ทำมัง




ชื่อวิทยาศาสตร์ : Litsea elliptica Boerl

ชื่อวงศ์ : LAURACEAE

ชื่อทั่วไป : ทำมัง

ลักษณะทางพฤษศาสตร์ : ทำมังเป็นต้นไม้ที่มีกลิ่นแมงดาอยู่ในสกุล Litsea วงศ์ Lauraceae ไม้ในวงศ์นี้มีอยู่ถึง 400 ชนิด ที่รู้จักกันดี ได้แก่ อบเชย สะทิด ทัง บง ต้นทำมังเป็นไม้หวงห้ามประเภท ข ทำมังพบกระจายในเขตร้อนและ กึ่งร้อนของเอเชีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และอเมริกา คนไทยเรียกต้นไม้ ที่มีกลิ่นแมงดาว่า ทำมังเหมือนกันหมด มีถิ่นกำเนิดและกระจายพันธุ์อยู่ใน ภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ตอนล่าง (อำเภอบางสะพานและ บางสะพานน้อย) ชุมพร สุราษฎร์ธานีลงไปจนถึงนราธิวาส ส่วนใหญ่จะขึ้น อยู่ตามที่ชื้นในหุบเขา ตามริมลำธาร ในป่าดงดิบจนถึงในป่าพรุ แต่ไม่ค่อย พบในป่าบนภูเขาทำมังเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 30-44 เมตร ไม่ผลัดใบ เจริญเติบโตค่อนข้างช้ามีทรงพุ่มแบบ พีระมิดค่อนข้างโปร่ง เส้นผ่า- ศูนย์กลางที่โคนต้นประมาณ 30-40 เซนติเมตร เปลือกลำต้นมีสีน้ำตาล จนถึงเทาและมีกลิ่นฉุน มีใบเป็นแบบใบเดี่ยว เรียงสลับหมุนเวียนรอบกิ่งใบกว้าง 3-9 เซนติเมตร ยาว 6-20 เซนติเมตร ก้านใบเรียวยาว 1-2.5 เซนติเมตร แผ่นใบบางเป็นมันลักษณะใบคล้ายใบขนุน เส้นแขนงใบ 4-12 คู่ มองเห็นชัดเจนทางด้านท้องใบ (ด้านล่าง) ปลายใบทู่จนถึงแหลม บนใบมีต่อมน้ำมันและมีกลิ่นฉุน ใบแก่จะฉุนและเผ็ดมากกว่าใบอ่อน ผลมีรูปไข่ยาว 1 เซนติเมตร เมื่อผลแก่มีสีน้ำตาลแดง ภายในผลมีเมล็ด เพียงเมล็ดเดียวต้นทำมังมีทั้งต้นตัวผู้และตัวเมีย (dioecious tree) มีดอกแยกเพศ เนื้อไม้แข็งมีกลิ่นฉุน นิยมนำไม้มาทำสากและใช้ในการก่อสร้างทั่วไป ต้นที่มีขนาดใหญ่สามารถนำมาเลื่อยทำไม้กระดานได้

สรรพคุณ :เปลือก ขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อและจุกเสียด ขับลม บำรุงประสาท   

แหล่งอ้างอิง : www.tistr.or.th
Comments