ความเป็นมา

พ.ศ.2539 หอดูดาวเกิดแก้วถูกสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องโลกและอวกาศ ปลูกฝังความรักธรรมชาติแก่เยาวชน บนความเชื่อว่า "ความงดงามแห่งห้วงจักรวาล สามารถปลุกจิตสำนึกของมนุษย์ ให้เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ เพื่อที่พวกเขาจะอยู่ร่วมกันโดยสันติ และปฏิบัติต่อสรรพสิ่งอย่างสร้างสรรค์" โดยเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2539 

  

พ.ศ.2544  นาวาอากาศโทฐากูร เกิดแก้ว ติดตั้งกล้องโทรทรรศน์ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ณ วังไกลกังวล เพื่อทรงถ่ายรูปดาวอังคารและดาวหาง LINEAR A2  พระองค์ท่านทรงมีพระราชดำรัสว่า การนำวิชาดาราศาสตร์ไปสอนในโรงเรียนจะช่วยให้เด็กๆ มีจินตนาการ การเรียนรู้จากของจริงจะทำให้เด็กๆ รู้จักคิดและแก้ไขปัญหา

  

พ.ศ.2545 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สนับสนุนให้หอดูดาวเกิดแก้วพัฒนาชุดต้นแบบการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ (LESA: Learning model on Earth Science and Astronomy) ซึ่งมีเนื้อหาสอดคล้องกับมาตรฐานหลักสูตรการศึกษา พุทธศักราช 2544  ชุดการเรียนรู้ดังกล่าวเป็นไฟล์อีเล็กทรอนิกส์ เผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตและแผ่นซีดี โดยอนุญาตให้ครูดัดแปลงเนื้อหาให้เข้ากับหลักสูตรของโรงเรียน และสามารถนำไปประดิษฐ์สื่อและอุปกรณ์ เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้จากของจริง

  

พ.ศ.2546 สกว.สนับสนุนให้หอดูดาวเกิดแก้วจัดทำโครงการ “การเรียนรู้อย่างนักวิทยาศาสตร์กับสถานีตรวจอากาศอัตโนมัติ” (LESA WS: LEarning to be Scientists with Automatic Weather Stations) ฝึกนักเรียนทำงานวิจัยสภาพลมฟ้าอากาศ โดยติดตั้งสถานีตรวจอากาศอัตโนมัติไว้ในแต่ละภูมิภาค แล้วให้นักเรียนศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลหาความสัมพันธ์ของตัวแปรสภาพอากาศ ต่อมาได้ทำบันทึกความร่วมมือกับโครงการ CloudSat ของ NASA ฝึกนักเรียนตรวจวัดและเก็บข้อมูลเพื่อสร้างแบบจำลองความสัมพันธ์ของระบบ บรรยากาศ – พืช - ดิน (BasicGAPS: General Purpose Simulation Model of the Atmosphere - Plant - Soil System) เพื่อพยากรณ์ปริมาณน้ำในดิน  

  

พ.ศ.2548 ชุดต้นแบบการเรียนรู้ LESA ได้รับความนิยมมากมีโรงเรียนเครือข่ายทั่วประเทศมากกว่า 300 แห่ง นำไปใช้งาน  สกว.จึงจัดตั้ง “ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์” (LESA: Learning center for Earth Science and Astronomy) จัดกิจกรรมบูรณาการภูมิปัญญาไทยและเทคโนโลยีเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (MONGKUT: The Macro Observation Network of Global-radius for K-12 Utilizing information Technology) เปิดโอกาสให้นักเรียนทั่วประเทศได้ทำกิจกรรมวัดเส้นผ่านศูนย์กลางโลกร่วมกัน โรงเรียนต่างๆ ส่งตัวแทนนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 1,000 คน นอกจากนั้นยังได้ขยายเครือข่ายไปยังโรงเรียนในประเทศนิวซีแลนด์  

  

นวัตกรรมด้านของ LESA มีความโดดเด่นเฉพาะตัว จึงได้รับความสนใจและการสนับสนุนจากนานาประเทศ ได้แก่ โครงการ Robot Optical Transient Search Experiment (ROTSE) มหาวิทยาลัยมิชิแกน  สนับสนุนเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์อัตโนมัติซึ่งติดตั้งไว้ 4 แห่งรอบโลก, โครงการ Catalina Sky Survey มหาวิทยาลัยอริโซนา สนับสนุนข้อมูลภาพถ่ายทั่วท้องฟ้า, หอดูดาว Observatoire de Haute-Provence (OHP) ประเทศฝรั่งเศส สนับสนุนข้อมูลสเปคตรัมและจัดผู้เชี่ยวชาญฝึกสอนนักเรียน, สมาคมดาราศาสตร์แห่งประเทศญี่ปุ่น (ASJ) สนับสนุนซอฟต์แวร์และสื่อการเรียนรู้, LESA ได้รวบรวมทรัพยากรเหล่านี้มาจัดการอบรมหลักสูตร Astro School และ Earth School ให้กับยุววิจัย และคัดเลือกนักเรียนที่มีผลงานดีเด่นไปนำเสนองานวิจัยในการประชุม Junior Session of the Astronomical Society of Japan เป็นประจำทุกปี

 

พ.ศ.2551 สกว.ทำบันทึกความร่วมมือกับ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดทำ “โครงการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาด้านดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์โลก” และ “โครงการครุวิจัย-สร้างสื่อดาราศาสตร์” พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์สังเกตการณ์ภาวะแวดล้อมโลก ในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นซึ่งอาจนำมาซึ่งภัยธรรมชาติ ทั้งนี้ได้ฝึกนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นวิทยากรและพี่เลี้ยงในการฝึกอบรมยุววิจัย และจัดกิจกรรมบริการวิชาการแก่สาธารณชน  

  

พ.ศ.2553 จัดตั้งศูนย์สังเกตการณ์เพิ่มขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อให้มียุววิจัยครบทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยมียุววิจัย 6 สาขา ได้แก่ ยุววิจัยรีโมตเซนซิง ยุววิจัยบรรยากาศ ยุววิจัยน้ำ ยุววิจัยชายฝั่ง ยุววิจัยธรณีวิทยา ยุววิจัยดาราศาสตร์ และพัฒนาชุดต้นแบบบทเรียนออนไลน์ วิชาดาราศาสตร์ขั้นนำ และวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพชีวภาพสำหรับครู เพื่อใช้สอนนิสิตคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

  

พ.ศ.2554 พัฒนาหลักสูตรออนไลน์ iAstro และ iEarth เปิดโอกาสให้ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้ที่สนใจได้ศึกษาดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์โลก โดยระบบการเรียนทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ต  อย่างไรก็ตามสัญญากับ สกว.ได้สิ้นสุดลงในวันที่ 25 เมษายน 2556 

  

พ.ศ.2556 กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และ กองทัพอากาศ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านสารสนเทศและการสื่อสาร เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2556  หนึ่งในความร่วมมือนี้คือ โครงการพัฒนาระบบการติดตามดาวเทียมและวัตถุอวกาศ โดยมีการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศทั้งสามระดับคือ ทีมงาน ครู นักเรียน มีการจัดค่ายเยาวชน ICT Space Camp และการประชุมเชิงปฏิบัติการสำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ โรงเรียนนายเรืออากาศ และ หอดูดาวเกิดแก้ว รวมทั้งเผยแพร่ความรู้เรื่องเทคโนโลยีอวกาศ บนเว็บไซต์ LESA 

  
พ.ศ.2527  กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กองทัพอากาศ และ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  ลงนามบันทึกความร่วมมือด้านดาราศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศ เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตั้งกล้องโทรทรรศน์สำหรับติดตามวัตถุที่เป็นอันตรายต่อโลก (Near Earth Objects) ดาวเทียม และวัตถุอวกาศ (Space Debis) บนดอยอินทนนท์ หอดูดาวแห่งใหม่นี้จะปฏิบัติการในนาม LESA