เผยแพร่ผลงานวิชาการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้

รายงานผลการใช้แบบฝึกทักษะการแต่งอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑โดยแสดงความคิดเชิงสร้างสรรค์จากประเพณีในท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖

โพสต์15 มิ.ย. 2562 01:53โดยนางวรรณภา ทิพโชติ   [ อัปเดต 15 มิ.ย. 2562 02:01 ]

ชื่อเรื่อง                       :   รายงานผลการใช้แบบฝึกทักษะการแต่งอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑โดยแสดงความคิดเชิงสร้างสรรค์จากประเพณีในท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย   สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖

ผู้รายงาน                    :    วรรณภา  ทิพโชติ

ปีการศึกษาที่ทดลอง  :    ๒๕๕๙

 บทคัดย่อ

          การรายงานผลการใช้แบบฝึกทักษะการแต่งอินทรวิเชียรฉันท์ฉันท์ ๑๑โดยแสดงความคิดเชิงสร้างสรรค์จากประเพณีในท้องถิ่น  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย   สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖  มีวัตถุประสงค์ 

         .  เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการแต่งอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑โดยแสดงความคิดเชิงสร้างสรรค์จากประเพณีในท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย   สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖  ซึ่งตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา ประเมินความเหมาะสมของแบบฝึกทักษะการแต่งอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑โดยแสดงความคิดเชิงสร้างสรรค์จากประเพณีในท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย   สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖  แล้วนำไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้น ม.๖โรงเรียนนางแดดวังชมภูวิทยา  รัชมังคลาภิเษก  อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ  สำนัก งานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๐  ปีการศึกษา  ๒๕๕๙  จำนวน   คน ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง เพื่อตรวจสอบการสื่อความของภาษาและความเหมาะสมของเนื้อหาที่ใช้ในแบบฝึก  นำไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนนางแดดวังชมภูวิทยา  รัชมังคลาภิเษก  อำเภอหนองบัวแดง  จังหวัดชัยภูมิ   สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๐ ปีการศึกษา  ๒๕๕๙ จำนวน ๙ คน ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง แล้วนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง  คือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖/๓  โรงเรียนนางแดดวังชมภูวิทยา  รัชมังคลาภิเษก อำเภอหนองบัวแดง  จังหวัดชัยภูมิ   สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต ๓๐  ปีการศึกษา  ๒๕๕๙  จำนวน  ๓๐  คน เพื่อหาประสิทธิภาพตามเกณฑ์ ๘๐/๘๐  โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ แบบฝึกทักษะการแต่งอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ โดยแสดงความคิดเชิงสร้างสรรค์จากประเพณีในท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย  ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่า E1/E2  

         2.  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการแต่งอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑โดยแสดงความคิดเชิงสร้างสรรค์จากประเพณีในท้องถิ่น  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ กลุ่มตัวอย่าง  ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖/๓  โรงเรียนนางแดดวังชมภูวิทยา  รัชมังคลาภิเษก  อำเภอหนองบัวแดง  จังหวัดชัยภูมิ  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๐  ปีการศึกษา  ๒๕๕๙ จำนวน ๓๐  คน  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย  ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบค่าที (t-test dependent) 

         3.  เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะการแต่งอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ โดยแสดงความคิดเชิงสร้างสรรค์จากประเพณีในท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย   สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ กับกลุ่มตัวอย่าง   ได้แก่  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖/๓ โรงเรียนนางแดดวังชมภูวิทยา  รัชมังคลาภิเษก  อำเภอหนองบัวแดง  จังหวัดชัยภูมิ   สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต ๓๐  ปีการศึกษา  ๒๕๕๙ จำนวน ๓๐ คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะการแต่งอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑โดยแสดงความคิดเชิงสร้างสรรค์จากประเพณีในท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย   สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖  โดยใช้กรอบแนวคิดในการประเมินด้านปัจจัยนำเข้า  ด้านกระบวนการและด้านผลลัพธ์  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน 

 ผลการศึกษา

           1. แบบฝึกทักษะการแต่งอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ โดยแสดงความคิดเชิงสร้างสรรค์จากประเพณีในท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย   สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก และมีประสิทธิภาพ  ๘๔.๘๑/๘๔.๗๘  

         2.  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการแต่งอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ โดยแสดงความคิดเชิงสร้างสรรค์จากประเพณีในท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย   สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ที่ผู้รายงานได้สร้างขึ้นหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .๐๑

3.  ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะการแต่งอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ โดยแสดงความคิดเชิงสร้างสรรค์จากประเพณีในท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย   สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการแต่งอินทรวิเชียรฉันท์๑๑ โดยแสดงความคิดเชิงสร้างสรรค์จากประเพณีในท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ อยู่ในระดับมาก


เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบบันได 5 ขั้น (5STEPs) เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 รายวิชาสังคมศึกษา 5 สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 นางสาวถนอมจิตร์ ตั้งนารี

โพสต์12 มี.ค. 2562 22:21โดยนางสาวถนอมจิตร์ ตั้งนารี   [ อัปเดต 12 มี.ค. 2562 22:32 ]

เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบบันได 5 ขั้น (5STEPs)

เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 รายวิชาสังคมศึกษา 5

สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

 

ผู้วิจัย              นางสาวถนอมจิตร์  ตั้งนารี

โรงเรียนนางแดดวังชมภูวิทยา รัชมังคลาภิเษก ปี พ.ศ. 2561

 

 

บทคัดย่อ

 

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ 1) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา 5 ชั้น

มัธยมศึกษาปีที่ 6 เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบบันได 5 ขั้น (5 STEPs) 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียน โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบบันได้ 5 ขั้น (5 STEPs) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนนางแดดวังชมภูวิทยา รัชมังคลาภิเษก ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 32 คน ซึ่งได้มาจากคัดเลือกแบบจำเพาะเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบบันได 5 ขั้น (5 STEPs) หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียงจำนวน 10 ชั่วโมง 2) แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 15 ข้อ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจต่อกระบวนการเรียนรู้แบบบันได 5 ขั้น (5 STEPs) วิเคราะห์ ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐานประกอบด้วย ค่าเฉลี่ย ค่าเฉลี่ยร้อยละ   

ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ แบบบันได 5 ขั้น (5 STEPs) วิชาสังคมศึกษา 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง มีคะแนน เฉลี่ย 14.41 คิดเป็นร้อยละ 96.04 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน 2. ความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียน โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบบันได 5 ขั้น (5 STEPs) วิชาสังคมศึกษา 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง มีค่าความพึงพอใจ เท่ากับ 3.96 อยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับด้านที่มีความพึงพอใจจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านประโยชน์ที่ได้รับ มีค่าความพึงพอใจ เท่ากับ 4.05 อยู่ในระดับมาก ด้านบรรยากาศการจัดการเรียนรู้ มีค่าความพึงพอใจ เท่ากับ 3.93 อยู่ในระดับมาก และด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ มีค่าความพึงพอใจ เท่ากับ 3.88 อยู่ในระดับมาก 

สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์บนระบบเครือข่ายการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ภาษา C สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ผู้วิจัย นายคำโพธิ์ ศรีสุพรรณ

โพสต์12 มี.ค. 2562 22:02โดยKampho Srisapan   [ อัปเดต 18 ก.ย. 2562 01:17 โดย KAMPHO SRISUPAN ]


ชื่อเรื่อง           สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์บนระบบเครือข่ายการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ภาษา C สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

ผู้วิจัย             นายคำโพธิ์  ศรีสุพรรณ

โรงเรียน          นางแดดวังชมภูวิทยา รัชมังคลาภิเษก ปี พ.ศ. 2561

 

บทคัดย่อ

          การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์บนระบบเครือข่าย การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ภาษา C สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5  ตามเกณฑ์ประสิทธิภาพ 80/80 และศึกษาความพึงพอใจต่อสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์บนระบบเครือข่าย โดยกลุ่มเป้าหมายเพื่อการใช้สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์บนระบบเครือข่าย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1  โรงเรียนนางแดดวังชมภูวิทยา รัชมังคลาภิเษก  อำเภอหนองบัวแดง  จังหวัดชัยภูมิ  จำนวน  31  คน โดยใช้วิธีการคัดเลือกแบบเจาะจง เวลาที่ใช้ในการวิจัยจำนวน 20 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์บนระบบเครือข่าย เรื่อง การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ภาษา C สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบวัดความพึงพอใจ

          ผลการวิจัยเรื่องการพัฒนาสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์บนระบบเครือข่าย เรื่อง การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ภาษา C สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 พบว่า สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์บนระบบเครือข่ายมีประสิทธิภาพ 82.50/83.23 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์บนระบบเครือข่ายอยู่ในระดับ พึงพอใจมาก (ค่าเฉลี่ย 4.00 ) แสดงให้เห็นว่าการใช้สื่อการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ภาษา C สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นช่วยทำให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนเรื่องระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตมากขึ้น อีกทั้งส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนเรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ภาษา C สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ นายศุภชัย ศรีสอาด

โพสต์20 ก.พ. 2562 23:15โดยนายวิทวัช ตาศรี

แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ เรื่อง เสียง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดย นายศุภชัย  ศรีสอาด  ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ 

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ นายวิทวัช ตาศรี

โพสต์28 พ.ค. 2561 22:38โดยนายวิทวัช ตาศรี   [ อัปเดต 28 พ.ค. 2561 22:40 ]

   
  
เรื่อง การพัฒนาโปรแกรมบทเรียนโดยใช้โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad เรื่อง ระบบจำนวนเต็ม ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ 
สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่

เผยแพร่ผลงาน ฟ้อนออนซอนต้นน้ำลำซี

โพสต์12 เม.ย. 2560 20:30โดยKAMPHO SRISUPAN   [ อัปเดต 28 มิ.ย. 2561 05:51 โดย นางเตือนใจ ศรีสุพรรณ ]

ฟ้อนออนซอนต้นน้ำลำซี(สงวนลิขสิทธิ์)
โดย นางเตือนใจ ศรีสุพรรณ ครู ชำนาญการ โรงเรียนนางแดดวังชมภูวิทยา รัชมังคลาภิเษก ชัยภูมิ
รายชื่อผู้แสดง
เด็กหญิงอลิษา บุราญ
เด็กหญิงสุกัญญา เจียชาลี
เด็กหญิงสุพัตรา เจียชาลี
เด็กหญิงวาสนา เพ็งพา
เด็กหญิงสุจิตรา สางห้วยไพร
นางสาวจิราพร บุญหาญ
บันทึกภาพโดย นายคำโพธิ์ ศรีสุพรรณ



ชื่อผลงาน รายงานผลการใช้เอกสารประกอบการสอนเรื่อง “ฟ้อนออนซอนต้นน้ำลำซี” กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ผู้ศึกษาค้นคว้า นางเตือนใจ ศรีสุพรรณ
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ  ปีการศึกษา 2560
สถานศึกษา โรงเรียน นางแดดวังชมภูวิทยารัชมังคลาภิเษก อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 30

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์
1) เพื่อหาประสิทธิภาพเอกสารประกอบการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระที่ 3 นาฏศิลป์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนางแดดวังชมภูวิทยารัชมังคลาภิเษก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 30 ภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
2) เพื่อหาดัชนีประสิทธิผลทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระที่ 3 นาฏศิลป์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนางแดดวังชมภูวิทยารัชมังคลาภิเษก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 30
3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระที่ 3 นาฏศิลป์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้เอกสารประกอบการสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระที่ 3 นาฏศิลป์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียน นางแดดวังชมภูวิทยารัชมังคลาภิเษก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 30 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการสอนน กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระที่ 3 นาฏศิลป์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ประชากรและกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่กำลังเรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 โรงเรียน นางแดดวังชมภูวิทยารัชมังคลาภิเษก อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 30 จำนวน 94 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3/1 ที่กำลังเรียนใน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 โรงเรียน นางแดดวังชมภูวิทยารัชมังคลาภิเษก อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 30 จำนวน 31 คน เลือกมาโดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) สุ่มมา 1 ห้องเรียน โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่มเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ เอกสารประกอบการสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระที่ 3 นาฏศิลป์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 7 เล่ม แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้เอกสารประกอบการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระที่ 3 นาฏศิลป์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 16 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระที่ 3 นาฏศิลป์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แบบเลือกตอบ จำนวน 30 ข้อ และแบบวัดความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระที่ 3 นาฏศิลป์ จำนวน 16 ข้อ

ผลการศึกษา พบว่า
1. เอกสารประกอบการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระที่ 3 นาฏศิลป์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพโดยรวมเท่ากับ 83.33/84.24 ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่กำหนดไว้
2. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีผลการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระที่ 3 นาฏศิลป์ เพิ่มขึ้นหลังจากการใช้เอกสารประกอบการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระที่ 3 นาฏศิลป์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ร้อยละ 70.10 ซึ่งเป็นไปตามสมมุติฐานที่กำหนดไว้
3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระที่ 3 นาฏศิลป์ ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
4. ความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระที่ 3 นาฏศิลป์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เฉลี่ยโดยรวมมีค่าเท่ากับ 4.46 ซึ่งอยู่ในระดับมาก

 


E-Book เรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ครูวัชรินทร์ ไมตรีแพน)

โพสต์25 มี.ค. 2559 00:03โดยนายวัชรินทร์ ไมตรีแพน   [ อัปเดต 25 มี.ค. 2559 00:33 ]

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เรื่อง  เทคโนโลยีสารสนเทศ  
    เล่มที่  1  ความหมายและองค์ประกอบของเทคโนโลยีสารสนเทศ
    เล่มที่  2  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศด้านการศึกษา
    เล่มที่  3  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศด้านธุรกิจ  พาณิชย์และส านักงาน
    เล่มที่  4  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศด้านสาธารณสุขและการแพทย์ 
    เล่มที่  5  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศด้านการเกษตร
    เล่มที่   6  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศด้านสิ่งแวดล้อม
    เล่มที่   7  ลักษณะส าคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
    เล่มที่  8  ผลกระทบทางบวกของเทคโนโลยีสารสนเทศ
    เล่มที่  9  ผลกระทบทางลบของเทคโนโลยีสารสนเทศ 

บทเรียนออนไลน์ เรียนรู้กับครูคำโพธิ์

โพสต์24 มี.ค. 2559 23:46โดยKAMPHO SRISUPAN   [ อัปเดต 11 ก.ค. 2559 02:36 ]

บทเรียนออนไลน์ รายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ กับครูคำโพธิ์ รวบรวมทุกรายวิชา ที่เคยได้จัดทำสื่อการเรียนรู้ไว้แล้วครับ

 ที่ krupong.net 
http://www.krupong.net
tag:ครูโป้งดอตเน็ต,ครูโป้ง,คำโพธิ์,ศรีสุพรรณ,ครูคำโพธิ์,ครูคำโพธิ์ ศรีสุพรรณ

1-9 of 9