ตานคอม้า

รูปภาพ
ชื่อวิทยาศาสตร์ :            Tadehagi triquetrum (L.) H.Ohashi

ชื่อวงศ์ :                          LEGUMINOSAE

ชื่อทั่วไป :                       มะแฮะนก (เชียงใหม่), หญ้าคอตุง (ลำปาง), ขี้กะตืด, ขี้กะตืดแป (เลย), คอกิ่ว (ภาคกลาง), บอก                                          บ่อ, หญ้าใบเลี่ยม(ลั้วะ), ตุ๊ดต๊กงล (ขมุ), หน่อเจ๊าะบิ๊ค่อ (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน), หญ้าคอตุงตัวเมีย,                                        ตานคอม้า, ปอบหนอน, หนอนหน่าย, หนอนกิ่ว และ เซียนเหมา (จีนกลาง)

ลักษณะทางพฤษศาสตร์ :

          ต้นตานคอม้า เป็นพรรณไม้ล้มลุก มีความสูงได้ประมาณ 15-50 เซนติเมตร กิ่งก้านมีลักษณะเป็นสันสามเหลี่ยม แตก             กิ่งก้านสาขามาก ยอดและกิ่งอ่อนเป็นสีแดงมัน มีหูใบเป็นสีเงินหรือสีเทาทั้งสองข้าง เมื่อแก่เป็นสีชา

          ใบตานคอม้า เป็นใบประกอบ มีใบย่อยใบเดียว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปไข่หรือรูปใบหอก ใบมีขนาด             กว้างประมาณ 2-4 เซนติเมตร และยาวประมาณ 8-10 เซนติเมตร แผ่นใบด้านบนเรียบ ส่วนด้านล่างมีขน ก้านใบแผ่เป็น           ปีก

          ดอกตานคอม้า ออกดอกเป็นช่อกระจะ รูปทรงกระบอก โดยจะออกตามซอกใบและที่ปลายกิ่ง กลีบดอกเป็นสีม่วง                 ลักษณะเป็นรูปดอกถั่ว ผลมีลักษณะเป็นฝักแบนยาว ลักษณะของฝักเป็นรูปขอบขนาน คอดเป็นข้อๆ ประมาณ 6-8 ข้อ             มีขนรูปตะขอขึ้นปกคลุมประปราย

          ผลตานคอม้า ผลอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ส่วนผลแห้งเป็นสีน้ำตาล ผลแก่จะหลุดออกเป็นข้อๆ ข้อ             ละ 1 เมล็ด ส่วนหัวมีกลีบเลี้ยงติดอยู่ ส่วนท้ายมีรยางค์ 1 เส้น ลักษณะโค้งงอ ขอบผลเว้าตื้นหนึ่งหรือสองด้าน


สรรพคุณ :

          ใบ        ยาฆ่าพยาธิ ยาแก้พิษเบื่อพยาธิ

          ทั้งต้น  ยาฆ่าพยาธิ 


แหล่งอ้างอิง :
http://www.samunpri.com/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81/



ตานคอม้า:         Tadehagi triquetrum (L.) H.Ohashi

ชื่อวงศ์ :             LEGUMINOSAE

ลักษณะทางพฤษศาสตร์  (characteristics of botanical science)

            Desmodium triquetrum is a member of the Fabaceae family. It is a herbaceous shrublet. The leaves are unifoliate with 

winged petioles. The leaves are large, broadly lanceolated, striate stipels. The flowers are small, on slender pedicel, fascicled in 

laxed racemes, measuring 7.5-15cm long. The calyx is turbinate-campanulate, subtended by 2 bracteoles and 4 lobes. The upper 

lobe is broad, minutely bidentate, orbicular, with a small ear on each basal margin and a triangular callosity above the claw. The 

wings are oblong, spurred or eared; keel is bowed, upcurved, narrowed to a blunt beak. The stamens are diadelphous, vexillay 

stamen free at the base, upcurved and briefly joined with the others but free in the middle. The anthers are uniform; ovary sessile; 

ovules several; style glabrous above and stigma capitates. The pod is flat, straight, exerted, segments 5-8, single seeded, quadrate


สรรพคุณ: (Properties) 

        In Traditional Chinese Medicine, D. triquetrum is considered to have the ability to clear away heat, remove toxic material, 

dispel phlegm, remove stagnancy and destroy parasites. It is also being promoted for use in treatment of common cold, sore throat

 and haemoptysis due to lung diseases. The plant is indicated in the treatment of intestinal problems such as enteritis and 

dysentery, liver problems such as hepatitis and hepatosplenomegaly, vomiting during pregnancy, infantile nutrition and remedy 

for piles. Other uses include traumatic injury, to treat bleeding between menstrual period, inflammation of the kidneys, and TB 

disease (tuberculosis). 

Comments