5. เรื่องเล่าของ-ครูชยา พรหมวังขวา

โพสต์20 ส.ค. 2557 21:10โดยAdisak Mahawan
เรื่องเล่าของ-ครูชยา พรหมวังขวา
การออกแบบการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างอุปนิสัยพอเพียง


บทความ ณ : วันพุธ ที่ 13 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2556


        การออกแบบและจัดกระบวนการเรียนการสอนโดยได้แนวคิดที่จะนำหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงมาสอดแทรกในเนื้อหาด้วยแรงบันดาลใจจากคำถามของนักเรียนที่เกิดความสงสัยในสิ่งที่ได้พบเห็น จึงนำพานักเรียนไปสู่การปฏิบัติจริงเพื่อให้นักเรียนได้รับคำตอบจากสิ่งที่สงสัยด้วยตนเอง และมีการใช้แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย โดย คุณครูชยา พรหมวังขวา ครูผู้สอนระดับประถมศึกษา โรงเรียนดาราวิทยาลัย


        ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ เรื่องการปลูกผักอินทรีย์ คุณครูชยา พรหมวังขวา ได้จัดกิจกรรมที่เน้นการประยุกต์ใช้แนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการเรียนและในการใช้ชีวิตประจำวันของนักเรียน โดยการวิเคราะห์แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการประยุกต์ใช้กับการปลูกผักอินทรีย์ให้นักเรียนเข้าใจหลักการของแนวคิดออกเป็นแผนผังความคิด (Mind map) ส่วนการปฏิบัติครูใช้วิธีการสอดแทรกหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการปฏิบัติงาน เริ่มจากการเรียนรู้การทำปุ๋ยหมักโดยนำใบไม้ที่มีอยู่อย่างมากมายในโรงเรียนนำมาทำปุ๋ยหมักโดยการเรียนรู้จากฐานการเรียนรู้การทำปุ๋ยอินทรีย์ของโรงเรียน ฝึกการทำปุ๋ยหมักใบไม้เพื่อใช้ในการบำรุงดิน ในขั้นตอนนี้เด็กๆ มีความสนุกสนานเพราะนักเรียนจะแข่งขันเก็บใบไม้ให้ได้มากที่สุด เนื่องจากกลุ่มไหนได้ใบไม้มากก็จะได้คะแนนมากตามไปด้วย หลังจากนั้นนักเรียนจะช่วยกันเตรียมแปลงปลูกผัก ครูผู้สอนจะฝึกให้นักเรียนมีความกระตือรือร้นมากเพราะนักเรียนหลายคนไม่เคยทำมาก่อน บางคนไม่หยุดพักแม้อากาศจะร้อน ในบางชั่วโมงที่มีการขุดแปลงถึงอากาศร้อน นักเรียนก็จะกางร่มให้กัน ครูผู้สอนจึงเสริมและให้กำลังใจนักเรียนเรื่องของการมีน้ำใจ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และการเสียสละที่มีต่อส่วนรวมซึ่งเป็นคุณธรรมที่ควรปลูกฝังกับนักเรียนตั้งแต่เล็กๆ เมื่อเวลาปลูกผักบุ้งมาถึงนักเรียนต้องนำเมล็ดผักบุ้งมาปลูกจะเป็นเวลาที่โกลาหลพอสมควรเพราะนักเรียนไม่ค่อยเข้าใจในการปลูกพืชก็จะมาขอเมล็ดผักบุ้งจากครูมากๆ เพื่อเอาไปปลูกให้มีต้นผักบุ้งมากๆ ครูจึงได้อธิบายว่าทำไมเราไม่ใช้เมล็ดผักบุ้งมากเกินไป เหตุผลเพราะจะทำให้ต้นกล้าที่งอกแย่งอาหารกัน ผักบุ้งจะไม่เจริญเติบโตและที่สำคัญจะเป็นการสิ้นเปลืองค่าเมล็ดพันธุ์ เมื่อถึงเวลาที่ผักบุ้งงอก นักเรียนที่พบเป็นคนแรกก็จะวิ่งมารายงานครูด้วยความตื่นเต้นและดีใจ แล้วกระบวนการดูแลรักษาผักบุ้งก็เริ่มขึ้นโดยให้นักเรียนแบ่งเวรรับผิดชอบมารดน้ำผักบุ้งกัน บางคนถือบัวรดน้ำคนเดียวไม่ไหวเพื่อนๆ ก็เข้ามาช่วย บางวันก็มีผู้ปกครองมาช่วยนักเรียนรดน้ำแปลงผักของนักเรียนแสดงให้เห็นถึงคุณธรรมของนักเรียนและผู้ปกครองทีมีน้ำใจช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกัน

        เมื่อผักบุ้งโตขี้นเด็กก็จะมาบอกว่ามีแมลงมากัดกินผัก และขอให้ครูช่วยเอาออก จากเหตุการณ์นี้ครูและนักเรียนก็ช่วยกันคิดหาวิธีการกำจัดแมลงที่เป็นศัตรูพืช โดยครูให้นักเรียนเสนอวิธีการกำจัดแมลงของตน ซึ่งส่วนใหญ่จะพบว่านักเรียนจะเสนอให้ใช้ยาฆ่าแมลง ครูผู้สอนเป็นกังวลกับความคิดของนักเรียนจึงได้ให้นักเรียนไปสำรวจว่าแมลงที่เป็นศัตรูพืชมีแมลงอะไรบ้าง และให้นักเรียนไปค้นคว้าเพิ่มเติมจากอินเตอร์เน็ท ว่าแมลงแต่ละชนิดมีประโยชน์และโทษต่อผักอย่างไร และให้หาวิธีการกำจัด โดยให้นักเรียนนำเสนอแนวคิดหน้าชั้นเรียน ซึ่งวิธีการที่นักเรียนเสนอมากที่สุดคือการใช้สมุนไพรฉีดพ่น รองลงมาคือการใช้แมลงตัวห้ำและการใช้กัปดักสีทากาว ในการใส่ปุ๋ยครูให้นักเรียนได้รู้จักปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยอนินทรีย์ โดยให้นักเรียนทดลองใช้ทั้งปุ๋ยหมักและปุ๋ยเคมี ซึ่งปรากฏว่าเมื่อราดน้ำด้วยปุ๋ยหมักไส้เดือนก็เลื้อยมุดดินหายไป แต่พอใช้ปุ๋ยเคมีไส้เดือนทุรนทุรายแล้วค่อย ๆ ตายไป มีนักเรียนพูดกระซิบว่า “สงสารมันจังเลย” ครูจึงได้สอดแทรกเนื้อหาให้นักเรียนทราบถึงประโยชน์และโทษของปุ๋ยเคมี เมื่อถึงเวลาเก็บผักบุ้ง นักเรียนก็จะนำกลับไปทำอาหารทานที่บ้าน เมื่อยังไม่หมดก็จะนำไปแจกให้เพื่อนและคุณครูท่านอื่นๆ และเมื่อแจกหมดแล้วนักเรียนก็นำไปขายให้ครูเพื่อเก็บเงินไว้ออมต่อไป


        การนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ได้จริงกับการดำเนินชีวิต การทำงาน ทำให้ชีวิตมีความสมดุล มีความสุขตามสถานภาพของแต่ละคน เป็นเรื่องสำคัญที่สุดและเป็นอันดับแรกก่อนที่ครูจะถ่ายทอดแนวคิดนี้ไปสู่นักเรียนผ่านกระบวนการเรียนการสอน ซึ่งครูสามารถสอดแทรกแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การปลูกจิตสำนึก การปลูกฝังคุณธรรมให้กับนักเรียนซึ่งครูสามารถทำได้ตลอดเวลา ตลอดจนการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียน คุณครูชยา พรหมวังขวา เป็นครูอีกคนหนึ่งที่เข้าใจธรรมชาติของนักเรียนโดยเฉพาะนักเรียนประถมที่มีความอยากรู้อยากเห็น ช่างซักถามตลอดเวลา การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีการประยุกต์ใช้แนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจฯและนักเรียนนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ตัวอย่าง เรื่องการปลูกผักอินทรีย์ โดยการให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง เน้นการทำงานเป็นกลุ่มเริ่มจากการให้นักเรียนทำปุ๋ยหมักจากใบไม้ในโรงเรียน เพื่อนำไปใช้ในการปลูกผักอินทรีย์ต่อไป ขณะที่นักเรียนลงมือปฏิบัติ ครูผู้สอน จะสอนความรู้ให้นักเรียนสังเกตสิ่งที่อยู่รอบตัว เปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามได้ตลอดเวลาและครูผู้สอนกระตุ้นความสนใจของนักเรียน โดยใช้คำถามกระตุ้นให้นักเรียนคิด นักเรียนเรียนด้วยความสนุกสนาน โดยครูผู้สอนใช้คำถามให้นักเรียนสรุปได้ด้วยตนเอง ครูอธิบายความรู้พร้อมสอดแทรกความมีเหตุผล ความพอประมาณ มีภูมิคุ้มกันที่ดี มีคุณธรรม รักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งครูผู้สอนทำอย่างต่อเนื่องทุกกิจกรรม ทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้เข้าใจและสามารถนำหลักปรัชญาฯไปใช้ได้ นักเรียนมีอุปนิสัยพอเพียง โดยครูมีการวัดผลประเมินผลตามสภาพจริงจากกการสังเกตขณะเรียน ประเมินชิ้นงาน สัมภาษณ์นักเรียน และสัมภาษณ์ผู้ปกครอง

        การขยายผลได้นำผลงานเผยแพร่ในเว็บไซต์ของโรงเรียน เล่าสู่เพื่อนครูในการประชุมครูแกนนำนอกจากนี้ยังนำไปเล่าในงานตลาดนัดความรู้สู่สถานศึกษาภาคเหนือตอนบน ที่โรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว

Comments