ประวัติโรงเรียนชุมชนบ้านป่าก่อดำ

          โรงเรียนชุมชนบ้านป่าก่อดำ เดิมชื่อ โรงเรียนวัดอูปแก้ว ตั้งอยู่ที่วัดอูปแก้ว( วัดป่าอ้อยป้จจุบัน)  โดยมีนายปัญญา ป้ญญาช่วย กำนันตำบลห้วยส้านขณะนั้นเป็นผู้ริเริ่มในการก่อตั้ง เมื่อปี พ.ศ.2463 ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2470 นายจู  ใจหาญ ครูใหญ่ได้พิจารณาเห็นว่านักเรียนที่มาเรียนส่วนใหญู่มาจากบ้านป่าก่อดำ บ้านปากกอง และบ้านห้วยส้าน ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการเดินทางมาโรงเรียนมากและถนนหนทางก็ลำบาก จึงได้ประชุมกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน กรรมการโรงเรียน เพื่อย้ายโรงเรียนมาตั้งที่วัดศรีดอนมูล(บ้านปากกอง ) ซึ่งเป็นศูนย์กลางและสะดวกต่อการเดินทางมาเรียนของนักเรียน

ปี พ.ศ. 2477 นายมี จิตมโนวรรณ ครูใหญ่ได้พิจารณาเห็นว่าโรงเรียนอาศัยสถานที่ของวัดทำการเรียนการสอนจึงได้ประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พระสงฆ์ เพื่อขอย้ายโรงเรียนมาตั้งให้เป็นเอกเทศโดยใช้พื้นที่สาธารณะประโยชน์ตรงกันข้ามกับปากทางเข้าบ้านปากกองซึ่งติดกับถนนพหลโยธิน เมื่อมาตั้งเรียบร้อยแล้วจึงได้ขออนุญาตตั้งชื่อโรงเรียนเป็น โรงเรียนประชาบาลตำบลห้วยศาน 1 (บ้านป่าก่อดำ)

ปี พ.ศ. 2481 ทางราชการได้แบ่งพื้นที่การปกครองตำบลห้วยส้านออกเป็น 2 ตำบล คือตำบลบัวสลีและตำบลดงมะดะ ทำให้บ้านห้วยส้านไปอยู่ในเขตการปกครองของตำบลคงมะดะ ส่วนบ้านป่าก่อดำอยู่ในเขตการปกครองของตำบลบัวสลี ผู้บริหารโรงเรียนร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านได้มีมติให้ฝ้ายโรงเรียนให้มาตั้งอยู่ในที่ตั้งปัจจุบัน ซึ่งมีเนื้อที่ทั้งหมด 11 ไร่เศษ ซึ่งกว้างขวางกว่าและพร้อมที่จะรองรับการขยายตัวในโอกาสต่อไป ราษฎรได้ร่วมกันสร้างอาคารเรียนขึ้น 1 หลัง ขนาด 4 ห้องเรียน โดยได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็นโรงเรียนประชาบาลตำบลบัวสลี(บ้านป่าก่อดำ)

ปี พ.ศ. 2484-2486 ได้เกิดสงครามโลกครั้งที่สองขึ้น มีการสู้รบกันอย่างรุนแรง ผู้บริหารและครูจึง

ได้ย้ายนักเรียนไปทำการสอนที่วัดศรีดอนมูล เมื่อสงครามสงบแล้วจึงได้กลับมาเรียนที่เดิม

ปี พ.ศ. 2490  นายวนิช แก้วเขื่อน รักษาราชการในตำแหน่งครูใหญ่ ได้ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญู่บ้าน

ได้สร้างอาคารเรียน โรงอาหาร เสาธงชาติ ส้วม และรั้วโรงเรียน จนถึงปี 2507 จึงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ครูใหญ่

ปี พ.ศ. 2509ทางราชการได้แบ่งเขตปกครองของตำบลบัวสลีออกเป็นตำบลป่าก่อดำอีกหนึ่งตำบล

จึงได้ขออนุญาตเปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น โรงเรียนบ้านป่าก่อดำ และได้ซื้อที่ดินเพิ่มอีก 5 ไร่ เศษ ทำให้โรงเรียนมีเนื้อที่ทั้งหมด 16 ไร่ 3 งาน 33 ตารางวา ได้รับงบประมาณจากทางราชการมาสร้างอาคารเรียน แบบ ป.1 ก ตึก ขนาด 5 ห้องเรียน จนวน 1 หลัง

ปี พ.ศ. 2510  ขยายการศึกษาภาคบังคับจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 7

ปี พ.ศ. 2511 นายสันต์ สุภามณี เป็นครูใหญ่ ได้ร่วมกับราษฎรสร้างห้องพยาบาล 1 หลัง

ปี พ.ศ. 2512 ไดรื้ออาคารเรียนแบบ ป.1 ข ไม้ ตั้งอยู่กลางสนามมาสร้างตามแผนผังที่กำหนดไว้

นอกจากนั้นทางราชการยังได้อนุมัติงบประมาณให้มาสร้างอาคารเรียนแบบ 017 ขนาด 10 ห้องเรียน จำนวน 1 หลัง ได้รับงบประมาณจากสถานีอนามัยร่วมกับสถานีใบยาป่าก่อดำ มาสร้างถังเก็บน้ำฝนจำนวนที่

ปี พ.ศ. 2516 ได้รับงบประมาณมาสร้างโรงฝึกงาน จำนวน 1 หลัง บ้านพักครู  1  หลัง

ปี พ.ศ. 2517 มีข้าราซการครู  20 ตำแหนง นักเรียน 721 คน ได้รับงบมาสร้างบ้านพักครูอีก 1 หลัง

โรงเรียนได้รับรางวัลที่  2 ในการประกวดโรงเรียนดีเด่นระดับจังหวัด

ปี พ.ศ. 2519 ได้ต่อเติมโรงฝึกงานเพื่อใช้เป็นห้องประชุม และได้รับงบประมาณมาสร้างบ้านพักครูอีก   1 หล้ง

ปี พ.ศ. 2520 ได้รับจัดสรรงบประมาณมาสร้างอาคารเรียนแบบ 017 ขนาด 4 ห้องเรียน จำนวน 1

หลัง ได้เปลี่ยนซื่อโรงเรียนเป็น โรงเรียนชุมชนบ้านป่าก่อดำ

          ปี พ.ศ. 2521 นายวนิช แก้วเขื่อน ได้รับอนุมัติตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนเป็นเป็นตำแหน่งอาจารย์ใหญ่และได้รับการคัดเลือกเป็นผู้บริหารโรงเรียนดีเด่นประจำปี 2521

ปี พ.ศ. 2522 โรงเรียนได้รับโล่รางวัลชนะเลิศโรงเรียนดีเด่นระดับจังหวัด

ปี พ.ศ. 2523 - 2525 ได้รับการจัดสรรงบประมาณมาสร้างโรงอาหาร 1 หลัง ส้วม 2 หลัง ราษฎรได้ร่วมกันบริจาคเงินสร้างรั้วด้านหน้าโรงเรียน

ปี พ.ศ. 2525 โรงเรียนได้รับโล่รางวัลชนะเลิศโรงเรียนดีเด่นระดับจังหวัด

ปี พ.ศ. 2530 นายเชญฐ์  ปัญญาบุญ ได้มาดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ มีข้าราชการ  19 คน มีนักเรียน 399  คน  ได้รับงบประมาณมาสร้างบ้านพักนักการภารโรง จำนวน 1 หลัง ได้ต่อเติมใต้ถุนอาคารเรียนแบบ 017 เพื่อใช้เป็นห้องสมุด

ปี พ.ศ. 2531 นายอิ่นคำ  นามวงค์ ได้มาดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่

ปี พ.ศ. 2534 โรงเรียนได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนขยายใอกาสทางการศึกษา เปิดสอนในมัธยมศึกษาปีที่ 1 คณะกรรมการข้าราชการครูอนุมัติตำแหน่ง อาจารย์ใหญ่ เป็นอาจารย์ใหญ่ระดับ 7 และมีผู้ช่วย 2 ตำแหน่ง

ปี พ.ศ. 2535 ได้รับจัดสรรงบประมาณมาสร้างอาคารเรียนแบบ 105 / 29 ขนาด 4 ห้องเรียน จำนวน

1 หลัง เพื่อใช้เป็นอาคารเรียนระดับมัธยมศึกษา ปรับปรุงห้องประชุมโดยเปลี่ยนจากฝาไม้เป็นฝาคอนกรีต สร้างรั้วและป้ายโรงเรียน

ปี พ.ศ. 2536 ได้รับงบประมาณมาสร้างสนามบาสเก็ตบอล  1 สนาม สร้างถังเก็บน้ำฝนอีก 2 แห่ง

ปี พ.ศ. 2538 ได้รับงบประมาณมาต่อเติมใต้ถุนอาคารเรียนแบบ 105/29 จำนวน 4 ห้องเพื่อใช้เป็นห้องปฏิบัติการต่าง ๆ และผู้บริหารโรงเรียนได้ผ่านการประเมินการกำหนดตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน

ปี พ.ศ. 2540 นายสัมฤทธิ์  มะเสนา ย้ายนาดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้ร่วมกับชาวบ้าน

จัดงานผ้าป่าในวันเด็กแห่งชาติ เพื่อหางบประมาณสร้างรั้วรอบโรงเรียนทั้ง 3 ด้าน ได้มีนายสมพงษ์ ริมทอง

ญาติพี่น้องมาสร้างห้องพยาบาลเพื่ออุทิศส่วนกศลไปให้แก่พ่อปิง ริมทอง นายดำรงศักดิ์ ขวัญชัย พร้อมเพื่อนฝูง ญาติพี่น้องสร้างสนามวอลเลย์บอล 1 สนาม

ปี พ.ศ. 2542 ได้รับงบประมาณจากกรมโยธิการมาสร้างประปราระบบน้ำสะอาด และได้รับงบมาสร้างส้วมแบบ สปช 601/26 ขนาด 4 ที่นั่ง จำนวน 1 หลัง

ปี พ.ศ. 2545 ได้รับสนับสนุนงบประมาณจากเทศบาลตำบลปาก่อดำ สร้างถนนคอนกรีต โดยสมทบกับเงินผ้าป่าวันเด็กและผ้าป่าจากสถาบันราชภัฎศรีนครินทร์ จังหวัดฉะเซิงเทรา และมีลูกหลาน ญาติพี่น้องของพ่อแก้ว แม่อุ้ยปุ๋ย  แก้วเขื่อน ได้สร้างศาลา 6 เหลี่ยม เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้พ่อกับแม่และทางราบการได้ให้ประมาณ มาสร้างคัดดินเพื่อป้องกันน้ำท่วมบริเวณน้ำแม่ลาวเก่าด้านหลังโรงเรียน ทำให้ได้ที่ดินเพิ่มขึ้นเป็น 20 ไร่เศษ ทำให้โรงเรียนมีพื้นที่ดินทั้งหมด  37 ไร่ 3 งาน 57 ตารางวา

ปี พ.ศ. 2546 นายกิตติพงษ์  จุโลทก ย้ายมาดำรงตำแหน่ง อาจารย์ใหญ่ ได้พัฒนาการศึกษาให้เจริญก้าวหน้า โดยความร่วมมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคือเทศบาลตำบลป่าก่อดำ

ปี พ.ศ. 2549 ได้ทำข้อตกลงมอบการจัดการศึกษาในระดับก่อนประถมศึกษาให้แก่สำนักงานเทศบาลตำบลป่าก่อดำ โดยที่ทางโรงเรียนทำข้อตกลงระหว่างนายกเทศมนตรีกับผู้บริหารโรงเรียนให้ยืมอาคารสถานที่จัดการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาและบริเวณรอบอาคารเรียนนั้น

ปี พ.ศ. 2551 นายชมเชย ไชยลังกา ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน ได้วางแผนการจัดการศึกษา โดยได้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษา แต่งตั้งตัวแทนจากหมู่บ้านในเขตบริการจำนวนหมู่บ้านละ  2  คน รวมเป็น 12 คน ปรับภูมิทัศน์ในโรงเรียนโดยทาสีอาคารเรียน อาคารประกอบให้เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอน โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากบริษัทนึโอไลท์ อินเตอร์เนชันแนล จำกัด จำนวน 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) โดยทาสีรั้วด้านหน้า ทาสีอาคารเรียนอาคารประกอบ สร้างแปลงดอกไม้

ปี พ.ศ. 2552 ได้รับจัดสรรงบพัฒนาจังหวัดมาสร้างลานเอนกประสงค์ จำนวน  100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) ได้รับบริจาคศาลาไม้ จากศรัทธาวัดบุญเรือง จำนวน 10 หลัง ทางราชการได้จัดสรรงบประมาณตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง  2553 จ้างเจ้าหน้าที่ธุรการตามโครงการคืนครูให้นักเรียนจำนวน 1 อัตรา จ้างครูพี่เลี้ยงดูแลเด็กพิการ  จำนวน 1 อัตรา  งบจัดซื้อคอมพิวเตอร์ห้องสมุดและคอมพิวเตอร์(CL-10)

วันที่  ๙  พฤศจิกายน  2553 นายอำนวย  จอมใจ ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน ได้ร่วมกับชุมชนทั้ง 6 กรรมการสถานศึกษาและชมรมศิษย์เก่าร่วมกันจัดงานผ้าป่าศิษย์เก่าขึ้นในวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๔ ได้เงินจำนวน 101,119  บาท(หนึ่งแสนหนึ่งพันหนึ่งร้อยสิบเก้าบาทถ้วน) จัดซื้อคอมพิวเตอร์ตามโครงการพี่ช่วยน้อง

ปีการศึกษา 2554  มีการดำเนินการพัฒนาโรงเรียนให้ได้มาตรฐาน มีผลงานที่เกิดขึ้นประกอบด้วย ด้านโรงเรียน คือรางวัลยอดเยี่ยมหนึ่งโรงเรียนหนึ่งนวัตกรรม “ศิลปะพื้นบ้านสานฝันดุริยางค์ศิลป์”  และในวันที่ 12 เมษายน ๒๕๕๕  คณะชมรมศิษย์เก่าจัดผ้าป่าศิษย์เก่ารวมได้เงินพัฒนาโรงเรียนทั้งสิ้น 295,095  บาท และเป็นที่น่ายินกับรางวัลเหรียญทองของนักเรียนงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคเหนือ ครั้งที่ 61 ณ จังหวัดพิจิตร คือการเล่านิทานเด็กเรียนร่วม ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและการเต้นแอโรบิคเรียนร่วมไม่จำกัดช่วงชั้น

ปีการศึกษา 2555 โรงเรียนจัดการศึกษามีผลจากการพัฒนาคุณภาพคือการรับรองจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน)

ปีการศึกษา 2556 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีการเปลี่ยนชื่อศูนย์ ERIC CENTER เป็นศูนย์ PEER  CENTER (ศูนย์เครือข่ายพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ) ซึ่งโรงเรียนชุมชนบ้านป่าก่อดำเป็นที่ตั้งของศูนย์มีนางประทินทิพย์  สลีสองสมเป็นครูผู้รับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 5  พฤษภาคม 2557  เวลา  18.08  น. เกิดแผ่นดินไหวขนาดความรุนแรงที่ 6.3  ริกเตอร์ ทำให้อาคาเรียนแบบ สปช.105/29 เกิดความเสียหายจนใช้งานไม่ได้  อาคารเรียน แบบ ป๑ ก ตึก ฝาเพดานหลุดล่วงลงมา  ผนังห้องเรียนเกิดรอยร้าว  บ้านพักครูแบบองค์การ ต้นเสาเกิดกะเทาะเห็นไส้เหล็กข้างใน อาคารอเนกประสงค์มีประตูล้มทับกระจกแตกเสียหาย โรงอาหารเสาเกิดรอยร้าว อาคารเรียนอื่น ๆ เกิดร้อยร้าวเพียงเล็กน้อย  จากเหตุการณ์ดังกล่าวได้มีนายอภิชาติ  จิระวุฒิ และรองเลขาธิการ นายกมล  รอดคล้าย  และคณะวิศวะกรจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมาตรวจความเสียหายด้วย

วันที่  30  มิถุนายน 2557  โรงเรียนได้รับงบประมาณสร้างอาคารเรียนชั่วคราว (น๊อคดาวน์) จำนวน 3  หลัง งบประมาณ  900,000  บาท จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 

Comments