009. บทความ-จอมปราชญ์แห่งการพัฒนา

โพสต์25 ก.ค. 2559 08:41โดยAdisak Mahawan   [ อัปเดต 25 ก.ค. 2559 08:42 ]
จอมปราชญ์แห่งการพัฒนา
พระจริยวัตร และพระมหากรุณาธิคุณ และพระอัจฉริยภาพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้านการพัฒนาเพื่อช่วยเหลือให้ราษฎรอยู่ดีกินดีและมีความสุข ทั้งหมด ๙ เรื่องเล่าดังนี้


๑. เรียบง่ายประหยัด
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครั้งทรงพระเยาว์ทรงโปรดที่จะเล่นของเล่นจากธรรมชาติและสิ่งที่มีอยู่รอบตัว โดยไม่จำเป็นต้องซื้อของเล่นราคาแพงหรือบางครั้งก็ทรงนำของเหลือใช้มาประดิษฐ์เป็นของเล่นหรือหากทรงต้องการซื้ออะไร สมเด็จย่าจะทรงให้เก็บเงินจากค่าขนมเพื่อซื้อของที่ทรงอยากได้
หนึ่งแบบอย่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติที่เราควรฝึกเป็นแบบอย่างคือ ประหยัดเรียบง่าย ทรงใช้หลอดยาสีฟันส่วนพระองค์จนหมดเกลี้ยงแบนราบเรียบ คล้ายแผ่นกระดาษ แสดงให้เห็นว่าทรงใช้ของอย่างประหยัดรู้คุณค่า
ฉลองพระองค์แต่ละองค์ทรงใช้อยู่เป็นเวลานาน หรือแม้แต่ฉลองพระบาทหากชำรุดก็จะส่งซ่อมและใช้อย่างคุ้มค่า ซึ่งในเรื่องของความประหยัดนี้ กองงานในพระองค์กล่าวว่า “ปีหนึ่งพระองค์ทรงเบิกดินสอ ๑๒ แท่ง เดือนละแท่งใช้จนกระทั่งกุด ใครอย่าไปทิ้งของท่านนะจะกริ้วเลย ประหยัดทุกอย่าง เป็นต้นแบบทุกอย่าง ทุกอย่างนี้มีค่าสาหรับพระองค์หมดทุกบาททุกสตางค์จะใช้อย่างระมัดระวัง จะสั่งให้เราปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ”
แบบอย่างเช่นนี้ พวกเราทุกคนควรน้อมนำมาเป็นตัวอย่างจะทาให้มีระเบียบวินัย รู้จักคิด มีความรอบคอบ อดทน และเข้าใจการใช้ชีวิตได้ดีขึ้น


๒. ความหวังของเด็กยากจน
    หน้าที่สาคัญของนักเรียนก็คือ ต้องตั้งใจเรียนหนังสือให้ดีที่สุด ยิ่งได้รับโอกาสที่ดีก็ยิ่งต้องตั้งใจให้สมกับโอกาสที่เราได้รับ และอยากให้มองถึงเด็กๆคนอื่นที่ไม่มีโอกาสได้รับการศึกษาที่ดี แต่ยังดิ้นรนใฝ่เรียนเพราะว่าการศึกษาสามารถพัฒนาชีวิตเราและเป็นรากฐานสาคัญในอนาคต
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบดีว่าเด็กและเยาวชนของไทยไม่ได้ขาดสติปัญญาหากแต่ด้อยโอกาสและขาดทุนทรัพย์สำหรับการศึกษาจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อก่อตั้งกองทุนการศึกษาหลายทุนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา ดังเช่นมูลนิธิอานันทมหิดล ทุนเล่าเรียนหลวง ทุนการศึกษาพระราชทานแก่นักเรียนเฉพาะกรณี ฯลฯ


๓. ที่พึ่งของประชาชน
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงช่วยเหลือประชาชนเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยมาตั้งแต่เมื่อ ๖๐ ปีก่อนเลย เริ่มแรกได้พระราชทานเรือเวชพาหน์ ช่วยชาวบ้านที่อยู่บริเวณริมแม่น้า  นอกจากนี้ยังได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการสร้างอาคารตึก “มหิดลวงศานุสรณ์” สำหรับใช้ในกิจกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์ ทางการแพทย์ในด้านต่างๆ และทรงสนับสนุนให้มีการผลิตวัคซีนบีซีจี เพื่อใช้ในการป้องกันอหิวาตกโรค อีกทั้งยังวิจัยและสนับสนุนในการค้นคว้าหาวิธีสร้างเครื่องกลั่นน้ำเกลือใช้เองจนมีคุณภาพทัดเทียมกับต่างประเทศ ทำให้สุขภาพอนามัยของประชาชนดีขึ้นอีกด้วย


๔. ปิดทองหลังพระ
    หนึ่งในพระบรมราโชวาทของในหลวง เรื่องการทำความดีที่สามารถยึดมาเป็นหลักในการดำเนินชีวิตมีความว่า “การทำดีนั้นทำยากและเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำเพราะหาไม่ความชั่วซึ่งทำได้ง่าย จะเข้ามาแทนที่และจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้สึกตัว แต่ละคนจึงต้องตั้งใจและเพียรพยายามให้สุดกำลังในการสร้างเสริมและสะสมความดีทำดีเหมือนกับการปิดทองหลังพระต่อไป แล้วมันจะล้นออกมาข้างหน้าเอง”  อีกแบบอย่างหนึ่งคือ พระราชนิพนธ์ “พระมหาชนก” ก็สามารถเป็นตัวอย่างให้กับนักเรียนในเรื่องความเพียรได้เป็นอย่างดี ซึ่งพระองค์ทรงใช้เวลาค่อนข้างนานในการคิดประดิษฐ์ถ้อยคำให้เข้าใจง่าย และปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสภาพสังคมปัจจุบัน เพื่อให้ประชาชนชาวไทยปฏิบัติตามพระมหาชนกษัตริย์ผู้เพียรพยายามแม้จะไม่เห็นฝั่งก็จะว่ายน้ำต่อไป เพราะถ้าไม่เพียรว่ายก็จะตกเป็นอาหารปู ปลา และไม่ได้เทวดาที่ช่วยเหลือให้ประสบความสำเร็จและเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น


๕. ฝนหลวง
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีดำรัสอยู่ตอนหนึ่งที่ว่า “หลักสาคัญว่าต้องมีน้ำบริโภค น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะว่าชีวิตอยู่ที่นั่น ถ้ามีน้ำคนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้ ไม่มีไฟฟ้าคนอยู่ได้ แต่ถ้าไม่มีไฟฟ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้”
นอกจากนั้นแล้ว การที่จะมีน้ำได้เรามีความจำเป็นต้องรักษาป่าให้มีความอุดมสมบูรณ์ก่อนอื่นเราจำเป็นต้องปลูกป่าในใจก่อน ดังพระราชดำรัสของในหลวงตอนหนึ่งว่า“เจ้าหน้าที่ป่าไม้ควรจะปลูกต้นไม้ลงในใจคนเสียก่อน แล้วคนเหล่านั้นก็จะพากันปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดิน และรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง”
พระองค์ท่าน ได้ปลูกป่าในใจราษฎร เมื่อราษฎรได้เข้าใจถึงประโยชน์ของป่าก็จะเกิดจิตสำนึกที่จะดูแลรักษาป่าไม้ การรักษาต้นน้ำเป็นหลักการขั้นพื้นฐานแห่งแนวพระราชดำริในการอนุรักษ์ป่าและสิ่งแวดล้อม คือ เมื่อมีป่าก็จะมีน้ำ มีดินอันสมบูรณ์ มีความชุ่มชื้นของอากาศ และเกื้อกูลต่อ การดำรงชีวิตของคนและสามารถอยู่ร่วมกับป่าอย่างพึ่งพาอาศัยเกื้อกูลกันอย่างยั่งยืน


๖. แก้มลิง
    โครงการแก้มลิงเป็นพระราชดำริของในหลวง เพื่อบริหารจัดการน้ำ ในการป้องกันน้ำท่วมโดยการเก็บน้ำตามที่ต่างๆ จากนั้นก็ผันน้ำระบายลงสู่ทะเล อันเป็นการบรรเทาปัญหาน้ำท่วมที่ได้ผลเป็นอย่างดี  สาเหตุหนึ่งที่ทาให้เกิดน้ำท่วมก็เป็นเพราะหน้าดินถูกกัดเซาะจากฝนที่ตกลงมาและน้ำไหลบ่าชะล้างหน้าดินเป็นจำนวนมาก พื้นดินไม่สามารถเก็บกักน้ำฝนได้อย่างเต็มที่ทำให้น้ำล้นท่วมบ้านเมือง พืชผลทางเกษตรเสียหาย  หญ้าแฝกได้เข้ามามีส่วนในการช่วยป้องกันการพังทลายของหน้าดิน อนุรักษ์ดินและน้ำ ปรับปรุงสภาพแวดล้อม ป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดินให้น้อยลง ขณะเดียวกันประสิทธิภาพในการดักตะกอนดินสามารถป้องกันดินถล่ม น้ำท่วมฉับพลันได้ในระดับหนึ่ง พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาและประสบความสำเร็จแพร่หลายไปในนานาชาติ


๗. พลังงานทดแทน
    พลังงานทดแทน คือ พลังงานที่กำลังจะถูกนำมาใช้ทดแทนพลังงานแบบเดิม เนื่องจากว่าพลังงานที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันกำลังจะหมดไปในอนาคตอันใกล้ หรือเพราะมีมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมมากเกินไป และนำมาซึ่งภาวะปัญหาโลกร้อน โดยใช้พลังงานจากธรรมชาติรอบๆตัวเรามาใช้ เช่นพลังงานลมเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า  โครงการพระราชดำริเกี่ยวกับพลังงานทดแทนนี้มีมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ เริ่มต้นที่พระราชวังสวนจิตรลดา โดยผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลโคนม และเศษพืชมาหมักสามารถนามาใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ เป็นการสร้างประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ และได้พลังงานใหม่ทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิงได้อีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีแกลบที่นำมาอัดเป็นแท่งใช้เป็นเชื้อเพลิง และผลิตแอลกอฮอล์แข็งแบบกระป๋อง เพื่อใช้ก่อกองไฟได้อีกด้วย


๘. พระราชาของแผ่นดิน
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรทั่วประเทศไทย ทำให้ทรงทราบถึงความทุกข์ยากเดือดร้อนของราษฎรจึงทรงทุ่มเทพระวรกาย พระสติปัญญา เพื่อหาหนทางบรรเทาทุกข์ และแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อนให้แก่ราษฎรกระทั่งมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า ๔,๐๐๐ โครงการ ทั่วประเทศไทย   การดำเนินงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริ มีหน่วยงานจากทุกภาคส่วนได้สนองพระราชดำริ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในทุกภูมิภาคของประเทศภายใต้การประสานงานและสนับสนุนจาก สานักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริ (กปร.) ทั้งนี้เพื่อมุ่งประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ดั่งพระปฐมบรมราชโองการ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”
(จาก “หนังสือจอมปราชญ์แห่งการพัฒนา”; สานักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ)


๙. พอเพียง
    “หลักเศรษฐกิจพอเพียง” คือ ทางสายกลาง เป็นหลักการที่ทาให้เราสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และการเปลี่ยนแปลงต่างๆ 
“ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐในการพัฒนาและบริหารให้ดำเนินไปในทางสายกลาง เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์

“ความพอเพียง” หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอก ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบและความระมัดระวัง ในการนำวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการในทุกขั้นตอน