โปรกรมรายวิชาที่เปิดสอน

รายวิชาที่สอนในภาคเรียนที่ 1/2554

กิจกรรมเรียนรู้ TOK

    โครงสร้างภาษา C

    บทที่ 2
    โครงสร้างของภาษา C

              ภาษา C เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่ถูกค้นคิดขึ้นโดย Denis Ritchie ในปี ค.ศ. 1970 โดยใช้ระบบปฏิบัติการของยูนิกซ์ (UNIX) นับจากนั้นมาก็ได้รับความนิยมเพิ่มขั้นจนถึงปัจจุบัน ภาษา C สามารถติดต่อในระดับฮาร์ดแวร์ได้ดีกว่าภาษาระดับสูงอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษาเบสิกฟอร์แทน ขณะเดียวกันก็มีคุณสมบัติของภาษาระดับสูงอยู่ด้วย ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงจัดได้ว่าภาษา C เป็นภาษาระดับกลาง (Middle –lever language)  ภาษา C เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ชนิดคอมไพล์ (compiled Language) ซึ่งมีคอมไพลเลอร์ (Compiler) ทำหน้าที่ในการคอมไพล์ (Compile) หรือแปลงคำสั่งทั้งหมดในโปรแกรมให้เป็นภาษาเครื่อง (Machine Language) เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์นำคำสั่งเหล่านั้นไปทำงานต่อไป

    โครงสร้างของภาษา C


    ทุกโปรแกรมของภาษา C มีโครงสร้างเป็นลักษณะดังรูป

     

        

    เฮดเดอร์ไฟล์ (Header Files) 

         เป็นส่วนที่เก็บไลบรารี่มาตรฐานของภาษา C ซึ่งจะถูกดึงเข้ามารวมกับโปรแกรมในขณะที่กำลังทำการคอมไพล์ โดยใช้คำสั่ง

    #include<ชื่อเฮดเดอร์ไฟล์> หรือ
    #include  “ชื่อเฮดเดอร์ไฟล์”

    ตัวอย่าง
    #include<stdio.h>

                    เฮดเดอร์ไฟล์นี้จะมีส่วนขยายเป็น .h เสมอ และเฮดเดอร์ไฟล์เป็นส่วนที่จำเป็นต้องมีอย่างน้อย 1 เฮดเดอร์ไฟล์ ก็คือ เฮดเดอร์ไฟล์ stdio.h ซึ่งจะเป็นที่เก็บไลบรารี่มาตรฐานที่จัดการเกี่ยวกับอินพุตและเอาท์พุต

    ส่วนตัวแปรแบบ Global (Global Variables)
        เป็นส่วนที่ใช้ประกาศตัวแปรหรือค่าต่าง ๆ ที่ให้ใช้ได้ทั้งโปรแกรม ซึ่งใช้ได้ทั้งโปรแกรม  ซึ่งในส่วนไม่จำเป็นต้องมีก็ได้

    ฟังก์ชัน (Functions)
        เป็นส่วนที่เก็บคำสั่งต่าง ๆ ไว้ ซึ่งในภาษา C จะบังคับให้มีฟังก์ชันอย่างน้อย 1 ฟังก์ชั่นนั่นคือ ฟังก์ชั่น Main() และในโปรแกรม 1 โปรแกรมสามารถมีฟังก์ชันได้มากกว่า 1 ฟังก์ชั่น

    ส่วนตัวแปรแบบ Local (Local Variables)
           เป็นส่วนที่ใช้สำหรับประกาศตัวแปรที่จะใช้ในเฉพาะฟังก์ชันของตนเอง ฟังก์ชั่นอื่นไม่สามารถเข้าถึงหรือใช้ได้ ซึ่งจะต้องทำการประกาศตัวแปรก่อนการใช้งานเสมอ  และจะต้องประกาศไว้ในส่วนนี้เท่านั้น
    ตัวแปรโปรแกรม (Statements)
            เป็นส่วนที่อยู่ถัดลงมาจากส่วนตัวแปรภายใน ซึ่งประกอบไปด้วยคำสั่งต่าง ๆ ของภาษา C และคำสั่งต่าง ๆ จะใช้เครื่องหมาย ; เพื่อเป็นการบอกให้รู้ว่าจบคำสั่งหนึ่ง ๆ แล้ว ส่วนใหญ่ คำสั่งต่าง ๆ ของภาษา C เขียนด้วยตัวพิมพ์เล็ก เนื่องจากภาษา C จะแยกความแตกต่างชองตัวพิมพ์เล็กและพิมพ์ใหญ่หรือ Case Sensitive นั่นเอง ยกตัวอย่างใช้ Test, test หรือจะถือว่าเป็นตัวแปรคนละตัวกัน นอกจากนี้ภาษา C ยังไม่สนใจกับการขึ้นบรรทัดใหม่ เพราะฉะนั้นผู้ใช้สามารถพิมพ์คำสั่งหลายคำสั่งในบรรทัดเดียวกันได้ โดยไม่เครื่องหมาย ; เป็นตัวจบคำสั่ง

     

    ค่าส่งกลับ (Return Value)
    เป็นส่วนที่บอกให้รู้ว่า ฟังก์ชันนี้จะส่งค่าอะไรกลับไปให้กับฟังก์ชั่นที่เรียกฟังก์ชั่น ซึ่งเรื่องนี้ผู้เขียนจะยกไปกล่าวในเรื่องฟังก์ชั่นอย่างละเอียดอีกทีหนึ่ง

    กิจกรรมนับคาบเรียน

    คำสั่ง  ให้นักเรียนบอกส่วนประกอบของโครงสร้างภาษา C  

    กดคลิกเื่พื่อส่งคำตอบตอบ


    รายละเอียดการติดตามการเรียน

    ให้นักเรียน  บันทึกกิจกรรมที่ส่ง  กดที่นี่

    ผู้ปกครองติดตามการเรียนของนักเรียน 
    กดที่นี่


    หมายเหตุ (Comment)
           เป็นส่วนที่ใช้สำหรับแสดงข้อความ เพื่ออธิบายสิ่งที่ต้องการในโปรแกรม ซึ่งจะใช้เครื่องหมาย /*และ */ ปิดหัวและปิดท้ายของข้อความที่ต้องการ

       รูปที่ 2-2 แสดงการเขียนหมายเหตุหรือ Comment ในลักษณะต่าง ๆ



    โปรแกรมที่ 2 – 1 โปรแกรมแรกสำหรับนักเรียน




    กิจกรรมนับคาบเรียน

      ให้นักเรียนเปิดโปรแกรม dev-c++  ดังนี้

        1.ไปที่เมนู  file เลือกรายการเมนู new  เลือกรายการ source file  หรือนักเรียนจะเลือกกดปุ่ม Ctrl+n ก็ได้

       2. เขียนโปรแกรมตามรายละเอียดโปรแกรม 2-1  ดังนี้

     #include<stdio.h>main()
      {
        printf("Hello World\n");
        return(0);
      }

        3. เมื่อพิมพ์เรียบร้อย ไปที่เมนู  excute + compile+run
        4. สังเกตผลที่เกิดขึ้น

    ให้นักเรียนคัดลอกผลที่เกิดขึ้น 
    กดคลิกเื่พื่อส่งคำตอบตอบ


    รายละเอียดการติดตามการเรียน

    ให้นักเรียน  บันทึกกิจกรรมที่ส่ง  กดที่นี่

    ผู้ปกครองติดตามการเรียนของนักเรียน 
    กดที่นี่

    การตั้งชื่อ 


    การตั้งชื่อ (Identifier) ให้กับตัวแปร ฟังก์ชันหรืออื่น ๆ มีกฎเกณฑ์ในการตั้งชื่อ ดังนี้
    1.  ตัวแรกของชื่อจะต้องขึ้นต้องด้วยตัวอักษรหรือเครื่องหมาย _ เท่านั้น
    2.  ตัวอักษรตั้งแต่ตัวที่ 2 สามารถเป็นตัวเลข หรือเครื่องหมาย_ก็ได้
    3.  จะต้องไม่มีการเว้นวรรคภายในชื่อ แต่สามารถใช้เครื่อง_คั่นได้
    4.  สามารถตั้งชื่อได้ยาวไม่จำกัด แต่จะใช้ตัวอักษรแค่ 31 ตัวแรกในการอ้างอิง
    5.  ชื่อที่ตั้งด้วยตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก จะถือว่าเป็นคนละตัวกัน
    6.  ห้ามตั้งชื่อซ้ำกับคำสงวนของภาษา C

    ตัวอย่างการตั้งที่ถูกและผิด


    แบบที่ถูก

    แบบที่ผิด

    A

    $sum

    Student_name

    Student Name

    _SystemName

    2names

    A1

    int

    ชนิดข้อมูล
    ในการเขียนโปรแกรมภาษา C นั้น ผู้ใช้จะต้องกำหนดชนิดให้กับตัวแปรนั้นก่อนที่จะนำไปใช้งาน โดยผู้ใช้จะต้องรู้ว่าในภาษา C นั้นมีชนิดข้อมูลอะไรบ้าง เพื่อจะเลือกใช้ได้อย่างถูก
    ต้องและเหมาะสม ในภาษา C จะมี 4 ชนิดข้อมูลมาตรฐาน ดังนี้

    ชนิดข้อมูลแบบไม่มีค่า หรือ Void Type (Void)
    ข้อมูลชนิดนี้ จะไม่มีค่าและจะไม่ใช้ในการกำหนดชนิดตัวแปร แต่ส่วนใหญ่จะใช้เกี่ยวกับฟังก์ชั่น ซึ่งจะขอยกไปอธิบายในเรื่องฟังก์ชั่น

     ชนิดข้อมูลมูลแบบจำนวนเต็ม หรือ Integer Type (int)
    เป็นชนิดข้อมูลที่เป็นตัวเลขจำนวนเต็ม ไม่มีทศนิยม ซึ่งภาษา C จะแบ่งข้อมูลชนิดนี้ออกได้เป็น 3 ระดับ คือ short int,int และ long int ซึ่งแต่ละระดับนั้นจะมีขอบเขตการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังแสดงในตารางที่ 2-1


    ชนิดข้อมูล

    คิดเครื่อง
    หมาย

    ขนาด(ไบต์)

    จำนวนบิต

    ค่าน้อยที่สุด

    ค่ามากที่สุด

    Short int

    คิด
    ไม่คิด

    2

    16

    -32,768
    0

    32,768
    65,535

    Int
    (16 บิต)

    คิด
    ไม่คิด

    2

    16

    -32,768
    0

    32,768
    65,535

    Int
    (32 บิต)

    คิด
    ไม่คิด

    4

    32

    -2,147,486,643
    0

    2,147,486,643
    4,294,967,295

    Long int

    คิด
    ไม่คิด

    4

    32

    -2,147,486,643
    0

    2,147,486,643
    4,294,967,295

    ชนิดข้อมูลแบบอักษร หรือ Character Type (char)
    ข้อมูลชนิดนี้ก็คือ ตัวอักษรตั้งแต่ A-Z เลข 0-9 และสัญลักษณ์ต่าง ๆ ตามมาตรฐาน ACSII (American Standard Code Information Interchange) ซึ่งเมื่อกำหนดให้กับตัวแปรแล้วตัวแปรนั้นจะรับค่าได้เพียง 1 ตัวอักษรเท่านั้น และสามารถรับข้อมูลจำนวนเต็มตั้งแต่ถึง 127 จะใช้ขนาดหน่วยความจำ 1ไบต์หรือ 8 บิต

    ชนิดข้อมูลแบบทศนิยม หรือ Floating Point Type (flat)
    เป็นข้อมูลชนิดตัวเลขที่มีจุดทศนิยม ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ float, double และ long double แต่ละระดับนั้นจะมีขอบเขตที่แตกต่างกันในการใช้งาน ดังแสดงในตารางที่ 2-2

     ตารางที่ 2-2 แสดงรายละเอียดของชนิดข้อมูลแบบทศนิยม

    ชนิดข้อมูล

    ขนาด(ไบต์)

    จำนวนบิต

    ค่าที่น้อยที่สุด

    float

    4

    32

          -38                38
    3.4-10    ถึง 3.4-10

    double

    8

    64

          -308                308
    1.7*10    ถึง 1.7*10

    long double

    10

    80

          -4932             4932
    3.4*10    ถึง 1.1*10

    ตัวแปร
    ตัวแปร คือ ชื่อที่ใช้อ้างถึงตำแหน่งต่าง ๆ ในหน่วยความจำ ซึ่งใช้เก็บข้อมูลต่าง ๆ ด้วยขนาดตามชนิดข้อมูล

    การประกาศตัวแปร
    การประกาศตัวแปรในภาษา C นั้นสามรถทำได้ 2 ลักษณะ คือ การประกาศตัวแปรแบบเอกภาพ หรือการประกาศตัวแปรแบบ Global คือ ตัวแปรที่จะสามารถเรียกใช้ได้ทั้งโปรแกรม และแบบที่สองการประกาศตัวแปรแบบภายใน หรือการประกาศตัวแปรแบบ Local ซึ่งตัวแปรแระเภทนี้จะใช้ได้ในเฉพาะฟังก์ชั่นของตัวเองเท่านั้น

     #include<stdio.h>
    int total; /*การประกาศตัวแปรแบบ Global */
    main()
    {
    int price,money; /*การประกาศตัวแปรแบบ Local*/

    }
      

    รูปที่ 2-3 แสดงการประกาศตัวแปรแบบต่าง ๆ

    การกำหนดค่าให้กับตัวแปร 


    การกำหนดค่าให้กับตัวแปรนั้น จะสามารถกำหนดได้ตั้งแต่ตอนที่ประกาศตัวแปรเลยหรือจะกำหนดให้ภายในโปรแกรมก็ ได้ ซึ่งการกำหนดค่าจะใช้เครื่องหมาย = กั้นตรงกลาง

    int total = 0;

    ถ้ามีตัวแปรข้อมูลชนิดเดียวกัน ก็สามารถทำแบบนี้ได้

    int total =0,sum

    หรือ

    int total =0,sum=0;

    ถ้าเป็นการกำหนดภายในโปรแกรม ซึ่งตัวแปรนั้นได้ประกาศไว้แล้วสามารถทำแบบนี้

    total = 50;

    หรือ

    total = total+sum

    หรือกำหนดค่าจาการพิมพ์ข้อมูลเข้าทางคีย์บอร์ด

    scanf(“%d”,&total);

    โปรแกรมที่ 2-2 การประกาศและใช้ตัวแปร

     #include<stdio.h>
    /*การประกาศตัวแปร Global*/
    int sum = 0;
    int main(void)
    {
    /*การประกาศตัวแปรแบบ Local */
    int a;
    int b;
    int c;

    /*คำสั่ง */


    printf(“\nWelcome. This Program adds\n”);
    printf(“threenumbers.Enter three numbers\n”);
    printf(“in the form: nnn nnn nnn <retur>\n”);
    scanf(“%d %d %d”,&a,&b,&c);

    /* ทำการบวกค่าระหว่าง a,b และ c เข้าด้วยกันแล้วกำหนดค่าให้ sum*/
    sum=a+b+c;
    printf(“The total is: %d\n”,sum);
    printf(“Thant you. Have a good day.\n”);
    return 0;
    }

    ผลการทำงาน:



    กิจกรรมนับคาบเรียน

    คำสั่ง  ให้นักเรียนเขียนโปรแกรมในโปรแกรม dev-c++  นามสุกลเป็น .C ตามตัวอย่างโปรแกรมที่ 2-2  แล้วส่งคำตอบมาตาม link ข้างล่าง

    กดคลิกเื่พื่อตอบ


    รายละเอียดการติดตามการเรียน

    ให้นักเรียน  บันทึกกิจกรรมที่ส่ง  กดที่นี่

    ผู้ปกครองติดตามการเรียนของนักเรียน 
    กดที่นี่





    การกำหนดชนิดข้อมูลแบบชั่วคราว
    เมื่อผู้ใช้ได้กำหนดชนิดข้อมูลให้กับตัวแปรใด ๆ ไปแล้ว ตัวแปรตัวนั้นจะมีชนิดข้อมูลเป็นแบบที่กำหนดให้ตลอดไป บางครั้งการเขียนโปรแกรมอาจจะต้องมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนชนิดข้อมูลของตัว แปรตัวนั้น ซึ่งภาษาซี ก็มีความสามารถที่จะทำเช่นนั้นได้
    รูปแบบ 


    ([ชนิดข้อมูล])[ตัวแปร]

    ตัวอย่าง

    (float)a
    (int)a

    โปรแกรมที่ 2-3 แสดงการใช้ตัวแปรแบบชั่วคราว 

     #include<stdio.h>
    int main(void)
    {
    float a= 25.3658;
    printf(“Value of a : %\n”,a);
    printf(“Value of a when set is integer : %d\n”,(int)a);
    return 0;
    }


    ผลการทำงาน :


    กิจกรรมนับคาบเรียน

    คำสั่ง  ให้นักเรียนเขียนโปรแกรมในโปรแกรม dev-c++  นามสุกลเป็น .C ตามตัวอย่างโปรแกรมที่ 2-3  แล้วส่งคำตอบมาตาม link ข้างล่าง

    กดคลิกเื่พื่อตอบ


    รายละเอียดการติดตามการเรียน

    ให้นักเรียน  บันทึกกิจกรรมที่ส่ง  กดที่นี่

    ผู้ปกครองติดตามการเรียนของนักเรียน 
    กดที่นี่



    ชนิดข้อมูลแบบค่าคงที่ (Constants)
    ชนิดข้อมูลประเภทนี้ ชื่อก็บอกอยู่ว่าเป็นชนิดข้อมูลแบบค่าคงที่ ซึ่งก็คือข้อมูลตัวแปรประเภทที่เป็น Constants ผู้ใช้จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงค่าของตัวแปรตัวนั้น ในขณะที่โปรแกรมทำงานอยู่

    รูปแบบ

    Const[ชนิดข้อมูล][ตัวแปร]=[ค่าหรือ นิพจน์]

    ตัวอย่าง

    const folat a = 5.23;
    const int b = a%2;

    โปรแกรมที่ 2-4 การใช้ตัวแปรชนิดข้อแบบค่าคงที่

     #include<stdio.h>
    int main(void)
    {
    const float pi = 3.14159;
    float radius;
    radius = 3;
    printf(“Value of pi  : %f\n”,pi);
    printf(“Value of area : %f\n”,pi*(radius*radius));
    return 0;
    }

    ผลการทำงาน:



    กิจกรรมนับคาบเรียน

    คำสั่ง  ให้นักเรียนเขียนโปรแกรมในโปรแกรม dev-c++  นามสุกลเป็น .C ตามตัวอย่างโปรแกรมที่ 2-4  แล้วส่งคำตอบมาตาม link ข้างล่าง

    กดคลิกเื่พื่อตอบ


    รายละเอียดการติดตามการเรียน

    ให้นักเรียน  บันทึกกิจกรรมที่ส่ง  กดที่นี่

    ผู้ปกครองติดตามการเรียนของนักเรียน 
    กดที่นี่




    Character Constants เป็นค่าคงที่ชนิดตัวอักษร ซึ่งจะต้องอยู่ภายในเครื่องหมาย ‘’เท่านั้น
    const char b = ‘t’;

    String Constants เป็นค่าคงที่เป็นข้อความ ซึ่งจะต้องอยู่ภายใต้เครื่องหมาย “”เท่านั้น
    “”
    “h”
    “Hello world\n”
    “HOW ARE YOU”
    “Good Morning!”


    โปรแกรมที่ 2-5 การใช้ตัวแปรชนิดข้อมูลแบบค่าคงที่แบบต่าง ๆ

     #include<stdio.h>
    int main(void)
    {
    const int a = 3; /*Integer Constats*/
    const flat b = 3.14159; /*Floating – Point Constants*/
    const cahr c = ‘P’; /*Character Constants*/
    printf(“Value of a: %d\n”,a);
    printf(“Value of b: %d\n”,b);
    printf(“Value of c: %d\n”,c);
    printf(“Good Bye”); /*String Constants*/
    return 0;
    }

    ผลการทำงาน 


     

    กิจกรรมนับคาบเรียน

    คำสั่ง  ให้นักเรียนเขียนโปรแกรมในโปรแกรม dev-c++  นามสุกลเป็น .C ตามตัวอย่างโปรแกรมที่ 2-5  แล้วส่งคำตอบมาตาม link ข้างล่าง

    กดคลิกเื่พื่อตอบ


    รายละเอียดการติดตามการเรียน

    ให้นักเรียน  บันทึกกิจกรรมที่ส่ง  กดที่นี่

    ผู้ปกครองติดตามการเรียนของนักเรียน 
    กดที่นี่



    Statements
                        statements ในภาษา c คือ คำสั่งต่าง ไ ที่ประกอบขึ้นจนเป็นตัวโปรแกรม ซึ่งในภาษา c นั้นได้แบ่งออกเป็น 6 แบบ คือ Expression Statement และ Compound Statement ณ.ที่นี้จะมีด้วยกัน 2 แบบ

    1. Expression Statement  หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Single Statement ซึ่ง Statement  แบบนั้นจะต้องมีเครื่องหมาย; หลังจาก statement เมื่อภาษา C พบเครื่องหมาย ; จะทำให้มันรู้ว่าจบชุดคำสั่งแล้ว แล้วจึงข้ามไปทำ Statement ชุดต่อไป

           a = 2;
    หรือ
         printf(“x contains %d, y contains %d\n”,x,y);

                      Compound Statement คือ ชุดคำสั่งที่มีคำสั่งต่าง ๆ รวมอยู่ด้านใน Block ซึ่งจะใช้เครื่องหมาย {เป็นการเปิดชุดคำสั่ง และใช้} เป็นตัวปิดชุดคำสั่ง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนสำหรับ Statement แบบนี้ คือ ตัวฟังก์ชั่น Main โดยทั่ว ๆ ไปในภาษา C Compound Statement จะเป็นตัวฟังชั่น

    ผังงาน
             ผังงาน (Flowchart)  มีไว้เพื่อให้ผู้ใช้ออกแบบขั้นตอนการทำงนของโปรแกรมก่อนที่จะลงมือเขียน โปรแกรม ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้เขียนโปรแกรมได้ง่ายขึ้นและไม่สับสนซึ่งผังงานที่นิยม ใช้มีมาตรฐานมากมายหลายแบบ  โดยมีสัญลักษณ์ของผังงานดังนี้

    1.  Terminator   สัญลักษณ์แทนจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด 




           



    2.   Process   สัญลักษณ์กระบวนการต่าง ๆ เช่น การประกาศตัวแปร การบวก เป็นต้น 


          



    3.      Decision   สัญลักษณ์เงื่อนไข


           



    4. Data สัญลักษณ์ติดต่อกับผู้ใช้โดยการรับข้อมูลหรือแสดงข้อมูล




    5.  Manual Input สัญลักษณ์การรับข้อมูลจากผู้ใช้




    6.Display สัญลักษณ์การแสดงผลออกทางจอภาพ



          

    7. Predefined Process สัญลักษณ์ระบุการทำงานย่อยหรือฟังก์ชั่นย่อย



                  
    8.  Connect  สัญลักษณ์จุดเชื่อม



           

    9.   Arrow  สัญลักษณ์เส้นทางการดำเนินงาน


          โดยการออกแบบผังงาน จะมี 3 แบบ ดังนี้


    1.  แบบเรียงลำดับ จะเป็นลักษณะการทำงานที่เรียงกันไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีการวนซ้ำ ดังรูป
     

                                                 

    2.  แบบทางเลือก จะเป็นลักษณะการทำงานที่มีทางเลือก ซึ่งจะพบในเรื่องคำสั่งเงื่อนไข เช่น คำสั่ง if…else ดังรูป
                   

                                                                                                               

    3.  แบบการทำงานซ้ำ จะเป็นลักษณะการทำงานที่วนการทำงานแบบเดิม จนครบตามจำนวนที่ต้องการ ซึ้งจะพบในเรื่องคำสั่ง วนลูป เช่น คำสั่ง do….while ดังรูป

     

     


    แบบทดสอบ  เก็บคะแนน  10  คะแนน  ข้อละ  5  คะแนน

    ข้อที่   1   ให้นักเรียนเขียนโปรแกรม  เพื่อแสดงผล  คำว่า  Hello the world!  กดคลิกเื่พื่อตอบ

    ข้อที่  2  ให้นักเรียนเขียนโปรแกรมการประกาศชนิดข้อมูลและตัวแปร ดังนี้

         a เป็น int  มีค่าเท่ากับ  20

        b  เป็น float  มีค่าเท่ากับ 45.523

        c  เป็น  string  เก็บค่าคือ  "The Big C"

      pi เป็นค่าคงที่ ชนิดข้อมูลแบบ float  มีค่า เท่ากับ 3.1453

    กดคลิกเื่พื่อตอบ


    รายละเอียดการติดตามการเรียน

    ให้นักเรียน  บันทึกกิจกรรมที่ส่ง  กดที่นี่

    ผู้ปกครองติดตามการเรียนของนักเรียน 
    กดที่นี่

    Comments