หลักการและเหตุผล

ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2560 - 2579) มีกรอบแนวคิด ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันที่มุ่งเน้นการพัฒนาภาคการผลิตและบริการให้สามารถแข่งขันได้ เกิดความยั่งยืน ประชาชนมีคุณภาพชีวิตและมีรายได้ที่ดีขึ้น รวมทั้งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ยุทธศาสตร์ที่ 3 การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน มีแนวทางการเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันในเชิงธุรกิจของภาคบริการ และพันธกิจกระทรวงมหาดไทย ข้อ 4. เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและเศรษฐกิจ ฐานราก โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนภารกิจอำนาจหน้าที่ของกรมการพัฒนาชุมชน ในการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานรากให้มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ รวมทั้งเสริมสร้างความสามารถและความเข้มแข็งของชุมชน

คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561 ให้ความเห็นชอบแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 จำนวน 150,000 ล้านบาท โดยมีแนวทางการจัดทำ 3 แนวทาง ได้แก่

1) พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับสวัสดิการ ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ สร้างโอกาสในอาชีพและการจ้างงาน

2) พัฒนาเชิงพื้นที่ผ่านกระบวนการประชาคม การเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ในชุมชน สนับสนุนวิสาหกิจชุมชน และส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน เชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวในแต่ละท้องถิ่น

3) การปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตรทั้งระบบ ควบคู่การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าทางการเกษตร และส่งเสริมการตลาดสมัยใหม่

ดังนั้น โอกาสในการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ชุมชนตามแนวทางดังกล่าว จำเป็นต้องดำเนินการพัฒนาเชิงพื้นที่ผ่านกระบวนการประชาคมให้ชุมชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ในชุมชน ด้วยการสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน และส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน เชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวในแต่ละท้องถิ่น

รัฐบาลปัจจุบัน มีนโยบายลดความเหลื่อมล้ำของสังคมที่มุ่งเน้นสร้างรายได้และความเจริญ ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ โดยให้ภาคเอกชนและภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการร่วมกับภาครัฐเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ที่เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับประเทศ คือคณะกรรมการอำนวยการ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งชาติ (กอ.นตผ.) เป็นผู้ขับเคลื่อน และมอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน เป็นผู้รับผิดชอบหลักส่งเสริมการดำเนินงาน OTOP จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 16 ปี โดยร่วมกับหน่วยงานต่างๆ สนับสนุนส่งเสริม ยกระดับผลิตภัณฑ์ และพัฒนาช่องทางการตลาดที่หลากหลายเพื่อให้ขายได้ มุ่งปรับตัวสู่การค้าแบบสากล ทำให้ผลิตภัณฑ์ของคนในชุมชนส่วนใหญ่ไม่สามารถแข่งขันได้ ต้องออกไปขายสินค้าตามที่ต่างๆ ไม่มีความสุข รายได้ไปตกอยู่กับผู้ประกอบการสินค้าคนเดียว หรือบางกลุ่มเล็กไม่กระจายถึงประชาชนกลุ่มใหญ่ในชุมชนอย่างแท้จริง ทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากไม่ประสบผลสัมฤทธิ์เท่าที่ควร ประกอบกับรายได้จากการท่องเที่ยวที่เป็นกระแสหลักของประเทศ ส่วนใหญ่ตกไปอยู่ในกลุ่มทุนเอกชน เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ห้างร้านใหญ่ๆ ไม่ลงไปถึงฐานรากเช่นเดียวกัน

ดังนั้น จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนผ่านยุคการผลักดันสินค้า OTOP ออกจากชุมชน สู่การสร้างรายได้ตาม ความต้องการ (Demand Driven Local Economy) โดยการขายสินค้าอยู่ในชุมชน ที่มาจากการท่องเที่ยว โดยใช้เสน่ห์ ภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ แปลงเป็นรายได้ ทั้งนี้ครอบครัวและลูกหลาน ยังอยู่รวมกัน ไม่ต้องแข่งขันนำผลิตภัณฑ์ออกไปขายนอกชุมชน เป็นชุมชนท่องเที่ยว ที่เป็นเจ้าบ้านที่ดี ชวนกันคิด ชวนกันทำ ผลิตสินค้าและบริการ รวมทั้งมีการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวระดับชุมชน ที่มีเสน่ห์ดึงดูด และมีคุณค่าเพียงพอให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมเยียนและใช้จ่ายเงินในทุกกิจกรรมของชุมชน จำเป็นต้องส่งเสริมการตลาดชุมชนท่องเที่ยว โดยการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งแบบ Online/offline/platform ซึ่งรายได้จะกระจายอยู่กับคนใน ชุมชน ทุกคนมีความสุข เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน (Strength with in) และเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก (Local Economy) อย่างแท้จริง

วัตถุประสงค์

- เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รู้จักชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี และเชิญชวนให้ประชาชนท่องเที่ยวในชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี

- เพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับ ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ภายในจังหวัด

- เพื่อประชาสัมพันธ์การเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ชุมชนในชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ภายในจังหวัด

บทสรุปผู้บริหารการส่งเสริม/พัฒนาเสน่ห์ ประเพณี วัฒนธรรม และ อัตลักษณ์ชุมชน

โครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จังหวัดร้อยเอ็ด

จากรัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) มีกรอบแนวคิด ด้านการ สร้างความสามารถในการแข่งขัน ที่มุ่งเน้น การพัฒนาภาคการผลิต และบริการ ให้สามารถแข่งขันได้ เกิดความยั่งยืน ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีรายได้เพิ่มได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564)

นโยบายลดความเหลื่อมล้ำของสังคม มุ่งเน้นสร้างรายได้ ความเจริญและลดความเข้มแข็ง ทางเศรษฐกิจ โดยภาคเอกชน และประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานกับภาครัฐ เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ “มั่งคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ซึ่งสดคล้องกับการดำเนินงานโครงการ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ซึ่งผลิตภัณฑ์ของชุมชนส่วนใหญ่ ไม่สามารถแข่งขันได้ ต้องออกไป ขายสินค้าตามที่ต่าง ๆ ทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร กอปรกับรายได้ จากการท่องเที่ยวที่กำลังเป็นกระแสหลักของประเทศส่วนใหญ่ ก็เป็นของกลุ่มทุนเอกชน ดังนั้นจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนผ่าน จากยุทธการผลักดันขายสินค้า OTOP ออกจากชุมชนเพียงอย่างเดียว สู่การเพิ่มช่องทาง สร้างรายได้ตามความต้องการ โดยขายสินค้าที่มาจากชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ใช้มนต์เสน่ห์ ภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ ปรับเปลี่ยนเป็นรายได้

โครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมให้เกิดรายได้กับชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึง กระตุ้นเศรษฐกิจ และสังคมภายในประเทศให้มีความเข้มแข็ง

เป้าหมายการดำเนินโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี

1. ประชาชนได้รับการพัฒนาอาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้น ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง โดยเชื่อมโยงชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี กับเส้นทางการท่องเที่ยวเมืองหลัก เมืองรอง ตามแอ่งท่องเที่ยว (แอ่งเล็ก เช็คอิน)

2. พัฒนาคุณภาพ ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ OTOP กลุ่มปรับตัวสู่การพัฒนา (กลุ่ม D)

3. การสร้างตลาดชุมชน ดึงคนเข้าหมู่บ้านด้วยชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ให้เกิดการกระจายรายได้

จังหวัดร้อยเอ็ด มีการดำเนินงานชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จำนวน 68 หมู่บ้าน มีการดำเนินงานภายใต้ 5 กระบวนงาน ดังนี้

1. การพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว

2. การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวก

3. การพัฒนาสินค้า และบริการด้านการท่องเที่ยว

4. การเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวแต่ละท้องถิ่น

5. การส่งเสริมการตลาดชุมชนท่องเที่ยว

การขับเคลื่อนงานส่งเสริมการพัฒนาเสน่ห์ ประเพณี วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ชุมชน ตามโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ได้นำเรื่องการประชาสัมพันธ์ มาจัดกิจกรรมพิเศษ เพื่อเป็นการกระตุ้น ความต้องการ หรือ เปิดช่องทางการตลาดสมัยใหม่ โดยการจัดทำสื่อวีดีทัศน์ แผ่นพับประชาสัมพันธ์ เพื่อสื่อสารสร้างการรับรู้ในความภาคภูมิใจ ของมนต์เสน่ห์ ประเพณี วัฒนธรรม การฟ้อนรำ อัตลักษณ์ และอาหารพื้นถิ่น เพื่อให้บริการตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพ แหล่งท่องเที่ยว บรรลุเป้าประสงค์ที่ตั้งไว้คือสร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้กับทีมขับเคลื่อนชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ให้สามารถบริหารจัดการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี สามารถวิเคราะห์อัตลักษณ์ สร้างเสน่ห์ให้กับชุมชน สามารถสะท้อนให้เห็นถึงกิจกรรม ประเพณี และอัตลักษณ์ของชุมชน

เพื่อให้เกิดการต่อยอดในอนาคต สิ่งสำคัญคือการให้ความสำคัญกับบริหารจัดการภาพลักษณ์ ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น ใช้ช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย มีเนื้อหาการถ่ายทอดสะท้อนถึง 8 วิถี “ทุนวัฒนธรรม” อย่างมีกลยุทธ์การสื่อสาร พร้อมกับสร้างสรรค์อัตลักษณ์ ประเพณี วัฒนธรรม ตลอดจนผลิตภัณฑ์ OTOP ของฝาก ของที่ระลึกให้มีความโดดเด่น ทำให้ชาวบ้านเป็นผู้ให้บริการในลักษณะ “เจ้าบ้านที่ดี” อย่างมืออาชีพ

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด