กศน.ตำบลสบโขง

กศน.ตำบลสบโขง

ตำบลสบโขง

นางสาวกรรนิการ์ สุยะภู
ครู กศน.ตำบลสบโขง

ตำบลสบโขง

ตำบลสบโขง มีพื้นที่ห่างจากที่ตั้งของจังหวัดระยะทางประมาณ 194 กิโลเมตร และห่างจาก ตัวอำเภออมก๋อยไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ระยะทางประมาณ 32 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 387.4 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 242,125 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงชันและในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ป่าตำบลสบโขงยังคงสภาพความสมบูรณ์ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำ พื้นที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,200 เมตร มีพื้นที่รับผิดชอบ จำนวน 12 หมู่บ้าน เป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากระเหรี่ยง ทั้ง 12 หมู่บ้าน มีวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายอาศัยป่าเป็นแหล่งอาหาร

อาณาเขตตำบล

  • อาณาเขต ทิศเหนือ ติดต่อตำบลนาเกียนและตำบลอมก๋อย
  • อาณาเขต ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก
  • อาณาเขต ทิศตะวันออก ติดต่อกับตำบลยางเปียง
  • อาณาเขต ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เนื้อที่
มีพื้นที่ทั้งหมด 387.4 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 242,125 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงชัน และในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ป่าตำบลสบโขงยังคงสภาพความสมบูรณ์ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำ พื้นที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,200 เมตร

ประชากรตำบลสบโขง

จากรายงานข้อมูลจำนวนประชากรจากสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2555 ปรากฏว่า ประชากรตำบลสบโขงอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีรายชื่ออยู่ในระบบทะเบียนราษฎรมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 7,555 คน แยกเป็นชาย 3,939 คน และเป็นหญิง 3,616 คน เมื่อเทียบกับจำนวนหลังคาเรือนทั้งหมด 2,276 ครัวเรือน พบว่าจำนวนต่อบ้านเท่ากับ 3.66 คน ต่อหลังคาเรือนโครงสร้างประชากร ข้อมูลโครงสร้างประชากรผู้มีสัญชาติไทยในแต่ละช่วงอายุของตำบลสบโขงปี 2555 (ตารางที่ 2.6) แสดงว่า ในปี พ.ศ. 2555 ประชากรที่มีสัญชาติไทยของ ตำบลสบโขง มีสัดส่วนที่เป็นเพศชาย ร้อยละ 50.93 และเพศหญิงร้อยละ 49.07 เป็นประชากรในวัยแรงงาน (อายุ 15-59) เพียงร้อยละ 43.35 ขณะที่ประชากรวัยพึ่งพิงคือเด็กและผู้สูงอายุมีสัดส่วนที่สูงกว่าคือ ร้อยละ 56.65 หรือคิดเป็นอัตราส่วนประชากรวัยพึ่งพึงเท่ากับ 130.68 (หมายถึงประชากรวัยแรงงาน 100 คน ต้องเลี้ยงดูประชากรวัยเด็กและคนชรา 131 คน) จะเห็นว่าภาวการณ์พึ่งพิงอยู่ในระดับสูงมากทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าข้อมูลจากทะเบียนราษฎรเป็นข้อมูลของผู้มีสัญชาติไทย โดยยังไม่รวมถึงบุคคลที่มีบัตรประจำตัวประเภทอื่น และบุคคลที่ไม่มีบัตรประจำตัว ซึ่งในสมัยก่อนการคมนาคมยังไม่สะดวกทำให้การแจ้งเกิดตามกฎหมายและการพิสูจน์สิทธิ์ของตนทำได้ยาก ทำให้ข้อมูลในวัยแรงงานอาจคลาดเคลื่อนได้ นอกจากนี้ จากการนี้จากการสำรวจพบว่ามีการอพยพย้ายออกจากหมู่บ้าน เพื่อประกอบอาชีพและให้เข้าถึงบริการสาธารณสุข

ทรัพยากรน้ำ
ตำบลสบโขงนับได้ว่าเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของน้ำหลายสาย ได้แก่ แหล่งกำเนิดต้นน้ำแม่เงา บริเวณหมู่ที่ 2 บ้านแม่หลองน้อย และหมู่ที่ 3 บ้านแม่หลองหลวง รวมถึงแหล่งต้นน้ำสาขาแม่ตื่นในบริเวณหมู่ที่ 4 บ้านขุนตื่น และหมู่ที่ 5 บ้านขุนอมแฮด
แหล่งน้ำตามธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่ น้ำแม่หลอง น้ำแม่เงา น้ำแม่ตื่น และน้ำแม่โขง โดยมีรายละเอียดดังนี้

น้ำแม่หลอง
เป็นลำน้ำสายสำคัญของตำบลสบโขง มีต้นกำเนิดบริเวณหมู่ที่ 2 บ้านแม่หลอง-น้อย มีลำน้ำสาขาที่สำคัญ ได้แก่ ห้วยยะโกร ห้วยลอโรโกรและห้วยทุกอโกร หมู่ที่ 3 บ้านแม่หลองหลวง มีลำน้ำสาขาที่สำคัญ ได้แก่ ห้วยชิโกร ห้วยครึตะงอโกร ห้วยซาซิโกร และ ห้วยปิตุโกร ซึ่งไหลลงทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ผ่านบ้านทีทอทะ บ้านแม่หลองใต้ บ้านครอทะ และบ้านเมโลเด ตามลำดับ และไหลลงสู่น้ำแม่เงาที่บริเวณบ้านจือทะ โดยมีลำน้ำสาขาที่สำคัญไหลลงสู่น้ำแม่หลองในบริเวณดังกล่าว ได้แก่ ห้วยทีทอโกร ห้วยกอแทะโกร ห้วยแคพือทีแปะดอโกร ห้วยมอโกร ห้วยโอโลโกร และห้วยคะแนจือโกร

น้ำแม่เงา
น้ำแม่เงา ลำห้วยสาขาสายนี้เป็นแหล่งต้นกำเนิดที่สำคัญของแม่น้ำแม่เงาครอบคลุมพื้นที่ หมู่ที่ 8 บ้านตะกอคะ หมู่ที่ 9 บ้านแม่เงา และหมู่ที่ 10 บ้านโอโลคี ไหลจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกมีความยาว ตลอดลำน้ำสามารถพบหินที่ถูกการกัดเซาะและ พัดพา จนเป็นก้อนกลมจำนวนมาก ซึ่งทำให้เกิดสภาพภูมิทัศน์ที่แปลกตาและสวยงาม มีลำน้ำสาขาที่สำคัญ ได้แก่ ห้วยตะกอคะ ห้วยเรปาวาโกร ห้วยที่ทอโกร ห้วยตะวอโกร ห้วยมะโอโกร ห้วยพอยะโกร ห้วยทีจอโกร ห้วยมอโพะโกร ห้วยวาเมโกร ห้วยทีโพจิโกร และห้วยทีมอโกร

น้ำแม่ตื่น
น้ำแม่ตื่น เป็นลำน้ำสายสำคัญของอำเภออำก๋อย ไหลผ่านอำเภออมก๋อยลงสู่น้ำแม่ปิงเป็นระยะทางที่ยาวไกล มีลำน้ำสาขามากมายพื้นที่ตำบลสบโขงมีลำน้ำสาขาที่เป็นต้นกำเนิดแม่น้ำแม่ตื่นจำนวนหลายสาย ครอบคลุมพื้นที่ หมู่ที่ 4 บ้านขุนตื่น และหมู่ที่ 5 บ้านขุนอมแฮด โดยลำน้ำสาขาดังกล่าวมีทิศทางการไหลจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มีลำน้ำสาขาสายสำคัญ ได้แก่ ห้วยทีชูโกร ห้วยทียาโดโกร ห้วยพะอัน ห้วยอมแฮด ห้วนสักกะลัก ห้วยไคล้นุ่นและห้วยแบแล

น้ำแม่โขง
น้ำแม่โขง เป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำแม่เงา มีพื้นที่ลุ่มน้ำขนาดใหญ่ สามารถรองรับน้ำได้เป็นปริมาณมาก เป็นแหล่งต้นกำเนิดของแม่น้ำแม่เงาที่สำคัญ โดยมีทิศทางการไหลจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ ผ่านหมู่ที่ 6 บ้านอูแจะ หมู่ที่ 12 บ้านห้วยน้ำผึ้ง และไหลลงสู่แม่น้ำแม่เงาที่หมู่ที่ 10 บ้านโอโลคี ประกอบด้วย ลำน้ำสาขาที่สำคัญ ได้แก่ ห้วยมอโกร ห้วยเดาะลอโกร ห้วยกรอนอโกร ห้วยที่คะแนโกร ห้วยตะอุโกรและห้วยชอเชอคีโกร
นอกจากนี้พื้นที่ตำบลสบโขงมีแหล่งน้ำที่มนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้น ได้แก่ ฝายคอนกรีตบริเวณ หมู่ที่ 5 บ้านขุนอมแฮดนอก และฝายดินขนาดเล็ก(ฝายแม้ว)ที่จัดทำขึ้น เพื่อชะลอความ ชุ่มชื้น อีกเป็นจำนวนมากกระจายไปทั่วพื้นที่ ทั้งที่จัดสร้างโดยงบประมาณขององค์การบริหารส่วนตำบล และงบประมาณของกรมป่าไม้

สภาพทางเศรษฐกิจ/อาชีพ
ข้อมูลภาพรวมด้านเศรษฐกิจของตำบลสบโขง

ภาพรวมเศรษฐกิจของตำบลสบโขง ประชากรในตำบลสบโขงมีอาชีพหลัก คือเกษตรกรรม ซึ่งเป็นในลักษณะเกษตรกรรมเพื่อการยังชีพเท่านั้น คือ ปลูกข้าวทั้งแบบทำนาและปลูกข้าวไร่ ไว้เพื่อบริโภคกันภายในครัวเรือน มิได้ปลูกเพื่อขาย นอกจากนี้มีการเลี้ยงสัตว์ได้แก่ สุกร โค กระบือ โดยไก่ และสุกรจะเลี้ยงไว้เพื่อบริโภค ส่วนโค และกระบือ จะเลี้ยงไว้เพื่อขาย ปัญหาหลักที่พบ คือประชากร ไม่มีข้าวบริโภคอย่างเพียงพอ ตลอดทั้งปี เนื่องจากการปลูกข้าวมิได้มีการใส่ปุ๋ย หรือยาฆ่าแมลงใด ๆ ผลผลิตจึงมีปริมาณไม่สม่ำเสมอขึ้นกับดิน ฟ้า อากาศ ประกอบกับ พันธุ์ข้าวที่นำมาปลูกนำมาจากผลผลิตของปีก่อน ๆ ทำให้สายพันธุ์ข้าวไม่ได้รับการพัฒนาทำให้ผลผลิตลดลงทุก ๆ ปี จากภาพรวมดังกล่าวจะเห็นว่าประชากรในตำบลสบโขงส่วนมากจะมีฐานะยากจนเพราะไม่มีรายได้จากทางอื่น ๆ หรือมีน้อยมากไม่เพียงพอต่อการเข้าถึงปัจจัยสี่อย่างครบถ้วน

รายได้
รายได้ของประชากรในแต่ละหมู่บ้าน จะมีความแตกต่างกันอย่างมาก ซึ่งปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้รายได้แตกต่างกันคือ การคมนาคม การตั้งของหน่วยงานของรัฐ และทรัพยากรธรรมชาติในแต่ละหมู่บ้าน กล่าวคือ ในหมู่บ้านที่มีถนนเข้าถึง ประชาชนจะมีรายได้จากการทำเกษตร ในเชิงพาณิชย์ ได้แก่ การปลูกพริก และมะเขือเทศ จะมีหัวหน้ากลุ่มประจำหมู่บ้าน ซึ่งเป็นคนออกค่าใช้จ่ายในการปลูกให้แก่ผู้สนใจ เข้าร่วม ได้แก่ค่าเมล็ด และจะรับซื้อผลผลิตในราคาตลาด ส่งขายโกดังรับซื้อในเขต อ.อมก๋อย อีกทอดหนึ่งและเมื่อหักค่าใช้จ่ายกับราคาผลผลิต จะเป็นรายได้ที่ชาวบ้านได้รับ อย่างไรก็ตาม ปริมาณการปลูกพืช เชิงพาณิชย์ก็ยังถือว่ามีปริมาณน้อย จากการสำรวจพบว่าโดยเฉลี่ยครัวเรือนหนึ่งจะปลูกประมาณ 2 ไร่เท่านั้น ซึ่งก็มิได้ทำให้มีรายได้มาก

ปัจจัยส่งเสริมให้ชาวบ้านมีรายได้อีกประการ คือการตั้งอยู่ของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งในที่นี้ได้แก่ โครงการหลวง และสถานีวิจัยเกษตรพื้นที่สูงดอยแบแล โครงการหลวง ซึ่งครอบคลุมพื้นที่หมู่ 2 หมู่ 3 และหมู่ 11 บางส่วน ได้มีการส่งเสริมการปลูกพืชเมืองหนาว เช่น กะหล่ำปลีแดง กาแฟ อโวคาโด โดยผลผลิตที่ได้ทางโครงการหลวงจะรับซื้อในราคาตลาดทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น สถานีวิจัยเกษตรพื้นที่สูงดอยแบแล เป็นโครงการในพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ จะครอบคลุมพื้นที่ในหมู่ 5 ชาวบ้านมีรายได้จากการรับจ้าง เป็นลูกจ้างในสถานีวิจัยดังกล่าว ในการทำแปลงทดลองทางการเกษตร ชาวบ้านมีรายได้ 100 – 120 บาท ต่อวัน โครงการดังกล่าวสามารถสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในหมู่ 5 ได้ประมาณ 100 ครัวเรือน รายได้อื่นๆ จะได้มาจากการเก็บของป่ามาขาย เช่น กล้วยไม้ หน่อไม้ น้ำผึ้ง เป็นต้น นอกจากนี้ในบางหมู่บ้าน จะมีผลผลิตที่เป็นลักษณะเฉพาะของหมู่บ้านนั้น เช่น ในหมู่ 10 และหมู่ 12 จะมีการเก็บใบพลู ที่ได้มาจากต้นพลู ที่มีมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ขายในราคากิโลกรัมละ 10 บาท โดยมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อ หมู่ 6 บ้านผาผึ้ง จะมีการผลิตภัณฑ์จากอ้อย มีการขายน้ำตาลจากอ้อยให้แก่หมู่บ้านข้างเคียง หมู่ 3 บ้านแม่หลวงใต้ จะมีชื่อเสียงด้านน้ำผึ้ง ซึ่งมีคุณภาพดี และปริมาณมาก ประมาณ 200 ลิตรต่อปี เป็นต้น

นอกจากนี้ในกรณีที่ประชาชนไม่มีข้าวบริโภค จะใช้วิธีการยืมและคืนเมื่อผลผลิตออกมาในฤดูกาลใหม่ หรือใช้วิธีรับจ้าง ในเชิงเกษตรกรรม จากผู้ที่มีผลผลิตปริมาณมาก เช่น ถางหญ้า ปลูกพืช ซึ่งมีค่าแรงเป็นข้าวเปลือก จำนวน 1 ถัง ต่อการทำงานหนึ่งวัน แต่ในบางหมู่บ้านที่ผลผลิตทุกครัวเรือน ไม่พอกิน จะขอความช่วยเหลือทางองค์การบริหารส่วนตำบลสบโขงซื้อข้าวให้บริโภค ครัวเรือนละ 1-2 กระสอบต่อปี
ค่าใช้จ่ายและหนี้สิน

ในภาพรวมแล้วในหมู่บ้านที่มีถนนเข้าถึง จะมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่า สังเกตได้จาก สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้แก่ ทีวี ตู้เย็น รถจักรยานยนต์ รถกระบะ จานดาวเทียม เป็นต้น โดยเฉพาะหัวหน้ากลุ่มผู้ปลูกพริก และมะเขือเทศ จะมีฐานะดี มีรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อไว้ขับส่งผลผลิตและเป็นบุคคลที่ได้รับการนับถือจากชาวบ้าน ซึ่งจะได้รับเลือกในตำแหน่งสำคัญ เช่น สมาชิก อบต. ผู้ใหญ่บ้าน นอกจากนี้ ในหมู่บ้านที่ ถนนเข้าถึง จะมีร้านค้า ประจำหมู่บ้าน ซึ่งจะมี ทั้งอาหารแห้ง มาม่า ปลากระป๋อง ปลาเค็ม ไข่เค็ม เหล้า เบียร์ ยารักษาโรค เป็นต้น โดยเฉพาะในฤดูฝนที่ทางร้านค้าจะต้องกักตุนสินค้าให้เพียงพอ เพราะฤดูฝนถนนจะชำรุดเป็นบ่อโคลนไม่สามารถเดินทางได้ ในส่วนของหมู่บ้าน ที่ถนนเข้าไม่ถึงส่วนมากจะมีฐานะยากจน รายได้ที่หามาได้จะนำไปใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น ได้แก่ เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค อุปกรณ์ทำครัวต่าง ๆ เครื่องมือล่าสัตว์ เป็นต้น

หนี้สินโดยภาพรวมแล้ว ประชากรส่วนมากจะไม่มีหนี้สิน จะมีเฉพาะบางรายเท่านั้น ที่มีหนี้สิน จากกองทุนหมู่บ้าน (เงินล้าน) ก็มีดอกเบี้ย 3%ต่อปี ระยะเวลาคืนทุน1 ปี และกองทุนเศรษฐกิจชุมชน (เงินแสน) จะให้กู้ยืมรายละไม่เกิน 10,000 บาท ไม่มีดอกเบี้ย ระยะเวลาคืน 5 ปี ผู้มีหนี้สินจะมีการกู้ยืมเฉลี่ยรายละประมาณ 5,000 บาท จนถึง 30,000 บาท เพื่อนำไปประกอบอาชีพ ซื้อโค กระบือ เมล็ดพันธุ์ อุปกรณ์ การเกษตร เป็นต้น ข้อสังเกตประการหนึ่งในหมู่บ้านที่มีถนนเข้าไม่ถึง จะมีหนี้สินน้อย เนื่องจากไม่ค่อยมีการประกอบอาชีพที่สร้างรายได้ ทำให้การอนุมัติการกู้ยืมของกองทุนต่าง ๆ ที่ต้องผ่านความเห็นชอบ ทั้งจากผู้นำชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบลสบโขง ทำได้ยาก เพราะชาวบ้านไม่มีความสามารถชำระคืน จึงไม่มีการให้กู้ยืมนอกจากนี้ทุกหมู่บ้านมีกองทุนพัฒนาหมู่บ้าน SML จะนำมาใช้ในการพัฒนาหมู่บ้าน ได้แก่ สร้างส้วม ขุดถนน ซื้อหลังคา กระเบื้อง เป็นต้น ส่วนหนี้นอกระบบจะยืมกันเป็นเงินหรือสิ่งของซึ่งมีจำนวนเงินไม่มาก และการยืมข้าวไว้เพื่อบริโภค ซึ่งจะชำระคืนเมื่อมีผลผลิตหรือมีรายได้จากผลผลิต

การค้าและการพาณิชย์
หมู่บ้านในตำบลสบโขง อยู่ห่างไกลความเจริญ ชาวบ้านมีฐานะยากจน บางหมู่บ้านไม่มีรายได้ ทำให้ไม่มีการพาณิชย์ ที่หลากหลาย มีเพียงร้านขายของชำประจำหมู่บ้าน ซึ่งจะมีแต่ในหมู่บ้านที่ถนนเข้าถึงเท่านั้นในหมู่บ้านที่ถนนเข้าไม่ถึง ประชาชนจำเป็นต้องเดินเท้าออกมาซื้อของ ส่วนมากคือเดือนละครั้ง หรืออาจจะมีการฝาก ผู้ใหญ่บ้านที่ต้องมาประชุม ในอำเภออมก๋อยเดือนละครั้ง สำหรับสินค้าที่นำมาขายในร้านค้าประจำหมู่บ้าน จะเป็นสินค้าที่จำเป็น ส่วนมากเป็นยี่ห้อที่ราคาต่ำสุดในท้องตลาด การตั้งราคาขาย จะเพิ่มจากเดิม อีกร้อยละ 10 –20 ราคาที่ตั้งจะไม่แพงมากเพื่อให้ชาวบ้านที่มีฐานะยากจนสามารถซื้อได้ อย่างไรก็ตาม การค้าขายของร้านเหล่านี้ก็มิได้มีปริมาณมากเนื่องจากชาวบ้านไม่มีกำลังซื้อ เว้นแต่ในชุมชนที่เป็นที่ตั้งของหน่วยงานรัฐ จะมีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย ซึ่งมีรายได้ประจำมาอุดหนุนสินค้า

การบริการด้านอื่น ๆ ในเชิงพาณิชย์ ในตำบลสบโขง ไม่มีการบริการอื่น ๆ ในเชิงพาณิชย์อีกเลย แม้ว่ามีความจำเป็น แต่ก็ไม่คุ้มกับรายได้ เช่น ร้านซ่อมรถ ถ้ามีรถเสียจะใช้วิธี ถอดอะไหล่ไปซ่อมในเมือง หรือลากรถลงไปซ่อม ร้านอาหาร ชาวบ้านจะทำอาหารกินกันเอง ทำให้ผู้อื่นที่จะเข้าในพื้นที่จะต้องเตรียมอาหาร ไปปรุงเอง หรือขนซื้อข้าว และอาหารแห้ง อาหารกระป๋องมารับประทาน และไม่มีปั้มน้ำมัน เป็นต้น สิ่งอำนวยความสะดวกในด้านอื่น ๆ บางหมู่บ้านที่มีสัญญาณโทรทัศน์ วิทยุเข้าถึง ชาวบ้านที่มีฐานะจะมีทีวี วิทยุ เครื่องเล่นวีซีดี ตู้เย็น แต่ในบางหมู่บ้าน ที่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีสัญญาณโทรทัศน์ วิทยุ และไม่มีถนนเข้าถึง จะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดเลย มีแต่แผงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ไว้ให้แสงสว่าง ตอนกลางคืน และเป็นเครื่องชาร์ตไฟฉายที่ใช้ออกล่าสัตว์ในตอนกลางคืนเท่านั้น

Comments