Bee Venom จากยุโรป สามารถคืนดึงเลือดฝาดอมชมพูกลับสู่ผิวหน้าคุณอีกครั้ง

E-Mail Newsletter (Personal Care)

November 25, 2013

 

 “Bee Venom สำหรับผู้ที่ต้องการมีเลือดฝาดบนผิวหน้าและไม่ต้องการเจ็บตัวโดยการใช้ Botox

คุณเป็นคนหนึ่งที่หาเคมีพิษผึ้ง (Bee Venom) จากนิวซีแลนด์แล้วหาไม่ได้หรือไม่ หรือถ้าหาได้ท่านแน่ใจได้อย่างไรว่าเคมีพิษผึ้ง (Bee Venom) ดังกล่าวมาจากนิวซีแลนด์จริง (ต้องมีใบรับรองถิ่นฐานที่แน่นอนนะครับ)เนื่องจากผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสำเร็จรูปส่วนใหญ่ที่เป็นพิษผึ้ง (Bee Venom) นั้นมาจากนิวซีแลนด์ คล้ายกับครีมรกแกะ เคมซอร์จส์ขอเรียนว่าผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปส่วนใหญ่ที่มาจากแหล่งดังกล่าว ใช้ RM พิษผึ้ง (Bee Venom) จากทางโซนยุโรป ครับ เนื่องจาก Bee Venom ในประเทศนิวซีแลนด์นั้นไม่สามารถผลิตได้พอเพียงกับความต้องการของตลาดโลกครับ

โจทย์คือ

·        ลูกค้าต้องการพิษผึ้ง (Bee Venom) ของจริง (concentrated bee venom) และมาจากโซนประเทศยุโรป เพราะผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดส่วนใหญ่จะเป็นพิษผึ้ง (Bee Venom) ชนิดของเหลว (คือเจือจางมาแล้ว) และมาจากเกาหลีใต้

·         ถ้าลูกค้าต้องการผลิตภัณฑ์พิษผึ้ง (Bee Venom) เข้มข้น (เป็นผง) และ Original จากยุโรป GMO free และต้องไม่ทารุณกรรมกับผึ้ง (วิธีเก็บพิษผึ้ง (Bee Venom) โดยไม่ทำร้ายผึ้ง) พิษผึ้ง (Bee Venom) ของเคมซอร์จส์ตอบโจทย์ท่านแน่นอนครับ

·         เนื่องจากผลิตภัณฑ์นี้เป็น พิษที่เกิดจากผึ้งจริง ๆ และเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำไปใช้เพื่อให้มีการออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรมด้วย ผู้ตั้งสูตรควรปรึกษาปริมาณที่เหมาะสมที่จะใส่ในตำรับก่อน และต้องมีคำเตือนห้ามใช้โดยเด็ดขาดสำหรับผู้ที่แพ้ผลิตภัณฑ์จากผึ้ง


Bee Venom หรือพิษผึ้ง

ปลายปีกันเข้ามาแล้วนะครับ จดหมายข่าวครั้งนี้ผมขอเสนอสาร Active ที่กำลังมาแรง ณ ขณะนี้ครับ คือ พิษผึ้ง Bee venom นั่นเองครับ กระแสที่มานั้นเริ่มมาจากราชวงศ์อังกฤษคือ เจ้าหญิง Kate Middleton และ The Duchess of Cornwall, Camilla Parker Bowles ได้มีการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Bee Venom เป็นส่วนผสมอยู่เพื่อใช้เป็นผลิตภัณฑ์ Organic เพื่อทดแทน Botox นั่นเอง
Bee Venom นั้นมีการใช้กันอย่างแพร่หลายและยาวนานทางด้านยาและเภสัชกรรม โดยตัวมันเองมีฤทธิ์ทางเภสัชกรรม คือ ช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือด เพิ่มสมรรถนะทางเพศ ช่วยในเรื่องการเคลื่อนไหวของกระดูกข้อต่อ ฤทธิ์ Anti Oxidant และช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน อีกด้วย
ทีนี้หลายท่าอาจสงสัยว่า Bee Venom มันทำงานอย่างไรกับผิวหนังของเรา Bee Venom นั้นเป็นสารประกอบโปรตีนเชิงซ้อนที่มีส่วนประกอบกว่า 18 ชนิดของสารออกฤทธิ์เชิงชีววิทยา ซึ่งสารออกฤทธิ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ได้ถูกศึกษาวิจัยกันมายาวนานต่อผิวหนัง ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา
พิษผึ้ง Bee Venom นั้นมีประโยชน์หลาย ๆ อย่างด้วยกันเช่น
  • ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดฝาด 
  • เพิ่มพละกำลัง และความอุดมสมบูรณ์ของร่างกาย 
  • สนับสนุนระบบการทำงานของต่อมพิทูอิตารี และระบบฮอร์โมนคอร์ติซอลในร่างกาย 
  • และยังมีฤทธิ์ Anti Oxidant และเสริมภูมิคุ้มกันอีกด้วย 
Bee Venom นั้นประกอบด้วยสายอนุภาคของ Peptide น้ำหนักโมเลกุลน้อย และ Enzyme ที่ทรงคุณภาพอย่าง Phospholipase A2 และ Hyaluronidase
  • เอนไซม์ Phospholipase A2 นั้นจะทำหน้าที่ละลายผนังของชั้นเซลผิวและช่วยให้สารออกฤทธิ์อื่น ๆ นำส่งและแพร่ผ่านเข้าไปยังชั้นผิวของเซลผิวหนังได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ออกฤทธิ์และมีประสิทธิภาพได้ดียิ่งขึ้น 
  • เอนไซม์ Hyaluronidase นั้นเร่งการนำส่งสารออกฤทธิ์ต่าง ๆ ผ่านเข้าสู่ผิวหนังใช้ในได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญเนื่องจาก เมื่อเราอายุมากขึ้นผิวหนังของเรายิ่งหนาขึ้น และการแพร่ผ่านของสารต่าง ๆ เข้าสู่ผิวเรานั้นเป็นได้ยากขึ้น (แปรผันตรงกับอายุที่สูงขึ้น) ในขณะที่เราสูงอายุขึ้นระบบในการตรึงความชื้นในผิวทำงานได้น้อยลง และทำให้การแพร่ซึ่มผ่านของสารภายนอกเข้าสู่ชั้นผิวก็เป็นไปได้น้อยลงเช่นกัน (หนังเหนียวขึ้น) เอนไซม์ Hyaluronidase จะไปช่วยเร่งการแตกตัวของเซลผิวเก่า และกระตุ้นการสังเคราะห์โมเลกุลใหม่ของ Hyaluronic acid จึงทำให้เพิ่มการซึมผ่านของผิวหนังได้ดีขึ้น 
  • และส่วนที่สำคัญที่สุดของ Bee Venom ก็คืออนุภาคโปรตีนขนาดเล็กมากที่เรียกกันว่า Peptides นี่เอง เช่น Melittin หรือ Apamin ซึ่ง Peptide เหล่านี้เป็นที่รู้กันอย่างแพร่หลายอยู่แล้วว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการชะลอวัยให้กับผิวได้เป็นอย่างดี 
    • Melittin นั้นมีประโยชน์ต่อเซลเม็ดเลือดแดง และยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดในเนื้อเยื่อชั้นในของผิวหนังได้เป็นอย่างดี ซึ่งทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างเซลใหม่ รวมทั้ง Elastin และ คอลลาเจนอีกด้วย 
    • Apamin นั้นเป็นสาร Peptide ที่มีเอกลักษณ์เด่นพบเฉพาะใน Bee Venom เท่านั้น ซึ่งมีประโยชน์ต่อระบบประสาท ช่วยกระตุ้นการหลัง Serotonin และ Dopamine ซึ่งเพิ่มความสมบูรณ์ของมนุษย์ 
    • Bee Venom Peptides นั้นช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อหน้า ดังนั้นจะช่วยทำให้หน้าตึงและมีเลือดฝาดอยู่ตลอดเวลา 
ทีนี้มารู้จัก Bee Venom ของเคมซอร์จส์กันดีกว่านะครับ

Bee Venom ของเคมซอร์จส์นั้นมาจากยุโรปครับ เป็นพิษผึ้ง (Bee Venom) คุณภาพสูงรู้จักกันในนาม Apitoxin มี CAS No.: 91261-16-4

Bee Venom จากยุโรปนี้เป็นต้นกำเนิดการใช้ Bee Venom ทั้งปวง ก่อนที่จะลามมาเกาหลีใต้ ขั้นตอนในการเก็บ Bee Venom นั้น ได้กระทำถูกต้องการหลักนิเวศวิทยา และไม่ทำอันตรายต่อผึ้ง (วิธีปรกติในการเก็บ Bee Venom นั้น ผู้เก็บจะทำให้ผึ้งตายหลังจากการปล่อยเหล็กในออกมาแล้วเพื่อเก็บถุงพิษผึ้ง (Bee Venom)

วิธีเก็บของเรานั้นเป็นมิตรต่อผึ้ง โดยใช้วิธีกระตุ้นให้ผึ้งต่อยลงในจานแก้ว ซึ่งเราใช้กระแสไฟฟ้าชนิดอ่อนและปลอดภัยสำหรับการกระตุ้นผึ้งนั่นเอง หลังจากนั้นจะปล่อยให้ผึ้งดำเนินชีวิตประจำวันตามปรกติ (สร้างน้ำผึ้ง)

ผึ้งที่ผู้เก็บใช้นั้นมีส่วนสำคัญต่อระบบนิเวศวิทยา และการผสมพันธุ์ของเกสรดอกไม้และพืชต่าง ๆ มาก ซึ่งกว่า 80% ของผึ้งที่ใช้เก็บพิษนั้นจะไปมีหน้าที่ในการผสมพันธุ์ดอกไม้และพืชพันธุ์ต่าง ๆ ดังนั้นเวลาที่ผู้เก็บผึ้งจะเก็บพิษผึ้ง (Bee Venom) นั้นต้องระวังเป็นอย่างสูงเนื่องจาก ถ้าสูญเสียผึ้งพวกนี้ไป จะมีผลต่อห่วงโซ่อาหาร ซึ่งจะไปกระทบต่อพวกปศุสัตว์ที่กินพืชพันธุ์เหล่านั้น และมีผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์น้ำนมสืบเนื่องต่อไปอีกด้วย ดังนั้นวิธีเก็บพิษผึ้ง (Bee Venom) ของผู้ผลิตเจ้านี้จะต้องไม่ทำอันตรายผึ้งเป็นอันขาด

เมื่อการเก็บพิษผึ้ง (Bee Venom) เสร็จแล้ว ผู้เก็บพิษจะนำจานแก้วที่บรรจุพิษผึ้ง (Bee Venom) ออกมา แล้วทำการตรวจสอบด้วยตาเปล่ารอบแรกก่อน ถ้ารูปลักษณ์ภายนอกดูปรกติ เค้าจะนำทั้งจานแก้วนั้นเก็บในถุงเย็น และนำส่งต่อไปห้องปฏิบัติการต่อ

และนี่คือรูปของพิษผึ้ง (Bee Venom) ที่ได้ถูกขูดออกมาจากจานแก้ว


หลังจากพิษผึ้ง (Bee Venom) ถูกขูดออกจากจานแก้วแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนำพิษผึ้ง (Bee Venom) ไปทำให้บริสุทธิ์และทำให้แห้ง ซึ่งโดยปรกติผู้เก็บพิษผึ้ง (Bee Venom) จะใช้ Calcium Chloride ที่เวลา 48 ชม.หรือมากกว่า (เวลานี้ขึ้นอยู่กับปริมาณของพิษผึ้ง (Bee Venom) ที่เก็บได้) ซึ่งขั้นตอนนี้จะช่วยทำให้คุณภาพของพิษผึ้ง (Bee Venom) ยังอยู่ไม่หายไปไหน

หลังจากที่พิษผึ้ง (Bee Venom) ถูกทำให้แห้งแล้วจะนำไปใส่ในตู้แช่เย็นที่อุณหภูมิ -25 องศาเซลเซียส ซึ่งด้วยวิธีนี้พิษผึ้ง (Bee Venom) สามารถถูกเก็บได้อย่างน้อง 3-4 ปี หลังจากที่ถูกทำให้แห้ง ซึ่งทำให้ผลในการรักษาของมันยังคงอยู่ 100%

นี่คือภาพตัวอย่างของพิษผึ้ง (Bee Venom) ที่สมบูรณ์พร้อมใช้งานแล้ว

การวิเคราะห์พิษผึ้ง (Bee Venom)

เราใช้วิธีวิเคราะห์พิษผึ้ง (Bee Venom) ชนิดผงจาก HPLC (High Performance Liquid Chromatographic system)



ตัวอย่างจะถูกนำมาเจือจาง เขย่าอนุภาคด้วยคลื่นเสียง และกรอง ในขั้นตอนวิเคราะห์ของ HPLC

ทำไมถึงควรใช้พิษผึ้ง (Bee Venom) จากผู้ผลิตของเคมซอร์จส์ (พิษผึ้ง Bee Venom จากยุโรป)


1. ขั้นตอนการเก็บพิษผึ้ง (Bee Venom) ถูกจรรยาบรรณและไม่ฆ่าผึ้ง: ผู้ผลิตเก็บพิษผึ้ง (Bee Venom) โดยวิธีไม่ฆ่าผึ้ง และไม่ใช้วิธีที่โหดร้าย ผู้ผลิตไม่ฆ่าผึ้งและเก็บถุงพิษผึ้ง (Bee Venom) (เป็นวิธีส่วนใหญ่ที่ผู้ผลิตเจ้าอื่นทำกัน) ในทางตรงกันข้ามผู้ผลิตของเราใช้เครื่องมือพิเศษในการเก็บพิษผึ้ง (Bee Venom) เพื่อทำให้ผึ้งปลอดภัย ซึ่งจะทำให้ไม่กระทบต่อระบบห่วงโซ่อาหาร

2. พิษผึ้ง (Bee Venom) เราปราศจากยาฆ่าแมลง และไม่มี GMO: ไม่มีการใช้สารเคมีฆ่าแมลงในผึ้งงานของผู้ผลิตเรา และในบริเวณรอบข้าง ซึ่งหมายถึง น้ำผึ้งที่เก็บได้จะบริสุทธิ์ ผึ้งมีความบริสุทธิ์สูง และพิษผึ้ง (Bee Venom) ยิ่งมีความบริสุทธ์สูง ผู้ผลิตพิษผึ้ง (Bee Venom) ของเคมซอร์จส์อยู่ในยุโรป เป็นประเทศที่มีจุดเด่นในเรื่องผลิตภัณฑ์ Organic และ ผลิตภัณฑ์ที่ไม่กระทบต่อระบบนิเวศวิทยา ในโซนประเทศยุโรปและสแกนดิเนเวีย เป็นประเทศที่มุ่งเน้นการลดการใช้สารเคมีฆ่าแมลง ลดการใช้ปุ๋ย การใช้ยาปฏิชีวนะฮอโมนส์ หรือสารพิษ และสารเคมีอันตรายต่าง ๆ ให้น้อยที่สุด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสินค้าต่าง ๆ ผึ้งงานที่ผู้ผลิตใช้เก็บน้ำผึ้งและเก็บพิษผึ้ง (Bee Venom) นั้นอยู่ในทุ่งที่ปราศจากสาร GMO (GMO-free fields)

3. มีผล Lab Test จากสถาบันที่น่าเชื่อถือ: ผู้ผลิตใช้บริการวิเคราะห์จาก ห้องแลปเอกชนนอกบริษัท และเราสามารถให้ชื่อและข้อมูลติดต่อของผู้วิเคราะห์ได้เต็มที่ ผู้ผลิตวิเคราะห์พิษผึ้ง (Bee Venom) ทุก ๆ 1000 กรัมที่ผลิตได้ เพื่อเพิ่มความมั่นใจในคุณภาพของสินค้า

4. ผลวิเคราะห์และ MSDS: ลูกค้าจะได้รับผลวิเคราะห์ของพิษผึ้ง (Bee Venom) ขึ้นอยู่กับจำนวน Batch ที่ลูกค้าสั่ง

5. สูตรในการผลิตและอัตราส่วนในการใช้พิษผึ้ง (Bee Venom): ผู้ผลิตมี Guide formulations ของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบำรุงผิวต่าง ๆ เช่น ครีม โลชั่น ครีมลบรอยเหี่ยวย่น และผู้ผลิตสามารถแนะนำปริมาณและอัตราส่วนในการใช้ได้

ปริมาณในการใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง: 0.1- 0.25%

สามารถใช้ในสินค้าที่จะส่งไปโซนประเทศยุโรปได้ (โดยดูจาก Eurocosing ตามลิงค์ข้างล่างนี้):

 

หจก.เคมซอร์จส์

245 ถ.สุทธิสารวินิจฉัย สามเสนนอก ห้วยขวาง กทม. 10310

โทรศัพท์:

+662-274-7316-8 ต่อ 22

ติดต่อ ฝ่ายขายอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง

คุณแจ่มจันทร์ หรือคุณชูชาติ

 

โทรสาร:

+662-274-7315

 

Email: info@chemsources.co.th

 

Group websites:

www.chemsources.co.th

www.dimethiconecrosspolymer.com

www.antifoamthailand.com

www.สารลดฟอง.com

 

ผลการวิเคราะห์พิษผึ้ง (Bee Venom) โดย HPLC


ตัวอย่างใบวิเคราะห์พิษผึ้ง (Bee Venom)

  ผึ้งน้ำหวานเป็นแมลงที่ซับซ้อนกว่าที่คุณอาจรู้
 ผึ้งทั่วโลกนั้นมีประมาณ 20,000 สปีชี่ และส่วนใหญ่มันอาศัยกันเป็นฝูง ๆ ในแต่ละฝูงผึ้งนั้นประกอบไปด้วยผึ้ง 3 ชนิดด้วยกัน 1. นางพญาผึ้ง 2. ผึ้งงาน 3. ผึ้งตัวผู้ โดยปรกติ ผึ้งงานและนางพญาผึ้ง จะเป็นเพศเมีย แต่เฉพาะนางพญาผึ้งเท่านั้นที่มีความสามารถในการผสมพันธุ์ได้ ผึ้งงานนั้นทำหน้าที่ทำความสะอาดรัง เก็บเกสรดอกไม้ และน้ำหวานเพื่อเลี้ยงฝูง และเลี้ยงลูกหลาน ในขณะที่ผึ้งตัวผู้นั้นมีหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือผสมพันธุ์กับนางพญาผึ้ง และหน้าที่ของนางพญาผึ้งมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือการวางไข่

ผึ้งเก็บพิษของมันในถุงซึ่งติดอยู่กับเหล็กในของมัน และผึ้งเพศเมียเท่านั้นที่สามารถต่อยได้ เพราะเหล็กในของมันนั้นจริง ๆ แล้วเป็นส่วนหนึ่งของอวัยวะสืบพันธุ์ของผึ้งเพศเมียด้วยนั่นเอง นางพญาผึ้งเองนั้นก็มีเหล็กไนเหมือนกันเพียงแต่มันใช้ในการวางไข่ด้วย ผึ้งเพศเมียที่เหลือนั้นจะเป็นหมัน หรือจะเรียกว่าผึ้งงานก็ไม่ผิดอะไร ซึ่งพวกมันเองจะไม่วางไข่ มีเหล็กในไว้ต่อยเพียงอย่างเดียว
ผึ้งนั้นสามารถมองเห็นสีได้หลากสียกเว้นสีแดง ด้วยปัจจัยนี้และความสามารถในการดมกลิ่นของมันเองจะช่วยมันในการหาดอกไม้เพื่อเก็บเกสร เกสรดอกไม้เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของผึ้งต่าง ๆ ซึ่งในระหว่างการบินเก็บเกสรดอกไม้นั่นเอง บางครั้งเกสรจะตกหล่นระหว่างทางซึ่งทำให้เกิดการผสมข้ามพันธุ์ของพืชและดอกไม้ต่าง ๆ ซึ่งการอยู่ร่วมกันระหว่างพืชและผึ้งนี้เราเรียกกันว่า Symbiosis

ถ้าคุณต้องการพิษผึ้ง (Bee Venom) จากผึ้งพันธุ์พิเศษ คุณสามารถเลือกได้ตามรายละเอียดข้างล่างนี้ครับ

European dark bee (Apis mellifera mellifera) – Bee Venom Medical Grade (ใช้ทางการแพทย์): ผึ้งในกลุ่มนี้พึ่งมามีในภายหลัง และนำมาจากโซนทวีปอเมริกาตอนเหนือในยุคโคโลเนียล ผึ้งพวกนี้มีลักษณะตัวเล็ก สีเข้ม ในบางครั้งเรียกกันว่า German black bee ถึงแม้ว่าถิ่นฐานของมันจะมาจากกลุ่มประเทศอังกฤษ และยุโรปกลางและตะวันออกก็ตาม

Buckfast bee – Bee Venom Medical Grade (ใช้ทางการแพทย์): ผึ้งกลุ่มนี้มีต้นกำเนิดมาจาก A.m. ligurica (North Italian), A.m. mellifera (English), A.m. mellifera (French), A.m. anatolica (Turkish), and A.m. cecropia (Greek) และยังมีเชื่อมาจากกลุ่ม A.m. sahariensis and  A.m. monticola. อีกด้วย ซึ่งผึ้งในกลุ่มนี้ได้รับการพัฒนามาจากพี่น้องตระกูล Adam หรือ “Brother Adam” ซึ่งโด่งดังในเรื่องการเก็บผึ้งมายาวนานตั้งแต่ ค.ศ. 1898 จากหุบเขา Buckfast (ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นสถานที่ ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ในการเพาะพันธุ์ผึ้ง) ซึ่งผู้เพาะพันธุ์ผึ้งในยุโรปที่เพาะพันธุ์ผึ้ง Buckfast นี้จะอยู่ในสมาคมที่เรียกว่า  "Gemeinschaft der Europäischen Buckfastimker" ซึ่งสมาคมนี้เป็นผู้จัดทำ Pedigree สำหรับผึ้ง Buckfast ซึ่งมาจากพี่น้อง Adamไว้นี่เอง

Caucasian honey bee (Apis mellifera caucasica)  - Bee Venom Standard: ผึ้งในกลุ่มนี้มาจากส่วนยุโรปตอนกลาง ประเทศจอเจียร์เป็นประเทศบ้านเกิดของผึ้งกลุ่มนี้ อย่างไรก็ดีผึ้งในกลุ่มนี้ยังพบอยู่ทั่วไปใน ตุรกี อาร์มีเนียร์ และอาเซอร์ไบจัน

Italian bee (Apis mellifera ligustica) - Bee Venom Standard: ผึ้งกลุ่มนี้ตามชื่อ มีถิ่นฐานมาจากประเทศอิตาลี บริเวณทางใต้ของเทือกเขาแอลป์ และทางตอนเหนือของอิตาลี ผึ้งกลุ่มนี้มักเป็นผึ้งน้ำหวานทั้งหมด และมีความสามารถในการปรับตัวกับสภาพภูมิอากาศที่หลากหลายตั้งแต่ร้อน ไปจนถึงอุณหภูมิที่หนาวเย็น แต่ผึ้งในกลุ่มนี้ไม่ค่อยชอบอากาศร้อนชื้นเท่าไรนัก

Western honey bee or European honey bee (Apis mellifera) - Bee Venom Standard: พันธุ์นี้เป็นผึ้งสร้างน้ำหวาน ดูได้จากชื่อนั้นคำว่า Apis ภาษาลาตินแปลว่า ผึ้ง Melli แปลว่า น้ำผึ้ง และ Ferre แปลว่าสร้าง 

ปริมาณขั้นต่ำในการสั่งซื้อ: 1 กรัมขึ้นไป (สามารถซื้อเพียง 1 กรัมเพื่อไปทดลองได้ครับ)




ดูรายละเอียดสินค้าและสูตรตำรับเพิ่มเติมได้ที่นี่

หากท่านประสงค์ต้องการแนะนำเพื่อนสำหรับจดหมายข่าวนี้กรุณากดที่นี่



บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
August 21, 2013: Hyaluronic Acid น้ำหนักโมเลกุลมาตรฐานราคาประหยัด (VDO)
May 31, 2013: SeraSol SC84 (Cyclopentasiloxane (and) PEG/PPG-18/18 Dimethicone) ซิลิโคนอิมัลซิไฟเออร์ราคาประหยัดสำหรับครีมกันแดดของคุณ
May 9, 2013: Silicone CS-1240-55 (Silicone Wax) หยุดปัญหา Oil leak ของ W/O, W/Si, และ Anhydrous emulsion
April 26, 2013: PQ-TCS11 (Starch Hydroxypropyltrimonium Chloride) สารปรับสภาพเส้นผมและผิวหนังที่ดีเยี่ยม ทำให้เกิด "ฟิล์มที่หายใจได้"
February 7, 2013: Aquagel35 - Universal Emulsifier ทำครีม โลชี่น ครีมเจลได้ง่าย ๆ (มี VDO !!!)
January 19, 2013: Carbomer340 สารเพิ่มความหนืด ทำเจลใส หรืออิมัลชั่นราคาประหยัด (มี VDO !!!)
November 13, 2012: TCS-6500: cyclopentasiloxane เพื่อความรู้สึกที่บางเบา
October 8, 2012: ในบางครั้งเราก้ต้องการใช้ Organic Silicone Gel เพื่อโลกที่ดีกว่า...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หากท่านไม่ประสงค์จะรับข่าวสารเพิ่มเติมจากทางบริษัทกรุณากดที่นี่

 

Comments