ประวัติความเป็นมาของกศน.ตำบลหนองตำลึง
ข้อมูลประวัติความเป็นมาของตำบลหนองตำลึงประวัติความเป็นมาของตำบลหนองตำลึงนั้น ยังไม่มีเอกสารใดบันทึกไว้เป็นหลักบาน มีเพียงคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ในตำบลหนองตำลึงเท่านั้น โดยเรื่องเล่าต่อ ๆ กันมา ถึงประวัติของตำบลหนองตำลึงนี้มีอยู่สองเรื่องราว คือ มีพระรูปหนึ่ง เดินทางมาจากลาว รอนแรมมาถึงบ้านมะเขือ ขณะเดินทางมาได้ทำสตางค์ตกหายบอกว่าหนึ่งตำลึง ต่อมาพระองค์นี้ได้มาจำพรรษาที่วัดซึ่งได้สร้างขึ้นพร้อมกับชาวบ้านชื่อว่า วัดหนองตำลึง ซึ่งเป็นวัดที่มีอยู่จนปัจจุบันนี้ และชาวบ้านจึงพร้อมใจกันตั้งชื่อตำบลว่า “ตำบลหนองตำลึง” ซึ่งเพี้ยนมาจาก “หนึ่งตำลึง”อีกคำบอกเล่าหนึ่ง คือ เดิมทีพื้นที่บริเวณนี้มีหนองน้ำขนาดใหญ่ มีต้นตำลึงขึ้นอยู่เป็น จำนวนมาก ต่อมาได้มีพระภิกษุมาสร้างวัด ใกล้เคียงกับหนองน้ำแห่งนี้ จึงได้เรียกชื่อวัดนี้ว่า “วัดหนองตำลึง” จากนั้นชาวบ้านจึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่า “หนองตำลึง” เรื่อยมา
วัดหนองตำลึง, วิหารหลวงพ่อแก้ว
ประวัติของวัด เดิมวัดหนองตำลึงตั้งอยู่ที่บริเวณฮวงซุ้ยของหลวงจู๋ เก๋า คือทางทิศตะวันออกของที่ตั้งวัดปัจจุบันนี้ และภายหลังได้ย้ายวัดมาที่ตั้งอยู่ปัจจุบันนี้เป็นเวลากว่า 100 ปี มาแล้วผู้ย้ายวัดและสร้างพระอุโบสถหลังแรงของวัดที่ตั้งอยู่ปัจจุบันก็คือ หลวงพ่อแก้ว เหตุผลของการย้ายวัดจะเป็นมาประการใดไม่ทราบชัด แต่ก็สันนิษฐานอย่างคร่าวๆ ได้บ้างบางประการคือ ชัยภูมิที่ตั้งใหม่อยู่บนเนินสูงกว่าทั้งใกล้หนอง ใกล้สระน้ำ เป็นภูมิทำเลชัยภูมิ ถูกต้องตามตำราการตั้งสถานที่สำคัญประการหนึ่งประวัติ เจ้าอาวาส เท่าที่ทราบมีหลวงพ่อแก้ว ต่อมาเป็นหลวงพ่อเพชร ต่อจากหลวงพ่อเพชรเป็นอาจารทองมา และองค์ต่อมาเป็นพระปรีชา(จำปี) คงเผ่าพงษ์ ซึ่งภายหลังได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระครูปรีชานุศาสก์ เป็นหัวแรง จัดทำนุบำรุงการศึกษาสามัญและทะนุบำรุงการก่อสร้างให้วัดเจริญก้าวหน้าต่อมาภายหลัง เจ้าอาวาสวัดบ้านบึงว่างลงชาวบ้านจึงได้อาราธานาพระครูปรีชานุศาสตร์ไปเป็นเจ้าอาวาส ในระยะนี้พระครูปรีชาก็คงอุปถัมภ์ดูแลตลอดมา และได้ริเริ่มสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ขึ้น และได้จัดการให้อาจารย์ยิ้ม และอาจารย์ทองมา เป็นเจ้าอาวาสต่อ
ประวัติหลวงพ่อแก้ว ท่านเป็นคนมาจากเวียนจันทร์เป็นทหารมาในกองทัพของเจ้าอนุราช ในขณะนั่นหลวงพ่อแก้วเป็นหนุ่มตัวเปล่าจึงท่องเที่ยวไปถึงเมืองจันทบุรี โดยมีฝีมือทางการใช้ดาบละชำนาญการตีไม้พลองยิ่งนัก มีคาถาอาคมเวทย์มนต์ขลังอยู่ยงคงกะพันชาตรี ใจคอห้าวหาญไม่เกรงภัย แต่เป็นคนรักความสงบ รักยุติธรรมและมีศรีธรรมสูง อยู่ไม่เป็นที่เพราะร้อนวิชา จนกระทั่งได้กลับมาหนองตำลึงเพื่อหาพรรคพวกพี่น้อง ที่หนองตำลึงในบรรดาหัวหน้าด้วยกันก็มี ออกญาเจ้าทัง มีตำแหน่งเป็นช่างหลวงและเป็นผู้ปกครองดูแลกลุ่มชาวเวียงจันทร์ หลวงพ่อแก้วได้มาเป็นเขยของออกญาเจ้าทัง คือยายพิมแต่บุญน้อยถึงแก่กรรมหลวงพ่อแก้วเสียใจมากเลยบวชไม่สึก พ่อตาและญาติจึงช่วยกันอุปถัมภ์วัด ย้ายวัดสร้างวัด โบสถ์ ศาลา จนเรียบร้อยต่อมาหลวงพ่อแก้วเป็นอุปัชฌาย์ของหลวงพ่อเปิ้นและหลวงพ่อล่อน หลวงพ่อแก้วเป็นอาจารย์สมถะวิปัสสนา มีอาคมกล้าแข็งสามารถในทางใช้คาถาอาคมต่างๆ เช่น เสกใบมะขามให้เป็นต่อเป็นแตน เลี้ยงภูมิผีแขกไว้ 2 ตน มีเครื่องรางอยู่คงกระพันชาตรี มีคาถาอาคมดีๆหลายอย่าง อภินิหารของท่านเคยคุ้มครองศิษยานุศิษย์มานักต่อนักแล้ว แต่ถ้าใครรุกรานใครท่านไม่ชอบ คนเสเพลอันธพาลท่านไม่คุ้มครอง
กศน.ตำบลหนองตำลึง ตั้งอยู่ริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 315 (ถนนสุขประยูร) ห่างจากตัวเมืองชลบุรี 10 กิโลเมตร และห่างจากที่ว่าการอำเภอพานทอง 12 กิโลเมตร สำนักงานเป็นอาคารศาลาไม้เรือนไทยทรงสูง ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดหนองตำลึง จำนวน 1 หลังได้รับความอนุเคราะห์สถานที่จากพระครูศิริชัย ฐานวโร ให้ใช้สถานที่ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน