ประวัติบริษัท

บริษัท แจ๊กเจียอุตสาหกรรม (ไทย) จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2509 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก จำนวน 5 ล้านบาทเดิมมีชื่อว่า บริษัทโฮ้วป่าบราเดอร์ส (ไทย) จำกัด และได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็นจำนวน7 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2513

ในปี พ.ศ. 2516 กลุ่มบริษัท แจ๊กเจีย จำกัด ได้ซื้อ บริษัทโฮ้วป่าบราเดอร์ส (ไทย) จำกัด และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท แจ๊กเจียอุตสาหกรรม (ไทย) จำกัด ประกอบธุรกิจเป็นทั้งผู้ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์ เครื่องสำอาง และเครื่องมือแพทย์

ต่อมาในปี พ.ศ. 2530 บริษัทฯได้ร่วมทุนกับ บริษัท สมิทแอนด์เนฟฟิวจำกัดประเทศอังกฤษ จัดตั้ง บริษัท ฟาร์มาแคร์ จำกัด มีทุนจดทะเบียน 120 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัท แจ๊กเจียอุตสาหกรรม (ไทย) จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นจำนวน 99.99% บริษัท ฟาร์มาแคร์ จำกัด ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตาม พรบ.การส่งเสริมการลงทุน จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนในกิจการเวชภัณฑ์ หรืออุปกรณ์การแพทย์ หรือวิทยาศาตร์ โดยได้รับสิทธิประโยชน์ในด้านยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะเวลา 7 ปี

บริษัทฯ มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงได้เข้าจดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2536 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โดยใช้ชื่อย่อว่า “JCT”ในกลุ่มของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียนจำนวน 135 ล้านบาท

ในปี พ.ศ. 2543 บริษัท ฟาร์มาแคร์ จำกัด ได้ใบรับรองระบบบริการงานคุณภาพ ISO 9001:2000 จากสถาบัน RWTUV นอกจากนี้ ในปีเดียวกันยังได้รับเป็นผู้ส่งออกระดับบัตรทองของกรมศุลกากร อีกทั้งได้รับการจัดระดับผู้ประกอบการส่งออกที่ดีของกรมสรรพากรครั้งละ 2 ปีภาษี ตั้งแต่เดือนภาษี มกราคม พ.ศ. 2549 ถึงเดือนภาษี ธันวาคม พ.ศ. 2550,  เดือนภาษี มกราคม 2553 ถึงเดือนภาษี ธันวาคม 2554 และเดือนภาษี มกราคม 2555 ถึงเดือนภาษี ธันวาคม 2556

เพื่อรองรับการขายที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นของบริษัทฯ ในปี 2550 บริษัท ฟาร์มาแคร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้ยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน โดยเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2550 คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้อนุมัติให้บริษัทฯ ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตพลาสเตอร์ปิดแผล (First Aid Dressings) ประเภท 3.9 กิจการผลิตเวชภัณฑ์หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ และในปี 2554 เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2554 คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้อนุมัติให้บริษัทฯ ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตวัสดุป้องกันและรักษาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา (Sport Medical Bandages) และวัสดุยึดผ้าปิดแผล (Surgical Adhesive Tape) ประเภท 3.9 กิจการผลิตเครื่องมือแพทย์ 

โดยทั้ง 2 บัตรส่งเสริมการลงทุนที่กล่าวมาข้างต้น ได้รับสิทธิประโยชน์ในด้านการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการเฉพาะส่วนที่ขยายเป็นเวลา 8 ปี นับแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการนั้น