Welcome to AjarnSarun.com

Creativity Journal

บันทึกของคนปลูกความคิดสร้างสรรค์

โดย อาจารย์ศรัณย์ จันทพลาบูรณ์


 

รู้จักศรัณย์ จันทพลาบูรณ์?

ติดต่อ

โทร.089 139 6077

email i@ajarnsarun.com 

บทสัมภาษณ์

ติดตามข่าวสาร

เมล็ดพันธุ์สร้างสรรค์ (Tips)

 

อยากให้ลูกคิดสร้างสรรค์พ่อแม่ต้องทำอย่างไร ? 

?????

ถามเรื่องที่คุณอยากรู้

 

บันทึกความคิด

คุยกันข้ามรั้ว

ผู้เรียน CRT อยากรู้อะไร?

 The Letter

           ทุกๆ ครั้งก่อนที่ห้องสังสรรค์ความคิดสร้างสรรค์ (CRT) จะเริ่มต้นขึ้น ผมมักขอให้ผู้เข้าร่วมสังสรรค์เขียนความในใจใส่กระดาษใบเล็กๆ เป็นจดหมายจากนิรนาม ซึ่งทำให้ผมได้เห็นความคาดหวัง ข้อสงสัย  และ ความตั้งใจของผู้คน  น่าแปลกใจที่ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน หัวหน้างาน องค์กรเอกชน หรือหน่วยงานของรัฐ ผมกลับพบความเหมือนในความต่าง

          อยากลองอ่านจดหมายน้อยของผมบ้างไหมครับ 
          
จดหมายที่ฮิตที่สุดคงเป็นกลุ่มนี้ครับ

  • ความคิดสร้างสรรค์คืออะไร แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่ามันสร้างสรรค์ และไม่เหมือนคนอื่น
  • ความคิดสร้างสรรค์สำหรับคนไม่ฉลาดจะเกิดขึ้นได้หรือไม่? สมองจะสร้างขึ้นได้หรือไม่?
  • ความคิดสร้างสรรค์ถูกเก็บไว้ในรูปแบบใด และจะถูกนำมาใช้ได้อย่างไร มีอะไรเป็นแรงบันดาลใจ หรือเหตุจูงใจ
  • เวลาคิดไม่ออกเราควรเริ่มจากอะไรเป็นสิ่งแรก
  • มีวิธีการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร อยากรู้ เทคนิค ปัจจัยที่ทำให้เกิดการคิดใหม่ๆ ฯลฯ
    (ตามหาคำสำคัญ ในบันทึกตอนอื่นๆ ดังนี้  Mind set   Mood  Mechanics  Momentum)

          รองลงมาคงเป็นกลุ่มนี้ ผู้เรียนที่ตั้งอกตั้งใจเน้นทั้งคุณภาพและปริมาณ
  • ทำอย่างไรให้คิดสร้างสรรค์ได้มากๆ คิดทุกอย่างได้อย่างสร้างสรรค์
  • ทำอย่างไรจึงจะทำงานประสบความสำเร็จ นำความคิดที่ได้ไปใช้ประโยชน์ มีแนวทางการสร้างสรรค์งานใหม่ให้มีประสิทธิภาพ
  • อยากได้ขั้นตอนการทำงานของงานแต่ละประเภทเราจะนำความคิดสร้างสรรค์ไปใช้ได้อย่างไรบ้าง เอาแบบใช้ได้จริง(นะ)
    (ตามหาคำสำคัญ ในบันทึกตอนอื่นๆ ดังนี้  คิดด้น คิดควบ และ  6ขั้นตอนของกระบวนการคิดสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ แรงดัน แรงต้าน  การดัดความคิดสร้างสรรค์สู่การใช้งานจริง)

        กลุ่มสุดท้ายนี่เป็นผู้ที่เข้าใจพื้นฐานของความคิดสร้างสรรค์พอสมควรเลยครับ
  • กรอบความคิดทำให้เรามีความคิดสร้างสรรค์น้อยลงใช่หรือไม่ 
  • คิดนอกกรอบคืออะไร?
  • ทำอย่างจึงจะทำลายกรอบความคิดเดิมๆ ได้สำเร็จ
    (ตามหาคำสำคัญ ในบันทึกตอนอื่นๆ ดังนี้  ก้าวออกจากกรอบความคิด 5 กรอบ) 
         

          มีแถมท้ายน่ารักๆ จากมุมมองของลูกน้องและเจ้านายครับ

  •  ในขณะที่ลูกน้องอยากรู้ว่า...
     ทำอย่างไรเจ้านายจึงจะรักและเมตตา
    จะปฏิเสธความคิดเจ้านายอย่างไรโดยไม่ถูกตำหนิ 
    ถ้าหัวหน้าว่าความคิดเราไม่สร้างสรรค์ จะทำอย่างไร?
  • ข้างเจ้านายก็อยากรู้ว่า...
    ทำอย่างไรจึงจะไม่หงุดหงิดเมื่อลูกน้องทำผิด
    ทำอย่างไรจึงจะยอมรับความคิดของทุกคนได้ (น่ารักจริงๆเจ้านายท่านนี้)
    (ตามหาคำสำคัญ ในบันทึกตอนอื่นๆ  ดังนี้  การบริหารงานเพื่อให้องค์กรเกิดความคิดสร้างสรรค์ แบบทดสอบความถนัดคิดสร้างสรรค์ คุณเป็นแบบใด? และ แบบทดสอบบรรยากาศในที่ทำงานของคุณเอื้อต่อความคิดสร้างสรรค์หรือไม่)
        

            บางคนก็เขียนแบบจริงใจว่า ไม่ได้อยากรู้ แต่อยากมาฟังว่าวิทยากรมีความคิดสร้างสรรค์อย่างไร เพราะความคิดสร้างสรรค์ดูเป็นนามธรรมจังเลย แล้วรูปธรรมเป็นอย่างไร? 

            จากนี้ไปเป็นจดหมายตอบจากผม  ไม่ทราบว่าจะตอบคำถามของคุณจริงใจท่านนี้ได้หรือไม่
    
     สวัสดี คุณสร้างสรรค์ ที่รัก

      ในที่สุดเราก็มาพบกันจนได้ หลังจากที่คุณหายหน้าหายตาไปนาน  กี่ปีมาแล้วผมก็ไม่แน่ใจนัก อาจจะตอนที่มีคนบอกผมว่า ก้อนเมฆ ก็คือก้อนเมฆ ไม่ใช่กองทัพรถถัง  ปราสาทของเจ้ายักษ์ หรือ สายไหมแสนอร่อย อย่างที่ผมเห็น หรือตอนที่ผมเริ่มเชื่อว่าไม่มีกระต่ายในดวงจันทร์จริง เพราะในวิชาวิทยาศาสตร์บอกว่า ไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ที่นั่นได้
       แต่เมื่อมีใครบางคนมาท้าทายให้ผมก้าวออกมาจากกรอบความคิดที่จำกัดตัวเองไว้ ไม่ว่าจะเป็น กรอบการเดินตามคนอื่น กรอบต้องการสร้างความประทับใจ กรอบยึดติดกับภาพลักษณ์ตัวเอง กรอบการเซ็นเซอร์ตัวเอง  และกรอบที่เล็กคับแคบแต่แข็งแรงที่สุด คือ กรอบความกลัวในตัวผมเอง หลังจากที่ผมตอบตัวเองได้ว่าความกลัวเป็นเพียงภาพลวงตา ในการก้าวออกมาจากกรอบเหล่านี้ ผมไม่ได้สูญเสียอะไร แต่กลับได้มาซึ่งอิสรภาพในการคิด
      ผมได้รับประสบการณ์น่าทึ่งว่า ในช่วงเวลาที่จำกัดและมีเงื่อนไขที่ต้องคิดคำตอบที่แตกต่างไปจากเดิม สมองของผมกลับแสดงความสามารถในการคิดคำตอบแปลกๆ ออกมาได้มากมาย (คุณน่าจะจำได้ว่าอันที่จริงผมไม่ใช่เด็กเรียนเก่งสักเท่าไร) ระหว่างที่ผมกำลังตื่นเต้นกับความคิดแปลกใหม่ของผม คุณช่างวิจารณ์ ในตัวผมก็แทรกขึ้นมาทันที (“โธ่เอ๋ย ความคิดหลุดโลกอย่างนี้จะเอาไปทำประโยชน์อะไรได้ เดี๋ยวเจ้านายก็หาว่าเพี้ยนหรอก”)
      โชคดีที่ใครบางคนยังอยู่ข้างๆ ผม แล้วชวนให้ผมระดมรีดความคิดแปลกใหม่ นั้นออกมาให้หมด เขาบอกผมให้ใจเย็นๆ เราจะมาช่วยกันดัดความคิดเหล่านี้ ให้กลายเป็นความคิดที่นำไปใช้งานได้ ด้วย กระบวนการประเมินความคิด ด้วยสมองฝั่งเหตุผล ว่าความคิดใหม่นั้นจะตอบสนองเป้าหมายของงานได้อย่างไร มีอะไรเป็นแรงดัน มีอะไรเป็นแรงต้าน  มองทะลุให้เห็นว่าในแต่ละความคิดใหม่นั้นมี ข้อดี ศักยภาพ ข้อกังวล อุปสรรค และหาวิธีที่จะหลบเลี่ยงอุปสรรคนั้นๆ อย่างไร
      ผมได้ฝึกซ้อม กระบวนการคิดเป็นระบบ อย่างนี้ซ้ำไปซ้ำมาถึง ๖ ครั้งด้วยกัน จนในที่สุดก็ได้ความคิดใหม่ๆ ในการทำงานที่ตอบโจทย์ ช่วยแก้ปัญหาได้จริง และยังมีการวางแผนอย่างรอบคอบในการจัดการกับข้อกังวลที่อาจเกิดขึ้น 

     ไม่เพียงผมเท่านั้นที่ได้หลุดพ้นออกจากความคิดเดิมๆ ไปสู่ผลลัพธ์ที่แตกต่าง ทุกๆ ฝ่ายในที่ทำงานของผมมีโอกาสได้สำรวจตัวเองว่า แต่ละคนในทีมมีความถนัดเป็นนักคิดสร้างสรรค์แบบไหน เพื่อให้พวกเราได้ทำงานเสริมจุดแข็ง ลดจุดอ่อนกันและกันได้ เจ้านายของผมก็รู้วิธีที่จะแหย่ด้วยคำถามต่างๆ ทำตัวเป็นพวกขี้สงสัย เพื่อเปิดโอกาสให้ความคิดของพวกเราหลั่งไหลออกมา หรือสามารถยื้อ อดทนได้หากพวกเรายังคิดไม่ออก เขาเรียนรู้ว่าไม่จำเป็นต้องตัดตอนความใหม่ๆ ที่น่ากังวล แต่ใช้การตั้งคำถามให้เจ้าของความคิดไปคิดต่อว่าทำอย่างไรจึงเราจึงจะหลบหลีกข้อกังวลนั้นได้
      การแข่งขันกันเสนอความคิดใหม่ๆ กลายเป็นวัฒนธรรมในองค์กรของผมไปแล้ว หลังจากที่ทุกคนในแผนกได้ทำแบบทดสอบ “บรรยากาศความคิดสร้างสรรค์” ทำให้หัวหน้าแผนกสามารถบริหารจัดการ ส่งเสริมให้เกิด “บรรยากาศแบบเปิด” ที่ลด การวิพากษ์วิจารณ์ ความเคร่งครัด เปิดโอกาสให้มีการรับฟัง และการลุยคิดเป็นทีมมากขึ้น ซึ่งเป็นการทำงานที่เอื้อต่อการคิดสร้างสรรค์

 

       คุณสร้างสรรค์ ผมดีใจที่เราได้พบกัน และกลับมาเป็นคู่หูกันเหมือนเมื่อก่อน ผมหวังว่าคนที่ได้อ่านจดหมายฉบับนี้ จะได้พบประสบการณ์ที่แสนสนุกและคุ้มค่าเหมือนที่ผมเจอมา

  

ด้วยความสร้างสรรค์อย่างสูง
  นายแสนคิดสร้างสรรค์ <
ajarn.sarun@gmail.com>