Welcome to AjarnSarun.com

Creativity Journal

บันทึกของคนปลูกความคิดสร้างสรรค์

โดย อาจารย์ศรัณย์ จันทพลาบูรณ์


 

รู้จักศรัณย์ จันทพลาบูรณ์?

ติดต่อ

โทร.089 139 6077

email i@ajarnsarun.com 

บทสัมภาษณ์

ติดตามข่าวสาร

เมล็ดพันธุ์สร้างสรรค์ (Tips)

 

อยากให้ลูกคิดสร้างสรรค์พ่อแม่ต้องทำอย่างไร ? 

?????

ถามเรื่องที่คุณอยากรู้

 

บันทึกความคิด

คุยกันข้ามรั้ว

วันหนึ่ง ผมได้พบว่าการเป็นนักคิดสร้างสรรค์มีตั้ง 8 แบบ!

One day,I found out that there are 8 types of creativity!


              จะเรียกว่าโชคดีหรือการมีนิสัยชอบสอดส่ายหาของใหม่ๆ ของผมก็ไม่รู้ ที่วันนั้นไปพบแบบทดสอบของ MBTI (The Myers-Briggs Type Indicator)  ในหนังสือจากห้องสมุดแห่งหนึ่ง ที่เตะตาน่าสนใจเพราะ MBTI นั้นเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องลักษณะบุคลิกภาพต่างๆ อยู่แล้ว แต่ของใหม่ที่เจอก็คือ แบบทดสอบที่เชื่อมโยงบุคลิกภาพกับ "การเป็นนักคิดสร้างสรรค์"  เขาแบ่งนักคิดสร้างสรรค์เป็นแบบต่างๆ ถึง 8 แบบ  คือ

               นักคิดสร้างสรรค์แบบ 1.นักผจญภัย (Adventurer) 2.ผู้นำทาง (Navigator) 3.นักสำรวจ (Explorer) 4.ผู้มองการณ์ไกล(Visionary)  5.นักบิน (Pilot)  6.นักประดิษฐ์ (Inventor)  7.นักประสานเสียง (Harmonizer) 8.นักประพันธ์ (The Poet) 

               การตั้งชื่อแบบนี้ทำให้น่าเข้าไปค้นหา ว่าเอ..ตัวเรานี้เป็นนักคิดแบบใด
และหลังจากได้ทดลองนำมาใช้ใน *COD (Creative Organization Development) มาระยะหนึ่งแล้ว พบว่ามันเวิร์คหลายอย่าง

               อันดับ ๑.เลยคนส่วนใหญ่ชอบทำแบบทดสอบอยู่แล้ว (อันนี้น่าจะอยู่ในธรรมชาติของมนุษย์เราที่ต้องการรู้จักตัวเอง การที่เรารู้ว่าเราอยู่ในกลุ่มใดก็ตามตอบสนองความต้องการทางสังคม) แต่ทำแล้วจะรู้สึกเชื่อมากแค่ไหนก็อีกเรื่องหนึ่ง (ขึ้นอยู่กับคุณภาพของแบบทดสอบ และกึ๋นของคนเลือก 55)  

               อันที่๒.อันนี้สำคัญมากเมื่อเขาทำแบบทดสอบนี้แล้วทำให้เขารู้ว่าตัวเองมีความถนัด เป็นนักคิดแบบไหน ความมั่นใจก็บังเกิด เพราะคนส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวว่าตัวเองนั้นคิดได้ คิดเก่งด้วย (ซึ่งแต่ละคนมีลีลาในการคิดสร้างสรรค์แตกต่างกันจากลักษณะภายใน) ความมั่นใจเป็นแรงผลักที่สำคัญของความคิดสร้างสรรค์ เมื่อเขารู้ว่าตัวเองถนัดคิดแบบใด ก็จะมั่นใจในการคิดมากขึ้น เปิดโอกาสให้ตัวเองคิดสร้างสรรค์มากขึ้น 


              สำหรับข้อ 3 และ 4 นี่ เป็นตัวอย่างผลเชิงรูปธรรมที่สามารถนำไปปรับใช้ในงานได้จริง เพราะในแบบทดสอบ MBTI นี้ จะทดสอบลักษณะการคิดของเราอยู่ 4 รูปแบบ คือ

  • หนึ่ง เราเป็นนักคิดแบบต้องแลกเปลี่ยนกับชาวบ้าน (Extroverted) หรือ ชอบครุ่นคิดคนเดียว(Introverted)
  • สอง เราเป็นนักคิดที่ต้องอาศัยการใช้ผัสสะทั้งห้า (Sensations) หรือเป็นแบบปิ๊งแว๊บ (iNtuition)
  • สาม เราเป็นนักคิดแบบใช้หัวคิด (Thinking) หรือ หัวใจ (Feeling)
  • และสี่ เราเป็นนักคิดประเภทต้องการความชัดเจน(Judging) หรือ แทงกั๊กอึมๆ ค่อยๆ ดูไปยังไม่ด่วนสรุป (Perceiving)

            เมื่อทำแบบทดสอบแล้ว แต่ละคนจะได้รหัสออกมา 4 ตัว คือ

            E หรือ I

            S หรือ N  

            Tหรือ F 

             J หรือ P 

            เช่น  ถ้าคะแนนออกมาได้ ESTP หรือ ESFP ก็เป็นนักคิดแบบ นักผจญภัย (The Adventurer)  ในขณะที่ นักคิดแบบผู้นำทาง (The Navigator) จะได้รหัส ISTJ หรือ ISFJ  เป็นต้น

            มาต่อกันที่เวิร์คอันดับ 3 นอกจากเขาจะมั่นใจว่าเขาเองก็เป็นนักคิดสร้างสรรค์ประเภทหนึ่งแล้ว เขายังสามารถปรับเปลี่ยนตัวเองให้เป็นนักคิดที่เหมาะกับหน้าที่ความรับผิดชอบมากขึ้น (proactive) ด้วยการเปลี่ยนรหัสบางตัว

            เช่น ผมเองทำแบบทดสอบนี้ครั้งแรก ออกมาเป็น INFP คือ นักประพันธ์ (The Poet) ซึ่งมีลักษณะเด่น คือ “เป็นเสมือนกระดูกสันหลังของกลุ่ม เป็นความคิดสร้างสรรค์ที่มีความงดงามในการแก้ปัญหา เป็นผู้สร้างบรรยากาศแห่งการไว้วางใจนับถือซึ่งกันและกัน และมีความปลอดภัยในการทดสอบความคิดใหม่ๆ เป็นความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นอิสระ ละเอียดรอบคอบไปสู่ความท้าทาย เกิดความคิดใหม่ได้จากการสะท้อนความคิด และการบ่มความคิด”   อันที่จริงก็ตรงและดูดีทีเดียว แต่งานผู้นำความคิดสร้างสรรค์ที่ผมทำอยู่ น่าจะดีถ้าผมมีลักษณะของ นักสำรวจ (Explorer) มากขึ้น คือ “สามารถคิดให้เห็นถึงรูปแบบ ความสัมพันธ์ และแนวโน้มภายนอก หาความคิดใหม่ ได้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยจุดประกาย และสร้างการค้นพบกับผู้อื่น มีจินตนาการที่เต็มไปด้วยการเชื่อมโยง สร้างทีมให้มีสปิริตสูงต่อการเปลี่ยนแปลง คิดเชิงความเป็นไปได้ในมิติแห่งอนาคต”

             เมื่อดูที่รหัสก็พบว่า นักสำรวจ (Explorer) คือ ENTP หรือ ENFP มีรหัสต่างกับ นักประพันธ์(The Poet) แค่ตัวเดียว คือ I ผมก็เลยตั้งใจที่จะทดลองเปลี่ยนนิสัยการคิดแบบครุ่นคิดคนเดียว (Introverted) มาเป็นการแชร์ความคิดกับคนอื่นๆ มากขึ้น (Extroverted) เมื่อไม่นานมานี้ลองทำแบบทดสอบอีกรอบพร้อมๆ ไปกับผู้เรียนโดยทำไปเรื่อยๆ ไม่ได้ตั้งใจ ปรากฏว่าผลมาตกที่ นักสำรวจ เรียบร้อยแล้ว

             มันจะดีไหม ถ้าเราสามารถปรับเปลี่ยนลักษณะวิธีคิดของเราในบางมุม ให้เหมาะกับลักษณะงานที่เราทำอยู่ ถ้าผมทำได้ คนอื่นๆ ก็น่าจะเรียนรู้และปรับเปลี่ยนได้เช่นกัน

             และเวิร์คอันดับ 4 คือ มันจะดียิ่งขึ้นไหมล่ะ สำหรับหัวหน้างาน ถ้าเรารู้ว่าลูกน้องของเรา ใครมีลักษณะเป็นนักคิดแบบไหน การมอบหมายงานก็จะเข้าทางลูกน้องมากขึ้น หากมีโปรเจคใหม่ๆ ต้องการรวบรวมทีมทำงานก็สามารถเลือกให้นักคิดประเภทต่างๆ ให้ครบประเภท เพื่อเสริมจุดแข็ง ลดจุดอ่อนซึ่งกันและกัน
มันน่าจะสนุกและได้ผลการทำงานที่ดีกว่าไหม หากบางจังหวะของการทำงานเป็นทีม เราจะมอบหมายให้มีแกนนำแตกต่างกันไปตามประเภทของงาน

             เช่น ช่วงที่ต้องดูภาพรวมให้ผู้มองการณ์ไกล (Visionary) เป็นแกนนำ จากนั้นส่งไม้ต่อให้นักประพันธ์ (The Poet) ไปขายไอเดีย  ขั้นเตรียมงานมอบหมายให้ นักประสานเสียง (Harmonizer) ไปประสานสัมพันธ์ที่ดีกับทุกๆ ฝ่าย และมอบตำแหน่งหัวหน้าทีมให้ นักบิน (The Pilot) เมื่อถึงเวลาต้องกำกับการลงมือทำ เป็นต้น อย่างนี้เขาเรียกว่าวิธีสร้าง Dream Team หรือเปล่า 
            

            ประสบการณ์เมื่อใช้แบบทดสอบ MBTI ในหลักสูตร COD ก็สนุกสนาน ไม่น่าเบื่อ เพราะใช้วิธีหลากหลายในการนับคะแนน เพื่อเป็นไอเดียให้ผู้เรียนว่า แค่การทำแบบทดสอบ คุณก็คิดรูปแบบได้มากมาย ก้าวออกมาจากกรอบเดิมๆ กันเถอะ 
    

            และทุกครั้งที่เราทำกิจกรรมนี้ ผู้คนอยากรู้รายละเอียดทั้งของตัวเอง และแบบอื่นๆ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควรในการอธิบาย ผมจึงใช้การขอให้ส่งรหัสกลับมา เพื่อที่จะได้ส่งรายละเอียดของรหัสนั้นๆ กลับไปให้อ่าน วิเคราะห์ทางอีเมลกันภายหลัง และก็มีคนอีกไม่น้อยที่แวะไปลองทำแบบทดสอบนี้ที่เว็ปไซต์ของเรา

http://www.375c.com/poll.php
    

            นักคิดทั้ง 8 แบบนี้ ไม่มีแบบไหนเก่งกว่า ดีกว่า แบบไหน อยู่ที่ว่าเมื่อรู้ว่าเราเป็นนักคิดประเภทใดแล้ว เราสามารถนำศักยภาพของเราไปใช้ได้ถูกที่ ถูกทาง ถูกจังหวะ หรือเปล่า ถ้ายัง ก็ทดลองปรับเปลี่ยนนิสัยการคิดบางอย่าง (คือการเปลี่ยนรหัสบางตัว) แล้วลองนำไปใช้งานดู ผมเชื่อว่าผู้ที่ทดลองทำจะเข้าใจคำพูดที่ว่า “มนุษย์เรามีศักยภาพในการคิดสร้างสรรค์อย่างไม่มีที่สิ้นสุด” อย่างลึกซึ้งได้ด้วยตัวเอง


     ศรัณย์ จันทพลาบูรณ์
     Ajarn.sarun@gmail.com


    
*COD : Creative Organization Development 

ประกอบไปด้วย 3 กระบวนการหลักคือ


Creative Thinking   กระบวนการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์สร้างสรรค์ให้กับพนักงานระดับปฏิบัติการทั้งหมด ได้ฝึกฝนการคิดนอกกรอบเดิมๆ สามารถดัดความคิดแปลกๆ หลุดโลกให้สามารถนำมาใช้งานได้จริง เป็นไอเดียเจ๋งๆ ที่องค์กรยอมรับได้เพราะผ่านการคัดกรองประเมินความคิดที่มีขั้นตอนอย่างเป็นระบบ


Creative Leadership  สร้างสรรค์ให้หัวหน้างานเข้าใจบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งของตนในการบริหารจัดการหรือรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ให้กับความคิดสร้างสรรค์ของผู้ปฏิบัติงาน ไม่เป็นผู้ตัดตอนความคิดสร้างสรรค์ แต่กลับมีทักษะในการกระตุ้นให้ลูกน้องคิดสร้างสรรค์ ชี้ชวนให้เขาคิดต่อยอด มองเห็นข้อดี ศักยภาพ หรือโอกาสใหม่ๆ ของความคิดนั้น รวมทั้งค้นหาวิธีการก้าวข้ามอุปสรรค ความกังวลต่างๆ ด้วยตัวเอง


Creative System   การวางระบบการจัดการความคิดสร้างสรรค์ในองค์กรเพื่อไปสู่การลงมือทำจริง ติดตามประเมินผล และ ขยายผลอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นนโยบายหรือวัฒนธรรมขององค์กร