รายงานกิจกรรม ชปส.

วันนี้ (14  ธันวาคม 2559)  โครงการห้องเรียนพิเศษ (Gifted Program)  ได้จัดกิจกรรมติวเข้มยกระดับผล O-NET ให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  เป็นวันที่ 2  ของกิจกรรม  โดยเชิญอาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด  ไปเป็นวิทยากร  บรรยาย  ให้ความรู้กับนักเรียน  และวันนี้  โรงเรียนได้รับเกียรติจาก ท่านอาจารย์ ดร. สุรชัย  รัตนสุข  หัวหน้าสาขาวิชาชีววิทยา  ภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  มหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด  เป็นวิทยากร

กิจกรรมยกระดับผล O-NET วันที่ 13 ธันวาคม 2559

โพสต์12 ธ.ค. 2559 20:47โดยสุระ เพชรโรจน์   [ อัปเดต 13 ธ.ค. 2559 20:15 ]

วันนี้ (13  ธันวาคม 2559)  โครงการห้องเรียนพิเศษ (Gifted Program)  ได้จัดกิจกรรมติวเข้มยกระดับผล O-NET ให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  เป็นวันแรก  ซึ่งโรงเรียนกำหนดการติวเข้มทั้งหมด  จำนวน  3  วัน  โดยเชิญอาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด  ไปเป็นวิทยากร  บรรยาย  ให้ความรู้กับนักเรียน  และวันนี้  ช่วงเวลา  09.00 - 12.00 น.  ได้รับเกียรติจาก  อาจารย์ ดร. ปภาพร  จันทะวงศ์ฤทธิ์  อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  มหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด  ช่วงเวลา  13.00 - 15.30 น.  ได้รับเกียรติจาก  อาจารย์ ปฐมพงษ์  ชนะนิล  หัวหน้าสาขาวิชาฟิสิกส์  ภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  มหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด  เป็นวิทยากร




ภาพพิธีเปิดกองลูกเสือ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559

โพสต์9 พ.ย. 2559 01:26โดยสุระ เพชรโรจน์   [ อัปเดต 9 พ.ย. 2559 01:29 ]


วันนี้  (9 พฤศจิกายน 2559)  เวลา  15.00 น.  ดร.สมชาติ  สุขใส ผู้อำนวยการโรงเรียนเชียงใหม่ประชานุสรณ์  พร้อมด้วยผู้กำกับลูกเสือ  เนตรนารี  ยุวกาชาด  ผู้บำเพ็ญประโยชน์  ได้นำลูกเสือ  เนตรนารี  ยุวกาชาด  ผู้บำเพ็ญประโยชน์  ทำพิธีเปิดกองประจำภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา 2559

ภาพกิจกรรมทำความดีถวายความอาลัย

โพสต์2 พ.ย. 2559 02:28โดยสุระ เพชรโรจน์   [ อัปเดต 8 พ.ย. 2559 01:29 ]

กิจกรรมทำความดีถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  เนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  เสด็จสวรรคต เพื่อเป็นการทำความดีถวายพระราชกุศล  โรงเรียนนำลูกเสือ  เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์ และนักศึกษาวิชาทหาร ร่วมพัฒนาโรงเรียน  เมื่อวันพุธที่  2  พฤศจิกายน  2559

สรุปเหรียญรางวัลฯ

โพสต์1 พ.ย. 2559 22:52โดยสุระ เพชรโรจน์   [ อัปเดต 2 พ.ย. 2559 19:14 ]


สรุปเหรียญรางวัล โรงเรียนเชียงใหม่ประชานุสรณ์ งานศิลปหัตถกรรม ครั้งที่ 66 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 27  กลุ่มที่ 3 ณ  โรงเรียนเสลภูมิพิทยาคม และโรงเรียนเสลภูมิ  เมื่อวันที่  5 - 6  ตุลาคม  2559

ภาพกิจกรรมกีฬาภายใน ประจำปีการศึกษา 2559

โพสต์2 ต.ค. 2559 18:33โดยสุระ เพชรโรจน์   [ อัปเดต 8 พ.ย. 2559 01:29 ]


เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพ พลานามัยของนักเรียน  ฝึกให้นักเรียนรู้จักการทำงานเป็นหมู่คณะ  รักและสามัคคีในหมู่คณะ  และเป็นการคัดเลือกนักเรียนเพื่อเป็นตัวแทนนักกีฬาของโรงเรียนไปร่วมแข่งขันในระดับจังหวัด  กลุ่มสาาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  โรงเรียนเชียงใหม่ประชานุสรณ์  จึงได้จัดให้มีการแข่งขันกีฬาภายใน  ประจำปีการศึกษา 2559  ขึ้น  ระหว่างวันที่  29  กันยายน  ถึงวันที่  1  ตุลาคม  2559

ขอแสดงความยินดี

โพสต์26 ก.ย. 2559 18:40โดยสุระ เพชรโรจน์   [ อัปเดต 26 ก.ย. 2559 18:42 ]

โรงเรียนขอแสดงความยินดีกับผู้ผกครองและเด็กหญิงเทพารักษ์  ทิพเจริญ  ที่สอบวัดความรู้ภาษาอังกฤษ  จากโครงการวัดความรู้ภาษาอังกฤษ (บริษัทเสริมปัญญา)  ครั้งที่ 1  ได้อันดับที่ 1  ของจังหวัดร้อยเอ็ด





ภาพการนิเทศ ติดตามโครงการ "สำนึกพลเมือง"

โพสต์2 ก.ย. 2559 02:02โดยสุระ เพชรโรจน์   [ อัปเดต 8 พ.ย. 2559 01:30 ]


วันนี้ (2  กันยายน  2559)  เวลา 09.00 - 12.00 น.  คณะกรรมการนิเทศ ติดตามโครงการ "สำนึกพลเมือง" (Project Citizen Thailand)  สถาบันพระปกเกล้าฯ  ได้ไปนิเทศ ติดตามโครงการที่โรงเรียนเชียงใหม่ประชานุสรณ์  และได้มอบป้าย "โรงเรียนสร้างสำนึกพลเมือง"

ภาพพิธีมอบเกียรติบัตรการแข่งขันกิจกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฯ

โพสต์29 ส.ค. 2559 22:48โดยสุระ เพชรโรจน์   [ อัปเดต 8 พ.ย. 2559 01:32 ]

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ได้ทำพิธีมอบเกียรติบัตรการแข่งขันกิจกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เนื่องในสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ  ประจำปี 2559  ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา  เขต 27  ณ  โรงเรียนเสลภูมิพิทยาคม  โรงเรียนเสลภูมิ  อำเภอเสลภูมิ  จังหวัดร้อยเอ็ด  ระหว่างวันที่  15-16  สิงหาคม  2559  ซึ่งโรงเรียนเชียงใหม่ประชานุสรณ์  ส่งเข้าแข่งขันทั้งสิ้น  จำนวน  18  รายการ  ผลการแข่งขัน  ดังนี้  คือ  เหรียญทอง 6  เหรียญ  เหรียญเงิน  4  เหรียญ  และเหรียญทองแดง  3  เหรียญ  และโรงเรียนได้ทำพิธีมอบเกียรติบัตรการแข่งขันกิจกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฯ  ให้กับนักเรียนที่เข้าร่วมแข่งขันเมื่อวันที่  30  สิงหาคม  2559  โดยท่าน  ดร.สมชาติ  สุขใส  ผู้อำนวยการโรงเรียน  เป็นผู้มอบ

ภาพกิจกรรมวันวิทยาศาสตร์ ประจำปี 2559

โพสต์18 ส.ค. 2559 20:27โดยสุระ เพชรโรจน์   [ อัปเดต 8 พ.ย. 2559 01:33 ]


กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  โรงเรียนเชียงใหม่ประชานุสรณ์  ได้ดำเนินการโครงการกิจกรรมวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ  ประจำปี 2559  ขึ้น  ในวันที่  18  สิงหาคม  2559  ณ  หอประชุมโรงเรียนเชียงใหม่ประชานุสรณ์  ซึ่งการดำเนินการโครงการดังกล่าวมีจุดประสงค์ ดังนี้
1. เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและพระปรีชาสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อันเป็นพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย
2. เพื่อเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่ผลงานการค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ
3. เพื่อสนับสนุนให้กำลังใจและโอกาสแก่นักวิจัย นักประดิษฐ์ ได้แสดงผลงานต่อสาธารณชน
4. เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่าภาครัฐและเอกชนในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ในการพัฒนาประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
5. เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศทางวิทยาศาสตร์ อันเป็นวิถีทางหนึ่งของการแก้ปัญหาการขาดแคลนกำลังคนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
          วันวิทยาศาสตร์ ได้เริ่มมีขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2525 โดย มติของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ.2525 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวอันเป็น“พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” เพราะทรงคำนวณการเกิดสุริยุปราคาที่ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2411 ได้อย่างแม่นยำ

วันที่ 18 สิงหาคม ของทุกปี ได้มีการจัดงานวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติขึ้นทั่วประเทศ โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 เป็นต้นมา โดยมีกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการพลังงาน เป็นหน่วยงานหลักในการจัดร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งภาครัฐและเอกชน
          ต่อมาในปี พ.ศ. 2527 งานวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติได้รับการขยายให้เป็นงานใหญ่ขึ้น เป็นงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ โดยจะมีการจัดงานในระหว่างวันที่ 18-24 สิงหาคม
          พระราชกรณียกิจทางด้านดาราศาสตร์ของรัชกาลที่ 8  พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดฯ ให้สร้างหอดูดาวบนเขาวัง ในจังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๐๓ พระราชทานนามว่า “หอชัชวาลเวียงชัย” ซึ่งตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ได้เคยทอดพระเนตรดาวหาง 3 ดวงคือ
          1. ดาวหางฟลูเกอร์กูส (Flaugergues s Comet) เป็นดาวหางที่มีขนาดใหญ่และมีหาง 2 หาง ปรากฏในรัชสมัย พระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อ พ.ศ. 2355 ขณะนั้นเจ้าฟ้ามงกฏมีพระชันษาราว 8 ปี เมื่อทรงเห็นแล้ว คงจะทรงติดตามศึกษาเรื่องดาวหางอยู่เสมอ เพราะว่าก่อนดวงที่ 2 จะมาปรากฏ พระองค์สามารถทรงนิพนธ์ประกาศฉบับแรกชื่อว่า ” ประกาศดาวหางขึ้นอย่าได้วิตก” แจ้งแก่ประชาชน”
         2. ดาวหางโดนาติ ( Donati a Comet) เป็นดาวหางที่มีขนาดใหญ่มาก นักดาราศาสตร์อิตาเลียนค้นพบในคืนวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ 2401 และคืนต่อๆมา จนถึงวันที่ 4มีนาคม พ.ศ. 2402 (รวมเวลา ๙ เดือน) ชาวไทยคงจะเห็นด้วยตาเปล่า ระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคม พ.ศ. 2401 ดาวหางดังกล่าวมีลักษณะเป็น 2 หาง หางหนึ่งเหยียดตรง อีกหางหนึ่งเป็นพู่โค้งสวยงามอยู่ราว 2 เดือน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเกรงว่า เมื่อประชาชนเห็นดาวหางโดนาติ แล้วจะตื่นเต้นไปตามคำลือต่างๆ จึงทรงออกประกาศเตือนชื่อว่า “ประกาศดาวหางขึ้นอย่าได้วิตก” นับเป็นประกาศทางวิทยาศาสตร์ฉบับแรกของประเทศ มีความว่า “ดาวหางนี้ชาวยุโรปได้เห็นมาแล้วหลายเดือน ดาวหางนี้มีคติแลทางยาวไปในท้องฟ้า แล้วก็กลับมาได้เห็นในประเทศทั้งนี้อีก เพราะเหตุนี้อย่าให้ราษฎรทั้งปวงตื่นกัน และคิดวิตกเล่าลือไปต่างๆ ด้วยว่ามิใช่จะเห็นแต่ในพระนครนี้ และเมืองที่ใกล้เคียงเท่านั้นหามิ ได้ย่อมได้เห็นทุกบ้านทุกเมืองทั่วพิภพอย่างนี้แล”
          3. ดาวหางเทพบุท (Tebbut s Comet ) เป็นดาวหางที่มีขนาดใหญ่ หางยาว และสว่างกว่าดาวหางโดนาติ ปรากฏแก่สายตาชาวโลก ระหว่างเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม พ.ศ. 2404 เป็นดาวที่พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยมากยิ่งขึ้น ถึงกับทรงได้คำนวณไว้ล่วงหน้าว่า จะปรากฏเมื่อใด และได้ทรงออกประกาศไว้ล่วงหน้า มิให้ประชาชนตื่นตระหนก ทั้งนี้เพราะพระองค์ มีพระราชประสงค์มุ่งขจัดความเชื่อ เกี่ยวกับเรื่องโชคลาง และทรงให้ราษฎรตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เตรียมพร้อมที่จะเผชิญเหตุการณ์ (ถ้าจะเกิด) อย่างมีเหตุผลตามแบบวิทยาศาสตร์

คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ

ปี 2559 ” จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์ เสริมสร้างชาติด้วยเทคโนโลยี สู่วิถีแห่งนวัตกรรม”
ปี  2558 จุดประกายความคิด พัฒนาชิวิตด้วยวิทยาศาสตร์ เสริมสร้าชาติด้วยเทคโนโลยี สู่วิถีแห่งนวัตกรรม
ปี  2557 จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ปี  2556 ทันโลก ทันวิทย์ จุดประกายความคิดสู่อาเซียน
ปี  2555 เหมือนกับช่วงปี 2553
ปี 2554 เหมือนกับช่วงปี 2553
ปี 2553 จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์
ปี 2552 วิทยาศาสตร์ก้าวไกล นำไทยก้าวหน้า
ปี  2551 วิทยาศาสตร์สร้างชาติ สร้างอนาคต
ปี  2550 วิทยาศาสตร์สร้างปัญญาในสังคม
ปี 2549 เศรษฐกิจพอเพียง เคียงคู่ไทย ก้าวไกลด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ปี  2548 วิทยาศาสตร์คือความรู้สู่ความสำเร็จ
ปี 2547 เศรษฐกิจของชาติมีปัญหา วิทยาศาสตร์มีคำตอบ
ปี  2546 เส้นทางแห่งการค้นพบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คุณค่าแห่งภูมิปัญญา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
ปี  2545 เหมือนกับช่วงปี 2544
ปี  2544 วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี เพื่อเศรษฐกิจและสังคมไทย
ปี  2543 พัฒนาคน พัฒนาชาติ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ปี  2542 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวไกล เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตไทยที่ยั่งยื่น
ปี  2541 พัฒนาเศรษฐกิจด้วยวิทยาศาสตร์ พัฒนาชาติด้วยภูมิปัญญาไทย
ปี  2540 พัฒนาคน พัฒนาชาติ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ปี  2539 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวไกล พัฒนาชาติไทยให้ก้าวหน้า
ปี  2538 เทคโนโลยีสารสนเทศก้าวไกล เศรษฐกิจไทยมั่นคง
ปี  2537 ขจัดปัญหาน้ำของชาติ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ปี  2536 วิทยาศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจ เพิ่มคุณค่าชีวิต พิทักษ์สิ่งแวดล้อม
ปี  2535 เปลี่ยนขาดทุนให้เป็นกำไร โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ปี  2534 ขจัดมลพิษทุกชีวิตจะปลอดภัย
ปี  2533 เพิ่มคุณค่าทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ปี 2532 พิทักษ์สิ่งแวดล้อมของชาติ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ภาพกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ 2559

โพสต์15 ส.ค. 2559 00:16โดยสุระ เพชรโรจน์   [ อัปเดต 8 พ.ย. 2559 01:33 ]

วันที่  11  สิงหาคม  2559  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม  ร่วมกับครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนโรงเรียนเชียงใหม่ประชานุสรณ์  สพม. เขต 27  ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ 2559  ขึ้น  ณ  หอประชุมโรงเรียนเชียงใหม่ประชานุสรณ์  และในกิจกรรมดังกล่าวได้มีการจัดนิทรรศการแสดงเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  กิจกรรมประกวดร้องเพลง ตลอดจนมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่เรียนดี  ยากจน  ประพฤติตนต่อแม่เป็นอย่างดี


ความเป็นมาของวันแม่แห่งชาติ 
            ชาวอเมริกันเป็นผู้กำหนดให้มีวันแม่อย่างเป็นทางการขึ้น และผู้ที่พยายามเรียกร้องให้มีวันแม่ในอเมริกา คือ แอนนา เอ็ม. จาร์วิส คุณครูแห่งรัฐฟิลาเดลเฟีย แต่กว่าเธอจะประสบความสำเร็จก็ครบ 2 ปีพอดีในปี พ.ศ.2457 โดยประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน ได้มีคำสั่งให้ถือวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ และดอกไม้สำหรับวันแม่ของชาวอเมริกันก็คือดอกคาร์เนชั่น ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือถ้าแม่ยังมีชีวิตอยู่ให้ประดับตกแต่งบ้าน หรือประตูด้วยดอกคาร์เนชั่นสีชมพู แต่ถ้าแม่ถึงแก่กรรมไปแล้วให้ประดับด้วยดอกคาร์เนชั่นสีขาว 
!!... ความเป็นมาของวันแม่แห่งชาติในประเทศไทย 
     วันแม่แห่งชาติ งานวันแม่จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ณ สวนอัมพร โดยกระทรวงสาธารณสุข แต่ช่วงนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไป เมื่อวิกฤติสงครามสงบลง หลายหน่วยงานได้พยายามให้มีงานวันแม่ขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง ต่อมาวันแม่ที่รัฐบาลรับรอง คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 แต่ก็ต้องหยุดลงอีกในหลายปีต่อมา เนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรมถูกยุบไป ส่งผลให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติซึ่งรับหน้าที่จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุน
      ต่อมาสมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้จัดงานวันแม่ขึ้นอีกครั้ง ในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวเท่านั้น จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้กำหนดวันแม่ขึ้นใหม่ให้เป็นวันที่แน่นอน โดยถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ และกำหนดให้ดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ คือ ดอกมะลิ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
 !!... ทำไมจึงใช้ดอกมะลิเป็นดอกไม้ประจำวันแม่ 
     การที่ใช้ดอกมะลิ เป็นสัญลักษณ์วันแม่ ก็เพราะดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์ มีกลิ่นหอมที่หอมไปไกลและหอมได้นาน ผลิดอกได้ทั้งปี อีกทั้งยังนำไปปรุงเป็นเครื่องยาหอมใช้บำรุงหัวใจได้ด้วย ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้เปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ลึกซึ้งที่แม่มีต่อลูก เป็นความรักที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณาที่ไม่มีที่สิ้นสุด และไม่มีพิษมีภัย มีแต่ความชุ่มชื่นใจดั่งความหอมของดอกมะลิ
!!... คำขวัญวันแม่ 2559
      "สอนให้ลูกทั้งหลายเดินสายกลาง  ทำทุกอย่างพอดีมีเหตุผล  ประกอบด้วยคุณธรรมนำทางตน  ย่อมได้คนดีพอต่อบ้านเมือง"
อ้างอิงจาก : http://goo.gl/V4HNA

1-10 of 11