รายงานการพัฒนาหนังสือส่งเสริมการอ่านภาษาอังกฤษ ชุด Nan Traveling กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

โพสต์30 มิ.ย. 2561 19:28โดยAtchariya Sarnthoi   [ อัปเดต 8 ส.ค. 2561 18:24 โดย admin webadmin ]

บทคัดย่อ

 

ชื่อรายงานรายงานการพัฒนาหนังสือส่งเสริมการอ่านภาษาอังกฤษ ชุด Nan Traveling กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2   

ชื่อผู้รายงาน: นายสืบสกุล หลงเวช

                สาระการเรียนรู้: กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)

                สถานศึกษา: โรงเรียนสตรีศรีน่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 37

                ปีที่ศึกษา:  2560

 

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อหาประสิทธิภาพหนังสือส่งเสริมการอ่านภาษาอังกฤษ ชุด Nan Traveling กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  ตามเกณฑ์ที่กำหนด 80/80  2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านภาษาอังกฤษ ชุด Nan Traveling กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ  (ภาษาอังกฤษ) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ก่อนเรียนและหลังเรียน 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านภาษาอังกฤษ ชุด Nan Traveling  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/9 โรงเรียนสตรีศรีน่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 37 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 42 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) ใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา คือ หนังสือส่งเสริมการอ่านภาษาอังกฤษ ชุด Nan Traveling กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  จำนวน 8 เล่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน จำนวน 20 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ การทดสอบสมมติฐานด้วย t-test (Dependent Sample)

ผลการศึกษาพบว่า  

1. หนังสือส่งเสริมการอ่านภาษาอังกฤษ ชุด Nan Traveling กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 86.62/85.16 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 80/80

2.  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านภาษาอังกฤษ ชุด Nan Traveling กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2   หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านภาษาอังกฤษ ชุด Nan Traveling กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( x = 4.47, S.D. = 0.53) 

 

 ดาวน์โหลดเอกสาร

  

 

 

แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองที่เน้นการสอนแบบซิปปา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

โพสต์12 มิ.ย. 2561 20:59โดยAtchariya Sarnthoi   [ อัปเดต 12 มิ.ย. 2561 23:29 ]

แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองที่เน้นการสอนแบบซิปปา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
โดยนางมณทิรา เชื้อหมอ   ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการ 

โรงเรียนสตรีศรีน่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 37

ดาวน์โหลด


การพัฒนาแบบฝึกทักษะ เรื่อง การเขียนโปรแกรมโครงสร้างควบคุม รายวิชาการโปรแกรมเบื้องต้น สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสตรีศรีน่าน โดย ครูอัจฉรา นิลทะวงษ์ ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการ โรงเรียนสตรีศรีน่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 37

โพสต์12 มิ.ย. 2561 19:29โดยAtchariya Sarnthoi

การพัฒนาแบบฝึกทักษะ เรื่อง การเขียนโปรแกรมโครงสร้างควบคุม รายวิชาการโปรแกรมเบื้องต้น

สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสตรีศรีน่าน

โดย  ครูอัจฉรา  นิลทะวงษ์  ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการ 

โรงเรียนสตรีศรีน่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 37

ดาวน์โหลด


รายงานผลการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาประวัติศาสตร์3 (ส 22102) เรื่อง ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่2

โพสต์11 มิ.ย. 2561 19:16โดยAtchariya Sarnthoi

ชื่อเรื่อง        :    รายงานผลการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาประวัติศาสตร์3 (ส 22102) เรื่อง

ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่2

ผู้ศึกษา        :       นายธีรพล  เป็งมา

ปีที่ศึกษา     :       2560

 

บทคัดย่อ

            การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อหาคุณภาพชุดกิจกรรมการเรียนรู้  รายวิชาประวัติศาสตร์ 3 (ส 22102)ชั้นมัธยมศึกษาปีที่2  เรื่อง ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา  2)   เพื่อหาประสิทธิภาพชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ 3 (ส 22102)ชั้นมัธยมศึกษาปีที่2  เรื่อง ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา 3)   เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน และหลังเรียนของนักเรียนที่เรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ 3(ส 22102) เรื่อง ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่2  โรงเรียนสตรีศรีน่าน จังหวัดน่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 37 4)  เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ 3(ส 22102)  เรื่อง ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา มัธยมศึกษาปีที่2  โรงเรียนสตรีศรีน่าน จังหวัดน่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 37

            ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่2 โรงเรียนสตรีศรีน่าน จังหวัดน่าน  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 37 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 จำนวน  4  ห้องเรียน  คือ ห้อง 2/1  2/8  2/9  2/10 รวมทั้งสิ้น 178 คน

               กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2โรงเรียนโรงเรียนสตรีศรีน่าน

อำเภอเมือง  จังหวัดน่าน  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 37ภาคเรียนที่ 1  ปีการศึกษา 2560 ได้มาโดยใช้วิธีสุ่มอย่างง่าย (Simple   Random   Sampling) ด้วยวิธีจับสลาก  จากนักเรียนทั้งหมด 4

ห้องเรียน  เป็นกลุ่มตัวอย่าง  1  ห้องเรียน ได้แก่  ม.2/10 รวมทั้งสิ้น  41  คน

            แบบแผนการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองตามแบบแผนการทดลองแบบ One Group Pretest – Posttest Design สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ การทดสอบค่าที(t – test for dependent sample) ค่าเฉลี่ยร้อยละ

            ผลการศึกษาพบว่า ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ 3(ส 22102) เรื่อง ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 37 มีประสิทธิภาพ 86.88/82.13

            ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ 3(ส 22102) เรื่อง ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 37 พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ 3(ส 22102) เรื่อง ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 37 โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

 

รายงานการพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง พาราโบลา โดยใช้โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad เป็นสื่อสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีศรีน่าน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน

โพสต์11 มิ.ย. 2561 19:14โดยAtchariya Sarnthoi   [ อัปเดต 19 มิ.ย. 2561 19:24 ]

 

 

ชื่อเรื่อง                    รายงานการพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง พาราโบลา โดยใช้โปรแกรม The Geometer’s  Sketchpad เป็นสื่อ สำหรับนักเรียน             ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  โรงเรียนสตรีศรีน่าน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน

ผู้ศึกษา                    นางจิราวรรณ  ชุ่มวงค์                                                             

ปีการศึกษา                2560   

 

บทคัดย่อ

               การศึกษาในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะวิชา คณิตศาสตร์ เรื่อง พาราโบลา โดยใช้โปรแกรม  The Geometer’s Sketchpad  เป็นสื่อสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง พาราโบลา โดยใช้โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad เป็นสื่อ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง พาราโบลา โดยใช้โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad เป็นสื่อ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  ดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียน        ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนสตรีศรีน่าน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ประจำปีการศึกษา 2560 จำนวน 52 คน โดยการเลือกแบบเจาะจงห้องที่ปฏิบัติการสอน และเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง พาราโบลา โดยใช้โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad เป็นสื่อ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 5 ชุด ที่ผู้ศึกษาได้พัฒนาขึ้น แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง พาราโบลา และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง พาราโบลา โดยใช้โปรแกรม  The Geometer’s Sketchpad เป็นสื่อ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  โดยสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต

ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที (t-test Dependent)

               ผลการศึกษาสรุปได้ว่า

               1.  แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง พาราโบลา โดยใช้โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad เป็นสื่อ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 86.57/85.26 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80                              

               2.  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง พาราโบลา โดยใช้โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad เป็นสื่อ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

                3ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง พาราโบลา โดยใช้โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad เป็นสื่อ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด


รายงานการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิคจิ๊กซอว์ เรื่อง พุทธธรรม นำชีวิตให้เป็นสุข กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ฃชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

โพสต์4 มิ.ย. 2561 00:16โดยadmin webadmin

รายงานการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ  เทคนิคจิ๊กซอว์  เรื่อง  พุทธธรรม นำชีวิตให้เป็นสุข  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ชื่อเรื่อง           รายงานการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ  เทคนิคจิ๊กซอว์  เรื่อง  พุทธธรรม  นำชีวิตให้เป็นสุข  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 

ชื่อผู้รายงาน      นายพิเชษฐ์  ใบยา
ตำแหน่ง      ครู  วิทยฐานะ  ครูชำนาญการ
สังกัด             โรงเรียนสตรีศรีน่าน  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา  เขต 37
ปีการศึกษา       2560


เอกสาร : คลิกที่นี่

รายงานผลการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เวกเตอร์ในสามมิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

โพสต์8 พ.ค. 2561 21:30โดยAtchariya Sarnthoi

ชื่อเรื่อง           รายงานผลการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์  เรื่อง  เวกเตอร์ในสามมิติ            ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

ผู้ศึกษา         :  นายโชดก สีต๊ะสาร

ปีการศึกษา         :           2560

บทคัดย่อ

 

            รายงานผลการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เวกเตอร์ในสามมิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เวกเตอร์                 ในสามมิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน จากการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เวกเตอร์ในสามมิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เวกเตอร์                  ในสามมิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/8 โรงเรียนสตรีศรีน่าน  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต  37 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560  จำนวน 50 คน   

เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เวกเตอร์ในสามมิติ                ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 4 เล่ม แผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เวกเตอร์ในสามมิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 16 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง เวกเตอร์                  ในสามมิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้                 แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เวกเตอร์ในสามมิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 การวิเคราะห์ข้อมูลหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะใช้สูตร E1/E2 ตามเกณฑ์ 80/80  ใช้ค่าสถิติ t-test เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน  และใช้ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เวกเตอร์ในสามมิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

ผลการศึกษาพบว่า

            1. แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เวกเตอร์ในสามมิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 86.42/83.40 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ประสิทธิภาพ 80/80 ที่กำหนดไว้

            2. นักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เวกเตอร์ในสามมิติ  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

            3. นักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เวกเตอร์ในสามมิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยภาพรวมมีความพึงพอใจต่อการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เวกเตอร์ในสามมิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.85 และมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.34


ดาวน์โหลดไฟล์

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง พระพุทธศาสนาค้าจุนโลก สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม เล่มที่ 1 เรื่อง การเผยแผ่และการนับถือพระพุทธศาสนา ในทวีปเอเชียและยุโรป

โพสต์27 ก.พ. 2561 20:59โดยadmin webadmin   [ อัปเดต 27 ก.พ. 2561 20:59 ]

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง พระพุทธศาสนาค้าจุนโลก สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม เล่มที่ 1 เรื่อง การเผยแผ่และการนับถือพระพุทธศาสนา ในทวีปเอเชียและยุโรป

นางมิตรทิรา กาบนันทา
โรงเรียนสตรีศรีน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน 
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 37
ส้านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ


ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ เรื่อง การเคลื่อนที่แนวตรง สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

โพสต์14 ก.พ. 2561 20:33โดยadmin webadmin   [ อัปเดต 3 มิ.ย. 2561 22:35 โดย Kru Alongkot Suttagarn ]





ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ เรื่อง การเคลื่อนที่แนวตรง สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4  ตำแหน่ง  ครู  วิทยฐานะ  ชำนาญการ โรงเรียนสตรีศรีน่าน อำเมือเมืองน่าน จังหวัดน่าน สังกัด สำนักงานการศึกษามัธยมศึกษาเขต 37 สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
เอกสาร : คลิกที่นี่

รายงานผลการใช้แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเรขาคณิตวิเคราะห์ สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสตรีศรีน่าน อาเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

โพสต์5 ก.พ. 2561 17:55โดยKru Alongkot Suttagarn

ชื่อผลงาน รายงานผลการใช้แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเรขาคณิตวิเคราะห์ สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสตรีศรีน่าน อาเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน
ชื่อผู้ศึกษา นางจามจุรี ศรีกันทะ
หน่วยงาน  โรงเรียนสตรีศรีน่าน
ปีการศึกษา 2559

บทคัดย่อ
        การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเรขาคณิตวิเคราะห์ สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเรขาคณิตวิเคราะห์ สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเรขาคณิตวิเคราะห์ สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
        กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนสตรีศรีน่าน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 จานวน 50 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเรขาคณิตวิเคราะห์ จานวน 7 แผน แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเรขาคณิตวิเคราะห์ สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จานวน 7 เล่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเรขาคณิตวิเคราะห์ เป็นแบบปรนัย ชนิด 4 ตัวเลือก จานวน 30 ข้อ แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเรขาคณิตวิเคราะห์ สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที(t-test)

ผลการศึกษาพบว่า
    1. แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเรขาคณิตวิเคราะห์ สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 83.69/82.07 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กาหนด 80/80
    2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเรขาคณิตวิเคราะห์ของนักเรียนหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเรขาคณิตวิเคราะห์ สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
    3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเรขาคณิตวิเคราะห์ อยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด

1-10 of 21