การกำกับดูแลกิจการ

การกำกับดูแลกิจการ



          ที่ผ่านมากรรมการบริษัทฯ ได้มีการปฏิบัติที่ดีให้เป็นไปตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์ ดังนี้

·         การดูแลการใช้ข้อมูล

บริษัทฯ มีมาตรการดูแลไม่ให้ผู้บริหารรวมทั้งภรรยาและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้บริหาร ใช้ข้อมูลภายในของบริษัทฯ ที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณชนโดยเฉพาะช่วง 1 เดือนก่อนงบการเงินเผยแพร่ต่อสาธารณชนเพื่อประโยชน์ส่วนตนโดยห้ามมิให้ใช้ข้อมูลภายในเพื่อทำการซื้อขายหลักทรัพย์ และต้องแจ้งตลาดหลักทรัพย์ทุกครั้งที่มีการซื้อขายหลักทรัพย์ และสำเนาเอกสารดังกล่าวมายังบริษัทฯ ด้วย

 

·         นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อเพิ่มความโปร่งใส เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกิจการ และเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย จึงได้กำหนดนโยบายการสนับสนุนดูแลกิจการ โดยครอบคลุมหลักสำคัญ ดังนี้

-          การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียอย่างเท่าเทียมกันเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

-          คณะกรรมการมีความมุ่งมั่นในการสร้างมูลค่าเพิ่มกิจการในระยะยาว บริหารงานด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง รับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความสามารถและประสิทธิภาพที่เพียงพอเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น ดูแลมิให้เกิดปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ และการกระทำของตนเอง

-          การดำเนินงานเป็นไปด้วยความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ เปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

-    การดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความเสี่ยงอยู่เสมอโดยมีการควบคุมและบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม

-          บริษัทฯ มีการกำหนดจริยธรรมธุรกิจเพื่อให้กรรมการ และพนักงานถือปฏิบัติ


     ·           นโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

บริษัทได้มีมติประชุมกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2558 เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2558 อนุมัตินโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อเป็นแนวทางปฎิบัติที่ชัดเจนในการดำเนินธุรกิจ และพัฒนาองค์กรอย่างยั่่งยืน โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการฉ้อโกง การหาผลประโยชน์ส่วนตนจากบริษัทฯ จึงได้กำหนดนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันและแนวทางในการดำเนินการที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อเป็นแนวทางให้กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานทุกคน ต้องถือปฏิบัติและหลีกเลี่ยงการกระทำอันมิชอบ โดยให้มีการสอบทานการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนทบทวนแนวทางปฏิบัติ และข้อกำหนดการดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ข้อบังคับและข้อกำหนดทางกฎหมาย จึงได้กำหนดแนวทางในการปฏิบัติ ดังนี้

           1. การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจและเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการของบริษัท ผู้บริหาร ผู้บังคับบัญชา พนักงานทุกคนทุกระดับ จะมีส่วนในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติเพื่อให้การดำเนินการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด

2. ไม่สนับสนุนการให้สินบนในทุกรูปแบบ รวมทั้งการควบคุมการบริจาค การให้ของขวัญทางธุรกิจ และการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ให้มีความโปร่งใสและไม่มีเจตนาเพื่อโน้มน้าวให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐหรือเอกชนดำเนินการไม่เหมาะสม

3. เสริมสร้างให้พนักงาน คู่สัญญาและคู่ค้า ตระหนักถึงการทุจริตคอร์รัปชันที่อาจเกิดขึ้น และการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

4. จัดให้มีการควบคุมภายใน การบริหารความเสี่ยง รวมถึงการตรวจสอบภายในอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานมีการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะพนักงานขายฝ่ายการตลาด ฝ่ายจัดซื้อ ฯลฯ

5. จัดให้มีความรู้ด้านการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันแก่คณะกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับชั้น เพื่อส่งเสริมความซื่อสัตย์ สุจริตและรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบ รวมถึงสื่อให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ

6. ตระหนักถึงความสำคัญในการเผยแพร่ ให้ความรู้และทำความเข้าใจกับบุคคลอื่นที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ หรืออาจเกิดผลกระทบต่อบริษัทฯ ในเรื่องการปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

7. จัดให้มีช่องทางการสื่อสารสำหรับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริต โดยพนักงานสามารถแจ้งหรือรายงานเหตุการณ์ทุจริต หรือเหตุการณ์ที่น่าสงสัยว่าจะมีการทุจริต และให้มีการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับความผิด สถานะความผิดและมาตรการลงโทษ รวมทั้งอาจได้รับโทษตามกฎหมาย หากการกระทำความผิดนั้นเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

8. ได้ปลูกฝังและย้ำให้พนักงานทุกคนในองค์กรต้องมีความตระหนัก ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาผลประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่ของตน หรือเอื้อประโยชน์ใดๆ ให้กับผู้อื่น รวมถึงได้ให้พนักงานได้รับทราบถึงบทลงโทษ อีกทั้งผลกระทบและความเดือดร้อน ความเสียหายที่ได้รับจากการกระทำการทุจริต

9. พนักงานทุกคนมีหน้าที่ช่วยกันสอดส่อง หากพบว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นภายในหน่วยงาน ให้รายงานต่อผู้บังคับบัญชา หรือผ่านช่องทางอื่นของบริษัทฯ หรือฝ่ายตรวจสอบภายใน

10. ให้ความเป็นธรรมและคุ้มครองพนักงานที่ปฏิเสธหรือแจ้งเบาะแสเรื่องทุจริตคอร์รัปชันเกี่ยวกับบริษัท โดยใช้มาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียน หรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการรายงานการทุจริตคอร์รัปชัน

 

การควบคุมภายใน และการบริหารจัดการความเสี่ยง

          คณะกรรมการมีความเห็นว่า ระบบการควบคุมภายในของบริษัทและการติดตามควบคุมดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยว่า สามารถป้องกันทรัพย์สินของบริษัท และบริษัทย่อยจากการที่ผู้บริหารนำไปใช้โดยมิชอบหรือโดยไม่มีอำนาจเพียงพอและเหมาะสม และที่ผ่านมาบริษัทยังไม่มีข้อบกพร่องเกี่ยวกับระบบการควบคุมภายในเรื่องใด

ในการกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี คณะกรรมการตรวจสอบได้สอบทานการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการ ที่มี 15 ข้อของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยภาพรวมแล้ว บริษัทอยู่ในเกณฑ์ที่ดีและได้วางแนวทางที่จะพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

ดังนั้น เพื่อความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย จึงได้กำหนดนโยบายเพื่อสนับสนุนการกำกับดูแลกิจการ โดยครอบคลุมหลักสำคัญ ดังนี้

-          การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียอย่างเท่าเทียมกัน และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

-          คณะกรรมการมีความมุ่งมั่นในการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่กิจการในระยะยาว บริหารงานด้วยความรอบคอบและระมัดระวังต่อการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสามารถที่เพียงพอ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น ดูแลมิให้เกิดปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่จะมีขึ้น

-          การดำเนินงานเป็นไปด้วยความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ เปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

-          การดำเนินนโยบายโดยคำนึงถึงความเสี่ยงอยู่เสมอ โดยมีการควบคุมและบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม


ในด้านการตรวจสอบภายใน บริษัทฯ ได้ว่าจ้างบุคคลภายนอก (Outsource) เข้ามาเป็นผู้ตรวจสอบภายใน โดยได้ว่าจ้างบริษัท ไอ.เอ.พี.พลัส จำกัด ซึ่งมีประสบการณ์ในการตรวจสอบภายในหลายบริษัท อาทิเช่น บมจ. มิลล์ คอน สตีล, บมจ. เอบิโก้ โฮลดิ้งส์ เป็นต้น มีหัวหน้าทีมในการตรวจสอบ ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการคือ นายวัฒนา จันทร์นาคิน ได้รับวุฒิบัตรการตรวจสอบภายใน (IACP) และเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ทะเบียนผู้สอบบัญชีเลขที่ 8542 โดยในระหว่างปี 2558 ได้ตรวจสอบระบบบริหารงานบุคคล บริหารคลังสินค้า ฝากขาย และวางบิล

สำหรับผู้สอบบัญชีคือ บริษัท สอบบัญชี ธรรมนิติ จำกัด โดยนางสาวสุลลิต อาดสว่าง ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขที่ 7517 ซึ่งได้ตรวจสอบบัญชีของบริษัทติดต่อจากปีที่แล้ว ได้ตั้งข้อสังเกตบางประการจากที่ตรวจพบ ได้แก่ ลูกหนี้การค้า ซึ่งค้างชำระมากขึ้น สาเหตุมาจากการติดตามลูกหนี้มีพนักงานไม่เพียงพอ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจครึ่งปีแรกไม่ดี ลูกหนี้ชะลอการชำระหนี้ ซึงฝ่ายบริหารได้ปรับปรุงระบบการติดตามลูกหนี้ใหม่ และได้เพิ่มพนักงานติดตามหนี้เพื่อให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกประเด็นหนึ่งเรื่อง สินค้าคงเหลือจากการตรวจนับและทางบัญชียังมีความแตกต่างกัน โดยมีสาเหตุมาจากมีการคืนสินค้าและมีการเปลี่ยนสินค้าใหม่มากขึ้น ซึ่งฝ่ายบริหารได้ดำเนินการจัดระบบคลังสินค้าใหม่ โดยแยกประเภทสินค้าคืนและเปลี่ยนสินค้าใหม่ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการสับสนและให้ฝ่ายคลังสินค้าตรวจนับและสอบยันกับฝ่ายบัญชีอย่างน้อยเดือนละครั้ง จะได้หาสาเหตุที่ถูกต้อง

บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญในเรื่องต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ จึงได้กำหนดนโยบายการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อเป็นแนวทางให้กรรมการผู้บริหารและพนักงานทุกคนต้องถือปฏิบัติ 10 ข้อ

จากการได้ประชุมร่วมกัน ระหว่างคณะกรรมการตรวจสอบและผู้สอบบัญชีของบริษัท ได้ประชุมร่วมกันทุกไตรมาส และมีความเห็นสอดคล้องกัน ตามที่ผู้สอบบัญชีได้ตั้งข้อสังเกตไว้และคณะกรรมการตรวจสอบได้นำแจ้งต่อที่ประชุมให้กรรมการบริหารทราบและนำไปแก้ไขปรับปรุงและก็ได้มีการติดตามผลการแก้ไขทุกไตรมาส โดยส่วนใหญ่ ความเห็นของผู้สอบบัญชีที่ได้ตั้งข้อสังเกตไว้เป็นข้อผิดพลาดของพนักงานที่ได้บันทึกข้อมูลผิดพลาดเล็กๆ น้อย ไม่ได้เป็นสาระสำคัญที่ก่อให้เกิดความเสียหายแต่อย่างใด