กระเจี๊ยบแดง

Related image
ชื่อวิทยาศาสตร์ :     Hibiscus sabdariffa Linn.

ชื่อวงศ์ :                 MALVACEAE

ชื่อทั่วไป :              ผักเก็งเค็ง, ส้มเก็งเค็ง, ส้มตะเลงเครง (ตาก), ใบส้มม่า (ระนอง), แกงแคง (เชียงใหม่), ส้มปู (แม่ฮ่องสอน), แบลมีฉี่ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), แต่                              เพะฉ่าเหมาะ (กะเหรี่ยงแดง), ปร่างจำบู้ (ปะหล่อง), กระเจี๊ยบ, ส้มเก็ง ส้มพอเหมาะ (ภาคเหนือ), ส้มพอดี (ภาคอีสาน), กระเจี๊ยบแดง, กระเจี๊ยบ                                เปรี้ยว (ภาคกลาง), ส้มพอ ส้มพอเหมาะ เป็นต้น
ลักษณะทางพฤษศาสตร์ : 
        • ต้นกระเจี๊ยบแดง จัดเป็นไม้พุ่มมีความสูงประมาณ 50-180 เซนติเมตร มีอยู่หลายสายพันธุ์ ลำต้นและกิ่งก้านมีสีม่วงแดง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ด
        • ใบกระเจี๊ยบแดง มีใบเป็นใบเดี่ยว ใบมีหลายลักษณะ ลักษณะคล้ายรูปฝ่ามือ 3 แฉก หรือ 5 แฉก ใบเว้าลึกหรือเรียบ หรือใบเป็นรูปรีแหลม หรือรูปเรียวแหลม ขอบใบมีจักเป็นฟันเลื่อย ใบมีความกว้างและความยาวใกล้เคียงกันประมาณ 8-15 เซนติเมตร และก้านใบมีความยาวประมาณ 5 เซนติเมตร
        • ดอกกระเจี๊ยบแดง ดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกดอกตามซอกใบ มีกลีบดองสีชมพูหรือสีเหลือง บริเวณกลางดอกจะมีสีเข้มกว่าคือสีม่วงแดง ดอกมีเกสรตัวผู้เชื่อมกันเป็นหลอด ก้านดอกสั้น มีริ้วประดับเรียวยาวปลายแหลม มี 8-12 กลีบ กลีบเลี้ยงจะแผ่ขยายติดกันออกหุ้มเมล็ดไว้ มีสีแดงเข้มและหักง่าย เมื่อดอกบานเต็มที่จะมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6 เซนติเมตร
        • ผลกระเจี๊ยบแดง ลักษณะของผลเป็นรูปรีมีปลายแหลม ผลมีความยาวประมาณ 2.5 เซนติเมตร ผลอ่อนมีสีเขียว ผลแก่จะแห้งแตกเป็น 5 แฉก ในผลมีเมล็ดสีน้ำตาล ลักษณะคล้ายรูปไตอยู่จำนวนมาก ประมาณ 30-35 เมล็ดต่อผล และผลยังมีกลีบเลี้ยงหนาสีแดงฉ่ำน้ำหุ้มอยู่ เราจะเรียกส่วนนี้ว่ากลีบกระเจี๊ยบหรือกลีบรองดอก (Calyx) หรือที่คนทั่วไปเข้าใจว่าเป็นดอกกระเจี๊ยบนั่นเอง
สรรพคุณ : 
      • มีกรดแอสคอร์บิกหรือวิตามินซี ช่วยต้านอนุมูลอิสระ บำรุงเซลล์ผิว ลดการเสื่อมของเซลล์ ช่วยลดริ้วรอย ทำให้ผิวพรรณแลดูอ่อนกว่าวัย
      • มีสารแอนโธไซยานินที่ให้สีแดงหรือสีม่วงในกลีบเลี้ยงกระเจี๊ยบแดงมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงเซลล์ ไม่ให้เซลล์เสื่อมเร็ว บำรุงผิวพรรณ ป้องกันอันตรายจากสารพิษที่มีแก่เซลล์ เช่น เซลล์ตับ
      • มีสารแอนโธไซยานินมีองค์ประกอบของโมเลกุลน้ำตาล เป็นสารที่ให้พลังงาน ช่วยบำรุงร่างกาย ลดอาการอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
แหล่งอ้างอิง : http://puechkaset.com/กระเจี๊ยบแดง


กระเจี๊ยบแดง

ชื่อวิทยาศาสตร์ :     Hibiscus sabdariffa Linn.

ชื่อวงศ์ :                 MALVACEAE

 ลักษณะทางพฤกษศาสตร์  (characteristics of botanical science)

Roselle (Hibiscus sabdariffa) is a species of Hibiscus probably native to West Africa,[1] used for the production of bast fibre and as an infusion, in which it may be known as carcade. It is an annual or perennial herb or woody-based subshrub, growing to 2–2.5 m (7–8 ft) tall. The leaves are deeply three- to five-lobed, 8–15 cm (3–6 in) long, arranged alternately on the stems.

The flowers are 8–10 cm (3–4 in) in diameter, white to pale yellow with a dark red spot at the base of each petal, and have a stout fleshy calyx at the base, 1–2 cm (0.39–0.79 in) wide, enlarging to 3–3.5 cm (1.2–1.4 in), fleshy and bright red as the fruit matures. They take about six months to mature.

 

สรรพคุณ: (Properties) 

The plant is primarily cultivated for the production of bast fibre from the stem. The fibre may be used as a substitute for jute in making burlap. Hibiscus, specifically roselle, has been used in folk medicine as a diuretic and mild laxative.

Comments