แลกเปลี่ยน เรียนรู้ แบ่งปัน

วิธีการตรวจสอบ เรื่องจริงหรือหลอกบน Social Network ก่อนเชื่อหรือแชร์

โพสต์18 ก.ค. 2558 15:31โดยชุติกาญจน์ เอกวงศ์ษา

ในยุคนี้การมี Social Network ทำให้การรับรู้ข่าวสารและส่งต่อข่าวรวดเร็วอย่างมาก แต่ความรวดเร็วนี้ อาจทำให้มีข้อมูลหรือข่าวมากมายที่ถูกส่งต่อเพียงแค่กดแชร์โดยไม่ได้รับการตรวจสอบ หลายคนเมื่อได้รับข่าว รูปภาพหรือข้อมูลเรื่องใดๆมา ก็เชื่อและกดแชร์ในทันที  โดยไม่ได้ตรวจสอบก่อนว่าข่าวดังกล่าวนั้นจริงหรือไม่ ซึ่งนั่นอาจจะทำให้คุณกำลังกลายเป็นผู้ร่วมเผยแพร่ข่าวลวงโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นก่อนจะเชื่อข่าวๆต่างๆที่ได้รับ ลองมาดูวิธีเบื้องต้น ในการตรวจสอบทั้งรูปภาพและข้อความที่ได้รับมาทาง Social network ว่ามีน้ำหนักพอจะเชื่อถือได้หรือไม่ ก่อนที่จะเชื่อและแชร์ส่งต่อไปการตรวจสอบนั้นไม่ยากเลย เพียงแค่เราใช้เข้าไปใช้บริการของ Search Engine อย่าง Google เพื่อค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณา โดยสามารถตรวจสอบได้ทั้งรูปภาพ และข้อความที่ได้รับ

วิธีการตรวจสอบรูปภาพ

1. เข้าไปที่เว็บไซต์ images.google.com
2. คลิกที่สัญลักษณ์รูปกล้อง

Google2

3. เลือกวาง URl ของรูปภาพหรืออัพโหลดรูปภาพที่ต้องการตรวจสอบGoogle 1

4. จากนี้ก็จะปรากฏเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง โดยจะมีก็ข้อมูลจากเว็บต่างๆให้ตรวจสอบได้ว่า รูปภาพนี้มีที่มาอย่างไร มาจากเว็บไหน ที่สำคัญคือช่วงเวลาใด มีการนำมาเล่าใหม่และตัดต่อใดๆหรือไม่

 Google5

วิธีการตรวจสอบข้อความที่ได้รับมา
1. เข้าเว็บ www.google.com
2. นำ Keyword ของข้อความที่ได้รับหรือทั้งประโยคของข้อความที่ได้รับมาค้นหา

Google4

3. ก็จะปรากฏเว็บไซต์เกี่ยวกับข้อความนั้นๆให้เลือกอ่าน  ซึ่งสามารถตรวจสอบที่มาหรือแหล่งอ้างอิงต่อไป และหากข้อมูลดังกล่าวมาจากเว็บไซต์หรือแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ ก็พอจะสามารถเชื่อได้ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นความจริง

นี่เป็นเพียงแค่วิธีการตรวจสอบข่าวต่างๆเบื้องต้นเท่านั้น ที่สำคัญคือการใช้วิจารณญาณของคุณในการรับข่าวสาร อย่าเพิ่งเชื่อข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ไม่น่าเชื่อถือในทันที เพราะนั้นอาจเป็นข่าวลวง ต้องตรวจสอบก่อนจะเชื่อเสมอ

ที่มา : http://www.it24hrs.com/2014/check-news-on-social-network/


PoPcorn buzz-โทรแบบกลุ่ม-โทรฟรี

โพสต์5 ก.ค. 2558 14:21โดยชุติกาญจน์ เอกวงศ์ษา



เผยแพร่เมื่อ 3 กรกฎาคม 2558  
LINE เปิดตัวแอพพลิเคชั่นใหม่ Popcorn Buzz ซึ่งเป็นบริการโทรผ่านเน็ตเป็นกลุ่มได้พร้­อมกันสูงสุด 200 คนหรือพูดง่าย ๆ ก็ถือการโทรแบบประชุมสายนั่นเอง 

นอกจากนี้เพื่อให้ทราบว่าใครกำลังพูดอยู่จ­ะมีไอคอนแสดงอยู่ข้าง ๆ ชื่อของรายชื่อนั้น ซึ่งการโทรผ่าน Popcorn Buzz จะเป็นการโทรฟรีผ่านเน็ต ดังนั้นเราต้องมีแพ็กเกจอินเตอร์เน็ตหรือเ­ชื่อมต่อ Wi-Fi ก็ได้

การใช้งานง่าย ๆ เพียงใช้แอพ Popcorn Buzz สร้างกลุ่มขึ้นมาแล้วเพิ่มรายชื่อติดต่อเข­้าไปในกลุ่ม จากนั้นก็สามารถโทรหาบุคคลในกลุ่มได้ทันที สูงสุด 200 คน เหมือนเป็นการประชุมสายกัน แต่ Popcorn Buzz กดโทรครั้งเดียวคุยกับทุกคนในกลุ่มได้ทันท­ี แต่หากต้องการโทรหากันแบบตัวต่อตัวสามารถโ­ทรได้ผ่านแอพ LINE ที่เราใช้กันอยู่ครับ

พบแพทย์เฉพาะทางบาทเดียว

โพสต์1 ก.ค. 2558 16:44โดยชุติกาญจน์ เอกวงศ์ษา


พูด-คุย สอบถามปัญหาสุขภาพกับแพทย์เฉพาะทาง ง่ายๆ เพียงเลือกแพทย์เฉพาะทางจากเมนู 
เพื่อพูด-คุย สอบถามปัญหาสุขภาพกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในบรรยากาศง่ายๆ


แพทย์เฉพาะทางบาทเดียว หรือ SOS _Specialist เกิดจากกลุ่มแพทย์ที่มีความคิดเห็นเหมือนกันว่า โลกในยุคปัจจุบันเข้าสู่ ยุค Digital ซึ่ง Social network เข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตประจำวันของพวกเราเป็นอย่างมาก ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดี สามารถสือสาร และ รับข่าวสารกันได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น แต่ข่าวสารดังกล่าวนั้นไม่ได้มีการกลั่นกรอง จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดกันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ ข่าวสารและข้อมูลทางการแพทย์ ซึ่งถ้ามีการรับข่าวสารหรือข้อมูลทางการแพทย์อย่างผิดๆ และนำไปใช้หรือปฏิบัติตามนั้น อาจทำให้เกิดความเสี่ยงถึงชีวิตได้

กลุ่มแพทย์เฉพะทางบาทเดียว จึงได้จัดทำ website ที่ รวบรวมแพทย์เฉพาะทาง ทางด้านต่างๆ มาให้ข้อมูลความรู้ ข่าวสาร คำแนะนำเกี่ยวกับโรคต่างๆ การดูแลสุขภาพพื้นฐาน ที่เป็นข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง และเชื่อถือได้ กับประชาชนทั่วไป

โดยช่องทางการสื่อสารนั้น ทางกลุ่มแพทย์เฉพาะทางบาทเดียวนั้น ได้นำประโยชน์ของ Social Network มาใช้ในการสื่อสารกับประชาชนทั่วไปได้อย่างรวดเร็วและเป็นกันเอง ผ่านทาง Facebook fanpage ประชาชนทั่วไปสามารถ เอาข้อมูล เกี่ยวกับสุขภาพ ของตัวท่านเอง หรือ สิ่งที่ท่านสงสัย มาปรึกษาแพทย์ได้โดยตรง
 











เมื่อที่ 1 ของ ร.ร. กล่าวจบการศึกษา กับความจริงที่ทำให้ครูและเพื่อนๆ ต้องอึ้ง!

โพสต์28 มิ.ย. 2558 07:18โดยชุติกาญจน์ เอกวงศ์ษา

การใช้ชีวิตดูแล้วอาจจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับวัยรุ่นหลายๆ คน แต่ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับใครหลายๆ คนเช่นกัน Griffin Furlong นักเรียนไฮสกูลคนนี้ เขาสอบได้ที่ 1 ของโรงเรียน และเมื่อวันสำเร็จการศึกษามาถึง เขาได้มีโอกาสขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์จบการศึกษา ซึ่งในวันนั้นเองที่ทำให้ ครูและเพื่อนๆ หลายคนได้รู้จักตัวตนและชีวิตของเขามากขึ้น และทำให้ทุกคนต้องอึ้งไปตามๆ กัน! เมื่อที่ 1 ของ ร.ร. กล่าวจบการศึกษา กับความจริงที่ทำให้ครูและเพื่อนๆ ต้องอึ้ง!

เสียงปรบมือและคำชื่นชมจากเพื่อนๆ และคุณครูดังขึ้นต้อนรับ Griffin Furlong นักเรียนหนุ่มวัย 18 ปี สอบได้ที่ 1 ของชั้นเรียน ด้วยเกรดเฉลี่ย 4.65 โรงเรียนมัธยมโคสต์ (Coast High School) , Jacksonville เมื่อเขาตัวแทนนักเรียนขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์จบการศึกษาในวันสำเร็จการศึกษา

เริ่มจากการที่กล่าวเรื่องเรียนทั่วไป จน Griffin Furlong เล่าถึงเรื่องชีวิตของตัวเอง เขาถามคนในนั้นว่า “What are you living for” ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตอยู่เพื่ออะไร รอเวลาให้ผ่านไปวันๆ? เขาอาจจะดูเหมือนวัยรุ่นปกติทั่วไป แต่ความจริงแล้วเขาเป็นคนไร้บ้าน (homeless) กริฟฟินต้องสูญเสียแม่ไปด้วยโรคลูคีเมีย ตอนเขาอายุเพียง 6 ขวบ หลังจากนั้น พ่อ พี่ชาย และตัวเขาก็ระหกระเหินเป็นคนไร้บ้าน มากว่า 12 ปี! ต้องไปอาศัยตามสถานที่ถูกจัดไว้เพื่อคอยช่วยเหลือคนไร้บ้าน (Homeless shelters)



‘Giving up is not an option’ เป็นคำพูดที่เขาย้ำตัวเองอยู่เสมอ ซึ่งเขาพูดถึงช่วงที่ต้องเร่รอนเป็นคนไร้บ้านว่า ในตอนนั้นเขาก็เคยคิดที่จะถอดใจเหมือนกัน เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายมากที่เด็กคนหนึ่งไม่ควรต้องเผชิญ แต่เพราะเขาตระหนักดีว่าการได้รับการศึกษาดีๆ ในช่วงวัยรุ่นนั้นเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ชีวิตของเขาดีชึ้น กริฟฟินบอกให้ทุกคนฟังอีกอีกว่า “ทุกคนคงคิดว่าการที่ผมสอบได้คะแนนดีเป็นเพราะผมฉลาด แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย ผมพยายามจนให้ได้มาต่างหาก เพราะชีวิตผมเคยสูญสิ้นทุกอย่าง ผมไม่มีอะไรต้องเสียอีกแล้ว” เพราะฉะนั้นจงพยายามให้เต็มที่ ^^

ประโยคที่กริฟฟินกล่าวทิ้งท้ายไว้ให้เพื่อนๆ ก็คือ “อย่าจมปลักอยู่กับอดีต แต่จงใช้มันเป็นแรงจูงใจสำหรับอนาคต”, “เราจะเห็นว่าสิ่งที่เราทำได้นั้นมันยอดเยี่ยมแค่ไหน เมื่อเรามีแรงจูงใจ ความพยายาม กระตือรือร้น และที่สำคัญคือมีเป้าหมายในชีวิต”



หลังจากตอนที่กริฟฟินกล่าวสุนทรพจน์ คุณครูก็รู้สึกตกใจมาก เพราะเธอก็ไม่เคยรู้ความจริงนี้มาก่อน อีกทั้งครูยังบอกว่า กริฟฟินเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียนมาก เขาไม่เคยขาดส่งการบ้านแม้แต่ครั้งเดียว และยังสอบได้ที่ 1 ของชั้นเรียน มีผลการเรียนดีเด่นอีกด้วย เมื่อรู้แบบนี้ครูและเพื่อนๆ ก็ช่วยกันกระจายข่าว ช่วยเหลือกันระดมเงินทุนเพื่อเป็นค่าเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยให้เขา นอกจากนี้เพื่อนๆ ได้ตั้งฉายาให้ Griffin Furlong ว่า “Homeless but not hopeless” ไร้บ้านแต่ไม่ไร้ความหวัง!

Avery แฟนสาวของ Griffin Furlong และพ่อแม่ของเธอเห็นถึงความมุ่งมั่น มานะอดทน พวกเขาชื่นชมในตัวกริฟฟินเป็นอย่างมาก นอกจากนี้พ่อแม่ของแฟนสาวก็จัดห้องพักให้กริฟฟินพักอาศัยด้วย แต่หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์กริฟฟินก็ย้ายไปอยู่กับญาติของเขาแทน



จากวัยรุ่นไร้บ้านที่เอาชนะความยากลำบากในวัยเด็ก เขาสามารถเรียนจบมัธยมและเป็นที่ 1 ของชั้นเรียน และมีกองทุนอีกกว่า $91,000 เพื่อเรียนต่อในมหาวิทยาลัย ซึ่งได้จากการที่เขาได้สร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเขา และตอนนี้ Griffin Furlong แฟนสาวก็เริ่มต้นทุนหาการศึกษาเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเขาอีกด้วย

Griffin Furlong วางแผนที่จะเข้าศึกษาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยแห่งรัฐฟลอริด้า ที่พี่ชายของเขาเรียนอยู่และกำลังจบการศึกษาในภาคฤดูร้อนนี้ ซึ่งค่าใช้จ่ายต่อปีสำหรับการเรียนต่อมหาวิทยาลัยของกริฟฟินตกอยู่ที่ประมาณ $ 20,000 ต่อปี (รวมค่าการเรียนการสอน ที่พัก, อาหาร และหนังสือ)

เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai.com



เตือนนักช้อป ระวังภัยลวงซื้อของออนไลน์

โพสต์28 มิ.ย. 2558 07:07โดยชุติกาญจน์ เอกวงศ์ษา

เนื่องจากปัจจุบันรูปแบบการจับจ่ายสินค้าเปลี่ยนไป ผู้คนหันมานิยมการซื้อสินค้าทางออนไลน์กันมากขึ้น จึงทำให้ภัยดังกล่าวมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว 

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็ก ทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) เผยอัตราการเกิดภัยลวงการซื้อขายออนไลน์ สูงเป็นอันดับ 2 ของภัยคุกคามที่เกิดขึ้นทั้งหมดในปีที่ผ่านมา พร้อมแนะทางป้องกันสำหรับนักช้อป ออนไลน์ เนื่องจากปัจจุบันรูปแบบการจับจ่ายสินค้าเปลี่ยนไป ผู้คนหันมานิยมการซื้อสินค้าทางออนไลน์กันมากขึ้น ทั้งผ่านบัตรเครดิต เดบิต และตู้เอทีเอ็ม จึงทำให้ภัยดังกล่าวมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยจากสถิติของธนาคารแห่งประเทศไทย การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ในปี 2557 มีปริมาณรวมทั้งสิ้น 4,356.6 ล้านรายการ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 8.7 และจากข้อมูลสถิติด้านภัยคุกคามไซเบอร์ของไทยในปี 2557 ที่รวบรวมขึ้นโดย ThaiCERT (ไทยเซิร์ต) ภายใต้เอ็ตด้า พบว่าการหลอกลวงซื้อขายออนไลน์ หรือ Fraud เป็นประเภทภัยคุกคามที่เกิดขึ้นสูงเป็นอันดับ 2 ของปี 2557 และคิดเป็นสัดส่วน 25.2% ของภัยคุกคามที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยมักจะมาใน 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ 1.การถูกโจรกรรมข้อมูลระหว่างใช้บัตรเครดิตในการจ่ายสินค้าออนไลน์ 2. เกิดข้อพิพาทระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในกรณีคุณภาพของสินค้าไม่ตรงตามที่ตกลงกันไว้ หรือเกิดความเสียหายระหว่างการส่งของ 3.เกิดข้อพิพาทในกรณีผู้ขายตั้งใจกระทำผิด เช่น การไม่ส่งของให้ตามที่ตกลง หรือส่งของที่ไม่เกี่ยว ข้องกับที่สั่งซื้อ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เอ็ตด้า ได้แนะนำแนวทางป้องกันและแก้ไขเมื่อประสบภัยลวงจากการซื้อขายออนไลน์คือ 1.ในกรณีของการป้องกัน ในเวลาที่มีการทำธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์ ผู้บริโภคควรลบข้อมูลบัตรเครดิตที่เคยบันทึกไว้บนเว็บไซต์ หรือระบบต่าง ๆ เพื่อไม่ให้มีคนลักลอบนำไปใช้ประโยชน์ต่อ และหากเกิดการโจรกรรมขึ้น ควรรีบติดต่อไปยังธนาคารเจ้าของบัตร เพื่อระงับการใช้บัตร พร้อมเดินเรื่องในการเรียกเงินคืน และหากมีการออกบัตรใหม่ ควรรีบทำลายบัตรเก่าทิ้ง 2.ในกรณีที่เกิดข้อพิพาทกับผู้ขายกรณีสินค้าไม่ได้คุณภาพ หรือแตกหักไม่ครบถ้วน ให้ชี้แจงตามนโยบายการซื้อขายที่กำหนดไว้ในเว็บไซต์และ 3.ในกรณีที่ผู้ขายตั้งใจฉ้อโกงด้วยการไม่ส่งสินค้า หรือตั้งใจส่งสินค้าที่ไม่เกี่ยวข้อง ให้รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงหลักฐานการจ่ายเงิน หมาย เลขบัญชีธนาคาร และข้อความที่ติดต่อระหว่างการซื้อขาย พร้อมนำเอกสารทุกอย่างไปแจ้งความและดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ หากเกิดปัญหาในการซื้อสินค้าบริการออนไลน์ไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม สิ่งแรกที่ควรจะทำคือติดต่อ เจรจาต่อรอง และไกล่เกลี่ยกับผู้ขาย อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้ซื้อของจากร้านค้าออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ Thaiemarket.com ซึ่งเป็นแหล่งรวมสินค้าและร้านค้าออนไลน์ ที่น่าเชื่อถือ นอกจากนี้ เอ็ตด้า เตรียมเปิด OCC (Online Complain Center) หรือศูนย์รับเรื่องร้องเรียนออนไลน์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อดูแลทั้งผู้ซื้อและผู้ขายในเรื่องการซื้อขายสินค้าออนไลน์ โดยเริ่มดูแลจากร้านค้าและผู้ซื้อสินค้าภายใต้ Thaiemarket.com ก่อน ใน 2 รูปแบบ คือ แบบออนไลน์ จะเริ่มเปิดให้บริการภายในสิ้นเดือน มิ.ย. นี้ และแบบคอลเซ็นเตอร์ จะเริ่มให้บริการช่วงต้นเดือน ส.ค. เพียงโทรฯ แจ้งเรื่องที่เบอร์ 0-2123- 1223 ถือเป็นการเปิดมิติใหม่เพื่อยกระดับมาตรฐานและความน่าเชื่อถือให้อีคอม เมิร์ซไทยเทียบเท่าระดับสากล.“

ที่มา : เดลินิวส์ วันพฤหัสที่ 25 มิถุนายน 2558



แม่น้องฟิวส์ นร.ขายขนมใส่ไส้ สอนลูกรู้ค่าเงิน-เก็บออม

โพสต์28 มิ.ย. 2558 07:01โดยชุติกาญจน์ เอกวงศ์ษา

จากกรณีที่ในโลกออนไลน์ ได้มีการแชร์ภาพนักเรียนชายแต่งกายเครื่องแบบชุดนักเรียน ของโรงเรียนเทพศิรินทร์ สวมรองเท้าแตะ กำลังถือถุงใส่ขนมใส่ไส้เต็มมือทั้ง2ข้าง โดยยืนขายอยู่บริเวณป้ายรถประจำทาง ฝั่งตรงข้ามห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ท่าพระ ถนนรัชดา-ท่าพระ แขวงบุคคโล เขตธนบุรี ทราบชื่อต่อมาคือ ด.ช.ชาคร เติมบริรักษ์ หรือน้องฟิวส์ อายุ13ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่2/4ของโรงเรียน    ดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวได้ลงตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว พบน้องฟิวส์ เดินถือถุงขนมใส่ไส้มาเต็ม 2 มือ อย่างพะรุงพะรัง จากนั้นก็มีประชาชนที่มารอรถประจำทาง อีกทั้งพ่อค้าแม่ค้าขายของที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ต่างพากันรุมล้อมเข้ามาซื้อขนมใส่ไส้ โดยใช้เวลาไม่ถึง30นาที ขนมใส่ไส้ที่น้องฟิวส์นำมาขายก็หมดลง โดยบางรายซื้อถึง200บาท พร้อมกันนี้ยังมีคนเข้ามาขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมากอีกด้วย

สอบถาม นางสินีนาฏ นาดง อายุ46ปี แม่ค้าขายของบริเวณดังกล่าว กล่าวว่า ตนอุดหนุนขนมใส่ไส้ของน้องฟิวส์เป็นประจำ เนื่องจากรสชาติมีความอร่อย พร้อมกันนี้ยังเป็นการสนับสนุนให้เด็กทำความดี ตนขอชื่นชมว่าเด็กคนนี้เป็นเด็กดี มีความกตัญญูแบ่งเบาภาระของครอบครัว

น้องฟิวส์ กล่าวว่า เริ่มช่วยแม่ขายขนมใส่ไส้ได้ประมาณ3ปีกว่าแล้ว ครั้งแรกที่เริ่มขายขนมใส่ไส้ก็คือ ตลาดคลองถม ครั้งแรกอายมากที่ต้องมาขายขนม แต่แม่ก็สอนว่าอย่าไปอาย เพราะเราทำอาชีพสุจริต จากนั้นความอายที่จะขายขนมก็หายไป แล้วเปลี่ยนมาเป็นความภาคภูมิใจ ที่ได้ช่วยเหลือครอบครัว โดยวันธรรมดาหลังเลิกเรียน จะขายอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามเดอะมอลล์ท่าพระ เนื่องจากมีผู้คนพลุกพล่าน

ส่วนวันเสาร์จะขายอยู่ที่สีลม และวันอาทิตย์จะขายอยู่ที่ตลาดศาลาน้ำร้อน ส่วนราคาที่ขายขนมนั้น ราคา6ห่อ20บาท โดยวันนี้นำมาขาย 500ห่อ ไม่น่าเชื่อว่าไม่ถึง30นาที ขนมจะขายหมดลงเร็วขนาดนี้ ซึ่งเร็วกว่าเมื่อวานอีก ปกติจะขายหมดเวลาประมาณ19.00-20.00น. สำหรับในอนาคต ตนฝันอยากจะเป็นวิศวกร ที่สร้างหุ่นยนต์ หรือไม่ก็เป็นนักเขียนโปรแกรม

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ศรีเจริญอพาร์ทเม้นท์ เลขที่122/4-185ห้อง205ซอยจรัญสนิทวงศ์12แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ ซึ่งเป็นห้องพักของน้องฟิวส์ โดยที่ห้องดังกล่าวได้พบกับ น.ส.ทัศนีย์ เติมบริรักษ์ อายุ43ปี แม่ของน้องฟิวส์ พร้อมกล่าวว่า ตนอาศัยอยู่ภายในห้องนี้กับลูก 3คน คือน้องเฟิร์ส น้องเฟิร์น และน้องฟิวส์ โดยน้องฟิวส์เป็นผู้ชายคนเดียวของครอบครัว ส่วนสามีได้เลิกกันมาได้ประมาณ14ปี ที่ผ่านมา ตนเลี้ยงลูกทั้ง3คนมาโดยลำพัง แต่ก่อนตนประกอบอาชีพขายของเบ็ดเตล็ด ตามตลาดนัดต่างๆ เมื่อถึงเวลาเลิกเรียน ตนก็จะเดินทางไปรับลูกที่โรงเรียน แล้วก็พาลูกๆ ทั้ง3คน ไปขายของด้วยทุกครั้งเป็นเวลา10กว่าปี ต่อมาเศรษฐกิจไม่ดี คนเริ่มซื้อของน้อยลง ประกอบกับรายจ่ายของตนก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ต้องกู้หนี้ยืมสินมาใช้จ่าย ตนจึงเลิกขายของเบ็ดเตล็ด โดยเริ่มมาขายขนมใส่ไส้อย่างจริงจังได้ประมาณ3ปี ซึ่งไปรับขนมมาจากเพื่อนที่รู้จักกันมาขาย

น.ส.ทัศนีย์ กล่าวอีกว่า ครั้งแรกตนขายขนมเพียงลำเพียง ต่อมาก็ให้ลูกๆ มาช่วยขาย โดยเริ่มจากน้องเฟิร์ส น้องเฟิร์น ส่วนน้องฟิวส์นั้นเริ่มให้ช่วยขายตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่5 ที่ให้น้องฟิวส์มาช่วยขายขนม ก็เพราะว่าตอนนั้นน้องฟิวส์ติดเกมส์ ตนอยากให้ลูกห่างจากเกมส์ จึงให้มาช่วยขายขนม พร้อมกับสอนให้รู้จักค่าของเงิน ว่าแต่ละบาทกว่าจะได้มานั้นมีความยากเย็นแค่ไหน หลังจากที่น้องฟิวส์ มาขายของได้สักระยะ ก็รู้สึกว่ารู้นั้นโตขึ้น รู้จักประหยัด รู้จักใช้เงินรู้จักเก็บรู้จักออม ตรงนี้ตนภูมิใจมากที่ลูกๆ ไม่เหลวไหล..


วีดีทัศน์บรรยาย ว7/2558 หลักเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะตามข้อตกลงในการพัฒนางาน

โพสต์14 มิ.ย. 2558 04:50โดยชุติกาญจน์ เอกวงศ์ษา



เผยแพร่เมื่อ ๑๒ มิถุนายน  ๒๕๕๘ โดย 
สำนักงาน ก.ค.ศ. กระทรวงศึกษาธิการ  วีดีทัศน์บรรยายเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับหลักการและสาระสำคัญของหลักเกณฑ์ตาม ว7/2558 หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ตามข้อตกลงในการพัฒนางาน





แนะนำ Mobile Application- Police i lert u

โพสต์6 มิ.ย. 2558 20:12โดยชุติกาญจน์ เอกวงศ์ษา


Police i lert u เป็น Mobile Application สำหรับประชาชนทั่วไปที่อยู่ในประเทศไทย สามารถกดขอความช่วยเหลือจากตำรวจได้โดยการส่งข้อมูลส่วนตัว ภาพถ่าย เวลาเกิดเหตุ และตำแหน่งที่เกิดเหตุ ไปยัง War Room ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยรับเรื่องตลอดเวลา 24 ชั่วโมง และจะประสานงานส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าช่วยเหลือ และให้บริการได้ทันที

ประชาชนสามารถติดตั้งลงใน smartphone ได้ฟรี ไม่มีค่าบริการใดๆ









ว7/2558 หลักเกณฑ์และวิธีการ

โพสต์17 พ.ค. 2558 20:59โดยชุติกาญจน์ เอกวงศ์ษา



ว7/2558 หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ตามข้อตกลงในการพัฒนางาน

                เผยแพร่เมื่อ วันอังคาร, 12 พฤษภาคม 2558 16:16
                เขียนโดย นายจิรวัฒน์ เพชรกุล

                    สามารถดาวน์โหลดไฟล์ทั้งหมดได้จากลิงค์ด้านล่างต่อไปนี้


หนังสือเวียน ว7/2558
หลักเกณฑ์และวิธีการ
คำอธิบายและตัวอย่าง

แบบคำขอและแบบรายงาน
  PA.1
  PA.2
  PA.3/1
  PA.3/2
  PA.3/3
  PA.3/4
  PA.4
  PA.5
  PA.6

สิ่งที่ส่งมาด้วย(2)
สิ่งที่ส่งมาด้วย(3)
สิ่งที่ส่งมาด้วย(4)

                    ที่มา :  http://www.otepc.go.th/index.php/notice-law-rule/circularnotice/1327-v7-2558

    10 สุดยอด “Google Trick” เพื่อการศึกษา

    โพสต์15 เม.ย. 2558 20:04โดยชุติกาญจน์ เอกวงศ์ษา


    คิดอะไรไม่ออกบอก 'อากู๋ (Google)' อีกหนึ่งออปชั่นเพื่อการศึกษาที่เรียกได้ว่าจำเป็นและสำคัญมากๆ ในยุคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักเรียนนักศึกษาที่กำลังอยู่ในวัยเรียน ที่ต้องใช้ "Google" เป็นเครื่องในการค้นหาที่มีประสิทธิภาพที่สุด เพียงแค่พิมพ์คำสำคัญไม่กี่คำข้อมูลต่างๆ ที่เราอยากทราบก็จะมาปรากฎอยู่ตรงหน้าจอแล้ว แม้จะเป็นการค้นหาที่ง่ายมากๆ แต่ใครจะรู้ว่า Google ยังมีทริกดีๆ ที่หลายคนยังไม่รู้!!! และนี่คือ 10 เทคนิคดีๆ ในการใช้ Google Search


     1. การระบุให้ค้นเฉพาะภายใน 'domain' ที่ต้องการเท่านั้น 

     10 สุดยอด “Google Trick” เพื่อการศึกษา
             
           ให้ใส่ “site” ไว้หน้าข้อความค้นหา หากคุณทราบว่าคุณต้องการคำตอบจากภายในไซต์ใดไซต์หนึ่งโดยเฉพาะหรือไซต์บางประเภท (.org, .edu) เช่น ถ้าคุณต้องการหาเว็บเกี่ยวกับการเข้า (admission) มหาวิทยาลัย Stanford ให้พิมพ์ “admission site:www.stanford.edu” 
           
           2. ค้นหางานวิจัยมหาวิทยาลัย 

     10 สุดยอด “Google Trick” เพื่อการศึกษา
             
           ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียนหรือนักเขียน อีกหนึ่งเคล็ดลับดีๆ ที่ google สามารถช่วยคุณในการค้นหางานวิจัยจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้นั่นก็คือ เพียงแค่พิมพ์“site:edu” และตามด้วยสิ่งที่คุณต้องการจะหา เช่น หากคุณต้องการผลงานวิจัยเรื่องอาหารและโภชนาการจาก มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ทั้งหมดก็ให้พิมพ์คำว่า“harvard:edu diet” เพียงเท่านี้ผลงานวิจัยที่ดีที่สุดจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดก็จะมาปรากฎต่อหน้าคุณทันที
           
           3. เลือกประเภทของไฟล์ (file type) 

     10 สุดยอด “Google Trick” เพื่อการศึกษา
             
           ข้อนี้มีประโยชน์มากสำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการค้นคว้าหาข้อมูลในการทำรายงาน เพราะเราสามารถระบุประเภทของไฟล์ได้เลย ทำให้ค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยใส่ประเภทของไฟล์ระบุไปท้ายคำค้นหา ไม่ว่าจะเป็น pdf, ppt, xls, Google Earth, doc, rtf และอื่นๆ เช่น ถ้าเราต้องการค้นหาประวัติศาสตร์ไทย ในรูปแบบของไฟล์ ppt ให้เซิร์ทว่า “Thai history:ppt” เป็นต้น 

     10 สุดยอด “Google Trick” เพื่อการศึกษา
             
           4. ใช้ 'คำเชื่อม' หรือ 'เครื่องหมายสัญลักษณ์' ค้นข้อมูลได้ง่ายขึ้น
           
            “OR” (หรือ) ในกรณีที่ต้องการให้ค้นคำใดคำหนึ่งก็ได้ แล้วนำผลมารวมกัน วิธีใช้ พิมพ์ OR ด้วยตัวใหญ่ระหว่างคำที่ต้องการ เช่น university london OR paris คือหาทั้งใน London และ Paris 
           
            “ + ” (เครื่องหมายบวก) เชื่อมคำ โดยปกติโปรแกรมจะไม่ค้นคำประเภท commond word เช่น a, an, the, what, when, why ตัวเลขหรือตัวอักษรเดี่ยว แต่ถ้าต้องการบังคับให้ค้น จะต้องใส่เครื่องหมาย +นำหน้า เช่น star war episode +I
           
            “__” (เครื่องหมายคำพูด) เพื่อเป็นการบังคับให้โปรแกรมค้นหาแบบทั้งวลี เช่น “study guide”
           
            “ * ” (เครื่องหมายดอกจัน) ใช้เครื่องหมาย “ * ” เพื่อค้นหาคำที่มีการสะกดคล้ายกัน เช่น smok* หมายความว่า ให้ค้นหาคำทั้งหมดที่ขึ้นด้วย 5 ตัวอักษรแรก เช่น smoke smoker เป็นต้น ข้อมูลที่ออกมาจากการสืบค้นจะเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับรากศัพท์คำนั้น ทั้งหมด หรือใช้กับคำหรือวลีที่อยู่ภายในเครื่องหมายคำพูดเพื่อระบุคำที่ไม่รู้จักหรือตัวแปร เช่น “imagine all the * living for today” หรือ “* is thicker than water” เป็นต้น
           
            “ ~ ” (tilde) สำหรับการค้นคำพ้อง เช่น ~anthropologist ผลการค้นจะได้ทั้ง anthropologist (นักมานุษยวิทยา) และ archaeonologist (นักโบราณคดี)
           
            “ - ” (เครื่องหมายลบ) ใช้เครื่องหมาย " - " เพื่อจำกัดคำบางคำออกไปที่คุณไม่ได้สนใจออกไปจากคำหรือวลีที่คุณทำการสืบค้นโดยใส่เครื่องหมายลบ ไว้ด้านหน้าคำที่ไม่ต้องการ เช่น ต้องการหาคำว่า “จากัว” ที่ไม่ใช่รถ ให้พิมพ์ว่า “jaguar -car” 
           
           5. ค้นบทความทางวิชาการ หนังสือ วารสาร และสิทธิบัตร
            
           -GOOGLE Search Engine (ค้นเว็บไซต์) ---> http://www.google.com 
           -GOOGLE Scholar (ค้นบทความวิชาการ) ---> http://scholar.google.com 
           -GOOGLE Book Search (ค้นหนังสือ) ---> http://books.google.com 
           -GOOGLE Patent Search (ค้นสิทธิบัตร) ---> http://www.google.com/patents
           
           6. ค้นหารูปภาพใน Google โดยใช้ภาพ
           
            โดยปกติแล้วการค้นหารูปภาพจาก google ทำได้ง่ายๆ เพียงแต่เราพิมพ์คำ หรือวลี ลงไปในช่องค้นหาเท่านั้น โปรแกรมก็จะค้นหารูปภาพให้ตรงหรือใกล้เคียงกับคำ หรือวลี ตามที่เราต้องการ แต่การค้นหารูปภาพด้วยคำ หรือวลี ก็อาจจะได้รูปภาพที่ไม่ตรงกับความต้องการก็ได้ อีกหนึ่งทริกที่ google สามารถช่วยให้เราค้นหารูปได้อย่างง่ายดายโดยการ “ค้นรูปจากรูป” (Search by Image) ในกรณีที่เราต้องการภาพที่ใกล้เคียงกับภาพที่เรามีอยู่ แต่ต้องการขนาด และความละเอียดที่มากขึ้นนั่นเอง สามารถทำได้ 2 วิธี คือ
           
           วิธีที่ 1
            เมื่อเข้าเว็บไซต์ของ Google (http://www.google.co.th) คลิกที่เมนูด้านบน "ค้นรูป" ในช่องค้น ด้านขวามือ ให้คลิกที่ รูปกล้องถ่ายภาพ (ค้นด้วยภาพ) จะมีหน้าต่าง "ค้นด้วยภาพ" ปรากฏขึ้นมา ให้คลิกที่ "อัพโหลดภาพ" และคลิกที่ Browse เลือกรูปภาพที่ต้องการจะให้ค้นหาอัพโหลดเข้าไป Google ก็จะค้นรูปภาพที่ตรงกัน แต่ที่มาต่างกัน หรือคนละขนาด หรือรูปที่คล้ายกันมาให้ 

     10 สุดยอด “Google Trick” เพื่อการศึกษา
            

     10 สุดยอด “Google Trick” เพื่อการศึกษา
            

     10 สุดยอด “Google Trick” เพื่อการศึกษา
             
           หมายเหตุ : เราอาจถ่ายภาพจากภาพในหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือสิ่งพิมพ์อื่น นำเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้ในการค้นหาก็ได้ด้วย
           
            
           วิธีที่ 2
            การนำรูปภาพที่ Google ค้นหาจากคำ หรือวลี ให้เราแล้ว (ที่เราพิมพ์คำ หรือวลี เข้าไปในช่องค้นหา) นำมาหารูปภาพที่คล้ายกันให้อีกโดยนำเอาเมาส์วางไว้ที่รูปภาพนั้นๆ ให้ขยายใหญ่ขึ้น แล้วลากรูปภาพนั้นไปวางไว้ในกล่อง "ค้นด้วยภาพ" ที่มีข้อความว่า "วางภาพที่นี่" ก็ให้วางภาพนั้นตรงนั้น 

     10 สุดยอด “Google Trick” เพื่อการศึกษา
             
           7. ใช้ Language Tool ในการแปลภาษา
           
           ปัญหาที่คนไทยส่วนใหญ่พบในการสืบค้น หรือหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ทางอินเตอร์เน็ตนั่นกคือ ส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลภาษาอังกฤษ แต่ googleสามารถช่วยทำให้ภาษาเหล่านั่นง่ายขึ้นด้วย “เครื่องมือแปลภาษา” ที่นอกจากจะแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยแล้ว ยังสามารถแปลเป็นภาษาอื่นๆ ได้อีกมากมาย ด้วยวิธีการง่ายๆ ดังต่อไปนี้คือ
           
            วิธีที่ 1 : เข้าไปที่หน้าเว็บเพจพื้นฐาน www.google.com ให้คลิกที่แท็บแปลภาษา สามารถใส่ข้อความภาษาอังกฤษที่เราต้องการและพร้อมแปลเป็นภาษาไทย หรือจะเลือกเป็นภาษาอื่นๆ ก็ได้ตามต้องการ นอกจากนั้นยังสามารถคลิกฟังเสียงคำอ่าน จากสัญลักษณ์รูปไมโครโฟนได้อีกด้วย 

     10 สุดยอด “Google Trick” เพื่อการศึกษา
            

     10 สุดยอด “Google Trick” เพื่อการศึกษา
             
           วิธีที่ 2 : แปลหน้าเว็บทั้งหน้าเป็นภาษาของเราเองได้ทันที Google สามารถแปลเว็ปภาษา Italian, French, Spanish, German, และ Portugueseเป็น ภาษาอังกฤษ หรือภาษาไทยได้โดยคลิ้กที่คําวา "Translate this page" ด้านข้างชื่อเวป 

     10 สุดยอด “Google Trick” เพื่อการศึกษา
             
           8. Google search เครื่องคิดเลข
           
           นอกจากจะค้นหาข้อมูลต่างๆ จากเวปไซต์ตามคำค้นที่ป้อนเข้าไปแล้ว ยังมีคุณสมบัติที่มีประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง โดยเราสามารถแปลง Google ให้กลายมาเป็น “เครื่องคิดเลขแบบ Scientific” ได้ด้วยวิธีง่ายๆ เพียงแค่พิมพ์ตัวอักษร “PI” หรือคำว่า “calculator” ที่กล่องค้นหา Google Search ก็จะแสดงผลเป็น เครื่องคิดเลขแบบ Scientific มาให้เช่นเดียวกัน 

     10 สุดยอด “Google Trick” เพื่อการศึกษา
            หากคุณขี้เกียจเปิด App เครื่องคิดเลขให้ยุ่งยากก็สามารถพิมพ์จำนวนตัวเลขที่เราต้องการคำนวนลงไปในช่องค้นหาของ Google Search ได้เลยเพียงแค่ใช้ตัวอักษรบนแป้นพิม + (บวก), - (ลบ), * (คูณ), / (หาร) และกด Enter เพียงเท่านี้ก็จะได้คำตอบ
           
           9. ค้นหาคลังข้อมูลข่าวที่ย้อนกลับไปในช่วงกลางยุค 1880
           
           “Google News” มีตัวเลือกในการค้นหาข่าวจากสำนักพิมพ์ต่างๆ จากทั่วโลก ย้อนกลับไปกว่า 100 ปี จาก “https://news.google.com” โดยคลิก“ข่าวสาร” จากหน้าเว็บเพจปกติของ Google ได้ทันที และสามารถพิมพ์คำค้นที่ต้องการได้ทันที โปรแกรมจะทำการเซิร์ทข้อมูลที่เป็นข่าวจากสำนักพิมพ์ทั้งหมด 

     10 สุดยอด “Google Trick” เพื่อการศึกษา
             
           10.ค้นหาด้วยเสียงจาก 'Voice Search' 
           
           หากคุณเบื่อที่จะพิมพ์ ลองค้นเว็บด้วยเสียงของคุณแทน ซึ่งเป็นวิธีค้นหาที่สะดวกในทุกที่ทุกเวลา เพียงแค่เปิดเบราเซอร์ Chorme คุณจะเห็นไมโครโฟนเล็กๆ สีเทา ปรากฎอยู่ตรงช่องที่ใส่คำค้นหา คลิกที่ไอคอนไมโครโฟน และพูดในสิ่งที่คุณต้องการค้นหาและรอสักครู่ ข้อมูลต่างๆ ก็จะปรากฏอยู่ตรงหน้าคุณทันที 

     10 สุดยอด “Google Trick” เพื่อการศึกษา
            

     10 สุดยอด “Google Trick” เพื่อการศึกษา
             
           ที่มา : 
            - http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9580000039199
            -12 Tips and Tricks for Using Google Search
            -11 Google Tricks That Will Change the Way You Search
           


    1-10 of 32