสร้างนวัตกรรม การใช้เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตร การมีความรู้ ทักษะพื้นฐานและเจตคติที่ดีต่อ วิชาชีพ และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่เป็นค่านิยมที่ดีตามที่สถานศึกษากำหนด ความภูมิใจในท้องถิ่นและ ความเป็นไทยการยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย รวมทั้งสุขภาวะทางร่างกายและ จิตสังคม
1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน
1) มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดคำนวณ
ผู้เรียนมีทักษะในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดคำนวณตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา กำหนดในแต่ละระดับชั้น
2) มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแก้ปัญหา
ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดจำแนกแยกแยะ ใคร่ครวญไตร่ตรอง พิจารณาอย่างรอบคอบ โดยใช้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ มีการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล
3) มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม
ผู้เรียนมีความสามารถในการรวบรวมความรู้ได้ทั้งด้วยตัวเองและการทำงานเป็นทีม เชื่อมโยง องค์ความรู้ และประสบการณ์มาใช้ในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อาจเป็นแนวความคิด โครงการ โครงงาน ชิ้นงาน ผลผลิต
4) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ผู้เรียนมีความสามารถในใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการพัฒนาตนเองและ สังคมในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การท างาน อย่างสร้างสรรค์ และมีคุณธรรม
5) มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา
ผู้เรียนบรรลุและมีความก้าวหน้าในการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาจากพื้นฐานเดิมใน ด้านความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ กระบวนการต่างๆ รวมทั้งมีความก้าวหน้าในผลการทดสอบระดับชาติ หรือผลการทดสอบอื่น ๆ
6) มีความรู้ ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ
ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะพื้นฐานในการจัดการ เจตคติที่ดีพร้อมที่จะศึกษาต่อในระดับชั้นที่ สูงขึ้น การทำงานหรืองานอาชีพ
1.2 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน
1) การมีคุณลักษณะและค่านิยมที่ดีตามที่สถานศึกษากำหนด
ผู้เรียนมีพฤติกรรมเป็นผู้ที่มีคุณธรรม จริยธรรม เคารพในกฎกติกา มีค่านิยมและจิตสำนึก ตามที่สถานศึกษากำหนดโดยไม่ขัดกับกฎหมายและวัฒนธรรมอันดีของสังคม
2) ความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย
ผู้เรียนมีความภูมิใจในท้องถิ่น เห็นคุณค่าของความเป็นไทย มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ วัฒนธรรมและประเพณีไทย รวมทั้งภูมิปัญญาไทย
3) การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย
ผู้เรียนยอมรับและอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างระหว่างบุคคลในด้าน เพศ วัย เชื้อชาติ ศาสนา ภาษาวัฒนธรรม ประเพณี
4) สุขภาวะทางร่างกาย และจิตสังคม
ผู้เรียนมีการรักษาสุขภาพกาย สุขภาพจิต อารมณ์ และสังคม และแสดงออกอย่างเหมาะสม ในแต่ละช่วงวัยสามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นอย่างมีความสุข เข้าใจผู้อื่น ไม่มีความขัดแย้งกับผู้อื่น
มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ
มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
1. บทบาทของผู้อำนวยการโรงเรียน ในฐานะผู้บริหารจัดการหลักสูตร (Curriculum Manager) สู่ความสำเร็จมี 3 บทบาทที่ต้อง พิจารณา คือ
1) การสร้างหลักสูตร
2) การใช้หลักสูตร และ
3) การประเมินหลักสูตร
1) การสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ผู้บริหาร เป็นผู้มีบทบาทสำคัญที่สุดในการสร้างหลักสูตร สถานศึกษาและนำหลักสูตรมาใช้จริงต้องการศึกษาวิเคราะห์สภาพข้อมูล การมีส่วนร่วม การกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน การกำหนดโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา การออกแบบ หลักสูตรการเรียนรู้กลุ่มสาระ การวัดและประเมินผลหลักสูตร ตลอดจนการอนุมัติใช้หลักสูตรและ ประชาสัมพันธ์หลักสูตรสถานศึกษาแก่สาธารณชนผู้มีส่วนได้เสีย
2) การใช้หลักสูตรสถานศึกษา เป็นการนำหลักสูตรสถานศึกษาไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ ผู้อำนวยการโรงเรียนจะต้องพิจารณาและตัดสินใจมอบหมายให้ครูได้รับผิดชอบในรายวิชาหรือชั้นเรียนตาม หลักสูตรอย่างครบถ้วน เพื่อครูจะได้มีสถานภาพสมบูรณ์ในฐานะเจ้าภาพรับผิดชอบสาระรายวิชาหรือชั้นเรียน ที่จะต้องทำการบริหารจัดการต่อไป
เงื่อนไขความสำเร็จ มีแนวทาง ดังนี้
(1) วางแนวทางการบริหารจัดการ ได้แก่ การกำหนดเงื่อนไข นโยบาย ปฏิทินการ ทำงาน(School Agenda) การส่งงาน กำหนดระเบียบและข้อตกลงร่วมกัน(House Rules) ที่จะทำให้ครูและ บุคลากรต้องทำแนวทางเดียวกัน ที่สำคัญคือผู้บริหารได้รับทราบและส่งเสริมความเคลื่อนไหวในการเดินของ ครูแต่ละก้าวที่มั่นคงต่อเนื่อง
(2) กำหนดโครงการพัฒนา การทำงานที่เกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรได้แก่ การ วิจัยองค์กร(สถานศึกษา) การวิจัยหลักสูตร โครงงาน กิจกรรมการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการใช้หลักสูตร สถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ
(3) การจัดระบบนิเทศภายในเป็นระบบการนิเทศการศึกษาที่มีคุณค่าที่สุดด้วยการ วางระบบการนิเทศภายใน กำหนดโครงสร้าง ภารกิจขอบข่าย กิจกรรมการเยี่ยม การให้คำปรึกษาหารือ การ กำกับโดยผู้บริหารต้องทำหน้าที่ศึกษานิเทศก์ที่คอยให้กำลังใจ ดูแลสร้างเสริม พัฒนาศักยภาพในการบริหาร จัดการรายวิชาของครูสู่การพัฒนาห้องเรียนคุณภาพ และการประเมินจึงไม่ควรมีห้องทดลองหรือนำร่อง ห้องเรียนคุณภาพ เพื่อสร้างโอกาสเกิดให้ขึ้นกับทุกห้องเรียนอย่างเท่าเทียม
3) ประเมินหลักสูตรสถานศึกษา การประเมินหลักสูตร เป็นการสรุปรายงานผลการใช้ หลักสูตรสถานศึกษาเมื่อสิ้นปีการศึกษา มีการวิเคราะห์ผลสำเร็จและความล้มเหลวของการใช้หลักสูตร สถานศึกษาในรอบปี ซึ่งควรดำเนินการเมื่อสิ้นปีการศึกษาในสิ้นเดือนมีนาคม แล้วนำข้อเด่นและข้อด้อยมา ปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาใหม่ และขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและ ประกาศใช้ในปีการศึกษาต่อไปในเดือนพฤษภาคมเป็นการต่อยอดองค์ความรู้จากหลักสูตรเดิมสู่รอบปี การศึกษาใหม่ (Spiral) ต่อไป
ทุกสิ้นปีการศึกษาเดือนมีนาคมจึงเป็นระยะเวลาที่มีความสำคัญที่สุดที่จะได้รับการสรุปและ รายงานผลการใช้หลักสูตรสถานศึกษาประจำปีในรายวิชาหรือชั้นของครูและผู้บริหารก็นำผลงานวิจัยรายวิชา มาพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาในเดือนเมษายนให้ทันใช้ในปีการศึกษาต่อไป
2. บทบาทของครู
ครูเป็นผู้มีบทบาททางการบริหารรับผิดชอบวิชาหรือชั้นใดต้องการเป็นผู้บริหารจัดการ รายวิชา (Course Manager) เมื่อได้รับผิดชอบสาระรายวิซาหรือผู้จัดการชั้นเรียน(Class Manager) เมื่อได้รับ มอบหมายให้สอนทั้งชั้นเป็นผู้มีบทบาทที่สำคัญที่สุดต่อการจัดการเรียนรู้และสร้างคุณภาพควรได้รับการ ส่งเสริมจากผู้บริหารให้มีจังหวะก้าวเดินที่มีคุณค่าและสร้างคุณภาพให้กับครูก่อนที่จะไปสร้างห้องเรียน คุณภาพ อย่างน้อย 4 ขั้น ดังนี้
ขั้นที่ 1 กำหนดหน่วยการเรียนรู้สาระรายวิซา (Course Sylabus) บอกความเป็นนักวางแผน ชั้นครู) การกำหนดหน่วยการเรียนรู้ (Sylabus) เป็นงานวางแผนที่ครูต้องวางแผนให้สอดคล้องเหมาะสมกับ บริบทที่มีอยู่คือ หลักสูตรสถานศึกษา(คำอธิบายรายวิชา) ผู้เรียน วิถีชีวิตท้องถิ่นตลอดจนทรัพยากรการบริหาร อื่นๆ ซึ่งต้องวางแผนให้ชัดเจนก่อนปีการศึกษาใหม่จะเริ่มขึ้นเพื่อจะได้ใช้เป็นแผนที่เดินทางประจำตัวครู (Roadmap) หลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วยกลุ่มสาระต่างๆ และแต่ละสาระวิชาจะมาสิ้นสุด ที่ "คำอธิบายรายวิชา" (Course Description) หมายถึงการพรรณนาขอบข่ายสาระของวิชานั้นตามมาตรฐาน กำหนดไว้ คำอธิบายรายวิชาก็คือ"หลักสูตร" ที่ตรูจะนำไปวางแผนบริหารจัดการ (Course Management) องค์ประกอบของหน่วยการเรียนรู้โดยทั่วไปประกอบด้วยข้อมูลผู้สอน คำอธิบายรายวิชา
จุดมุ่งหมาย (วัตถุประสงค์) หัวข้อเรื่องที่จะสอนหรือหน่วยการเรียนรู้ วันเดือนปี จำนวน สัปดาห์หรือชั่วโมงที่ต้องใช้ กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อ หนังสือคู่มือต่างๆ การวัดและประเมินผลและอื่นๆ การ กำหนดวันเวลาและเนื้อหา ให้เป็นไปตามปฏิทินวันทำการปกติของทางราชการของสำนักงานเขตพื้นที่และของ โรงเรียนควรเว้นวันหยุดต่างๆ วันสำคัญทางศาสนาและประเพณีท้องถิ่นและเหตุการณ์ที่คาดว่าจะมี ความสำคัญและเกิดขึ้นออกไป จัดเนื้อหาและวันเวลาให้สอดคล้องกับธรรมชาติของท้องถิ่นและระดับ การศึกษาตลอดทั้งปีการศึกษาประมาณ 200 วัน หรือ ประมาณ 40 สัปดาห์ ดังนี้ 1) ระดับชั้นประถมศึกษา จะพบโรงเรียนมีธรรมชาติการปฏิบัติงาน 2 แบบ ซึ่งการบริหาร จัดการก็จะต่างกัน คือ
(1) การสอนประจำชั้น โดยครูได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบเป็นชั้นเรียน บทบาท ครูจะมีความแตกต่างจากครูที่ต้องรับผิดชอบรายวิชาเพราะต้องรับผิดชอบสอนทั้งชั้นเรียนและสอนทุกกลุ่ม สาระกรณีอย่างนี้ครูมีบทบาทเป็น "ผู้บริหารจัดการชั้นเรียน" (Class Manager) หน่วยการเรียนรู้ที่กำหนดต้อง เป็น "แบบบูรณาการ" คือการรวมทุกสาระมาจัดไว้เรียนร่วมกัน ครูจะต้องนำคำอธิบายรายวิชาและมาตรฐาน การเรียนรู้จากทุกสาระมากำหนดเป็นหน่วยแบบบูรณาการหน่วยต่างๆ ที่เป็นลักษณะเฉพาะตามบริบทของชั้น เรียนนั้นๆ ทั้งสองภาคเรียน
(2) การสอนประจำวิชา คือการที่ครูได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบประจำรายวิชา เรียกว่าเป็น "ผู้บริหารจัดการรายวิชา"(Course Manager) โดยการนำคำอธิบายรายวิชา (Course Description) มาวิเคราะห์ กำหนดวัตถุประสงค์ (Objectives) จัดหน่วยการเรียนรู้ให้เป็นไปตามมาตรฐาน และธรรมชาติรายวิชา ซึ่งเป็นงานวางแผนเช่นเตียวกันแต่ไม่เหมือนกับการวางแผนแบบบูรณาการที่ชับซ้อน กว่าแนวทางการบริหารจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนระดับประถมศึกษาจึงเป็นไปตามความเหมาะสม ของจำนวน บุคลากรและย่อมมีความหลากหลายในวิธีการปฏิบัติเพราะจะพบการสอนประจำชั้น ครูประจำวิชาการสอน ควบชั้น การสอนคละชั้นเป็นต้น จึงเป็นไปตามธรรมชาติของแต่ละสถานศึกษาซึ่งสร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะ ด้านให้กับครูแต่ละคนตามบริบทที่มีอยู่ได้เป็นอย่างดี 2) ระดับมัธยมศึกษา มีธรรมชาติที่เป็นรายวิชาอิสระที่มีครูรับผิดชอบ มีคำอธิบายรายวิชาที่ ชัดเจนกำหนดวัตถุประสงค์และหน่วยการเรียนรู้เป็นรายภาคเรียน ใช้เวลาประมาณ 20 สัปดาห์ อยู่ในฐานะ ผู้บริหารจัดการรายวิชา (Course Manager) ที่ชัดเจน การกำหนดหน่วยการเรียนรู้ (Sylabus) จึงเป็นก้าวแรกของครูทุกระดับการศึกษา เป็นด่าน แรกที่แสดงศักยภาพความเป็น "นักวางแผน" ของครู ทำให้เห็นวิธีคิด (Paradigm) เห็นองค์ความรู้ ความสามารถและสมรรถนะที่มีอยู่ในตัวครูได้อย่างชัดเจน เป็นสิ่งให้ผู้บริหารใช้เป็นพื้นฐานในการเก็บเกี่ยว และพัฒนาส่งเสริมทักษะบุคลิกภาพและเจตคติที่มีอยู่ในตัวครูก่อนทำการสอนได้อย่างชัดเจน สร้างความมั่นใจ และลดความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี
หน่วยการเรียนรู้ถือ เป็นเสมือนเค้าโครงการวิจัยเชิงทดลองจึงถือเป็นก้าวแรกที่งดงามของครู ที่ผู้บริหารโรงเรียนจะใช้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะได้รับอนุญาตจากผู้บริหารสถานศึกษา ที่จะให้เข้าทำการสอน ในชั้นเรียนได้ ขั้นที่ 2 วางแผนการจัดการเรียนรู้ (Lesson Plan) (บอกความเป็นนักออกแบบชั้นครู) เป็น ขั้นของการนำหน่วยการเรียนรู้ (Sylabus) มาเตรียมการสอนเป็นการถอดหน่วยการเรียนรู้มาทำการวาง แผนการจัดการเรียนรู้รายบทเรียน (Lesson Plan) ด้วยตนเองด้วยการจัดทำบทเรียน กำหนดวัตถุประสงค์ กิจกรรมการเรียนการสอน เอกสารคู่มือ สื่อ แบบวัดประเมินผลการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้เป็นแผนสดที่ออกแบบเพื่อการจัดการเรียนรู้ล่วงหน้าและใช้แต่ละครั้ง ไป โดยออกแบบไว้ในวันนี้เพื่อการสอนในสัปดาห์หน้าเสมอ เป็นการเตรียมความพร้อมของครู รูปแบบของแผนการจัดการเรียนรู้อย่างน้อยสิ่งที่จะต้องระบุไว้อย่างชัดเจนคือ สาระการ เรียนรู้ตามมาตรฐาน วัตถุประสงค์ และกิจกรรมการเรียนรู้ การจัดทำรายละเอียดมากเท่าใดยิ่งมีประโยชน์ต่อ การทำงานของครูมากเท่านั้น การออกแบบการสอนที่ดีต้องตอบคำถามได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้เรียน การใช้ วิธีการออกแบบย้อนกลับ (Backward Design) ก็เป็นเทคนิคที่ดีอย่างหนึ่งที่มีบทบาทมากในปัจจุบัน การสอน ที่มีประสิทธิภาพย่อมมาจากการเตรียมการที่ดีเสมอ
ขั้นที่ 3 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (บอกความเป็นนักบริหารจัดการห้องเรียนชั้นครู) เป็นขั้น ของการจัดการเรียนรู้ของครูตามแผนที่ได้กำหนดไว้ ครูได้แสดงบทบาทการเป็นนักบริหารจัดการอย่างเต็มที่ คือ การใช้ทักษะผู้นำ (Leadership) และความรู้ความสามารถทุกอย่างได้แก่ การบริหารชั้นเรียน การบริหาร เวลา ทักษะการใช้สื่อ การตัดสินใจ การวัดและประเมินผลของครูเพื่อที่จะทำให้การจัดการเรียนรู้ดำเนินไป อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งที่สำคัญที่สุดในขั้นนี้คือ การบันทีกร่องรอยผลการจัดการเรียนรู้ให้เป็นหลักฐานเชิง ประจักษ์ในการทำงาน สิ่งที่ครูควรมีการบันทึกผลหลังสอนได้แก่ ผลการจัดการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นโดยการตอบ วัตถุประสงค์ของแผนแต่ละข้อมีผลสำเร็จอย่างไร ด้วยวิธีใด จำนวนเท่าใดและมีค่าสถิติอย่างไร มีข้อสังเกตและ ข้อพิจารณานำไปปรับปรุงต่อและใช้ในครั้งต่อไปอย่างไร
1) ผลการจัดการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นโดยการตอบวัตถุประสงค์ของแผนแต่ละข้อมีผลสำเร็จ อย่างไร ด้วยวิธีใด จำนวนเท่าใดและมีค่าสถิติอย่างไร มีข้อสังเกตและข้อพิจารณานำไปปรับปรุงต่อและใช้ใน ครั้งต่อไปอย่างไร
2) บันทึกบรรยากาศการเรียนรู้จริง เช่น ความสนุกสนาน ความสนใจร่วมมือ เจตคติ พฤติกรรม สื่อ แบบวัดประเมินเหตุการณ์ที่ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ปัจจัยเสริม ข้อขัดข้องข้อสังเกตต่างๆ ควรเก็บ บันทึกอย่างครบถ้วน
การบันทึกเป็นสิ่งง่ายๆ ที่ครูจะเกิดทักษะและประสบการณ์ในการบันทึก ให้เป็นหมวดหมู่ เป็นประเด็นเป็นสมุดปูม (Log Book) บันทึกเหตุการณ์ประจำวันของชั้นเรียนในขั้นตอนนี้ผู้บริหารมีบทบาท สำคัญเป็นอย่างมากในการเข้าไปกำกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในฐานะผู้นิเทศ คือ การให้กำลังใจให้ คำแนะนำที่เป็นประโยชน์(ละเว้นการตำหนิ การกล่าวโทษ) การสร้างแรงจูงใจ การเสริมแรง ส่งเสริมและ ช่วยเหลือให้ครูได้รับความสำเร็จ โรงเรียนควรจัดระบบนิเทศภายใน(Internal Supervisory System) ผู้ทำ หน้าที่นิเทศที่มีคุณค่าที่สุดก็คือผู้บริหารสถานศึกษา อาจกำหนดคณะนิเทศภายในสถานศึกษาและแสวงหา ความร่วมมือการนิเทศที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน
ขั้นที่ 4 การประเมินการสอนรายวิชา (บอกความเป็นนักวิจัยชั้นครู) เป็นขั้นที่บอกความสำเร็จในการทำงานของครูจากการจัดการเรียนรู้ตามแผนตั้งแต่แผนแรก จนถึงแผนสุดท้ายมาวิเคราะห์ประมวลผลเพื่อตอบหน่วยการเรียนรู้ (Sylabus) และวัตถุประสงค์หน่วยการ เรียนรู้ว่าแต่ละข้อมีผลสำเร็จอย่างไร เท่าใด มีปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะและการแก้ไขไว้อย่างไร ทุกคำตอบหาได้จากบันทึกผลหลังแผนการจัดการเรียนรู้ที่ได้บันทึกไว้แล้ว สิ่งที่ควรดำเนินการในขั้นนี้ คือ
1) การสรุปผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยการจัดทำเป็นข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษา ประจำวิชา
2) สรุปรายงานผลการใช้หลักสูตรรายวิชา/หรือชั้น ในรูปแบบรายงานการวิจัย 5 บท ซึ่งได้ ข้อมูลจากผลการแผนการจัดการเรียนรู้เป็นผลงานสิ่งที่ทุกฝ่ายปรารถนาเพราะเป็นงานการวิจัย หลักสูตร สถานศึกษา จะพบองค์ความรู้ที่มีคุณค่าของครูอยู่ที่นี่ต่อการพัฒนาหลักสูตรและการขอรับวิทยฐานะความ เชี่ยวชาญในวิชาชีพ
3. บทบาทของนักเรียน
1) กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ของตนเอง เพื่อให้รู้จักการวางแผนพัฒนาระบบการคิด การแก้ปัญหาและพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในตัวผู้เรียนตามสภาพความเป็นจริงได้เป็นอย่างดี
2) มีส่วนร่วมและและให้ความร่วมมือกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษา หน่วยการเรียนรู้หรือแผนการจัดการเรียนรู้และแผนงาน/โครงการ
3) ให้ข้อมูลแก่ผู้เกี่ยวข้องตามความเป็นจริงโดยการแสดงความคิดเห็นให้สัมภาษณ์หรือแสดง นิทรรศการ/ผลงานที่เกิดจากการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษา