ประวัติสโมสร

สโมสร เริ่มก่อตั้ง เมื่อปี พ.ศ. 2535 โดย นายวรวีร์ มะกูดี ในชื่อ โรงเรียนศาสนวิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียน ในเขตหนองจอก กรุงเทพฯ และได้เริ่มเข้าแข่งขันใน ฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ง ทำผลงานได้ดี จนเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นใน ถ้วย ก

ต่อมา ไทยพรีเมียร์ลีก ได้มีการเปิดตัวขึ้น ทางสโมสรก็ได้รับเงินสนับสนุนจาก บริษัท บุญรอด บริวเวอรี จำกัด ผู้ผลิตเบียร์สิงห์ และ บริษัท เทโร เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (บจก.เทโร) จึงได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น สิงห์-เทโรศาสน ในช่วงปี พ.ศ. 2538

ในปี พ.ศ. 2539 สโมสรได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นใน ไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล2539-2540 ซึ่งจบแค่อันดับที่ 12 ของลีก. ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 สโมสรได้การสนับสนุนจาก บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ได้เข้าซื้อกิจการของ บจก.เทโร และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) จึงเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น บีอีซี เทโรศาสนจนถึงปัจจุบัน โดยสโมสรสามารถจบอันดับที่ 5 ของลีกแล้วยังได้สิทธิซึ่งเป็นตัวแทนจากประเทศไทยไปเล่น เอเอฟซีแชมเปียนส์คัพ และนักเตะของสโมสรอย่าง วรวุฒิ ศรีมะฆะ ยังเป็นดาวซัลโวของลีกอีกด้วยการยิงไป 17 ประตู

หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2541 และ พ.ศ. 2542 จบอันดับที่ 3 ของลีกทั้งสองปีและผลงานในไทยเอฟเอคัพก็ไปถึงแค่รอบแปดทีมสุดท้ายและทำผลงานในระดับทวีปเอเชียได้ไม่สมบูรณ์เท่าไรโดยนัดแรกเอาชนะ ทรีสตาร์คลับ ของเนปาลไป 6-1 แต่นัดที่สองแพ้ให้กับ ต้าเลียน วันด้า ไป 3-1 จึงต้องตกรอบ

สโมสรในปี พ.ศ. 2552

ต่อมาในปี พ.ศ. 2543 สโมสรสร้างเกียรติประวัติที่สูงสุดได้สำเร็จด้วยการคว้าแชมป์ ไทยพรีเมียร์ลีก ได้เป็นสมัยที่ 1 ของสโมสร แล้วนักเตะของสโมสรอย่าง อนุรักษ์ ศรีเกิด ก็ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของไทยลีก.

พ.ศ. 2544 สโมสรสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์ ไทยพรีเมียร์ลีก2544/2545 ทำให้เป็นแชมป์ 2 สมัยซ้อนของสโมสร

ในปี พ.ศ. 2546 สโมสรสามารถสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ของวงการฟุตบอลไทยในการแข่งขันฟุตบอลสโมสรเอเชียหรือเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก หลังจากการเปลี่ยนคุณสมบัติของรายการด้วยการเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศกับสโมสร อัล ไอน์ ตัวแทนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ซึ่งแข่งแบบเหย้า-เยือน โดยนัดแรกสโมสรบุกไปเหยือนแล้วแพ้ไป 2-0 แต่นัดสองได้เล่นเป็นทีมเหย้าโดยแข่งที่ ราชมังคลากีฬาสถาน สโมสรเอาชนะไปได้ 1-0 จากการยิงลูกโทษของ เทิดศักดิ์ ใจมั่น แต่ก็แพ้ไปด้วยสกอร์รวม 2-1 ทำให้ได้แค่รองแชมป์แต่ก็เป็นประวัติศาสตร์ครั้งที่ใหญ่ที่สุดของวงการฟุตบอลไทยในการไปแข่งขันในฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย ซึ่งในขณะนั้นมีนักเตะที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศมากมายเช่น วรวุฒิ ศรีมะฆะดุสิต เฉลิมแสนขวัญชัย เฟื่องประกอบเทิดศักดิ์ ใจมั่นปณัย คงประพันธ์จตุพงษ์ ทองสุขดัสกร ทองเหลา ซึ่งมีผู้ฝึกสอนชาวไทยที่มีชื่อเสียงอย่าง อรรถพล บุษปาคม เป็นผู้ฝึกสอนอยู่ขณะนั้น

ในปี พ.ศ. 2553 สโมสร บีอีซี เทโรศาสน ย้ายสนามเหย้าแข่งขันจากสนามหนองจอก มาปักหลักที่สนามเทพหัสดิน เนื่องจากสนามหนองจอกนั่นไม่ได้มาตรฐานจากไทยพรีเมียร์ลีก และเดินทางยากลำบาก สนามเทพหัสดินนั่นถึงได้ว่าเป็นสนามที่เดินทางสะดวกสบาย สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีสนามกีฬาแห่งชาติได้

ในปี พ.ศ. 2554 สโมสร บีอีซี เทโรศาสน ได้ลงนามในสัญญา ร่วมกับ สโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล ใน พรีเมียร์ลีก ก่อตั้งบริษัทที่ทำธุรกิจด้านฟุตบอลโดยเฉพาะขึ้นมา ซึ่งมี ร้านขายของที่ระลึก ที่ เซ็นทรัลเวิลด์

วันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2555 สโมสรฟุตบอลบีอีซีเทโร-ศาสน เปิดตัว สเวน โกรัน อีริคส์สัน ชาวสวีดิช อดีตกุนซือทีมสิงโตคำราม ทีมชาติอังกฤษ ซึ่งตกลงเข้ารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค (Technical Director) ของทีม “มังกรไฟ” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความพยายามของสโมสรที่จะทวงความยิ่งใหญ่กลับคืนสู่สโมสรให้ได้อีกครั้ง โดยกุญซือชาวสวีดิช พาทีมมังกรไฟจบอันดับ 3 ของไทยพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนั้น สเวนคุมทีมทั้งสิ้นจำนวน 12 นัด


ในปี พ.ศ. 2556 สโมสร บีอีซี เทโรศาสน ย้ายสนามเหย้าแข่งขันจากสนามเทพหัสดิน โยกไปปักหลักย่านเดิมแถวชานเมืองกรุงเทพตะวันออก ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา,เขตมีนบุรี เนื่องจากสนามเทพหัสดินที่ใช้ในฤดูกาลที่ผ่านมาไม่พร้อมที่จะใช้งาน มีหลายเกมที่เราเป็นเจ้าบ้านแต่สนามใช้การไม่ได้เพราะกรมพลศึกษาเป็นเจ้าของสนามที่แท้จริงจึงต้องย้ายไปใช้สนามอื่นแทน ทำให้เป็นจุดเสียเปรียบ และตั้งใจที่จะมาตั้งถิ่นฐานและสร้างฐานแฟนบอลในย่านมีนบุรี หนองจอก ให้มาเป็นแฟนคลับของบีอีซี เทโร ศาสน เหมือนเดิม

อนาคตทางบีอีซี เทโร ศาสนเตรียมตอกเสาเข็มสร้างสนามเหย้าเป็นของตัวเองมูลค่า 600 ล้านบาท โดยรอสรุปเรื่องสถานที่ตั้งในขั้นตอนสุดท้าย

Comments