ประวัติและความเป็นมาของคริสตจักร พันธสัญญาของพระเจ้า คริสตจักร พันธสัญญาของพระเจ้าได้ก่อตั้งขึ้นโดยครอบครัวของผม ผมชื่อธีรพล ตุลสงวน และเป็นเจ้าของร้าน ดานิเอล 83 ถนน บุญวาทย์ ตำบล สวนดอก อำเภอ เมือง จังหวัด ลำปาง ปัจจุบันนี้คริสตจักรของเราได้ใช้ที่ร้าน ดานิเอลเป็นสถานนมัสการพระเจ้าชั่วคราว พวกเรากำลังอธิษฐานต่อพระเจ้าที่จะซื้อที่ก่อสร้างคริสตจักรของเราอย่างถาวรต่อไป ก่อนอื่นขอเล่าประวัติอย่างย่อๆของผม ผมได้มาเชื่อพระเจ้า 30 กว่าปีแล้ว และมีประสบการณ์กับพระเจ้ามาอย่างมากมาย พระเจ้าได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของผมอย่างไม่เชื่อ จากเด็กพิการตั้งแต่อายุไก้เพียง 4 เดือนเท่านั้น ด้วยโรคไข้สมองอักเสบ พ่อแม่กับคุณย่าของผมก็ผลัดเปลี่ยนกันพาผมไปรักษาด้วยวิธีต่างๆก็ไม่ดีขึ้นเลย จนกระทั่งได้ไปรักษาตัวอยู่ที่โรงเรียน ศรีสังวาลย์ ตามคำแนะนำของคุณหมอท่านหนึ่งและทีนี่ผมก็ได้เรียนหนังสือไปด้วยในขณะเดียวกันเป็นเวลาหลายปี หลังจากนั้น ผมได้กลับมาอยู่ที่บ้าน และเริ่ม คิดว่าชีวิตของตัวเองช่างอาภัพนัก เกิดมาร่างกายก็พิการ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องพึ่งคนอื่นทุกอย่าง แล้วยังขาดความรักของแม่อีกด้วย เพราะพ่อแม่ของผมได้แยกทางกัน ตอนที่ผมอายุได้เพียง 6 ขวบเท่านั้น ยิ่งทำใหผมรู้สึกว่า ชีวิตนี้ไม่มีอะไรดีเลย มีแต่ปมด้อย มีแต่ความเศร้าหมองรู้สึกชีวิตนี้หมดหวัง ไม่มีค่า ไม่มีอนาคต จะมีชีวิตอยู่ต่อไปทำไม จนเคยฆ่าตัวตายหลายครั้งแล้วแต่ไม่สำเร็จ แต่ต่อมาผมได้รับจดหมายจากน้องสาวที่เพิ่งมาเชื่อพระเจ้าเป็นคริสเตียนไม่นานและกำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ นี่เอง เขาก็เขียนมาเป็นพยานเล่าเรื่องพระเจ้าให้ฟัง เมื่อได้อ่านตอนแรกๆผมก็รู้สึกต่อต้าน คิดว่าเป็นความเชื่องมงายมาก ใครสามารถจะมาช่วยคนอย่างเราได้ แต่น้องสาวไม่ได้ลดละความพยายามเขียนจดหมายและส่งหนังสือเรื่องราวของพระเจ้าสั้นๆมาให้ผมอ่านอยู่เรื่อยๆ จนมาวันหนึ่ง ผมก็เกิดความสงสัยขึ้นว่า พระเจ้ามีอะไรดีนักหนาหรือถึงทำให้น้องสาวของผมซึ่งในตอนนั้นยังเป็นเด็กวัยรุ่อยู่และมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง แต่กลับมาเชื่อในเรื่องของพระเจ้าอย่างหัวปักหัวปำถึงขนาดนี้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกมาก และทุกครั้งเที่ผมมองดูรูปของพระเยซูคริสต์ที่ถูกตรึงกับไม้กางเขนแล้วมักจะมีคำถามขึ้นในใจว่า ทำไม พระเยซูคริสต์จึงมาตายบนไม้กางเขนอย่างนี้ด้วย
ผมก็มีความคิดที่จะท้าทายพระเจ้าก็พูดในใจว่า ถ้าพระเจ้ามีจริงก็ขอให้บอกสิ่งนี้กับตัวผมเองด้วย ทันใดนั้นก็มีเสียงกระซิบเข้าหู เป็นเสียงผู้ชายที่นุ่มนวลมาก เพียง 4 คำ “ เรา..ทำ..เพื่อ..เจ้า” หลังจากนั้นน้ำตาแห่งความปลื้มปิติ ไม่รู้ว่าน้ำตามาจากไหน ในขณะนั้นผมรู้สึกว่าได้สัมผัสกับความรักอันยิ่งใหญ่ในพระเจ้าในตอนนั้นอย่างเต็มที่ เป็นชั่วโมง อย่างไม่อาย และรู้สึกว่าไม่เคยได้รับความรักอย่างนี้จากมนุษย์เลย หลังจากนั้นชีวิตเก่าของผมก็เริ่มเปลี่ยนไปจากคนที่เคยโมโหขี้หงุดหงิดง่าย กลับเป็นคนอารมณ์ดี ใจเย็น กล้าออกไปพูดคุยกับคนอื่นโดยไม่อายถึงปมด้อยของตัวเองเหมือนเมื่อก่อน ต่อมาพระเจ้าอวยพรให้ผมมีคู่พระพรคือ คุณฟองจันทร์ ภรรยาที่อยู่ร่วมกันมาถึงปัจจุบัน ต่อมาพระเจ้าอวยพร กิจการการค้า เริ่มจากขายเครื่องสำอาง(ขายตรง) ต่อมาอวยพรให้มีลูกคนแรก และในปีต่อมามีอีก 2 คนเป็นฝาแฝด ในขณะเดียวกันนั้น พระเจ้าก็อวยพรกิจการการค้าจนสามารถขยายการขายอย่างอื่นอีกมากมาย จนกระทั่งผมกับภรรยามีความคิดอธิษฐานขอให้มีร้านขายของเป็นของตัวเองเหมือนที่พระเจ้าให้นิมิตแก่ผม ผมเห็นภาพพ่อนั่งทำบัญชีที่โต๊ะทำงาน ผมก็มีความเชื่อว่าตัวเองก็จะเป็นอย่างนี้บ้าง แล้วพระเจ้าก็อวยพร ให้มีร้านเป็นของตัวเองจริงๆ ท่ามกลางความไม่แน่ใจและคำดูถูกอย่างมากของญาติผู้ใหญ่ที่คิดว่ามันเป็นไปได้ยากมาก แต่ผมก็เชื่อว่าพระเจ้าจะช่วยผมได้ในความสำเร็จเป็นเจ้าของร้านได้อย่างแน่นอน ในที่สุดผมก็สามารถเปิดร้านดานิเอลเป็นร้านขายรองเท้าเป็นของตัวเองได้ และต้องขอบคุณพระเจ้าที่ร้านของผมขายดิบขายดีอย่างมาก เป็นร้านที่มีชื่อเสียงไม่เคยเสียเครดิตเลย ไม่เพียงแต่เท่านี้พระเจ้ายังอวยพรท่านรวมทั้ง ลูกสาวทั้ง 3 คนด้วย ที่เรียนจบปริญญาตรี แต่พระเจ้ายังอวยพรให้รับทุนไปเรียนต่างประเทศทั้ง 3 คนคนแรกได้ไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น คนสุดท้องได้รับทุนจากประเทศจีน พอเรียนจบพระเจ้าก็อวยพรให้มีงานทำที่ดีด้วย ส่วนคนกลางได้รับทุนไปเรียนปริญญาโท ที่ประเทศไต้หวัน กำลังทำตัวจบอยู่ สิ่งเหล่านี้เป็นพระคุณที่ยิ่งใหญ่ที่มาจากพระเจ้าที่มีต่อชีวิตของผมและครอบครัวและผมย้ำกับตัวเองเสมอว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มาด้วยความสามารถของผมเอง เพราะผมเป็นคนไม่มีความสามารถจริงๆ แต่พระเจ้าเป็นผู้ทรงประทานให้กับครอบครัวผมทั้งนั้น และสิ่งที่ผมตระหนักเสมอว่า ต้องตอบแทนพระคุณของพระเจ้า เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ด้วยใจที่สำนึกในพระคุณของพระเจ้าอย่างมาก ผมคิดว่าการตอบแทนพระคุณของพระเจ้าใหดีดีที่สุดนั้น นั่นก็คือ การได้ทำงานรับใช้พระเจ้า ตั้งแต่การแจกใบปลิวให้กับลูกค้าทุกคนที่มาซื้อของในของผม และได้มีส่วนทำงานในคริสตจักร สิ่งที่ผมภูมิใจมากที่สุด มีช่วงหนึ่งที่พระเจ้าใช้ทผมครอบครัวที่มีส่วนร่วมเปิดคริสตจักรมาแล้ว 2 แห่งด้วยกัน และพระเจ้าก็ได้ใช้ชีวิตของผมในการดูแลสั่งสอนและสร้างชีวิตพี่น้องคริสเตียนมากมายให้เข้มแข็งเติบโตกับพระเจ้าและหลายคนได้เป็นถึงผู้นำคริสตจักรด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมภูมิใจมากที่สุด ที่พระเจ้าทรงพระเมตตาใช้ชีวิตคนอย่างผม และที่ครอบครับผมมีโอกาสรับใช้พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดและให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและต่อสังคมอีกด้วย
นับว่าเป็นการทรงนำพาอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าอีกครั้งหนึ่งที่ชีวิตผมและครอบครัวที่ได้มาตั้งคริสตจักรพันธสัญญาของพระเจ้าเป็นแห่งที่ 3 และได้เปิดครบ 2 ปีแล้ว โดยเราเริ่มรวมตัวกันเป็นกลุ่มเล็กๆเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2006 เริ่มจาก 3 คนก่อน ใช้เวลาในช่วงบ่ายของวันอาทิตย์ในการนมัสการพระเจ้า ร่วมสามัคคีธรรม ประมาณ 7-8 เดือน จนกระทั่งวันที่ 12 พฤศจิกายน 2006 ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้พี่น้องกลุ่มหนึ่งมีความเชื่อว่าเป็นการทรงนำพาจากพระเจ้าอย่างแท้จริงให้เรามารวมตัวกันเป็นกลุ่มกัน นมัสการพระเจ้าในช่วงเช้า อย่างเป็นทางการ โดยใช้ที่ร้านของผม เป็นสถานนมัสการพระเจ้าชั่วคราวไปก่อน จากวันนั้นจนถึงวันนี้เราเห็นการทรงสถิตอยู่และการเคลื่อนไหวของพระเจ้า ขอบคุณพระเจ้า พระเจ้าก็อวยพรการรับใช้พระเจ้าของผมและครอบครัว โดยมีคนมาร่วมนมัสการพระเจ้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การมาก่อตั้งคริสตจักร พันธสัญญาของพระเจ้าในครั้งนี้ ความรู้สึกขอผมเอง มันไม่เหมือน 2 ครั้งก่อน ซึ่งผมกับครอบครัวเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการก่อตั้งคริสตจักรเท่านั้น หรือ หลังจากนั้นถึงจะมีส่วนผลักดันผู้ที่เห็นสมควรขึ้นเป็นผู้นำปกครองบริหารคริสตจักรต่อไปตามสายงานของคณะ หรือ ของกลุ่มที่คริสตจักรนั้นสังกัดอยู่และหลังจากนั้นครอบครัวของผมถึงจะมีส่วนรับใช้ก็เป็นเพียงทีมงานเท่านั้น แต่คราวนี้มันยิ่งใหญ่กว่ามาก เพราะว่าคราวนี้ ผมมั่นใจในนิมิตที่มาจากพระเจ้าอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมาย แนวทาง แผนงาน และระบบระเบียบของคริสตจักรในรูปแบบตามหลักการพระคัมภีร์อย่างชัดเจนเหมือนกับเห็นภาพเลย แล้วพระพระเจ้ายังทรงดลใจผมให้นึกถึง ข้อระคัมภีร์ 2-3 ข้อ ที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับการก่อตั้งคริสตจักรในครั้งนี้ด้วย นั่นก็คือ พระคริสตธรรมคัมภีร์ในพระธรรม“มัทธิว 16:18 ฝ่ายเราบอกท่านว่าท่านคือเปโตร{ที่แปลว่า ศิลา}และบนศิลานี้เราจะสร้างคริสตจักรของเราไว้และพลังแห่งความตายจะมีชัยต่อคริสตจักรนั้นหามิไม่” ข้อพระคัมภีร์นี้พี่น้องคงจะเคยอ่านผ่านตาหลายรอบแล้วไม่ค่อยรู้สึกอะไรนัก ก็เป็นพระดำรัสของพระเยซูคริสต์ตอนหนึ่งเท่านั้น ผมก็รู้สึกอย่างนั้นเช่นกัน แต่คราวนี้พอผมมาอ่านพระคัมภีร์ข้ออีกทีหนึ่ง กลับเป็นข้อพระคัมภีร์ที่ทรงพลัง อันทรงพลานุภาพที่ยิ่งใหญ่มาก ที่โดนใจมากเราะอะไรหรือ พี่น้องคริสเตียนที่คุ้นเคยพระคัมภีร์ดีคงจะจำได้ว่า ในพระธรรม ปฐมกาล 2:1-3 ฟ้าและแผ่นดินและบริวารทั้งสิ้นที่มีอยู่ในนั้นพระเจ้าทรงสร้างสำเร็จดังนี้แหละ..วันที่เจ็ดพระเจ้าก็เสร็จงานของพระองค์ที่ทรงกระทำมานั้นในวันที่เจ็ดนั้นก็ทรงพักการงานทั้งสิ้นของพระองค์ที่ได้ทรงกระทำ.. พระเจ้าจึงทรงอวยพระพรแก่วันที่เจ็ดทรงตั้งไว้เป็นวันบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์เพราะในวันนั้นพระองค์ทรงหยุดพักจากการงานทั้งปวงที่พระองค์ทรงกระทำในการเนรมิตสร้าง.... เราจะเห็นว่า ต่อจากนี้ไป พระเจ้าไม่ได้สร้างอะไรอีกเลย เพียงแต่ทรงตรัสบอกให้โนอาห์สร้างนาวา(เรือ) เพื่อพ้นภัยจากน้ำท่วมโลกและตรัสบอกดาวิดให้พลับพลาพลาหลังใหม่แทนพลับพลาเก่าที่โมเสสได้สร้างขึ้น มาถึงสมัยพระคัมภีร์ใหม่และมาถึงข้อพระคัมภีร์นี้พระเยซูคริสต์เจ้าทรงประกาศก้องว่า พระองค์จะสร้างคริสตจักรของพระองค์ขึ้นในโลกใบนี้ มันไมใช่เพียงเสียงประกาศขององค์พระเยซูคริสต์เจ้าเท่านั้น มันยังเป็นเสียงท้าชวน เชิญชวนให้เราทั้งหลายมีส่วนร่วมด้วย มันเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มากที่สุด ถ้าเรามีส่วนร่วมในงานสร้างคริสตจักรนี้ร่วมกับพระองค์ ผมรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่สุดยอดของชีวิตคนเราก็ว่าได้ พระเจ้าทรงยังดลใจผมให้คิดถึงข้อพระคัมภีร์อีกข้อหนึ่ง ก็คือในพระธรรม เอเฟซัส3:10“ ประสงค์จะให้เทพผู้ปกครองและศักดิเทพในสวรรคสถานรู้จักปัญญาอันซับซ้อนของพระเจ้าทางคริสตจักรณบัดนี้" พระเจ้าทรงขยายความหมายข้อพระคัมภีร์และขยายความคิดของผมให้มีความเข้าใจมากขึ้น มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นมากยิ่งขึ้นไปอีกว่า พระเจ้ากำลังนำผมมาสร้างสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุดของพระเจ้าทีเดียว ปกติคนเรามักจะค้นหาสิ่งที่มหัศจรรย์ใน อวกาศ ในธรรมชาติ ใต้ทะเล และแม้แต่ในร่างกายของคนเราเองซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่พระเจ้าทรงสร้างเอาไว้ แต่ข้อพระคัมภีรืนี้ พระเจ้ากำลังบอกเราว่า เป็นความตั้งใจของพระเจ้าเองที่จะให้ทุกสิ่งทุกอย่างให้รู้จักปัญญาอันซับซ้อนของพระเจ้าทางคริสตจักรณบัดนี้" ซึ่งผมคิดว่าคริสตจักรของพระเจ้าเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุดยิ่งกว่าสิ่งใดทั้งสิ้น เพราะว่าคริสตจักรไม่เป็นเพียงที่พระเจ้าทรงสำแดงปัญญาอันซับซ้อนของพระองค์เท่านั้น แต่คริสตจักรยังเป็นอาณาจักรของพระเจ้าที่มีความคาบเกี่ยวระหว่าง 3 ภพอีกด้วย นั่นก็คือ สวรรค์ โลกมนุษย์ บึงไฟนรก มันมหัศจรรย์ยิ่งใหญ่ขนาดไหน และในขณะนี้ผมกำลังสร้างคริสตจักรของพระเจ้าอยู่ จะไม่ให้ผมรู้สึกตื่นเต้นดีใจมากที่สุดได้อย่างไร พระเจ้าทรงทำให้ผมคิดถึงข้อพระคัมภีร์ต่อเนื่องจากข้อนี้ คือ ในพระธรรม เอเฟซัส 5:27 “เพื่อพระองค์จะได้มีคริสตจักรที่มีสง่าราศีไม่มีตำหนิริ้วรอยหรือมลทินใดๆเลยแต่บริสุทธิ์ปราศจากตำหนิ..” ข้อพระคัมภีร์นี้ไม่ต้องแปความให้มากมายเลย ขณะนี้ผมสร้างคริสตจักรอยู่ ก็เท่ากับผมกำลังสร้างในสิ่งที่พระเจ้าทรงต้องการจากมนุษย์มากที่สุดถวายแด่พระองค์ ผมเห็นข่าวพระราชสำนัก เวลาประชาชนคนไหนนำสิ่งของที่ตนทำกับมืออย่างปราณีต ทำอย่างสุดฝีมือเพื่อถวายแด่ในหลวงโดยที่เขาก็ไม่รู้ว่าในหลวงจะชอบพระทัยในสิ่งที่เขาถวายให้หรือไม่ แต่ผมรู้สึกว่าเขาจะปลาบปลื้มยินดีและเป็นเกียรติประวัติทั้งของตัวเขาและวงศ์ตระกูลอย่างมากเลย แล้วผมล่ะที่กำลังสร้างคริสตจักรที่ถูกต้อง เป็นที่ชื่นชอบ และเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สุงสุด ผู้ทรงเป็นพระมหากษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งปวง 1 ทิโมธี 6:15 ซึ่งพระเจ้าผู้เสวยสุขและทรงฤทธิ์สูงสุดแต่พระองค์เดียวพระมหากษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งปวงและพระผู้เป็นเจ้าเหนือเทพเจ้าทั้งปวงจะทรงสำแดงให้ปรากฏในเวลาอันควร.. ผมจะไม่ภาคภูมิใจ ปลาบปลื้มใจและเป็นเกียรติประวัติแก่ทั้งตัวเองและวงศ์ตระกูลมากยิ่งกว่าสักเท่าไร ซึ่งผมก็กล้าพูดได้ว่า ไม่มีอะไรที่ยิ่งใหญ่มากกว่านี้อีกแล้วสรุปแล้ว ผมกำลังทำ 3 สิ่ง 1.ผมกำลังร่วมงานสร้างกับองค์พระเยซูคริสต์เจ้า 2.ผมกำลังสร้างอาณาจักรของพระเจ้าที่มหัศจรรย์ที่สุด 3.ผมกำลังสร้างสิ่งที่พระเจ้าทรงต้องการมากที่สุด เมื่อผมมองย้อนหลังกลับไปตั้งแต่ผมเริ่มเชื่อพระเจ้าจนมาถึงวันนี้ มาถึงจุดแล้ว ผมรู้สึกและเชื่อว่า พระเจ้าทรงกำลังนำพาชีวิตและครอบครัวของผมตลอดมา และสูงขึ้นเรื่อยๆ จนได้มายืนบนจุดนี้ ผมคิดว่า มาถึงจุดสุดยอดชีวิตของมนุษย์แล้ว ก็คือ การสร้างคริสตจักรของพระเจ้า ที่ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นและภาคภูมิใจยิ่งกว่า คนที่ได้รับรางวัลโนเบล หรือ คนที่สามารถปีนไปถึงยอดเขาเอลและเอาธงไปปักที่นั่นได้ เห็นเขาตื่นเต้นดีใจนักหนา แต่ผมคิดว่า ผมตื่นเต้นดีใจมากกว่าไม่รู้กี่เท่าตัวเสียอีก ซึ่งพระคัมภีร์ข้อ 3 นี้เอง จึงเป็นพลัง และเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ ผมกับครอบครัว มีความตั้งใจที่จะตั้งคริสตจักรแห่งนี้ขึ้นมา โดยมีการดำเนินงานในคริสตจักร ตามมาตรฐานของพระคัมภีร์อย่างแท้จริงผมไม่ใช่กำลังสร้างโบสถ์ซึ่งเป็นตัวตึกตัวอาคารที่สำหรับทำพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น เพราะว่าในประเทศไทยมีโบสถ์อย่างนี้มากพอแล้ว แต่สิ่งที่ผมกำลังจะสร้างอยู่นี้ คือคริสตจักรของพระเจ้าที่สามารถสร้างศิษยาภิบาล สร้างนักเทศน์เองได้โดยต้องพึ่งสัญจรจากโบสถ์อื่นเลย สามารถสร้างผู้เชื่อให้มีชีวิตใหม่ได้จริงๆ และสามารถสร้างคริสเตียนให้เป็นสาวกของพรัเยซูคริสต์เพื่อจะออกไปประกาศข่าวประเสริฐพระกิตติคุณของพระเจ้าจนสุดปลายแผ่นดินโลก เพื่อกระทำให้พระมหาบัญชาขององค์พระเยซูคริสต์เจ้าที่ว่าในพระธรรม มัทธิว 28:18- 20 พระเยซูจึงเสด็จเข้ามาใกล้แล้วตรัสกับเขาว่าฤทธานุภาพทั้งสิ้นในสวรรค์ก็ดีในแผ่นดินโลกก็ดีทรงมอบไว้แก่เราแล้ว.. เหตุฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติให้เป็นสาวกของเราให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดาพระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์.. สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไปจนกว่าจะสิ้นยุค..ให้สำเร็จจงได้ ถึงแม้ผมจะรู้ว่างานนี้จะหนักและยากเพียงไรยิ่งผมเป็นพิการอย่างนี้ด้วยแล้ว ผมยิ่งต้องพึ่งพาพระเจ้ามากกว่าคนปกติหลายเท่าตัวทีเดียว แต่ผมก็จะทุ่มเททำสิ่งนี้จนสุดชีวิตของผมทีเดียวเลยเพราะว่าผมเชื่อว่า ถ้าผมได้ทำสิ่งที่พระเจ้าทรงเจิมให้ผมทำ และผมได้ทำในสิ่งที่เป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า สิ่งนั้นก็ย่อมจะสำเร็จอย่างแน่นอนตามพระสัญญาของพระองค์ และความสำเร็จมันไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ผม แต่ความสำเร็จอันใหญ่อยู่ที่พระเจ้า เป็นของพระเจ้าต่างหาก และผมก็ยังมีความเชื่อมั่นตามหลักการของพระคัมภีร์ด้วยว่า มีแต่คริสตจักรของพระเจ้าเท่านั้น ที่เป็นสถาบันที่มั่นคงที่สุด ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในโลกนี้ ไม่ว่าสถานการณ์ทั่วโลกจะเป็นอย่างไรก็ตาม สถาบันทางเศรษฐกิจที่มั่นคงของอเมริกา ยุโรป และเอเชียต่างก็ล้มละลายไปเกือบหมด และ มีปัญหาอย่างอื่นอีกมากมายจนทำให้เราไม่มีความมั่นใจในอชีวิตนาคตของเราเลย แต่ผมยังมีความเชื่อว่า คริสตจักรของพระเจ้าเท่านั้นที่จะเป็นความหวัง ทางรอดของมนุษย์ทั้งหลาย และเป็นสถาบันที่ไม่มีวันล้มครืนเหมือนสถาบันอื่นๆ คริสตจักรยังเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับชีวิตมนุษย์เราอีกด้วย และจะเป็นที่ที่เราจะสามารถพบกับความหวังอันยิ่งใหญ่ รอดพ้นจากความบาป และสิ่งชั่วร้ายเลวทรามต่างๆได้ สามารถพบกับความสันติสุขอันแท้จริง และชีวิตใหม่ ชีวิตที่ครบบริบรูณ์จริงๆได้ในคริสตจักรของพระเจ้าเท่านั้น ซึ่งเรา หมายถึง ตัวผมเอง ครอบครัว และพี่น้องในคริสตจักร พันธสัญญาของพระเจ้ายังเชื่ออีกว่าการสร้างคริสตจักรของพระเจ้าที่ถูกต้องเท่านั้นจะเป็นการแก้ไขปัญหาสังคมมนุษย์ตั้งแต่จุดที่เล็กที่สุดคือ ตัวบุคคลไปถึงระดับปัญหาของประเทศชาติ และระดับโลกได้ด้วยอย่างรอบด้าน และเพื่อจะเป็นพระพรแก่คนอีกมาก ที่ยังไม่รู้จักกับพระเจ้าจะได้มารู้จักและมาเชื่อพระเจ้าและได้เข้ามาอยู่ในคริสตจักรแห่งนี้ เพื่อจะเป็นสังคมใหม่ เป็นสังคมแห่งความหวัง และชีวิตใหม่ เป็นสังคมแห่งความรักบริสุทธิ์ใจต่อกัน เป็นสังคมแห่งการเสริมสร้างซึ่งกันและกัน และเป็นสังคมแห่งการให้ และผู้คนที่ได้เข้ามาอยู่คริสตจักรแห่งนี้ก็จะได้รับพระพรจากพระเจ้าอย่างเต็มที่ และสิ่งเหล่านี้เองที่ผม ครอบครัวและพี่น้องในคริสตจักรพันธสัญญาของพระเจ้าได้ตั้งปฏิธานกับพระเจ้าไว้ว่า จะก่อสร้างคริสตจักรโดยมี วัตถุประสงค์และเป้าหมายเป้าหมายของการก่อตั้งคริสตจักรดังต่อไปนี้ คือ
ถ้าท่านผู้ใด หรือพี่น้องคริสเตียนท่านใดที่ได้อ่านคำพยานชีวิตของผมแล้วอยากจะมีส่วนร่วมในพระราชกิจที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้าร่วมกับผมและที่จะเป็นพระพรในการซื้อที่ดิน และการสร้างอาคารคริสจักรร่วมกับเรา ก็ขอเชิญถวายทรัพย์ มายังที่ บัญชี 301-2-22486-1 ธนาคาร นครหลวงไทย 301 สาขาลำปาง ได้ ทางเราได้จัดกองทุนสะสมทรัพย์เพื่อในการซื้อที่ดิน และการสร้างอาคารคริสจักรขึ้นมาแล้ว ตอนนี้เรามีเงินอยู่ที่ 20,899 บาท
อันนี้ไม่ใช่เป็นการขอบริจาด บังคับขู่เข็ญ หรือหลอกลวงใดๆทั้งสิ้น เพราะ พวกเรามีตัวตนจริงและมีที่อยู่แน่ชัด ที่สามารถตรวจสอบได้ ท่านที่เข้ามาชมเว็ปนี้และพี่น้องคริสเตียนทุกท่านสามารถเข้าไปชมภาพที่ดินเรากำลังตั้งเป้าอธิษฐานต่อพระเจ้าทรงช่วยที่จะซื้อ ได้ที่ http://picasaweb.google.com/thaiadonai ที่ดินแผ่นนี้อยู่แถว Big c สาขาลำปาง มีเนื้อที่ประมาณ 7 ไร่กว่าเกือบ 8 ไร่ เจ้าของตั้งราคาไว้ที่ 8 ล้าน(ราคานี้ยังไม่ได้ต่รองและก่อนที่เศรษฐกิจโลกจะล้ม)บรรยากาศดิมากเลย ขอให้พี่น้องคริสเตียนช่วยกรุณาอธิษฐานเผื่อในการซื้อที่ดินนี้ด้วยครับ เพราะผมเชื่อว่า
ยากอบ 5:16 เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงสารภาพบาปต่อกันและกันและจงอธิษฐานเพื่อกันและกันเพื่อท่านทั้งหลายจะพ้นโรคภัยคำอธิษฐานของผู้ชอบธรรมนั้นมีพลังทำให้เกิดผล..และพี่น้องคริสเตียนท่านใดที่มีใจอยากถวายทรัพย์เพื่อมีส่วนซื้อที่ดินนี้ ด้วยเต็มใจและใจที่ชื่นชมยินดี ก็ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรแก่ท่านทุกๆด้านและอย่างมากมายด้วยครับ
มาลาคี 3:10 พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่าจงนำทศางค์เต็มขนาดมาไว้ในคลังเพื่อว่าจะมีอาหารในนิเวศของเราจงลองดูเราในเรื่องนี้ดูทีหรือว่าเราจะเปิดหน้าต่างในฟ้าสวรรค์ให้เจ้าและเทพรอย่างล้นไหลมาให้เจ้าหรือไม่..
2 โครินธ์ 9:6 นี่แหละคนที่หว่านเพียงเล็กน้อยก็จะเกี่ยวเก็บได้เพียงเล็กน้อยคนที่หว่านมากก็จะเกี่ยวเก็บได้มาก..
2 โครินธ์ 9:10 ฝ่ายพระองค์ผู้ประทานพืชแก่คนที่หว่านและประทานอาหารแก่คนที่กินจะทรงโปรดให้พืชของท่านที่หว่านแล้วนั้นทวีขึ้นเป็นอันมากและจะทรงให้ผลแห่งความชอบธรรมของท่านเจริญยิ่งขึ้น..
|