หน้าแรก

 
 



 
       วันที่ 23 - 25 กันยายน 2562 เวลา 13.30 - 15.00 น. ดร.มโน  ชุนดี ผอ.สพป.อ่างทอง มอบหมาย
 นายสมเกียรติ  แก้วมณี รอง ผอ.สพป.อ่างทอง เป็นประธานการประชุมอบรมผ่านระบบ Video Conference
 เรื่อง การทบทวนและการติดตามการใช้ระบบสนับสนุนการบริหารจัดการของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
 (Amss++ : Area Management Support Systerm) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่
 การศึกษาประถมศึกษาอ่างทอง กับสถานศึกษาในสังกัด จำนวน 144 โรงเรียน ณ ห้องประชุมสานฝัน


 

      วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00 น. ดร.มโน  ชุนดี   ผอ.สพป.อ่างทอง เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมการใช้แบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ ระบบ offline ตามนโยบายรัฐบาล โดยมี ดร.สมเกียรติ  แก้วมณี      รอง ผอ.สพป.อ่างทอง กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้โปรแกรม   แบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ ระบบ offline ตามกระบวนงานคู่มือสำหรับประชาชนให้กับสถานศึกษา ผู้เข้ารับ   การอบรม ได้แก่ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน รวมทั้งส้น 144 คน  โดยมี นางสมคิด  ชีระภากร นักวิเคราะห์
 นโยบายและแผน  ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมทางไกลฯ และคณะ เป็นวิทยากรบรรยาย ประกอบสื่อ Power point  ศึกษาสื่อประกอบการประชุมและลงมือปฏิบัติ ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จย่า 90

ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ 

จัดตั้งกลุ่มส่งเสริมการศึกษาทางไกล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ลงนาม วันที่ ๒๒ พ.ย. ๒๕๖๐ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๙๕ ง  ลงวันที่  ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

กลุ่มส่งเสริมการศึกษาทางไกล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

         (ก) ศึกษา วิเคราะห์ ดําเนินการ และส่งเสริมการจัดการศึกษาทางไกล

         (ข) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหารและ การจัดการศึกษา 

         (ค) ดําเนินงานสารสนเทศเพื่อการบริหารและการจัดการศึกษา

         (ง) ดําเนินการวิเคราะห์ และปฏิบัติงานระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร

         (จ) ส่งเสริม สนับสนุน และดําเนินงานบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ

         (ฉ) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือ ที่ไดร้ับมอบหมา


 -- ข่าวประชาสัมพันธ์--

รายงานข่าวแจ้งว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติให้ความเห็นชอบเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา        และประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2560 ได้มีผลบังคับใช้แล้ว (24 พ.ค. 60) ภายหลังครบ 120 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา                    (อ่านข่าว :เปิดเนื้อหา ร่างพ.ร.บ. คอมพ์ใหม่ แฝง ‘Single Gateway’ รับกระทรวงดิจิทัลฯ )

โดยมีสาระสำคัญคือ
-ส่งข้อความก่อความรำคาญ (สแปม) ถือว่ามีความผิดปรับไม่เกิน 200,000 บาท
-แฮกข้อมูลผู้อื่น, ปล่อยข่าวลือ ปรับ 20,000 – 140,000 บาท หรือ จำคุก 1-7 ปี
-ส่งข้อความที่กระทบต่อความมั่นคงฯ ปรับ 20,000 – 200,000 บาท จำคุก 1- 10 ปี
-ตัดต่อภาพผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตและนำมาเผยแพร่ปรับไม่เกิน 200,000 บาท จำคุกไม่เกิน 3 ปี

ทั้งนี้การปิดเว็บไซต์หากพบว่ากระทำผิด ไม่ต้องรอคำสั่งจากศาล เจ้าหน้าที่รัฐสามารถกระทำได้ทันที นอกจากนี้ยังพบว่า มาตรา 14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับใหม่              ไม่ครอบคลุมการหมิ่นประมาท แต่จะหมายถึงการปลอมข้อมูล แปลงข้อมูล  ดังนั้น ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมหรือถูกฟ้องจากการกระทำผิดฐานหมิ่นประมาท แต่นำมาตรา 14 พ.ร.บ.คอมพ์ มาฟ้องพ่วงด้วย สามารถยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ได้  เนื่องจากกฎหมายที่ออกใหม่เป็นคุณแก่ผู้ต้องหา