กล้วยเบรกแตก

ประวัติความเป็นมา

บ้านไทรน้อย หมู่ที่ 6 ตำบลสามตุ่ม อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเนื้อที่ 1,000 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มมีน้ำจากคลองขนมจีน คลองบ่อขันหมาก และคลองรางจรเข้ไหลผ่านเหมาะแก่การเกษตร ชาวบ้านจึงปลูกกล้วยน้ำว้าทุกบ้านกล้วยเป็นพืชที่ปลูกง่าย การปลูกกล้วยน้ำว้าไม่ต้องดูแลมาก และขยายพันธ์ได้ง่าย ทุกส่วนของกล้วยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยเฉพาะผลสามารถใช้ประโยชน์ทางอาหารได้สูงสุด รับประทานได้ทั้งผลดิบและสุกกล้วยสุกนำไปเผาทั้งเปลือก ขูดเอาแต่เนื้อไปบดกับข้าวเป็นอาหารชนิดแรกของคนไทยนอกจากนมแม่ นอกจากผลแล้ว ปลีกล้วยใช้เป็นผักเป็นส่วนประกอบหลักที่สำคัญของแกงเลียงอาหารเพิ่มน้ำนมให้แก่แม่ที่เพิ่งคลอดบุตร กาบใน (ไส้) ใช้ทำอาหาร เช่น แกงกล้วยสุกรับประทานมีประโยชน์กับร่างกาย เมื่อชาวบ้านปลูกกล้วยกันในจำนวนมากๆ เหลือกินชาวบ้านได้นำกล้วยสุกแจกจ่ายญาติ เพื่อนบ้านใกล้เคียง และจำหน่ายในชุมชนใกล้เคียงแต่กล้วยสุกมีราคาถูกผู้นำชุมชนได้ร่วมกันคิด เรื่องการแปรรูปกล้วยดิบทำกล้วยอบเนย แต่ชาวบ้านไม่มีความรู้ในเรื่องการแปรรูปผลผลิตจากกล้วยดิบ ผู้นำชุมชนจัดเวทีประชาคมเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในเรื่องการแปรรูปกล้วยดิบ โดยทำโครงการ/กิจกรรมขอรับการสนับสนุนวิทยากรให้ความรู้ เรื่อง การแปรรูปกล้วยดิบการทำกล้วยอบเนย โดยทางสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเสนา ได้ประสานอาจารย์จากวิทยาลัยการอาชีพเสนา ให้ความรู้แก่สตรีบ้านไทรน้อย เรื่องการทำกล้วยอบเนยในช่วงแรกๆ การทำกล้วยอบเนยทำแล้วไม่อร่อยกล้วยแข็งมาก สตรีบ้านไทรน้อยมีความพยายามและความอดทนไม่ย่อท้อฝึกทำกล้วยอย่างต่อเนื่องและเรียนรู้โดยการไปศึกษาดูงานแล้วนำความรู้ที่ได้มาปรับใช้ และการเรียนรู้จากวิทยากรจากหลายๆ หน่วยงานมาให้ความรู้และหาเทคนิควิธีการอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้กล้วยอบเนยบ้านไทรน้อย กรอบ หอม หวาน อร่อย มีการกำหนดราคาขายปลีกและขายส่งในราคาย่อมเยาเพราะต้นทุนในการผลิตไม่สูงเพราะกล้วยได้จากชุมชนที่ปลูกเอง ปัจจุบันขายปลีกและขายส่งภายในชุมชน ภายนอกชุมชน ส่งกรมราชทัณฑ์และทัณฑ์สถานวัยหนุ่ม จังหวัดพระนครศรีอยุธยาทุกสัปดาห์