Welcome to AjarnSarun.com

Creativity Journal

บันทึกของคนปลูกความคิดสร้างสรรค์

โดย อาจารย์ศรัณย์ จันทพลาบูรณ์


 

รู้จักศรัณย์ จันทพลาบูรณ์?

ติดต่อ

โทร.089 139 6077

email i@ajarnsarun.com 

บทสัมภาษณ์

ติดตามข่าวสาร

เมล็ดพันธุ์สร้างสรรค์ (Tips)

 

อยากให้ลูกคิดสร้างสรรค์พ่อแม่ต้องทำอย่างไร ? 

?????

ถามเรื่องที่คุณอยากรู้

 

บันทึกความคิด

คุยกันข้ามรั้ว

อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ ในห้องสังสรรค์ความคิดสร้างสรรค์ของผม

What happened ?                                      when I had massaging during the training.

             เมื่อหลับตาแล้วนึกถึงห้องอบรมสัมมนา สิ่งแรกที่เห็นคืออะไร...

            ร่มสนาม  เก้าอี้ชายหาด  เตียงนวด  หมอนถั่ว  เต้นท์ทหาร ตุ๊กตาหมอนข้างน่ากอด โต๊ะสำหรับจิบชากาแฟ  หรือ  เสื่อสีสด 

            เปล่า...ผมไม่ได้เพี้ยนไป

            แต่ถ้าจัดห้องสัมมนาอย่างนี้มันจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ?


           กระบวนการแรกของการอบรมทุกๆ ที่มักจะเริ่มด้วย Pre Occupation คือ การพยายามให้ผู้เข้าอบรมตัดตัวเองออกจากสภาวะเดิมๆ  ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่เราคุ้นๆ ทั่วไปก็ การละลายพฤติกรรม Ice breaking ซึ่งส่วนใหญ่มักใช้ การพูด เล่นเกม หรือ การดูวีดีโอ สำหรับผมการจัดสถานที่ ที่แตกต่างออกไปแบบที่ว่าด้านบนนั้น ใช้ได้ผลมากกว่าวิธีอื่นๆ เมื่อผู้ร่วมอบรมมาถึงพวกเขาตัดเรื่องงานออกทันที รับรู้โดยอัตโนมัติเลยว่าเขาจะเจออะไรสนุกๆ แน่นอน (หรือถ้าง่วงก็มีที่นอนล่ะ ฮา...)

            การจัดห้องที่แม้จะดูระเกะระกะอย่างนี้ แต่ส่งผลถึงการลดช่องว่างของระดับสายงาน ในขณะที่หัวหน้างานเลือกที่จะนั่งคุยกันบนเสื่อ ลูกน้องอาจจะนั่งจับกลุ่มกันที่โต๊ะกาแฟ อิสระในการเลือกที่นั่งที่ผู้เรียนมีความเสมอภาคกันมากขึ้น แต่บางทีเราก็มีหลอกล่อ เพราะคนมักไม่ชอบนั่งหน้าห้องใช่ไหมล่ะ แต่เราจะจัดเก้าอี้ที่ดูสบาย และน่านั่งที่สุดไว้หน้าๆ ทำให้เคยมีการแย่งเก้าอี้กันบ้าง

            ช่วงเช้านี่ไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าไปนั่งในเต้นท์หรอก จึงมีไว้สำหรับตัวผมเอง เวลาเขาแนะนำวิทยากร(ซึ่งนอนรอในเต้นท์คนไม่รู้ ก็มองหากันใหญ่) พอออกมาจากเต้นท์ คนก็เฮ...  ส่งผลให้ช่วงหลังอาหารกลางวันนี่ มีคนแอบไปนอนงีบรอในเต้นท์ ห้องสังสรรค์ความคิดสร้างสรรค์ของผมก็เลยไม่โหรงเหรงในช่วงบ่าย

            ผมยังสนุกกับการคิดแตกยอดไปได้อีกมากเพิ่มไปเรื่อยๆ แปลกๆ แต่สอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ ที่สำคัญคือคำนึงถึงการ สร้างประสบการณ์และการมีส่วนร่วมแก่ทุกคน เช่น 

             กิจกรรมช่วงหนึ่งในหลักสูตร Creative Thinking  คือการแกะกรอบความคิด เมื่อผมนำเขาก้าวออกจากกรอบที่ปิดกั้นความคิดใหม่ๆ ได้แล้ว ก็อยากให้เขารู้สึกว่า กรอบนั้นจะไม่กลับมาหาเขาอีก คือให้เจ้ากรอบนี้มันตายไปซะ ฉะนั้นในห้องจะจัดงานศพให้เจ้ากรอบ มี พวงหรีด โลงศพ ดอกไม้จันทน์ จุดธูป มีเสียงพระสวด ทุกคนร่วมกันไว้อาลัยด้วยการนำดอกไม้จันทน์ไปวางหน้าโลง (อันที่จริงก็อยากจะใช้โลงจริงแต่โรงแรมเขาไม่ให้เข้าเลยต้องใช้โลงจำลอง) ในงานศพมีของชำร่วยที่ฮิตมากคือยาดม ติดสติ้กเกอร์ไว้ด้วย นายกรอบ ชาตะ มรณะเมื่อไหร่ (มีอยู่ครั้งหนึ่งให้บังเอิญมีลูกค้าเจ้าหนึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจยาดม ยังแซวเราว่าทำไมไปใช้ยี่ห้ออื่น แป่ววว)

             เมื่อนายกรอบตายไปแล้ว ก็มีวันเกิดให้ความคิดใหม่ๆ เป็นอิสระ สร้างสรรค์ ให้ทุกคนช่วยกันจัดบรรยากาศของงานวันเกิด มีป้ายสุขสันต์วันเกิด ตกแต่งห้องด้วยสายรุ้ง มีลูกโป่ง (ซึ่งจะมีเสียงแตกป้าป้างเป็นระยะ ช่วยให้คนเรียนตื่นดีจริงๆ แต่พนักงานโรงแรมอาจไม่ค่อยชอบเท่าไร)

             การจัดห้องสัมมนาความคิดสร้างสรรค์เป็นพิเศษอย่างนี้ สร้างความแตกต่างได้มากมาย แม้ที่ผ่านมาก็พบข้อเสียบ้าง เช่น คนมีอายุหน่อยก็จะบ่นเมื่อยนั่งพื้นทั้งวันไม่ไหว  ผมก็ถือโอกาสต่อยอดความคิดไปอีกสำหรับครั้งต่อๆ มา เช่น ใครตอบคำถามดีมีรางวัลเป็น หมอนวด เข้ามานวดให้ถึงที่ ไม่ใช่แค่สนุกสนาน ผ่อนคลาย แต่จดจำคำถามคำตอบไปโดยไม่มีทางลืมเลย 

             ผู้ที่ผ่านห้องสังสรรค์ความคิดสร้างสรรค์ของผมแล้ว เขาจะรู้ว่า บรรยากาศ สิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเขา และ ที่ทำงาน มีผลอย่างยิ่งในการเอื้อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และมีวิธีการมากมายที่ง่ายๆ พื้นๆ แต่สามารถสร้างความแปลก แตกต่าง ถ้าเราไม่มองข้ามมันไป แต่นำมาปรับใช้ให้ถูกจังหวะเวลา หรือบางครั้งก็อาจมาแบบเหนือความคาดหมาย

             บางคนก็สงสัยว่า ความคิดแปลกๆ ใหม่ๆ นี้ เอาไปใช้ในการทำงานจริงๆ จะเข้าท่าไหมเนี่ย ลองมาดูตัวอย่างไอเดียที่เกิดจากห้องสังสรรค์ความคิดของผม แล้วพวกเราผู้เรียนช่วยกัน ดัดความคิด แปลกๆ ให้เป็นความคิดที่นำไปใช้ได้จริงและยังคงความสร้างสรรค์อยู่ดูสิ

            หนึ่งในเป้าหมายของผู้บริหารองค์กรระดับแนวหน้าแห่งหนึ่ง ต้องการให้พนักงานมีความสุขในการทำงาน ในกระบวนการ COD* (Creative Organization Development) ช่วงที่จัด workshop ให้คณะกรรมการสร้างสรรค์ ในหัวข้อทำการสร้างบรรยากาศการทำงานที่มีความสุข พวกเขาคิดเรื่องการให้รางวัลพนักงาน มีคนเสนอให้ “มีรถประจำตำแหน่งให้พนักงาน” ทีนี้จะจัดให้ได้อย่างไรล่ะ ใครจะอนุมัติงบประมาณ แต่ในห้องสังสรรค์ความคิดสร้างสรรค์ของผม พวกเราช่วยกันดัดความคิดนี้ จนท้ายที่สุดพวกเขาได้โครงการสร้างความสุขให้พนักงานเพิ่มขึ้นด้วยการ จัดที่จอดรถพิเศษพร้อมป้ายประกาศเกียรติคุณระบุชื่อไว้ว่าเป็นรางวัลสำหรับพนักงานยอดเยี่ยม

             อีกตัวอย่างหนึ่งมีคนเสนอให้ “พนักงานขึ้นเงินเดือนตัวเองได้”  ความคิดหลุดโลกนี้เกิดขึ้นในห้องสังสรรค์ความคิดสร้างสรรค์ของผม พวกเราก็ช่วยกันคิด ไอเดียนี้ติดขัดอะไรล่ะ ความเป็นจริงคือ เรามีงบเงินสำหรับขึ้นเงินเดือน 10 เปอร์เซ็นต์ หัวหน้าก็มอบหมายให้ทุกคนไปคุยกัน แล้วกลับไปเสนอว่าใครควรได้เงินเดือนขึ้นมากน้อยแค่ไหน ก็แล้วแต่กลุ่มผู้เสนอจะตกลงกันว่ามีปัจจัยพิจารณาขึ้นเงินเดือนอะไรบ้าง โดยหัวหน้ามีหน้าที่จัดหาข้อมูลต่างๆ ตามที่ขอมา เช่น จำนวนวันที่มาสาย ยอดขายของแต่ละคน เป็นต้น 

            ผมแอบได้ยินเสียงโต้แย้งนะเนี่ย เช่น มันเป็นไปได้ยาก คณะทำงานน่าจะทะเลาะกันน่าดูเลย ใช่ไหมๆ  อันนี้เขาเรียกว่า ”ข้อกังวล”  ในห้องสังสรรค์ความคิดสร้างสรรค์ของผม จะให้ลองไปคิดต่อว่า เราจะหลบอุปสรรค ข้อกังวลนี้อย่างไร ถ้าหลบไม่ได้ ไอเดียนี้ก็ตายไป ก็ไม่เป็นไร

             แต่ถ้าหาทางหลบได้อย่าลืมเขียนมาเล่ากันมั่งนะ

 

            นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของห้องสังสรรค์ความคิดสร้างสรรค์ของผม ที่ผสมผสานความคิดหลุดโลก อันดูเหมือนสะเปะสะปะ แต่ขณะเดียวกันก็มีขั้นตอนการเรียบเรียงความคิดอย่างเป็นระบบ ที่ยังมีสาระสนุกๆ รอให้เก็บเกี่ยวอีกเพียบ


ศรัณย์ จันทพลาบูรณ์

Ajarn.sarun@gmail.com


*COD : Creative Organization Development 

ประกอบไปด้วย 3 กระบวนการหลักคือ
Creative Thinking     กระบวนการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์สร้างสรรค์ให้กับพนักงานระดับปฏิบัติการทั้งหมด ได้ฝึกฝนการคิดนอกกรอบเดิมๆ สามารถดัดความคิดแปลกๆ หลุดโลกให้สามารถนำมาใช้งานได้จริง เป็นไอเดียเจ๋งๆ ที่องค์กรยอมรับได้เพราะผ่านการคัดกรองประเมินความคิดที่มีขั้นตอนอย่างเป็นระบบ


Creative Leadership    สร้างสรรค์ให้หัวหน้างานเข้าใจบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งของตนในการบริหารจัดการหรือรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ให้กับความคิดสร้างสรรค์ของผู้ปฏิบัติงาน ไม่เป็นผู้ตัดตอนความคิดสร้างสรรค์ แต่กลับมีทักษะในการกระตุ้นให้ลูกน้องคิดสร้างสรรค์ ชี้ชวนให้เขาคิดต่อยอด มองเห็นข้อดี ศักยภาพ หรือโอกาสใหม่ๆ ของความคิดนั้น รวมทั้งค้นหาวิธีการก้าวข้ามอุปสรรค ความกังวลต่างๆ ด้วยตัวเอง


Creative System      การวางระบบการจัดการความคิดสร้างสรรค์ในองค์กรเพื่อไปสู่การลงมือทำจริง ติดตามประเมินผล และ ขยายผลอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นนโยบายหรือวัฒนธรรมขององค์กร