ประวัติ

สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร

ซึ่งเป็นสถาบันอันทรงเกียรติ และเป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาของนักศึกษาพยาบาล โรงเรียนพยาบาลผดุงครรภ์

และอนามัย กองแพทย์กรมตำรวจ เป็นแหล่งก่อกำเนิดแห่งการพยาบาล ซึ่งปัจจุบันมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ”......

ในช่วงเดือน กรกฎาคม พุทธศักราช 2511 ขณะที่ พล.ต.ท.อุทัย ศรีอรุณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตำรวจได้หารือข้อราชการนั้น ฯพณฯ พล.ต.อ.ประเสริฐ รุจิรวงค์ อธิบดีกรมตำรวจ ได้ถามถึงข้อขัดข้องเกี่ยวกับโรงพยาบาล ผู้อำนวยการได้นำเรียนถึงปัญหาการขาดแคลนพยาบาลของโรงพยาบาลตำรวจ ฯพณฯ อธิบดีกรมตำรวจ ท่านได้กล่าวไว้ว่า  “ปัญหาเรื่องพยาบาลไม่พอนี้เป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติ ฉะนั้นเราควรช่วยตนเอง โดยพิจารณาจัดตั้งโรงเรียนพยาบาลของเราขึ้น ส่วนปัญหาเรื่องงบประมาณ ผมจะช่วยเหลือโดยจัดหาเงินค่าก่อสร้างให้ ถ้าไม่เพียงพอก็จะจัดแบ่งเงินทุน รุจิรวงค์ ซึ่งมีผู้ศรัทธาบริจาคในวันเกิดผมมาสมทบด้วย”

 
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พุทธศักราช 2511 ได้มีคำสั่งกรมตำรวจ จัดตั้งคณะกรรมการดำเนินการก่อสร้างโรงเรียนพยาบาล โดยมีผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ (พล.ต.ท.เยื้อน ประภาวัต) เป็นประธานและผู้อำนวยการโรงพยาบาลตำรวจ เป็นกรรมการและเลขานุการด้านบุคคลนั้น ได้มอบหมายให้ 
นางปรีดา  สมุทระประภูต ซึ่งรับผิดชอบโรงเรียนผู้ช่วยพยาบาลอยู่แล้ว เป็นผู้ประสานงาน โดยเสนอให้ขอโอนตัว นางจิราพร เครือโสภณ อาจารย์เอกโรงเรียนพยาบาลผดุงครรภ์ โรงพยาบาลหญิง กรมแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มาเป็นผู้ดำเนินการ และเมื่อพุทธศักราช 2512 ได้เปิดรับนักเรียนพยาบาล รุ่นที่ 1 จำนวน 30 คน โดยใช้อาคารทรงสะอาด เป็นสถานที่ทำการเรียนการสอนและหอพักนักเรียน

ในปีพุทธศักราช 2514 ได้เริ่มก่อสร้างอาคาร “โรงเรียนพยาบาลผดุงครรภ์และอนามัย” 
เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สูง 7 ชั้น ทำพิธีเปิดเมื่อวันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พุทธศักราช 2515 และจัดสรรพื้นที่ ชั้น 1 ถึง ชั้น 4 เป็นสำนักงาน ห้องเรียน ห้องสมุด ห้องสาธิต  ชั้น 5 ถึงชั้น 7 เป็นหอพัก ใช้เงินก่อสร้าง จำนวน 9,485,000.- บาท จาก

 

                 ในด้านการเรียนการสอนนั้น ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงาน

- คณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล

- มหาวิทยาลัยมหิดล

- โรงพยาบาลหญิง กรมแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

- คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

- วิทยาลัยประสานมิตร

- กรมพลศึกษา

และมีอีกหลายสถาบันที่ให้ความร่วมมือ

 

ต่อมาในปี พุทธศักราช 2525 ได้มีการขยายอาคาร 7 ชั้นไปทางทิศตะวันออก แล้วเสร็จในปีพุทธศักราช 2526

ในปีพุทธศักราช 2528 ได้รับงบประมาณก่อสร้างหอพักนักเรียน 4 ชั้น

ในปี พุทธศักราช 2529  ได้ก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์สำหรับให้นักศึกษาพยาบาลตำรวจทำกิจกรรมชมรมต่างๆ

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พุทธศักราช 2527 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ยุบ เลิกสถานการศึกษานอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และทบวงมหาวิทยาลัย หากมีความจำเป็นในการผลิตให้เข้าเป็นสถาบันสมทบ เพื่อให้ถูกต้องตามแผนการศึกษาแห่งชาติ  สำนักงานแพทย์ใหญ่ ได้มอบหมายให้วิทยาลัยพยาบาลตำรวจตั้งคณะกรรมการ ดำเนินงานตามมติ ครม. เสนอความเห็นต่อกรมตำรวจ

วันที่ 2 มิถุนายน พุทธศักราช 2529 กรมตำรวจได้มีหนังสือขอให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รับวิทยาลัยพยาบาลตำรวจเป็นสถาบันสมทบ

วันที่ 17 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2529 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้มีหนังสือแจ้งการรับวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ เข้าเป็นสถาบันสมทบ  เพื่อให้หลักสูตรการเรียนการสอนนั้น เป็นไปตามนโยบายของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิทยาลัยพยาบาลตำรวจจึงได้ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตร โดยเปลี่ยนชื่อเป็นหลักสูตร 
“พยาบาลศาสตรบัณฑิต” และคุณวุฒิเป็น “พยาบาลศาสตรบัณฑิต” ทั้งนี้ทบวงมหาวิทยาลัยได้ให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 27 มกราคม พุทธศักราช 2532  “ผู้สำเร็จการศึกษา รุ่นที่ 16 ปีการศึกษา 2532 เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 15 กันยายน  พุทธศักราช  2532

ต่อมาปี พุทธศักราช 2545 กรมตำรวจได้มีนโยบายชะลอการผลิตพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ จึงได้ดำเนินการประเมินหลักสูตรการเรียนการสอน และปรับเพิ่มภารกิจด้านฝึกอบรม ต่อมารักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (พล.ต.อ.สุนทร ซ้ายขวัญ) ได้อนุมัติให้วิทยาลัยพยาบาลตำรวจรับนักศึกษาพยาบาล ในปีพุทธศักราช 2548 ในการชะลอการผลิตพยาบาลเป็นระยะเวลา 3 ปี ส่งผลให้โรงพยาบาลตำรวจขาดพยาบาลปฏิบัติหน้าที่ กว่า 90 คน

ในปีพุทธศักราช 2549 ผู้แทนสภาการพยาบาล ได้ตรวจเยี่ยมวิทยาลัยพยาบาล และกำหนดให้วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ตามข้อบังคับของสภาการพยาบาล โดยให้แล้วเสร็จพร้อมใช้ในปีพุทธศักราช 2550  วิทยาลัยพยาบาลตำรวจจึงมอบหมายให้ 
พ.ต.อ.หญิง ยุพิน เนียมแสง เป็นประธานคณะกรรมการปรับปรุงหลักสูตรฯ โดยเชิญผู้แทนฝ่ายวิชาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นกรรมการ และเชิญ พันเอกหญิง ดอกเตอร์ อรนันท์  หาญยุทธ, 
ผู้ช่วยศาตราจารย์ ชุลีพร  เชาวน์เมธากิจ  และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ ประนอม  รอดคำดี เป็นที่ปรึกษา การแก้ไขแล้วเสร็จตามกำหนด นับเป็นการปรับปรุงหลักสูตรฯ ครั้งสำคัญ พร้อมเสนอข้อแก้ไขประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ให้รองรับหลักสูตรใหม่  เพื่อให้คล่องตัวในการปฏิบัติงาน

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเราชาวชวนชม คือการที่ พลตำรวจโท จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ ได้เสนอแก้ไขคุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ โดยระบุคุณวุฒิพยาบาลไว้ นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ และนี้จึงเป็นครั้งแรกในระยะเวลากว่า 40 ปี ของวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ ที่ได้มีผลผลิตจากพยาบาลตำรวจ รุ่นที่ 1 ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับการวิทยาลัยพยาบาลตำรวจอย่างสมภาคภูมิ

 

 

 

ในปีพุทธศักราช 2555 นี้นับเป็นปีทองของวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ เมื่อผลการคัดเลือก

เข้าศึกษาระบบแอดมิชชั่น ปรากฏมีผู้เลือกวิทยาลัยพยาบาลตำรวจสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของประเทศ และผลการสอบใบประกอบวิชาชีพ เพิ่มสูงขึ้นด้วย นับเป็นความภาคภูมิใจของวิชาชีพพยาบาลโดยรวม

.....................................................

จากวันนั้นถึงวันนี้ การดำเนินงานของวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ ผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ ได้ด้วยปัจจัยที่สำคัญคือ ผู้บริหารทุกระดับทั้งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานแพทย์ใหญ่หรือโรงพยาบาลตำรวจในปัจจุบัน ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานเป็นอย่างดี  ภายใต้หน่วยงานสำนักงานบังคับการ ได้แก่

-ฝ่ายอำนวยการ

-ฝ่ายพัฒนา 1

-ฝ่ายพัฒนา 2

- ฝ่ายวิชาการ

วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่ผลิตบุคลากรทางการพยาบาลแก่หน่วยงาน สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งภาครัฐและ เอกชน

ปัจจุบันได้เปิดการเรียนการสอน ได้แก่

-ภาควิชา วิทยาศาสตร์พื้นฐาน

-ภาควิชาหลักการพยาบาล

-ภาควิชาพยาบาลอายุรศาสตร์

-ภาควิชาพยาบาลศัลยศาสตร์

-ภาควิชาพยาบาลกุมารเวชศาสตร์

-ภาควิชาพยาบาลสูตินรีเวชศาสตร์

-ภาควิชาพยาบาลจิตเวชศาสตร์

-และภาควิชาพยาบาลอนามัยชุมชน

.....................

พร้อมทั้งกิจกรรมนอกหลักสูตร .......ที่มีส่วนร่วมต่อสังคม....... ช่วยสร้างเสริมประสบการณ์แก่นักศึกษาอีกมากมาย...

 

กว่า 40 ปีแล้ว แห่งความภาคภูมิใจ ของวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ ได้ก้าวสู่ความสำเร็จอย่างงดงามในการสร้างบุคคลากรทางวิชาชีพการพยาบาลให้มี ความรู้ คู่คุณธรรม นำสู่สังคมให้สมกับคุณค่าของพยาบาลตำรวจ ซึ่งไม่เพียงแต่สอนด้านวิชาการเท่านั้น ยังได้ถ่ายทอด ความรัก ความผูกพันให้ศิษย์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง เป็นสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่ถูกถักทอขึ้นเป็นรากฐาน ที่ทำให้วิทยาลัยพยาบาลตำรวจมีความเข้มแข็งและฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ มาได้อย่างสง่างามจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งปรากฏผลเป็นรูปธรรมเบื้องหน้าท่าน