เพชรสังฆาต

ชื่อวิทยาศาสตร์           Cissus quadrangularis L.

ชื่อวงศ์                          VITACEAE

ชื่อทั่วไป                       สันชะควด (กรุงเทพ), ขั่นข้อ (ราชบุรี), สามร้อยต่อ (ประจวบคีรีขันธ์)

ลักษณะทางพฤษศาสตร์  

ใบเพชรสังฆาต ใบเป็นใบเดี่ยวรูปสามเหลี่ยม แผ่นใบเรียบสีเขียวเป็นมัน ออกเรียงสลับตามข้อต้น ปลายใบมน โคนใบเว้า ขอบใบหยักมนห่าง ๆ ก้านยาว 2-3 เซนติเมตร
ดอกเพชรสังฆาต ดอกเป็นสีเขียวอ่อน ออกเป็นช่อตามข้อตรงข้ามกับใบ กลีบดอกมี 4 กลีบ โคนด้านนอกสีแดง ด้านในเขียวอ่อน เมื่อดอกบานเต็มที่จะงองุ้มไปด้านล่าง ที่ดอกมีเกสรเพศผู้ 4 อัน
ผลเพชรสังฆาต ผลเป็นรูปทรงกลม ผิวเรียบเป็นมัน ผลอ่อนสีเขียว ผลสุกสีแดงออกดำ ในผลมีเมล็ดกลมสีน้ำตาล 1 เมล็ด โดยส่วนที่นำมาใช้เป็นยาสมุนไพร ได้แก่ เถา ราก ใบยอดอ่อน และน้ำจากต้น

สรรพคุณ  

ตำรายาไทย เถา รสร้อนขมคัน คั้นเอาน้ำดื่ม แก้โรคลักปิดลักเปิด แก้ประจำเดือนไม่ปกติ แก้กระดูกแตกหักซ้น ขับลมในลำไส้ เถารับประทานวันละ 1 ข้อ (6-9 เซนติเมตร) เป็นเวลา 10-15 วัน ติดต่อกัน แก้ริดสีดวงทวารหนักทั้งชนิดภายในและภายนอก แต่การรับประทานต้องหั่นเถาบางๆแล้วหุ้มด้วยกล้วยสุก หรือมะขามเปียก หรือใบผักกาดดอง แล้วกลืนลงไป ห้ามเคี้ยว เนื่องจากเถาสดมีผลึกแคลเซียมออกซาเลตอยู่มากทำให้คันคอและระคายต่อเยื่อบุในปาก อาจรับประทานในรูปยาผงบรรจุแคปซูลทำให้สะดวกขึ้น หรืออาจนำเถามาดองเหล้าเป็นเวลา 7 วัน แล้วรินเอาเฉพาะน้ำดื่ม ตำรายาพื้นบ้านนครราชสีมาใช้ ต้น แก้ริดสีดวงทวารโดยหั่นเป็นแว่น ตำผสมเกลือนำไปตาก ปั้นเป็นลูกกลอน กินครั้งละ 1 เม็ด 3 เวลา

แหล่งอ้างอิง 
http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=61
Comments