Techinnoreview

การคำนวณแบบกริด

Oracle Grid Computing

การคำนวณแบบกริด หรือการคำนวณแบบอนุกรม หรือ Grid Computing นั้นมีแนวคิดดั้งเดิมว่าด้วย การเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะสูง หลายหลายๆระบบที่อยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานที่หลากหลาย เข้าด้วยกัน และสามารถทำงานร่วมกันได้ โดยมี จุดประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายการประมวลผลขนาดใหญ่ไว้ใช้ในการคำนวณที่ต้องการความเร็วและความแม่นยำสูง

โดยเนื้อหาในรายงานนี้จะกล่าวถึง การคำนวณแบบกริดของ บริษัทออราเคิล คอร์ปอเรชั่น ซึ่งได้นำเทคโนโลยีการคำนวณแบบกริดมาประยุกต์ใช้สำหรับธุรกิจทั้งองค์การ (Enterprise Grid Computing) ในภาพรวมของประโยชน์และปัจจัยสำคัญของการใช้เทคโนโลยีกริด ซึ่งประกอบไปด้วย การควบรวมทรัพยากรทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Resource Consolidation) ความคล่องตัวในการดำเนินการ (Agile IT Operation) ประสิทธิภาพและศักยภาพที่สามารถคาดการณ์ได้ (Predictable High Performance and Scalability) และ ความสามารถในการทำงานแบบต่อเนื่อง (Continuous Availability) ซึ่งมีการยกตัวอย่างแบบพอสังเขป จากการประยุกต์ใช้จริงในองค์กรต่างๆประกอบไว้ในเอกสาร

 

บทนำ

การคำนวณแบบกริดสำหรับธุรกิจทั้งองค์การ (Enterprise Grid Computing) นั้นจะสร้างความยืดหยุ่นและลดต้นทุนที่สูงให้กับระบบสารสนเทศเชิงธุรกิจ หรือเรียกอีกนัยว่า ระบบสารสนเทศของทั้งองค์การ (Enterprise Information System) ด้วยการคำนวณแบบกริดนั้น กลุ่มของฮาร์ดแวร์ และซอร์ฟแวร์ จะถูกจัดรวบรวมเป็นหนึ่งเพื่อเป็นแหล่งทรัพยากรทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้กับองค์กร

การคำนวณแบบกริด จะช่วยแก้ปัญหาโดยตรงที่หน่วยงานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบันกำลังเผชิญอยู่ ซึ่งก็คือการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจโดยเฉียบพลันและคาดการณ์มิได้ ซึ่งทำให้หน่วยงานทางด้านสารสนเทศนั้นได้รับความกดดันทางด้านการบริหารจัดการต้นทุน ในทางกลับกันยังต้องพัฒนาระบบให้มีความคล่องตัวสูงเพื่อรับกับสภาพการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

โดยการใช้ การคำนวณแบบกริดสำหรับธุรกิจทั้งองค์การ (Enterprise Grid Computing) แผนกเทคโนโลยีสารสนเทศขององค์กรนั้น จะสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วกับสภาพการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ในขณะที่สามารถตอบสนองความต้องการให้กับธุรกิจด้วยการให้บริการระดับสูง ทั้งนี้ การคำนวณแบบกริดสำหรับธุรกิจทั้งองค์การ ยังได้ปฏิวัติรูปแบบทางเศรษฐศาสตร์ของวงการเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้วยการยืดระยะอายุการใช้งานของระบบที่มีอยู่ และยังคงได้เปรียบในเรื่องของพลังการประมวลผล ความจุของแหล่งเก็บข้อมูล แบนด์วิธของเครือข่าย และการใช้พลังงาน

สิ่งที่ทาง บริษัทออราเคิล คอร์ปอเรชั่น ได้นำเสนอให้กับลูกค้านั้นเรียกโดยรวมว่า Oracle grid computing solutions ประกอบด้วย Oracle Database, Oracle Fusion Middleware, Oracle WebLogic และ สายผลิตภัณฑ์ Tuxedo โดย บริษัทออราเคิล คอร์ปอเรชั่น นั้นได้ก้าวไปสู่การคำนวณแบบกริด ยุคที่2 ที่พัฒนาขึ้นโดยโครงสร้างของออราเคิล ที่มีความยืดหยุ่นในด้านขนาด ซึ่งประกอบด้วยการป้องกันการทำงานผิดพลาดของฐานข้อมูล และรวมถึงกลุ่มของ Middleware  ที่ใช้ในการคำนวณผลแบบและเสมอเหมือน (Virtualized  Computing and storage resources) และ เครื่องมือบริหารระบบที่มีความเป็นอัตโนมัติสูง

บทความนี้จะกล่าวถึงภาพรวมของประโยชน์ และกุญแจสำคัญของการคำนวณแบบกริดซึ่งประกอบด้วย 4 หัวข้อใหญ่คือ

1.     การควบรวมทรัพยากรทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Resource Consolidation)

2.     ความคล่องตัวในการดำเนินการ (Agile IT Operation)

3.     ประสิทธิภาพและศักยภาพที่สามารถคาดการณ์ได้ (Predictable High Performance and Scalability)

4.     ความสามารถในการทำงานแบบต่อเนื่อง (Continuous Availability)

 


 

WHAT IS GRID COMPUTING?

การคำนวณแบบกริดคืออะไร?

วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะเข้าใจถึงการคำนวณแบบกริดคือ การทำให้แหล่งทรัพยากรทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อยู่รวมเป็นกลุ่ม และทำให้เสมอเหมือน เช่น การรวมพลังการประมวลผล แหล่งข้อมูล และ เครือข่ายไว้เป็น บริการเอนกประสงค์ ที่ถูกใช้งานร่วมกัน ซึ่งสามารถจัดเตรียมล่วงหน้า หรือถูกกระจายและนำกลับมารวม ตามที่ต้องการ   เปรียบเสมือนกระแสไฟฟ้าที่ถูกจ่ายไปตามบ้าน และถูกดึงไปใช้ตามความต้องการต่างๆกันเป็นจำนวนมากโดยไม่เกิดผลกระทบเชิงลบต่อระดับผู้ใช้ (ผู้ใช้ไฟฟ้าไม่จำเป็นต้องมีเครื่องผลิตไฟฟ้าเอง แต่ได้รับไฟฟ้าจากโรงผลิตไฟฟ้า ที่ผ่านการบริหารและจัดการอย่างดีแล้ว) ซึ่งในมุมของเทคโนโลยีสารสนเทศนั้น การคำนวณแบบกริด จะเปิดช่องทางให้ ระดับผู้ควบคุม บริหารทรัพยากรทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อตอบสนองและเปลี่ยนจำนวนของการคำนวณในสภาพต่างๆกันโดยที่ ผู้ใช้ระดับปลายสุดมองไม่เห็น

ในที่จริงแล้ว “Utility computing” หรือการคำนวณแบบเอนกประสงค์ ถูกใช้เพื่ออธิบายการบริการทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยการคำนวณแบบกริด อยู่บ่อยครั้ง และ “Cloud computing” หรือการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีความสัมพันธ์ กันและถูกใช้เพื่ออธิบายถึงการใช้พลังการประมวลผลผ่าน อินเทอร์เน็ต ทั้งแบบเครือข่ายแบบส่วนตัวและสาธารณะ ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้ล้วนมีรากฐานมาจาก สถาปัตยกรรมการคำนวณแบบกริดนั่นเอง

การคำนวณแบบกริด จะช่วยบ่งบอกถึงความต้องการใช้ทรัพยากรทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในแบบเวลาจริง (Real time) เพื่อปรับและตอบสนองตาม การแปรผันของจำนวนงานในช่วง 1 เดือน สัปดาห์ หรือแม้แต่กระทั้ง 1 วัน

 

การคำนวณแบบกริดนั้นทำงานภายใต้หลักการพื้นฐานทางเทคโนโลยีดังนี้

1.       Standardization – การจัดมาตรฐาน

การจัดมาตรฐานนั้นทำโดยการ ทำให้ ระบบปฏิบัติการ เซิร์ฟเวอร์  แหล่งเก็บข้อมูล องค์ประกอบMiddleware และ องค์ประกอบเครือข่าย นั้นมีความเหมือนกัน ภายใต้กิจกรรมการจัดซื้ออย่างมีระบบโดยการจัดมาตรฐานจะทำให้แผนกเทคโนโลยีสารสนเทศมีความสามารถในการทำงานที่หลากหลายขึ้นและจำนวนการบริหารระบบลง อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาการเข้ากันไม่ได้ของซอร์ฟแวร์และฮาร์ดแวร์ รวมไปถึงทำให้การใช้งานและตั้งค่านั้นง่ายขึ้น และยังช่วยลดความซับซ้อนในการทำงานให้แก่ศูนย์ข้อมูลอีกด้วย

2.       Virtualization – การสร้างทรัพยากรเสมอเหมือน

การสร้างทรัพยากรเสมอเหมือนนั้น ทำให้เกิดความยืดหยุ่นการใช้งานขึ้นมาก โดยแอพพลิเคชั่นนั้นไม่ได้ถูกกำหนดตายตัวโดยเซิร์ฟเวอร์ แหล่งเก็บข้อมูลหรือ หรือเครือข่าย แต่แอพพลิเคชั่นนั้นๆ จะเรียกใช้ข้อมูลในแบบทรัพยากรเสมอเหมือน ซึ่งถูกซ่อนไว้ในลักษณะระดับขั้นของซอร์ฟแวร์ ภายในแหล่งทรัพยากรเทคโนโลยีสารสนเทศที่ซับซ้อน เพื่อแสดงออกมาในรูปแบบที่เรียบง่ายบนอินเทอร์เฟสที่สอดคล้องกัน ทั้งนี้ การทำ Virtualization บนแหล่งทรัพยากรเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำได้โดยรวมกลุ่ม ฮาร์ดแวร์และซอร์ฟแวร์ไว้ใน ทรัพยากรเสมอเหมือนที่ถูกแบ่งไว้แล้ว (Shared virtual Resources)

3.       Automation – ระบบอัตโนมัติ

การคำนวณแบบกริดนั้น จำเป็นต้องใช้ระบบอัตโนมัติขนาดใหญ่ ตามขนาดขององค์ประกอบต่างๆที่มีมากมายทั้งแบบเสมือนและแบบวัตถุ ซึ่งสร้างสิ่งแวดล้อมของการคำนวณแบบกริด ในแต่ละองค์ประกอบนั้นต้องการการบริหารจัดการการกำหนดค่า การจัดเตรียมล่วงหน้า การตรวจสอบแบบ Top-down และงานบริหารจัดการอื่นๆ ด้วยระดับของความซับซ้อนจึงหมายความได้ว่า การแก้ปัญหาการบริหารกริดนั้นต้องมี ระบบอัตโนมัติระดับสูงเพื่อให้แน่ใจว่า การลดต้นทุนด้วยการใช้การคำนวณแบบกริดจะไม่สูญไปกับการจ้างพนักงานเพื่อเข้ามาดูแลตัวระบบเพิ่มเติม

เนื่องด้วยการคำนวณแบบกริดและสภาพแวดล้อมเสมอเหมือนนั้นมีข้อดีในการกระจายจำนวนการทำงาน จึงทำให้สามารถใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ทั้งนี้ ลักษณะการตรวจสอบแบบ Top-down ของผู้ใช้ หรือระดับของแอพพลิเคชั่น นั้นจำทำให้สามารถวัดค่า ระดับของการให้บริการได้ และสามารถแก้ปัญหาเชิงรุกได้ เมื่อนำความสามารถเหล่านี้ผนวกไว้ด้วยกันแล้ว จะสามารถมั่นใจได้ว่า ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการลงทุน

   

คุณประโยชน์ที่ได้รับจากการคำนวณแบบกริด

1.       ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมกับความต้องการทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

ในปัจจุบัน ธุรกิจนั้น ดำเนินการอยู่ในโลกที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ เพราะฉะนั้นความต้องการในการคาดการณ์เชิงธุรกิจ การแข่งขัน ความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน  และความต้องการพื้นฐานที่กำลังเพิ่มขึ้น ธุรกิจต่างๆจึงต้องการเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีความสามารถในการ ปรับหมุนได้ทันทีตัวอย่างเช่น ความสามารถในการเปลี่ยนโมเดลราคาเพื่อล้มคู่แข่ง ปรับแต่งการบริหารจัดการขั้นตอนการสั่งซื้อ หรือการควบรวมธุรกิจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ สามารถทำได้อย่างรวดเร็วภายใต้เทคโนโลยีการคำนวณแบบกริด

2.       การตอบสนองตามเวลาจริงต่อจำนวนงานที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

แอพพลิเคชั่นต่างในทุกวันนี้ มักจะผูกติดอยู่กับ แหล่งเก็บซอร์ฟแวร์และฮาร์ดแวร์ซึ่งจำกัดความสามารถในการปรับและเปลี่ยนการทำงาน โดยเป็นสิ่งที่สิ้นเปลืองและไร้ประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรทางเทคโนโลยีสารสนเทศ เพราะต้องตรวจสอบอยู่เสมอว่าฮาร์ดแวร์นั้นสามารถรับการทำงานของ แอพพลิเคชั่น ได้มากที่สุดเท่าไหร่ หรือในกรณีเลวร้ายที่สุดของการทำงานในระบบเก่า ในทางกลับกันการคำนวณแบบกริดนั้นจะช่วยจัดสรรทรัพยากรต่างๆเพื่อตอบสนองความต้องการอย่างรวดเร็วเมื่อมีการใช้งานเป็นจำนวนมาก

3.       ความสามารถในการคาดการณ์การบริหารจัดการระดับการให้บริการทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

การคำนวณแบบกริดนั้นทำให้องค์กรสามารถตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจได้ ด้วยการจำลองและวัดค่าซึ่งเป็นจุดเด่นของสถาปัตยกรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศของระบบกริด เพื่อที่จะดำเนินการปรับปรุงและแก้ไขล่วงหน้าซึ่งเป็นสิ่งสนับสนุนสิ่งที่เรียกว่า แหล่งการบริการแบบร่วม (Shared Service Bureau) ซึ่งจะเน้นการวัดผลและให้การใช้งานในระดับสูง ซึ่งหลีกเลี่ยงปัญหาการสูญเงินไปกับโปรเจคต่างๆที่ทำไม่สำเร็จเพราะขาดการวางแผนที่ดี หรือต้นทุนสูงเกินไป อีกทั้งยังขจัดปัญหาการล้มของระบบที่มีระบบเดียวซึ่งทำให้ไม่สามารถกู้คืนข้อมูลหรือดำเนินการต่อได้ ด้วยการคำนวณแบบกริดแล้วจึงมั่นใจได้ว่าข้อมูลอันมีค่าจะได้รับการป้องกันอย่างดี และธุรกิจจะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคง

4.       ต้นทุนต่ำลง ประสิทธิภาพสูงขึ้น และวางแผนจัดการได้ฉลาดขึ้น

การคำนวณแบบกริดในทางปฏิบัติแล้วจะเน้นไปทางด้านประสิทธิภาพของการดำเนินการและการคาดการณ์ ซึ่งการจัดการการทำงานแบบกริดและการจัดเตรียมทรัพยากรล่วงหน้าได้มอบความได้เปรียบให้แก่พนักงานให้ทำงานได้ง่ายขึ้นและไม่ต้องเพิ่มจำนวนการจ้างตามขนาด และยังลดอัตราการจัดซื้อเกินความจำเป็นทั้งในเรื่องของฮาร์ดแวร์และซอร์ฟแวร์ เนื่องจากระบบการคำนวณแบบกริดนั้นจะมอบพลังการประมวลผลที่และขนาดแหล่งข้อมูลที่มีอยู่อย่างเต็มขั้น ดังนั้นการพัฒนาระบบจะมีต้นทุนตามขนาดเท่านั้น  ซึ่งก่อให้เกิดกลยุทธ์แบบ โตเท่าไหร่จ่ายเท่านั้นหรือ “Pay as you grow” นั่นเอง

 

การทำศูนย์ข้อมูลให้ทันสมัยหรือ Data Center Modernization โดยใช้เทคโนโลยีกริด

การคำนวณแบบกริดนั้นประกอบด้วยเทคโนโลยีและภาคปฏิบัติ ซึ่งไม่ใช่ว่าทุกๆที่จะสามารถนำไปประยุกต์เทคโนโลยีกริดในทุกๆเทคนิคได้ อย่างไรก็ตามมีหลายแห่งที่ประสบผลสำเร็จในการใช้ เทคโนโลยีกริดเฉพาะทางของออราเคิลและในภาคปฏิบัตินั้นสามารถสร้างผลประโยชน์ได้อนันต์

 

IT Resource Consolidation

                การรวมแหล่งทรัพยากรทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเช่น เซิร์ฟเวอร์ แหล่งข้อมูล แอพพลิเคชั่น และแม้แต่ศูนย์ข้อมูลจะช่วยลดต้นทุนและประหยัดพลังงาน

                บริษัท Forrester ได้ทำการประมาณว่า มีการใช้ประโยชน์จาก เซิร์ฟเวอร์ในศูนย์ข้อมูลแค่ประมาณ 30% ของความสามารถจริง และด้วยเซิร์ฟเวอร์จำนวนมากที่อยู่ภายในองค์กรจึงทำให้เกิดการทำงานไม่เข้ากัน ในขณะที่แอพพลิเคชั่น ถูกใช้แตกต่างช่วงเวลากันอย่างมากในแต่ละวัน ดังนั้นจึงมองเห็นโอกาสในการนำการคำนวณแบบกริดเข้ามาใช้เพื่อการจัดการที่ดีขึ้น

                เช่นเดียวกัน แผนกเทคโนโลยีสารสนเทศนั้นได้ชื่อว่าเป็นผู้ใช้กระแสไฟฟ้าตัวยง จึงต้องคิดคำนวณเกี่ยวกับการประหยัดพลังงานอยู่เสมอ ซึ่งได้มีการหาค่าความแตกต่างอยู่หลายครั้ง โดยได้ผลว่า ค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน การทำความเย็น และการจัดการระบบ คิดเป็น 70% และอีก 30% เป็นต้นทุนเครื่องตลอดอายุการใช้งาน

                การใช้พลังงานและพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพนั้น มาจากการควบรวมแหล่งทรัพยากรด้วยระบบกริด ซึ่งหลักสำคัญ 2 อย่างในการคำนวณแบบกริดนั้นคือ Server virtualization และ clustering ซึ่งจะก่อให้เกิดการแบ่งปันทรัพยากรทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการรวมกลุ่มของ เซิร์ฟเวอร์ แหล่งข้อมูล และศูนย์ข้อมูลทั้งระบบ


การหันไปใช้งาน Hypervisor-based virtual machine หรือ VMs เพื่อทำการรวมแอพพลิเคชั่นหลายๆตัวเข้าด้วยกันซึ่งเป็นการรวมการบริหารจัดการเซิร์ฟเวอร์ไว้ที่ส่วนกลาง โดยมี Virtual machine หรือ Virtual Server ที่ทำหน้าที่เป็น ซอร์ฟแวร์ที่จำลองการทำงานของคอมพิวเตอร์ซึ่งทำให้สามารถเรียกใช้งานแอพพลิเคชั่นได้เหมือนถูกเรียกใช้งานจากคอมพิวเตอร์จริงๆ

ประโยชน์ที่ได้รับจากเทคนิคนี้คือการที่ Virtual machine นั้นสามารถเปิดใช้งานได้พร้อมกันหลายๆตัวบนเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว ซึ่งทำให้สามารถรวมเอาเซิร์ฟเวอร์ เล็กจำนวนมากเหล่านี้อยู่บน เซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ได้สิ่งนี้เองที่ทำให้เกิด standardized computing environment ในการใช้งานแอพพลิเคชั่น Middleware servers เซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูล และ เซิร์ฟเวอร์เก็บข้อมูล

 ผลิตภัณฑ์ ประเภท Server virtualization หรือ VM ของ บริษัทออราเคิล นั้นมีสามารถในการรับมือกับฐานข้อมูลที่เป็นแบบออราเคิล หรือที่ไม่ใช่แบบออราเคิล พร้อมกันภายใต้การใช้ middleware และ แอพพลิเคชั่น ในเซิร์ฟเวอร์แบบเดี่ยวที่ใช้งาน Oracle Enterprise Linux ซึ่ง Oracle VM นั้นทำให้เราสามารถเพิ่ม หรือปล่อยให้มีการใช้ทรัพยากรได้อย่างรวดเร็วตามที่ต้องการ อีกทั้งยังมีความสามารถในการกำหนดการตั้งค่าไว้ล่วงหน้าได้บน virtual machine image ทำให้สามารถเรียกใช้งานได้อย่างรวดเร็ว

ในกรณีของมหาวิทยาลัย Massachusetts ที่มีนักศึกษากว่า 75,000 คน และมี 5 วิทยาเขตนั้น ได้ใช้งาน Oracle VM ในการรวม เซิร์ฟเวอร์กว่า 500 เครื่องเข้าด้วยกัน ซึ่งตามจริงแล้วมีการใช้งานเพียง 20% เท่าในในช่วงที่ใช้งานสูงสุด คือช่วงเปิดลงทะเบียนภาคฤดูใบไม้ร่วง การควบรวมกันนั้นทำให้ลดการใช้งานเซิร์ฟเวอร์เหลือเพียงแค่ 175 เครื่อง และลดต้นทุนไปได้ 30-60% เลยทีเดียว

เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่อง Server virtualization บริษัทออราเคิลยังได้เสนอ เซิร์ฟเวอร์และแหล่งข้อมูลแบบ clustering ซึ่งมีความสามารถในการทำการควบรวม ที่สามารถควบรวมได้แม้กระทั้งแอพพลิเคชั่นที่ ใหญ่ที่สุดซึ่งต้องใช้หลายเซิร์ฟเวอร์ในการเรียกใช้งาน ระบบ clustering จะสร้างกลุ่มของเครื่องคอมพิวเตอร์ หลายเครื่องโดยทำงานเสมือนเป็นเครื่องเดียว เพื่อที่จะเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุน อีกทั้งยังครอบคลุมถึง middleware แหล่งข้อมูล และฐานข้อมูลด้วย ซึ่งในเรื่องของ clustering จะกล่าวถึงในภายหลัง

Server Virtualization และ Clustering เป็นส่วนประกอบที่สามารถทำงานร่วมกันบนเครื่องเดียวกันได้ เช่น Oracle Database Real Application Clusters (RAC) จะสามารถถูกเรียกใช้บน Oracle VM ได้ จึงทำให้เกิดความยืดหยุ่นในการใช้งานเป็นอย่างมาก ด้วยการพัฒนาและจำลองสภาพแวดล้อม ทำการทดสอบก่อนซึ่งช่วยป้องกันความผิดพลาดในการใช้งานจริงบนเครื่องหลายเครื่อง

 

บริษัท Budington Coat Factory นั้นได้รวมฐานข้อมูลหลายแห่งไว้ภายใต้ 2 cluster ที่มี 18 node ซึ่งแต่ละ cluster ใช้ Oracle RAC Database ในการจัดการ ผลคือทางบริษัทสามารถลดต้นทุนไปได้อย่างมากในการขจัด ฮาร์ดแวร์ที่ไม่จำเป็นทิ้งไปและยังช่วยลดเวลาในการปรับปรุงฐานข้อมูลด้วย

บริษัท Budington Coat Factory ยังได้ทำการควบรวมกลุ่มของแหล่งเก็บข้อมูล โดยใช้ Oracle Automatic Storage Management (ASM) ซึ่งเป็นหนึ่งในความสามารถของ Oracle Database ด้วยกระบวนการนี้ บริษัทได้ควบรวม แหล่งข้อมูลกว่า 1,000 แห่ง ไว้เป็น 40 กลุ่ม ซึ่งสามารถ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและจัดการได้ 50% และยังดึงประโยชน์ใช้งานจาก ซิปประมวลผล ถึง 97% จาก 50%

 

Agile IT Operations

ระบบการคำนวณแบบกริดนั้น ต้องการการบริหารจัดการที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยการบริหารกริดต้องใช้ระบบการบริหารแบบใหม่ทั้งหมด  เพื่อที่จะให้เกิดการเตรียมทรัพยากรอย่างถูกต้อง และตอบสนองผู้ใช้ได้ในแบบเวลาจริง อีกทั้งยังต้องมีความสามารถวินิจฉัย และแก้ปัญหาแบบอัตโนมัติ ให้กับผู้ดูแลระบบ

ด้วยจำนวนงานของผู้ดูแลระบบที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน ซอร์ฟแวร์บริหารจัดการระบบจะต้องสามารถช่วยประมาณการอัตราการเติบโตได้เพื่อรับมือกับสภาพอนาคตไว้ล่วงหน้า

Server Virtualization และ Clustering นั้นสามารถช่วยลดความยุ่งยากได้ โดยซอร์ฟแวร์ระบบการบริหารกริด จะสรุปผลและแก้ไขการกำหนดค่าให้รองรับกับความต้องการทางธุรกิจได้

 Oracle Enterprise Manager นั้นจะจะแสดงผลออกมาแบบ Top-Down เป็นโปรแกรมสำหรับผู้ใช้ขั้นสุดท้ายที่ต้องการทราบผลและตัดสินใจ หรือ end-to-end application ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลจาก Oracle Database, middleware และ แอพพลิเคชั่น โดยปราศจากการสรุปผลด้วยโปรแกรมและระบบกริดของ Oracle Enterprise Manager แล้วจะไม่สามารถ ที่จะบริหารโครงสร้างพื้นฐานของการคำนวณแบบกริดได้อย่างคุ้มค่า

ในข้อสุดท้าย Oracle Enterprise Manager คือ WebLogic Operations Control ที่ทำงานแบบอัตโนมัติเพื่อเรียกใช้งานและโยกย้ายทรัพยากรที่ระดับกริดแอพพลิเคชั่น ซึ่งทำให้แน่ใจได้ว่าทุกแอพพลิเคชั่นได้เข้ารับการคำนวณผล แจกจ่าย แหล่งความจำ และแหล่งข้อมูล ตามที่จำเป็นในระดับข้อตกลงการให้บริการ (Service Level Agreements –SLAs) และเพื่อให้แน่ใจว่าทรัพยากรเครื่องถูกใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด

การจัดเตรียมเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูลและ Middleware ล่วงหน้า นั้นเป็นไปอย่างอัตโนมัติ โดยการใช้ เซิร์ฟเวอร์โคลนนิ่ง ดำเนินการด้วย Oracle Enterprise Manager ซึ่ง การโคลนนิ่งเซิร์ฟเวอร์นั้นจะเปิดโอกาสให้สามารถทำการทดสอบได้ เพื่อการพัฒนาและเมื่อทดสอบจนได้ผลที่พอใจแล้วยังส่งไปใช่จริงหรือสร้างเป็นเซิร์ฟเวอร์ใหม่ได้ทันที

ตัวอย่างที่น่าสนใจของการเตรียมเซิร์ฟเวอร์ล่วงหน้า ในกรณีศึกษา บริษัท GasNatural ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันและแก๊สในประเทศสเปน ซึ่งได้ใช้งาน Oracle RAC cluster อยู่หลาย node ในการทำ Data warehouse หลายแห่งโดยต่อพ่วงกับแอพพลิเคชั่นที่สำคัญทางเชิงธุรกิจอยู่มากมาย ซึ่งการทำ RAC ล่วงหน้านั้นให้ผลดังนี้

  1. ลดต้นทุน ฮาร์ดแวร์ได้อย่างมากจากการรวม Data warehouse
  2. ประสิทธิภาพของแอพพลิเคชั่นเชิงธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
  3. ในการควบคุมจากระยะไกลนั้นต้นทุนถูกลงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  4. มีความเสถียรบนแอพลิเคชั่นทางการทำธุรกรรมและบริหารธุรกิจมากขึ้น

 

Predict High Performance and Scalability

การคำนวณแบบกริดสำหรับธุรกิจทั้งองค์การนั้นได้สร้างประสิทธิภาพในการทำงานจากระดับเล็กจนถึงระดับใหญ่ โดยสถาปัตยกรรมกริดนั้นช่วยให้เกิดความสามารถในการวัดขนาด โดยการเพิ่มการคำนวณ แหล่งข้อมูล และเครือข่าย ตามที่ต้องการซึ่งถูกนำไปใช้งานโดย เทคโนโลยี Clustering และ Virtualization เพื่อคำนวณค่าที่แท้จริงล่วงหน้า ใช้ในการคาดการณ์และปรับกลยุทธ์ตามความต้องการของธุรกิจ ความได้เปรียบในเชิงทุนด้านเวลานี้ทำให้เกิดความได้เปรียบในเชิงราคาเช่นกัน

เทรนหรือกระแสนิยมในยุคหลังมานี้ เราจะได้พบเจอกับ Web Applications, Cloud Computing และ Service Oriented Architecture (SOA) อยู่เป็นประจำ ซึ่งสิ่งที่เป็นประเด็นปัญหานั้นมุ่งไปทางเดียวกันคือเพื่อการคาดการณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงในวงกว้างเพื่อแก้ปัญหาจำนวนงานที่คาดการณ์ไม่ได้

-           Web application จะถูกใช้งานเป็นจำนวนมากจากผู้ใช้เมื่อเทียบกับ แอพพลิเคชั่นภายในองค์กรที่ใช้โดยเจ้าหน้าที่พนักงาน ซึ่งการใช้งานเป็นจำนวนมากพร้อมกันนั้นมีความท้าทายในเรื่องของเวลาการตอบสนอง ขนาดที่สามารถรองรับ และความต้องการขั้นต่ำในการเข้าใช้

-           ในหลายๆครั้งผู้ให้บริการ Cloud computing นั้นจะต้องตั้งกรรมการเพื่อตรวจวัดคุณภาพและประสิทธิภาพซึ่งจะต้องกำหนดขนาดใหม่อย่างรวดเร็วหลังจากมีลูกค้าใหม่และเกิดอัตรางานถึงขีดสุดขึ้น

-           SOA  นั้นเปิดให้หลาย แอพพลิเคชั่นสามารใช้งานเสมือน Web Service ได้เมื่อหลายโปรแกรมถูกใส่ลงไปและเรียกใช้พร้อมๆกัน ทำให้เกิดการคาดการปริมาณการใช้งานไม่ได้อยู่บ่อยครั้ง จึงเป็นการง่ายมากที่การตอบสนองจะช้าถึงขั้นทำงานผิดพลาด

ปัญหาทั้งหมดนี้จะถูกแก้ไขด้วยการคำนวณแบบกริด ภายใต้เทคโนโลยีการทำ Clustering และ Virtualization ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการคาดการณ์ล่วงหน้า

Clustering

บริษัทออราเคิลนั้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม Visionary ในส่วนของการทำ clustering การทำให้คอมพิวเตอร์หลายๆตัวนั้นทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว และสามารถเสริมเพิ่มหรือถอดออกเป็นรายตัวได้ตามที่ต้องการ บริษัทออราเคิล นั้นได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วด้วยการทำ clusteringในทุกๆลำดับชั้นของเทคโนโลยี

สำหรับ Oracle Database แล้วหนึ่งในนวัตกรรมที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือ Oracle Real Application Clusters (RAC) ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของระบบการคำนวณแบบกริด ของออราเคิล ซึ่งทำให้สามารถรวมกลุ่มของเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูลได้ แม้ว่าจะมีฐานข้อมูลที่ไม่เข้ากันก็ตาม

และมี Automatic Storage Management (ASM) เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างฐานข้อมูลที่ถูกจับกลุ่มแล้ว กับที่ยังไม่ได้ถูกจับกลุ่ม โดย ASM นั้นจะช่วยในการคาดการณ์ พื้นที่แหล่งข้อมูลล่วงหน้าเพื่อให้ข้อมูลที่สำคัญ และจัดเตรียมพื้นที่ ให้ผู้ดูแล ทั้งนี้ Oracle Exadata Storage Server และ HP Oracle Database Machine ได้ร่วมกันปฏิวัติผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่ที่มีความสามารถ ในการเชื่อมต่อ Smart Storage Grid ไปยังฐานข้อมูลกริดด้วยการเชื่อมต่อแบบ InfiniBand Connections ซึ่งซึ่งเมื่อนำทั้งฮาร์ดแวร์และซอร์ฟแวร์มาประสานกันแล้วจะได้ประสิทธิภาพในการ query เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าด้วยกัน

สำหรับ Middle-tier Server นั้นจะมีฟีเจอร์ ที่สำคัญๆเช่น Oracle Web Cache, Oracle Coherence, Oracle WebLogic Server, Oracle Tuxedo และอื่นๆอีกมากมาย ในส่วนเพิ่มเติมนั้น Oracle TimesTen InMemory Database นั้นจะทำหน้าที่เป็น relational database ที่ทำงานบน middle-tier ซึ่งให้อัตราการตอบสนองที่เร็วมากในการใช้งานซึ่งในหลายๆครั้งมันยังทำหน้าที่ อ่านและเขียน cache สำหรับ Oracle Database ด้วย เทคโนโลยี RAC  และยังมี Oracle JRockit Real Time ซึ่งเป็น Java Virtual Machine (JVM) ที่ทำงานเร็วที่สุด ด้วย

IT Manager สามารถการคาดการณ์ล่วงหน้าได้มากขึ้น อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบและบริหาร Cluster Database, Storage และ Middleware ด้วย Oracle Enterprise Manager

บริษัท Pacific Gas and Electronic Company (PG&E) ผลิตไฟฟ้าให้แก่ผู้บริโภคกว่า 15 ล้านราย ภายใต้พื้นที่ 70,000 ตารางไมล์ ของ แคลิฟอร์เนีย กลางและเหนือ ในปี ค.ศ. 2005 ทางบริษัทได้เสนอโปรแกรม SmartMeter ซึ่งให้ลูกค้าได้เห็นข้อมูลรายละเอียดการใช้ไฟฟ้าเพื่อช่วยในการควบคุมปริมาณการใช้ไฟฟ้าในแต่ละครัวเรือน ซึ่งทำให้บริษัทต้องปรับขนาดจากการให้ข้อมูลจากเดิมต่อเดือนเป็นต่อชั่วโมง นั่นคือ 720 เท่าจากเดิม พวกเขาจึงต้องเปลี่ยนจาก IBM DB2 Database ซึ่งทำงานบน computer mainframe มาใช้ Oracle Database RAC ที่มี 8 node แทนโดยทำงานได้ในระบบที่เล็กกว่าและใช้พลังงานน้อยกว่าด้วย ผลคือบริษัทประหยัดเงินได้ถึง 5 ล้าน ลาร์ต่อปี

 

Mercado Libre บริษัทประมูลบ้านออนไลน์ รายใหญ่ที่สุดใน Latin America ซึ่งโตเร็วมากจนต้องทำการขยายขนาด เซิร์ฟเวอร์จากเดิมที่ใช้ mid-sized SMP Server ในปี ค.ศ. เปลี่ยนมาใช้   RAC Cluster ที่มี 4 node ซึ่งถูกกว่า SMP ขนาดใหญ่ถึง 500,000 ดอลลาร์ ซึ่ง ณ ปัจจุบัน (2008) ระบบกริดของบริษัทได้ขยายไปถึง 16 node ด้วยกัน

และในด้าน ศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต บริษัทสามารถประหยัดเงินจากปัญหาการไม่เข้ากันของ ฮาร์ดแวร์และซอร์ฟแวร์ได้ถึง5.1 ล้านดอลลาร์ใน 5 ปี และ 1.18ล้านดอลลาร์จากการลดเวลาการซ่อมบำรุง และ 1.97 ล้านดอลลาร์จากการเพิ่มความเร็วในการค้นหาข้อมูล และ 0.5ล้านดอลลาร์ในการป้องการการโกงผ่านเว็บ  และที่สำคัญที่สุด ศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ตของบริษัทนั้นสามารถทำเงินด้วยตัวมันเองคิดเป็นกำไร 2.4ล้านดอลลาร์ใน 5ปี ซึ่งนับเป็นผลกำไรจากการลงทุนถึง 452%

In-Memory Data Grid

ด้วยการที่ Middleware นั้นได้เข้ามามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งกับ สถาปัตยกรรม modem โดยการทำ virtualization และ clustering ใน middle-tier ก็ยังคงเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินงาน ซึ่งสามารถวัดผลประสิทธิภาพและขนาดของ แอพพลิเคชั่นสำหรับองค์กรได้

Oracle Coherence in-memory data grid หนึ่งในแอพพลิเคชั่นของออราเคิลกริด จะอนุญาตให้ แอพพลิเคชั่น Java และ .net เข้าถึงเป้าหมายใน หน่วยความจำ ซึ่งกระจายอยู่ในหลายๆเครื่อง ได้อย่างรวดเร็ว โดยสถาปัตยกรรม Coherence นั้นถูกวางไว้แบบลิเนียร์ ซึ่ง node นั้นจะสามารถถูกเพิ่มหรือลดได้ทันที ซึ่งข้อมูลจะถูกแบ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งและคัดลอกบันทึกไว้ในอีกเครื่องเพื่อป้องกันการล้มเหลวของระบบ ประสิทธิภาพที่ได้นั้นมาจากการที่เก็บข้อมูลไว้ในหน่วยความจำแทนที่จะบันทึกลงบนแหล่งข้อมูล จึงมีความเร็วสูง

สำหรับ บริษัท Allegient Systems ซึ่งเป็น Internet-Based litigation management solution (บริษัทบริหารและจัดการทรัพย์สินหรือธุรกิจผ่านทางอินเทอร์เน็ต) โดย Oracle Coherence สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบได้ถึง 53% ในขณะที่จำนวนการทำธุรกรรมเพิ่มขึ้น 27% และยังสามารถออกใบกำกับสินค้าได้มากขึ้น 30% ต่อวัน โดยที่ใช้งานฐานข้อมูลเพียง 58% เท่านั้นซึ่งทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายทางด้าน ฮาร์ดแวร์ได้ กว่า 300,000 ดอลลาร์ ค่าบำรุงรักษา 12 เดือน และเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทอีกหลายล้าน

Service Level Management

แผนกเทคโนโลยีสารสนเทศนั้น อยู่ภายใต้ความกดดันในการที่จะให้บริการแก่แผนกอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นศูนย์รวมของค่าใช้จ่ายที่บริษัทจะต้องแบกรับภาระไว้ เพื่อการบริหารงานที่รบลื่นและมีประสิทธิภาพแล้วเทคโนโลยีกริดจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการให้บริการข้อมูลแก้ลูกค้าและพนักงานภายในองค์กร

Petro Canada   หนึ่งในบริษัทน้ำมันและแก๊สที่ใหญ่ที่สุดในแคนาดา ได้มีการขยายตัวเร็วมากในเชิงจำนวนพนักงาน จึงต้องการแอพพลิเคชั่นและระบบใหม่ในการบริหารงาน ในเวลาเดียวกัน ก็ต้องพยายามรักษาสภาพการบริหารงานสารสนเทศไว้ไม่ให้ด้อยประสิทธิภาพลง

 ด้วยการประยุกต์ใช้ Oracle Service Level Management และ Oracle Enterprise Manager บริษัทสามารถ บริหารอัตราการเติบโตได้และยังเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย อีกทั้งยังช่วยให้เข้าใจถึงแอพพลิเคชั่นที่จะออกแบบและนำมาใช้ได้มากขึ้น

 

Continuous Availability

บริษัทออราเคิล เป็นแนวหน้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อรรถประโยชน์ ตลอดมา ซึ่งในกรณีที่เกิดการล้มเหลวของศูนย์ข้อมูล ด้วยเทคโนโลยี Oracle RAC และ Oracle Application Server ตลอดจนถึง Oracle Active Data Guard นั้นจะสามารถช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างราบลื่น

Server Failover

การล้มเหลวของเซิร์ฟเวอร์นั้น เกิดจากทั้งฮาร์ดแวร์และซอร์ฟแวร์ เพื่อที่จะป้องการการล้มเหลวโดยสมบูรณ์ ซึ่งการจะเรียกคืนข้อมูล หรือจะทำการติดตั้งใหม่นั้น ใช้ทั้งเงินและเวลาเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยเทคโนโลยีการคำนวณแบบกริดแล้วจะสามารถช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

ซึ่งสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณานั้นคือระยะการล้มเหลว เนื่องจากในบางธุรกิจนั้นไม่สามารถที่จะล้มเหลวได้เลยแม้แต่เพียงแค่นาทีเดียว (โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์) ในขณะที่บางธุรกิจยอมให้เกิดการขาดช่วงของการให้บริการได้

Oracle Database RAC, Oracle Coherence, Oracle WebLogic Server, Oracle Tuxedo ด้วยผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ทำให้สามารถทนต่อการล้มเหลวในบางเซิร์ฟเวอร์ได้ ซึ่งนั่นหมายความว่ายังคงเหลือเซิร์ฟเวอร์เพื่อใช้ในการดำเนินการต่อไป และให้เวลาแก่เจ้าหน้าที่ในการเข้าไปแก้ปัญหาไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซม เรียกข้อมูลคืน หรือการทำการ Load Balancing หรือการบริหารจัดการจำนวนงานใหม่เพื่อแก้ปัญหา จึงมันใจได้ว่าระบบยังคงทำงานต่อไปได้แม้เกิดการ ล้มเหลวใน เซิร์ฟเวอร์บางตัว

Disaster Protection

ถึงแม้ว่ากลุ่มของเซิร์ฟเวอร์นั้นจะไม่สามารถดำรงอยู่ได้ภายหลังเกิดการล้มเหลวของศูนย์ข้อมูลโดยสมบูรณ์ จากภัยพิบัติทางธรรมชาติเช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม หรืออื่นๆ ซึ่งการล้มเหลวนั้นขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ใช้เก็บตัวเครื่อง โดยจะสามารถหลีกเลี่ยงหรือลดอัตราการทำลายจากภัยธรรมชาติเหล่านี้ได้ด้วยเทคโนโลยีกริดนั่นเอง เนื่องด้วย ระบบกริดระดับองค์กรนั้น สามารถออกแบบให้ตั้งฮาร์ดแวร์อยู่ในพื้นที่ไกลจากกันได้ซึ่งทำให้มีความยืดหยุ่นสูงมาก

Oracle Active Data Guard จะช่วยให้สามารถสร้างแบบจำลองของฐานข้อมูลที่ทันสมัยไว้ได้เพื่อเตรียมรับมือกับภัยพิบัติต่างๆ อีกทั้งยังสามารถจำลองการทำงานต่างๆเช่น การquery การรายงานผล หรือการสำรองข้อมูลได้

บริษัท Fidelity National Financial (FNF) ผู้นำทางด้านธุรกิจจัดจ้างนอกองค์กร ซึ่งบริการครอบคลุมไปถึง การแก้ปัญหาทางเทคนิค การเงิน และบริการประกันด้วย โดยในกรณีศึกษานั้น ได้ศึกษาโปรแกรม EDoc ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้ในการบริหารจัดการข้อมูล ซึ่งในกรณีนี้ มีเอกสารถูกเก็บอยู่ ประมาณ 50 ล้านเอกสารด้วยกัน และได้สร้างผลกระทบอย่างรุนแรง การให้บริการของบริษัทนั้นจึงต้องหยุดชะงักลง  ซึ่งในขณะนั้น ข้อมูลได้ถูกทำการเรียบเรียงใหม่ให้เป็นรูปแบบเดียวกันบน Oracle Database ด้วย RAC, ASM, Oracle Active Data Guard และ องค์ประกอบต่างๆที่สำคัญอื่นๆ

เมื่อบริษัทต้องเผชิญหน้ากับปัญหาความคล่องตัวในการบริการลูกค้าอันเนื่องมาจากจำนวนลูกค้าที่ใช้ เอกสารแบบออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สำหรับการทำธุรกรรมในธุรกิจบ้านและที่ดิน ซึ่งทั้งนี้บริษัทยังคงต้องการรักษาระดับต้นทุนที่ต่ำโดยการลดการดำเนินงานด้วยเจ้าหน้าที่โดยตรงด้วย

ซึ่งในภายหลังจากการปรับปรุงศูนย์ข้อมูลแล้ว EDoc ได้กลับมาให้บริการอีกครั้งด้วยความสามารถขั้นสูงสุดของเซิร์ฟเวอร์ โดยได้โยกย้ายไปสู่ Oracle RAC ซึ่งทำให้พวกเขาสามารถรู้ถึงอัตราการเติมโตของบริการไปพร้อมกับคุณภาพในการให้บริการ และบอกได้ว่าเมื่อไหร่ที่ EDoc นั้นจะต้องการพลังจากชิพประมวลผลมากขึ้น หรือจำนวนพื้นที่เก็บข้อมูลมากขึ้น เพื่อรักษาระดับของการให้บริการให้ต่อเนื่องได้

จากการศึกษากรณีของ FNF นั้นบ่งบอกได้ว่า การใช้เทคโนโลยีต่างๆใน การคำนวณแบบกริดของออราเคิลนั้น สามารถตอบโจทย์ แก่บริษัทได้ในทางปฏิบัติอีกทั้งยังช่วยเสริมธุรกิจให้แข็งแกร่งต่อไปในอนาคตด้วย

       

บทสรุป

บริษัท ออราเคิล นั้นได้นำเสนอเทคโนโลยีการคำนวณแบบกริดสำหรับธุรกิจทั้งองค์การ ในปี ค.ศ. 2003 ซึ่งได้พลิกโฉมจากข้อจำกัดเดิมไปสู่ ระเบียบวิธีการใหม่อย่างมีศิลป์ อีกทั้ง ระบบฐานข้อมูลแบบ และ Middleware ใหม่ๆซึ่งเป็นแรงผลักดันให้เกิดการวิวัฒน์ในระบบการดำเนินงานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

ในขณะนั้น โครงการทางด้านศูนย์ข้อมูล เช่นการควบรวมเซิร์ฟเวอร์ หรือการพัฒนา  สถาปัตยกรรมเชิงบริการ Service Oriented Architecture (SOA) การใช้พื้นที่เก็บข้อมูลและพลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และ เครื่องมือที่ใช้ในการบริหารจัดการระบบขนาดใหญ่ บนเซิร์ฟเวอร์ Linux นั้นดูเหมือนเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำให้เข้ากันได้ แต่ด้วยเทคนิคการทำ modernization หรือการปรับศูนย์ข้อมูลให้ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีกริดนั้นสามารถแก้ปัญหาเหล่านั้นได้

และจากตัวอย่างของกลุ่มลูกค้าต่างๆโดยคร่าวๆที่ได้กล่าวถึงนั้น แสดงให้เห็นถึงประโยชน์มากมายจากการประยุกต์ใช้เทคนิคเหล่านี้ ซึ่งสิ่งที่เห็นผลโดยทันทีคือกลุ่มของเซิร์ฟเวอร์และแหล่งข้อมูลนั้นมีความเป็นอรรถประโยชน์เพิ่มขึ้น ซึ่งเปิดโอกาสให้แผนกเทคโนโลยีสาสนเทศนั้น  ประหยัดค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงาน การบริหารระบบ และให้ผลตอบแทนจากการลงทุนทางด้านฮาร์ดแวร์มากขึ้น

และยังได้มีการนำไปใช้อย่างกว้างขวาง ด้วยมาตรฐานที่เป็นสากล ทั้ง การ Virtualization บนทรัพยากรทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การคาดการณ์ล่วงหน้าตามแต่ต้องการ ระบบช่วยการบริหารจัดการระบบแบบอัตโนมัติ และ การแสดงผลตามเวลาจริง ซึ่งนับเป็นยุคใหม่ของศูนย์ข้อมูลในด้านการนำไปปฏิบัติอย่างเยี่ยมยอด อีกทั้ง Oracle Database, Oracle Fusion Middleware และ Oracle Enterprise Manager ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อศูนย์ข้อมูลในยุคต่อไปอย่างแท้จริง

ผู้ชำนาญการทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจะพบว่า ฐานข้อมูลที่กำลังสร้าง เพื่อใช้การจริงในอนาคตนั้น จะได้รับประโยชน์จากการประหยัดต้นทุน มีความยั่งยืน และสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว โดยการใช้เทคโนโลยีการคำนวณแบบกริด และ ผลิตภัณฑ์ของออราเคิลเหล่านี้

 

การวิเคราะห์ข้อดี ข้อเสียของบทความ

ข้อดีของบทความ

  1. บทความกล่าวถึงประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีการคำนวณแบบกริดที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างครอบคลุม
  2. มีการนำกรณีศึกษาจากเหตุการณ์จริงมาประกอบไว้ในเอกสารเพื่อช่วยให้สามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น
  3. สามารถให้ความรู้และชี้นำผู้ประกอบการหรือผู้บริหารที่ต้องการข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศได้
  4. บทความได้กล่าวอย่างครอบคลุมถึงการใช้องค์ประกอบต่างๆที่เกี่ยวข้อในการอธิบายการทำงานของเทคโนโลยีการคำนวณแบบกริด
  5. บทความได้ให้แนวคิดในการต่อยอดการใช้เทคโนโลยีการคำนวณแบบกริดอย่างมีวิสัยทัศน์

ข้อเสียของบทความ

  1. บทความมีลักษณะเชิงประชาสัมพันธ์มากเกินไปจนบางครั้งทำให้เกิดความรู้สึกเกินจริง
  2.  ขาดเอกสารลักษณะรูปภาพที่ประกอบการบรรยายภาพรวมของระบบกริดที่ติดตั้งเสร็จแล้ว
  3. บทความกล่าวถึงแต่เพียงข้อดีของเทคโนโลยีการคำนวณแบบกริดและการประยุกต์ใช้เท่านั้น ไม่ครอบคลุมถึงกรณีที่เป็นผลเสีย หรือกรณีที่ไม่ควรนำไปใช้
  4. บทความกล่าวอ้างถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆของออราเคิลโดยไม่ได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงานโดยคร่าวเพื่อให้เกิดความเข้าใจ
     

ความเป็นไปได้ในอนาคต

การประยุกต์ใช้งานในงานด้านธุรกิจขนาดย่อมและขนาดกลางต่างๆ

การคำนวณข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อให้ได้มาซึ่งฐานความรู้ นั้น จำเป็นต้องอาศัย การทำ Information Retrieval, Data Mining, Data Warehouse, การทำ index ของเอกสารต่าง ๆ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง ซึ่งมีราคาแพงและไม่เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยสามารถแก้ปัญหาได้จากการใช้บริการของผู้ที่ให้บริการระบบกริดสำหรับองค์กรต่างๆในการทำหน้าที่เป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูลและประมวลผลแทนโดยการส่งข้อมูลผ่านทางเครือข่าย และในกรณีของกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดกลางก็สามารถร่วมทุนกันเพื่อพัฒนาระบบกริดขึ้นมาใช้งานภายในกลุ่มได้

การประยุกต์ใช้งานด้านวิทยาศาสตร์

                เนื่องจากทรัพยากรทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงนั้นมีราคาแพงมาก จึงทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนเครื่องมือในการประมวลผลหรือคิดคำนวณทางวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก ประกอบด้วยการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในองค์กรต่างๆนั้นยังเป็นไปอย่างไม่คุ้มค่าการลงทุน การคำนวณแบบกริดนั้นจะช่วยแก้ปัญหาได้โดยการรวม ทรัพยากรทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เข้าไว้ด้วยกันผ่านทางเครือข่าย และกระจายพลังการประมวลผลไปยังหน่วยงานที่ต้องการใช้งานในช่วงเวลาที่เหมาะสม อีกทั้งยังสามารถสร้างเครือข่ายการเก็บและแบ่งข้อมูลร่วมกันระหว่างหน่วยงานหลายๆแห่งได้อีกด้วย

การพัฒนาไปสู่ระบบการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ (Cloud computing)

Cloud computing นั่นจะประกอบไปด้วยเซิร์ฟเวอร์จำนวนมหาศาล ในลักษณะของกลุ่มเมฆซึ่งแต่ละก้อนจะเชื่อมกันด้วยระบบกริด และใช้ซอฟต์แวร์การทำงานเสมือนเพื่อให้กินทรัพยากรระบบน้อยที่สุด กล่าวคือเป็นระบบกริดที่นำไปประยุกต์ใช้ในครัวเรือนโดยมีอินเตอร์เน็ตเป็นสื่อการส่งข้อมูลการคำนวณผลนั่นเอง

ในอนาคตเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกๆเครื่องอาจถูกใช้คำนวณผลจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่งในมุมโลกได้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต เช่นเดียวกับในปัจจุบันที่เราสามารถฝากไฟล์ต่างๆไว้บนบริการฝากไฟล์ได้เสมือนเป็นพื้นที่เก็บของมูลของเราเอง

การพัฒนาไปสู่ยุคแห่งองค์ความรู้แบบเปิด

                ด้วยระบบขนาดใหญ่ที่สามารถใช้ในการคำนวณผลร่วมกันได้ จะก่อให้เกิดสังคมแบบเปิดซึ่งมุ่งเน้นไปที่การแบ่งปันเพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เช่นหน่วยงานที่ต้องใช้ความสามารถของเครื่องระดับสูงในการคำนวณผลทางวิทยาศาสตร์นั้นก็จะเรียกใช้พลังจากกลุ่มเมฆของบริษัทเอกชนต่างๆในเวลาปิดทำการเพื่อทำการประมวลผล ในขณะเดียวกันเมื่อเกิดปัญหาการทำงานของระบบในบริษัทเกิดขึ้นก็จะสามารถดึงพลังการประมวลผลขนาดใหญ่ของหน่วยงานทางวิทยาศาสตร์มาใช้ทดแทนเป็นการชั่วคราวได้ อีกทั้งการแบ่งปันข้อมูลที่เป็นองค์ความรู้ต่างๆ ซึ่งเปิดโอกาสให้แก่คนทุกชนชั้นในการเข้าถึงข้อมูลระดับสูงที่ไม่สามารถประมวลผลหรือเรียกดูได้ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเพียงลำพัง

   
  

ข้อเสนอแนะต่างๆ

คำศัพท์ที่ควรรู้ ORACLE GRID COMPUTING PRODUCTS

 

Oracle Product

Grid Computing  Features

Oracle VM

 Server virtualization ที่ทำให้ซอร์ฟแวร์ลักษณะระบบปฏิบัติการหลายตัวสามารถรันบนเครื่องคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวได้

Oracle Database

 Real Application Clusters (RAC) ใช้ในการทำ database clustering ทำให้ฐานข้อมูลแบบเดี่ยว สามารถแปลสภาพเป็นแบบลักษณะกลุ่มของเซิร์ฟเวอร์ได้

 Automatic Storage Management (ASM) สามารถสร้างพื้นที่จัดเก็บร่วมให้ฐานข้อมูลได้

 Active Data Guard สร้างไฟล์ read-only ในลักษณะการสำรองข้อมูลเพื่อป้องกันการล้มเหลวของระบบเนื่องจากภัยอันไม่พึงประสงค์

 In-Memory Database Cache เพิ่มความสามารถให้กับฐานข้อมูลในการทำงาน

 Advanced Compression บีบอัดดิสได้เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและพลังงาน

 Real Application Testing สนับสนุนการทำ database replay และการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของ SQL โดยสามารถทดสอบทุกอย่างก่อนนำไปใช้จริงได้

Oracle Application Grid

 Oracle WebLogic Server สามารถรวมกลุ่ม Java EE application server ได้

 Oracle Coherence รวมกลุ่มข้อมูลแบบกริดสำหรับ Java และ .NET

 Oracle Tuxedo รวมกลุ่มการย้ายการทำงาน สำหรับโปรแกรม C, C++ Cobol

 Oracle JRockit Real Time เปิดใช้งาน Java Virtual Machine(JVM)

Oracle Exadata Storage Server and HP Oracle Database Machine

 Oracle Database, RAC, ASM, Partitioning กลุ่มฐานข้อมูลที่เชื่อมต่อกันเพื่อสร้าง InfiniBand ความเร็วสูง

Oracle Enterprise Manager

 การบริหารจัดการแบบ Top-down

 การทำ Server cloning และการคาดการณ์ผลล่วงหน้า

 ระบบควบคุมดูแลแบบอัตโนมัติ

 

 Real-time and predictive monitoring


บรรณานุกรม

[1]           IDC, Grid Computing with Oracle Database 11g

[2]           Mainstay Partners, GasNatural Strengthens Global Business with Enterprise Grid Computing

[3]           IDC/Oracle, Business Benefits Series Mercado Libre

[4]           Oracle White Paper, Calculating the Return on Investment for Clustered Caching and Data GridSolutions

[5]           Oracle Customer Snapshot, Petro-Canada, April 2006

[6]           Fidelity National Information Centers, Oracle Maximum Availability Architecture Architecture

Case Study, 2006

[7]           http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=40307

[8]           http://cpe.rsu.ac.th/ut/courses/T1-50/cpe489/portfolio/481509/Final%20report.html

[9]           http://www.oracle.com/technology/products/database/clustering/index.html

[10]         http://developer.amd.com/documentation/articles/pages/OptimizingJavaInVMEnvironment.aspx

[11]         http://www.rdi.ku.ac.th/Techno_ku60/res-96/index96.html

ไฟล์แนบ (1)

  • Grid Computing.pptx - เมื่อ 15 ก.ค. 2552, 10:57 โดย auttapong maesincee (รุ่น 1)
    1570 กิโลไบต์ ดาวน์โหลด