พื้นเอนกประสงค์ แบดมินตัน วอลเลล์บอล

พื้นนิ่ม มียางดำ  PU 6 ชั้น   หนา 7-13 ม.ม.    



   พื้น กึ่งนิ่ม PU 5 ชั้น  หนา 3.5-6.0 ม.ม. 


  พื้นแข็ง PU 4 ชั้น หนา 2.5-3.0 ม.ม.


 ขนาดสนามวอลเล่ย์บอล 
ยาว 18 ม. กว่าง 9 ม. (162 ตรม.) 
รวมขอบนอก(+3x2 ม) ยาว 24 ม. กว่าง 15 ม.(360 ตรม.) 
  ขนาดสนามแบดมินตัน 
ยาว 13.4 ม. กว่าง 6.1 ม. (81.74 ตรม.) 
รวมขอบนอก  ยาว(+2x2 ม)17 ม. กว่าง(+1x2 ม ) 8.1 ม(137.7 ตรม.) 
  ขนาดสนามฟุตซอล ในอาคาร 
ยาว 32 ม. กว่าง 17 ม. (544 ตรม.) 
รวมขอบนอก ยาว 34 ม. กว่าง 19 (646 ตรม.)

พื้นสนามกีฬาโพลี่ยูรีเทน (Polyurethane Sport Floor)

คุณสมบัติพื้นโพลี่ยูรีเทน

ยางสังเคราะห์โพลี่ยูรีเทน สามารถทำลำดับชั้นได้หลากหลาย เพื่อสร้างคุณสมบัติทางกายภาพที่แตกต่างกัน ลำดับชั้นที่สำคัญได้แก่ ชั้นรองพื้น เพื่อการยึดเกาะติดระหว่างคอนกรัตและยางสังเคราะห์ ชั้นยางสังเคราะห์กึ่งนิ่ม (Soft Layer) หรือกี่งแข็ง (Semi-Rigid Layer) และชั้นทับหน้า (Top Coat) เพื่อป้องกันรังสีอุตราไวโอเล็ตและการซีดจางของสี นอกจากนี้ยังสามารถสร้างชั้นที่ยืดหยุ่นสูงมาก (Elastic Layer) โดยการสร้างชั้นที่ทำจากยาง EPDM หรือยางพารา สามารถทำเป็นพื้นสนามกีฬากลางแจ้ง พื้นสนามกีฬาในร่ม ได้แก่ พื้นสนามแบดมินตัน พื้นสนามบาสเกตบอล พื้นยิมเนเซียม พื้นสนามฟุตซอล พื้นสนามฟุตบอล พื้นสนามวอลเลย์บอล พื้นสนามตระกร้อ พื้นสนามเอนกประสงค์ โรงยิม

  อายุยืนยาวกว่า 10 ปี

ความยึดหยุ่นของเป็นคุณสมบัติสำคัญ ที่ทำให้พื้นยางสังเคราะห์โพลี่ยูรีเทน มีความปลอดภัยในการเล่นกีฬา เมื่อล้ม กระแทกหรือลื่นไถล จะไม่เกิดการบาดเจ็บอย่างรุนแรง เนื้อยางโพลี่ยูรีเทน การทนต่อแรงฉีกขาด (Tear Strength) สูงมาก ทำให้ทนทานกว่าพื้นประเภทอื่นๆ  พื้นโพลี่ยูรีเทนมีค่าความแข็ง ประมาณ 60 ชอร์ เอ (Shore A) แสดงว่าพื้นสนามพียูมีความนิ่มมาก และเมื่อเวลาผ่านไปหลายปีสามารถซ่อมเฉพาะจุดที่เสียหายโดยไม่ต้องขัดรื้อทั้งสนามออกเหมือนพื้นประเภทอื่นๆ และหากเคลือบผิวบน (Top Coat) ทุก 4-5 ปี ก็จะได้พื้นผิวที่เสมือนใหม่ต่อไป

ไนโช ให้ความสำคัญเป็นอย่างสูง ด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของวัสดุโพลี่ยูรีเทน โดยมีผลวิเคราะห์ ค่าสารระเหย (Volatile Organic Content, VOC) ค่าโลหะหนัก (Heavy Metals) ของทุกลำดับชั้นและทุกรายการวัสดุที่ใช้ ทั้งจากห้องปฏิบัติการต่างประเทศและในประเทศ ประกาศนียบัตรรับประกันความน่าเชื่อถือของระบบคุณภาพ (ISO 9001),  สิ่งแวดล้อม (ISO 14001) การรับรองมาตรฐานนานาชาติ โดย ลอยด์ (LRQA )ของอังกฤษ  เอกสารความปลอดภัยวัสดุ (MSDS) และผลวิเคราะห์คุณสมบัติแผ่นยางตามข้อกำหนด มอก. 2683/2558 โดยกรมวิทยาศาสตร์บริการ